Riding Safer ขี่ยังไงให้ปลอดภัยกว่าเดิม

0
1483

เสียงตอบรับค่อนข้างดีสำหรับคอลัมน์เทคนิคการขับขี่บนท้องถนนเมื่อเล่มที่ผ่านมา ฉบับนี้จึงขอมาลุยกันต่อกับเทคนิคใหม่ๆ เพิ่มเติมครับ

เรื่อง: Clinton Pienaar          แปลและเรียบเรียง: Thammarat Saelee            ภาพ: Various

เดือนนี้ผมอยากจะโฟกัสไปที่การเดินทางไปมา ผมอยากจะเริ่มจากเทคนิคการเดินทางของผมก่อนครับ ประโยชน์สูงสุดของการเดินทางด้วยมอเตอร์ไบค์คือความเร็วและการประหยัดเวลาในการเดินทาง ถึงแม้ว่าการจราจรจะติดขัดขนาดไหน อย่างมากก็เสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกไม่กี่นาที ข้อดีคือคุณสามารถซอกแซกผ่านความวุ่นวายได้ง่ายกว่า ผมไม่ได้บอกว่าเร็วกว่านะครับ! คุณจะไม่ต้องเสียเวลานั่งรอไฟแดงตามแยกอีกต่อไป แถมยังมีพวกตัวแสบที่ไม่เคารพกฎจราจรและเห็นแก่ตัวทำให้รถที่ติดขัดยิ่งเลวร้ายลงไปอีกด้วยแทรกไปปาดข้างหน้า แต่คุณสามารถแทรกตัวไปช้าๆ ผ่านรถติดและออกตัวผ่านแยกต่างๆ ตอนไฟเขียวได้ง่ายกว่า แต่อย่าไปเป็นพวกที่ไปเบิ้ลรถรบกวนชาวบ้านเขาก็แล้วกันครับ

ผมเดินทางผ่านป่าคอนกรีตทุกวันและใช้เวลาจดโน้ตว่าเกิดอะไรขึ้นบ้านและอะไรที่เราจะต้องระวัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันมีอะไรมากมายจนผมต้องใช้นิตยสารทั้งเล่มลิสต์มันลงไป แต่สำหรับตอนนี้ผมจะอยู่กับหัวข้อหลักๆ ก่อน และหวังว่าคุณจะพอคิดส่วนที่เหลือออกโดยใช้ตรรกะและการคาดเดาที่เป็นดั่งอาวุธหมายเลข 1 ของคุณในการขับขี่อย่างปลอดภัย

เริ่มกันที่รถของคุณก่อน คุณใช้รถอะไรในการเดินทางไปทำงานและมันปลอดภัยมากแค่ไหน? ลองคิดถึงเรื่องยางดูก่อนว่ามีดอกยางเหลืออยู่มากแค่ไหน ยางของคุณมีส่วนผสมของซิลิกามั้ยและมีระบบเบรค ABS เวลาขี่ในสายฝนมั้ย? ซิลิกาเป็นคอมปาวด์หนึ่งที่โรงงานจะใส่มาเพิ่มในยางเพื่อให้ยางใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นและเพิ่มการยึดเกาะเวลาถนนเปียก มันช่วยได้มากเลยล่ะครับแต่ปัญหาคือมันแพง ในยางรถยนต์นั้นมีการทำแบบนี้มานานแล้ว แต่มันเพิ่งจะมีในยางมอเตอร์ไบค์เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ค่ายยางยักษ์ใหญ่ส่วนมากก็มีการใช้ซิลิกานี้ด้วยเช่นกัน ผมเองก็คอยพยายามดูแลยางอยู่ตลอด เรื่องยางนั้นผมไม่ขี้เหนียวครับ ผมต้องการให้มันอยู่ในสภาวะที่ดีที่สุดเพราะเวลาที่มันเริ่มมีอะไรผิดปกติ คุณจะต้องการยางที่หนึบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลมยางของคุณเหมาะสมหรือไม่? ผมพูดเรื่องนี้เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนอีกเช่นกัน เวลาเราเจอกับนักบิดหน้าใหม่ขี่รถในแทร็กเดย์และเราลองตรวจเช็ครถของพวกเขา มักจะพบว่าพวกเขาขี่รถที่มีลมยางอ่อนเกินไป มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาใช้ขี่รถโดยเติมลมยางที่ผิดๆ มาตลอด เพราะว่านี่มันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนแน่นอน! ต่อมาเรื่องรถที่ติดตั้งระบบเบรค ABS กับรถที่ไม่มี ABS แม้ว่า Rossi และ Marquez จะสามารถเบรคได้ดีกว่าเพราะว่าพวกเขามีฝีมือมากกว่าจะพึ่งพาระบบเบรค ABS ที่ใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผล แต่ก็มีแต่พวกเขา แล้วคุณล่ะเอาอะไรไปเทียบกับนักแข่งสองคนนั้น? ตอนที่คุณตื่นตระหนกและผมก็ได้สนใจว่าคุณจะเคยขี่รถมาแล้วกี่ปี เวลาที่เกิดอะไรกะทันหันต่อหน้าคุณ (ไม่ว่าจะคนเดินถนน รถยนต์ผ่าไฟแดง หรืออะไรก็แล้วแต่) เราก็มักจะกำเบรคกันสุดแรงเกิดแทบทุกครั้ง! ซึ่งนั่นเรียกว่าการตอบสนองของมนุษย์ ถ้าหากมีประสบการณ์หน่อยทันทีที่ล้อหน้าคุณล็อค ประสบการณ์ของคุณจะบอกให้คุณรีบปล่อยเบรคทันที แต่สำหรับมือใหม่แล้วก็จะกำเบรคแน่นจนกระทั่งไปกระแทกเข้ากับพื้นนั่นล่ะ ซึ่งย้อนกลับมาเรื่อง ABS ในรถของคุณนั่นแหละ มันเป็นสิ่งดีที่ควรจะมีไว้ถ้าคุณไหวที่จะจ่ายเพิ่ม จำไว้ว่ามันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณเวลาที่คุณจะซื้อรถ ข่าวดีสำหรับเราก็คืออนาคตอันใกล้นี้รถทุกคันรวมไปถึงสกู๊ตเตอร์ก็จะต้องติดตั้งระบบเบรค ABS มาตามกฎหมายบังคับเลย

ต่อมาก็เป็นเรื่องว่ารถของคุณมองเห็นชัดขนาดไหน? ผมชอบสปอร์ตไลท์ที่แอดเวนเจอร์ไบค์เขาติดกัน คุณจะสามารถสังเกตเห็นรถของพวกเขาได้ตั้งแต่ไกลผ่านกระจกมองหลังของรถยนต์ ทฤษฎีเดียวกันนี้สามารถใช้กับพวกนักปั่นที่มีไฟกระพริบได้ด้วยเช่นกัน มันอาจจะรำคาญสายตาของคุณไปหน่อย แต่ผมกล้าให้สัญญาได้เลยว่าคุณเลี้ยวตัดหน้ารถที่ติดไฟแบบนั้นได้เลย ประเด็นของผมคืออะไรน่ะหรอ? ถ้าคุณเดินทางแล้วคุณมีไฟส่องสว่างมากขึ้นหน่อย ลองคิดดูครับ อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากรถยนต์เลี้ยวไปตัดหน้ารถมอเตอร์ไบค์และเหตุผลที่มักจะพูดออกมาคือมองไม่เห็นมอเตอร์ไบค์ ด้วยหลักการนี้เวลาคุณเข้าใกล้ทางแยก พวกเขาจะเห็นเงาของคุณเหมือนกับคนเดินถนนมากกว่ารถ แล้วคุณก็ดันเป็นคนเดินถนนปลอมที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 80 กม./ชม. ซึ่งอันตรายมากๆ ! นอกจากเรื่องทัศนวิสัยแล้วยังมีอีก ผมชอบที่จะใช้ท่อดังๆ มันช่วยให้คนอื่นได้ยินเสียงรถของคุณโดยเฉพาะคนที่เดินถนน แล้วคุณจะเจอคนเดินถนนเดินตัดหน้าคุณน้อยลง แต่จริงๆ แล้วรถแอ็ดเวนเจอร์ไบค์นั้นเป็นรถที่ผมชอบมากกว่าเวลาจะเดินทาง ทั้งนี้ก็เพราะสปอร์ตไลท์ของมันและขนาดใหญ่ที่ช่วยให้คนขับรถเห็นได้ง่าย พวกคนขับรถยนต์จะรู้ดีว่ารถใหญ่ๆ แบบนี้สามารถทิ้งรอบให้รถเขาได้มากขนาดไหนและจะปฏิบัติกับคุณดีขึ้นทันตา!

สิ่งที่ผมมักจะระวังเวลาเดินทาง และผมไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นคือการที่ผมขัดแย้งกับตัวผมเอง แต่การเดินทางเร็วกว่าการจราจรรอบๆ นั้นเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าถ้าคุณขี่มอเตอร์ไบค์ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องขี่เร็วจนบินได้นะครับ แค่ขี่ให้เร็วกว่าคันอื่นๆ เล็กน้อยเท่านั้น ก่อนอื่นก็เรื่องกระจกมองข้างซึ่งไม่ค่อยจำเป็นต้องใช้เท่าไหร่นักเวลารถติด เพราะว่ามันมีแต่มอเตอร์ไบค์คันอื่นเท่านั้นที่จะตามหลังคุณมาได้ ดังนั้นเอาเวลาไปใส่ใจกับทางข้างหน้าซะ แต่ผมก็ไม่ได้หมายความว่าจะห้ามองกระจกมองข้างเลย เพราะคุณจำเป็นจะต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างหลังคุณ บางประเทศคุณสามารถที่จะซอกแซกไปตามรถที่จอดติดๆ กันได้ แต่คุณรู้มั้ยว่าที่อเมริกานั้นคุณทำแบบนั้นไม่ได้ครับ แต่ยังไงก็ตาม หากว่าที่ๆ คุณอยู่อนุญาตให้ทำได้ เวลาคุณมาถึงสี่แยก ให้รู้หรือทึกทักเอาไว้ว่ารถคันที่คุณพยายามจะซอกแซกผ่านนั้นไม่รู้ว่าคุณอยู่ตรงนั้น และให้คิดด้วยว่ามีคนมากมายไม่ยอมเปิดไฟเลี้ยวและตราบใดที่รถยนต์ยังตรงไปให้คุณใช้รถคันอื่นเป็นเสมือนโล่ ขณะที่คุณกำลังซอกแซกอยู่ โดยเฉพาะบนถนนหลายเลน ผมเลือกที่จะขี่แทรกตรงกลางระหว่างรถยนต์สองคันที่ขับตีคู่กันมากกว่าจะขี่ตามรถที่ซอกแซกไปมา โอกาสที่หมอนั่นจะหาช่องว่างแล้วแทรกเข้าไปนั้นมีมากกว่ารถสองคันขับตีคู่กันไป เว้นแต่ว่าไอ้บ้านั่นจะพิมพ์ข้อความอยู่น่ะนะ! บนทางหลวงเวลาที่รถติดก็ต้องมีการพูดถึงเลนพิเศษผิดกฎหมาย แต่ก็มักจะมีคนใช้เวลารถติดเสมอ ผมเองก็เลือกใช้เลนนี้ แต่ผมจะขี่ช้าๆ แต่เร็วกว่าคันอื่นๆ ราวๆ 30 – 40 กม./ชม. และเป็นอีกครั้งที่ต้องมองไปข้างหน้าไกลๆ เพื่อดูว่าอาจจะมีรถหยุดกะทันหันเพราะตรรกะจะบอกคุณว่าคนที่เบรคกะทันหันนั้นอาจจะชนเข้ากับรถคันหน้าและอาจจะออกมาจอดด้านนอก แล้วพวกนี้ก็จะไม่ได้มองข้างหลังก่อนหรอกครับว่าจะมีรถพุ่งมาหรือเปล่า! คุณไม่ต้องลูกแก้ววิเศษไว้ทำนายหรอกครับ แค่คาดคะเนล่วงหน้ากับใช้หัวนิดหน่อยก็พอแล้ว ในความคิดผมนั้น อันตรายที่สุดเวลาขี่ในเลนพิเศษนี้คือยางรั่วยางแตกครับ คุณคิดสิครับว่าขี่เร็วๆ 160 แล้วยางแตกดูมันจะเป็นยังไง

ยังอยู่กับเรื่องข้างทางแต่กลับมาในเมืองบ้าง คุณคิดว่าอะไรอันตรายสุดของคุณ? คิดถึงรถยนต์เปิดประตูลงรถสิครับ มันคงไม่เกิดขึ้นหรอกครับถ้ารถวิ่งอยู่ แต่ตอนที่รถหยุดล่ะ? โดยเฉพาะแท็กซี่น่ะระวังให้ดีเลย ตอนที่คุณกำลังมุดซอกแซกด้วย ตอนที่มาถึงไฟแดง ถ้าคุณมองไม่พ้นรถยนต์คันข้างหน้าและกำลังเข้าไปใกล้รถบรรทุกหรือรถยนต์ ให้ลดความเร็วให้มากที่สุด เพราะว่ามีโอกาสที่จะมีคนเดินข้ามถนนตอนรถติดได้

ผมรู้ว่าคุณมีแค่ 2 ตา แต่การที่ต้องคอยมองนู่นนี่นั่นบางทีก็อันตรายอยู่บ้าง แต่ก็มีข้อดีเวลาขี่มอเตอร์ไบค์คุณสามารถมุดไปเจอกับไฟแดงในจังหวะที่ดีๆ ได้ จำไว้ว่าเวลาคุณต่อแถวยาวๆ และมุ่งไปในทางเดียวกัน พ่อหนุ่มนักขับที่รู้ตัวว่าไปทำงานสายแล้วอาจจะทำอะไรที่บ้าบิ่นได้ เขาอาจจะเลี้ยวโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวหรือโบกมือหยอยๆ ทันใดทีรถยนต์ผ่านเขาไปเขาก็อาจจะเลี้ยวกะทันหัน เขาอาจจะทำให้คุณตกใจและเหวอได้ แต่คุณสามารถทำให้มันปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วยการอย่าขี่เร็วจนเกินไป เพื่อที่คุณจะได้เบรคได้ทันก่อนที่จะชน แต่วางตำแหน่งของตัวคุณเองให้ดี และอย่าลืมทำให้รถคุณเห็นได้ชัด เมื่อคุณทำแบบนี้แล้วทั้งคนเดินถนนและรถยนต์จะสามารถมองเห็นคุณได้ชัดเจนมากขึ้น เว้นแต่เจอพวกแย่ๆ ขับรถไปพิมพ์ข้อความไปน่ะครับ!

ถ้าไม่ใช่ช่วงรถติดและคุณไปถึงไฟแดงก่อนคันอื่นๆ ตอนนี้นี่ล่ะครับที่กระจกมองหลังจะเป็นสิ่งสำคัญมากๆ โดยเฉพาะตอนที่คุณต้องหยุดกะทันหันตอนไฟเหลือง จำไว้ว่าคุณอาจจะเจอใครตามหลังคุณมา ซึ่งผมชอบที่อยู่กลางเลนมากกว่า แต่ไม่ใช่บริเวณที่ถนนพังหรือว่ามีคราบน้ำมัน แต่เลือกที่จะทับรอยยางโดยเฉพาะเวลาที่ฝนตก ผมจะคอยสังเกตรถยนต์ที่ขับตามหลังมาตลอดและเมื่อไฟเขียวติดขึ้นผมก็จะมองซ้ายมองขวาอีกครั้งก่อนจะออกตัวออกไป

ปิดท้าย ถ้าคุณต้องเข้าใกล้ใครก็ตามที่เกิดอุบัติเหตุแล้วถามว่าถ้าเขาสามารถแก้ตัวได้เขาจะแก้ตัวมั้ย? ผมมั่นใจว่าเขาต้องตอบว่า “ใช่” อย่างไม่ลังเลแน่นอน เหตุการณ์ส่วนใหญ่ไม่ใช่เกิดขึ้นจากความเร็วแต่เป็นเรื่องการคาดการณ์ แม้ว่าความเร็วจะมีผลมาก และคุณมักจะได้ยินว่าขับเร็วนั้นอันตรายถึงชีวิต แต่ผมอยากจะบอกว่าการใช้ความเร็วผิดที่ผิดทางต่างหากที่อันตราย ตามความจริงแล้วเวลาผมขับเร็วผมจะยิ่งมีสติตื่นตัวมากกว่าเสียอีก

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here