3333333333333333
เลือกรีวิวยางที่ต้องการดู

3 – DUNLOP SPORTSMART TT

ผลิตขึ้นมาอย่างไร

นี่คือยางใหม่ประจำปีนี้ มันมาเติมช่องว่างระหว่าง SportSmart 2 Max และ GP Racer เป็นยางซูเปอร์สปอร์ตที่ลงตัวระหว่างการขี่ถนนในสไตล์สปอร์ตและขี่ซิ่งในวันแทร็กเดย์ มันช่วยให้คุณขี่บนแทร็กได้เร็วและปลอดภัย จุดเด่นของยางทุกตัวของ Dunlop ตัวนี้สามารถพบได้ในโครงสร้างยางของ SportSmart TT ซึ่งใช้เทคโนโลยี JLB (JointLessBelt) ที่นำเอาเส้นใยอะรามิดมาบิดเป็นเกลียวเข้าด้วยกัน (Dunlop ไม่ได้ใช้ใยเหล็ก) และเทคโนโลยี NTec ซึ่งถูกพัฒนาเพิ่มเป็น NTec RT (Road & Track) ซึ่งทำให้มันมีความพิเศษคือสามารถลดลมยางหลังเพื่อใช้ขับขี่ในสนามได้มากเป็นพิเศษที่ 1.7 บาร์หรือ 24.66 ปอนด์ต่อตารางนิ้วได้ ในกรณีนี้ NTec RT ยังช่วยให้ขับขี่บนถนนได้นุ่มสบายอีกด้วย ดังนั้นยางตัวนี้จึงเข้าหลักเกณฑ์การทดสอบเปรียบเทียบในครั้งนี้ ในการทดสอบสนามกับ SportSmart TT เราลดลมยางหลังเหลือเพียง 2.0 บาร์หรือ 29 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ส่วนยางหน้าคงไว้ที่ 2.5 บาร์หรือที่ 36.26 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ยางหลังนั้นเป็นสองคอมปาวด์แต่มีลักษณะที่ค่อนข้างกลม คอมปาวด์ตรงกลางเป็นแบบฮาร์ด (มีเพียง 20% ของหน้ายางทั้งหมด) ส่วนที่เหลือเป็นแบบซอฟต์ทั้งหมด Dunlop นั้นตัดสินใจได้น่าสนใจตรงที่คอมปาวด์ยางนั้นไม่มีซิลิก้าอยู่เลยมีแต่เพียงคาร์บอนแบล็กเท่านั้น

 

ทดสอบสนาม

ถ้าคุณกำลังมองหายางที่ด้านหน้านิ่งมากๆ ล่ะก็ SportSmart TT คือยางสำหรับคุณ มันเป็นฟีลลิ่งที่ได้จากการขี่เจ้า S 1000 RR ทำให้คุณมั่นใจมาก แต่มันก็ทำให้คุณรู้สึกว่าหน้ามันช้าด้วย Dunlop อยากให้มันตอบสนองได้ดีกว่ายางจากค่ายอื่นๆ ตอนที่ผมทดสอบในงานเปิดตัว เส้นทางช่วงแรกของการทดสอบคือทางลงเขาที่ชันราวๆ 0 – 40 องศา ตัวโปรไฟล์ยางของ Dunlop เนี่ยค่อนไปทางยางสำหรับเข้าโค้งมากกว่า มันไม่ใช่ข้อด้อย แต่มันคือลักษณะของยาง ทว่านั่นหมายความว่าคุณอาจจะเสียเวลาไปนิดหน่อยเวลาที่คุณจะพลิกรถไปอีกทางเมื่อเทียบกับยางที่พลิกรถได้ไวกว่า ส่วนเรื่องความเสถียรโดยเฉพาะในตอนเบรคนั้น เทียบกับ Pirelli แล้ว Dunlop ให้ความมั่นใจมากกว่าเวลาขี่เข้าไปในหลุมในสนามที่ Alcarras ซึ่งเป็นจุดนึงที่รถที่พับเข้าโค้งไปจะหายไปเพราะมันเป็นเหมือนแอ่งในสนาม ความแข็งแรงเชิงโครงสร้างของ Dunlop เป็นเครื่องยืนยันที่ดี โดยเฉพาะที่ยางหน้าซึ่งทำให้รถเสถียรมากๆ เวลาเบรค จนทำให้คุณกล้าเบรคหนักๆ มากขึ้น อย่างไรก็ดีเวลากำเบรคคุณจะสัมผัสได้ถึงความไม่สมบูรณ์ของถนนได้เนื่องจากมีการตอบสนองขึ้นไปยังผู้ขับขี่ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกับความเสถียรของรถ เพราะมันยังคงนิ่งและเฟิร์ม ขณะแบนโค้งเต็มที่นั้นยางหลังให้การยึดเกาะน้อยกว่าคู่แข่งเล็กน้อย สังเกตได้จากมีไฟ LED ที่แสดงการทำงานของแทร็คชั่นคอนโทรลของ BMW นั้นทำงาน (ทุกคันถูกเซ็ตไว้ใน Race โหมด)

ทดสอบเปียก

ในการทดสอบแบบเปียกนั้น Dunlop SportSmart TT แสดงให้เห็นถึงลิมิตของการยึดเกาะด้วยส่วนผสมทางเคมี มันมีลิมิตมากกว่าการผสมผสานของการออกแบบ เพราะร่องดอกยางนั้นรีดน้ำได้ดีตอนที่ผิวน้ำถูกปะทะ พอเราขี่บนถนนที่เปียกนั้นมีเพียงส่วนแรกของโปรไฟล์ยางเท่านั้นที่ถูกใช้ (สูงสุดที่ 35 องศา) ซึ่งในการทดสอบนี้ Dunlop ทำได้ดี คุณไม่รู้สึกว่าช้าเลย

ตอนทดสอบแห้งมันทำผลงานได้ดีจากยางหน้าที่นิ่ง ส่วนการทดสอบเปียกนั้นมันน้อยลงเล็กน้อย แต่คุณจะสัมผัสได้ถึงการยึดเกาะที่น้อยลงเล็กน้อยและรู้สึกได้ถึงความไม่ชัดเจนซึ่งทำให้คุณไม่อยากที่จะเปิดคันเร่งเพิ่ม แทนที่จะเปิดคันเร่งคุณกลับต้องเลือกที่จะปล่อยให้รถไหลไป แต่นั่นก็ทำให้เสียเวลาไป ดังนั้นถือว่าการทดสอบเปียกในเรื่องของฟีลลิ่งนั้นทำได้ไม่ดีเยี่ยม การยึดเกาะที่ยางหลังนั้นเกิดขึ้นได้เร็ว สังเกตได้จากไฟแสดงการทำงานของแทร็คชั่นคอนโทรลของ S 1000 R ที่เราใช้ทดสอบ (เซ็ตไว้ที่ Rain)

ทดสอบในแทร็ก – เวลาที่ดีที่สุด 1:45:01
ทดสอบในแทร็ก – เวลาเฉลี่ย* 1:45:10
ทดสอบพื้นเปียก– เวลาที่ดีที่สุด 43.744
ทดสอบพื้นเปียก– เวลาเฉลี่ย* 44.270

*เวลาเฉลี่ยจากการทดสอบต่อเนื่อง 5 แล็ป

ผลคะแนนการทดสอบ Dunlop SportSmart TT

คะแนนที่ได้

การควบคุม ★★★
การยึดเกาะที่ยางหน้า ★★★★
การยึดเกาะที่ยางหลัง ★★★
การรักษาไลน์ ★★★
ความเสถียร ★★★★
พื้นเปียก ★★★
ความเสถียรขณะเบรค ★★★★★
สรุปคะแนน 3.57
เลือกรีวิวยางที่ต้องการดู

News Article

Vespa GTS Super Tech 300 ตัวใหม่ล่าสุด!!

ตัวใหม่ Vespa GTS Super Tech 300 มาพร้อมเครื่องยนต์ควอซาร์ (Quarsar) แบบใหม่ HPE (High Performance Engine) ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะเพิ่มประสิทธิภาพเหนือกว่าเครื่องยนต์ 300 ซีซี ตัวเดิมที่เคยมีมา ด้วยรูปแบบใหม่ แบบลูกสูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ วิวัฒนาการใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของเวสป้า โดยให้กำลังเพิ่มขึ้น 12% สูงสุด 23.8 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 26 นม./ 5,250 รอบต่อนาที มากกว่าเครื่องยนต์เดิมถึง 18% แถมช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ระบบส่งกำลังยังปรับระบบ CVT ขึ้นใหม่ โดยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยระบบอีซียู Magneti...

สเปค Yamaha Tmax Tech Max 560 แรงขึ้นกว่าเดิม!!

เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ Yamaha Tmax Tech Max 560 ปี 2020 ภายในงาน Eicma show 2019 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ต้องบอกเลยว่า สเปค นี้ได้รับความสนใจจากสายสกู๊ตเตอร์อย่างล้นหลาม เพราะมีเครื่องยนต์ที่แรงขึ้น ดีไซน์ไฟท้ายสวยขึ้นกว่าเดิม สเปค Yamaha Tmax Tech Max 560 ที่บอกว่าแรงขึ้นนั้นเพิ่มเติมจากของเดิม 530 เป็น 560 ถ้าตามสเปคเครื่องยนต์ที่แท้จริงแล้ว นั้นก็คือ 560 ซีซี เครื่องยนต์ที่กำลังอัดที่ 10.9:1 สามารถให้แรงม้าได้ 46 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 7500 รอบ/นาที พร้อมกับแรงบิด 55.7 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 5250...

Honda Racing Thanks Day ฉลอง 60 ปีของการเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลก

เมื่อเร็วๆนี้ ที่สนามทวินริง โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ฮอนด้ามอเตอร์ได้จัดงานขอบคุณแฟนมอเตอร์สปอร์ตครั้งใหญ่ภายใต้ชื่องานว่า “Honda Racing Thanks Day” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเข้าร่วมแข่งขันในรายการระดับโลกครบรอบ 60 ปี ของฮอนด้า โดยมีชาวญี่ปุ่นเข้าร่วมชมกิจกรรมมากถึง 17,000 คน ภายในงานนี้ ฮอนด้าได้เปิดโอกาสให้แฟนๆเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พบกับรถแข่งในตำนานและนักแข่งระดับโลกมากมายอาทิเช่น คาร์ล ครัชโลว์ และทาคาอากิ นาคากามิ สองนักแข่งโมโตจีพี แดนนี่ ควิยาท นักแข่งฟอร์มูล่าวัน และเจนสัน บัตตัน อดีตแชมป์โลกฟอร์มูล่าวันในตำนาน รวมถึงนักแข่งชื่อดังอีกมากมาย Honda Racing Thanks Day เต็มไปด้วยความสนุกจากเรซจำลองการแข่งขันจากนักแข่งชื่อดังที่มาร่วมสนุกในรุ่นที่ไม่เคยขับขี่มาก่อน และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การขับขี่ตัวแข่งรุ่น NSR500 ในสนามแข่งเป็นครั้งแรกของคาร์ล ครัชโลว์ ผู้ซึ่งเคยคว้าแชมป์สนามในโมโตจีพีมาแล้วถึงสามครั้ง “ผมพึ่งอายุ 4 ขวบ ตอนที่เอ็ดดี้ ลอว์สัน คว้าแชมป์โลกรุ่น...

2020 Honda Africa Twin 1100 DCT ที่หลายคนพร้อมที่จะลุย!!

หลังจากเปิดตัวไป เสียงตอบรับก็ไม่น้อย วันนี้ได้มีโอกาสเห็น 2020 Honda Africa Twin 1100 DCT ตัวจริงเสียที ต้องบอกเลยว่าสวยสำคำร่ำรือ และตัวรถเองมีการอัพสเปคซีซี เพิ่มมากขึ้นพร้อมยัดเทคโนโลยีใหม่ๆใส่เข้าไปเพียบเลย ทางด้านรูปร่างหน้าตา ยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับที่พอสังเกตได้ แต่ก็ยังอยู่ในเค้าโครงเดิมไม่เปลี่ยนไปมาก ไฟหน้าเปลี่ยนใหม่ที่มี เดย์ไลท์เพิ่มเข้ามาให้มีแววตาความดุ มากขึ้น และก็สวยมากขึ้นอีกด้วย พร้อมกับระบบส่องสว่างที่เป็นแบบ ไฟ LED ทั้งคัน แฟริ่งตัวรถมีการออกแบบใหม่เกือบจะทั้งหมด ทำให้น้ำหนักตัวรถลดลงเกือบ 2 กิโลกรัม จะอยู่ที่ 226 กิโลกรัมในรุ่นของเกียร์ธรรมดา สำหรับรุ่น DCT จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 236 กิโลกรัม ส่วนเพิ่มเติมจากรุ่นธรรมดาอยู่ที่ 10 กิโลกรัม เลือกเอาตามใจได้เลย คนละฟิว!! สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของคันนี้เลยก็ว่าได้นั้นก็คือเรือนไมล์แบบ TFT ขนาด 6.5 นิ้วที่สามารถเอานิ้วสัมผัสเลือกเมนูและเปลี่ยนการตั่งค่าต่างๆได้อย่างง่ายๆ พร้อมกับรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน...

รีวิว Kawasaki Z900 2020 พร้อมกับจอ TFT และ Power Modes

เปิดตัวกันเป้นที่เรียบร้อยในงาน Eicma 2019 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สำหรับการ รีวิว Kawasaki Z900 2020 ในครั้งนี้ที่ถูกแต่งหน้า เสริมหล่อ ต้องบอกว่าดูดีขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง สำหรับรถ Naked คันนี้ถือว่าดูดีขึ้นจริงๆ มาดูกันที่รุปลักษณ์ภายนอกกันก่อน ไฟหน้าที่ดูเหมือนจะคล้ายๆกับทรงเดิมแต่มีการเพิ่มเดย์ไลท์เข้ามาเสริมหล่อ รวมไปถึงสีตัวแฟริ่งและโครงที่เป็นเฟรมทักออกแบบมาให้ลงตัวกับ สีขาว เขียว ดำ ดูหรูหรามากขึ้นเป็นกอง มาดูกันต่อ สำหรับเรือนใหม่ที่เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เป็นหน้าจอสีแบบ TFT ที่ให้ความสว่าง ชัดเจน ล้ำสมัยอินเทรนกันไปในยุคนี้ ออกแบบมาได้อย่างอย่างลงตัวสวยงาม ยังมีเพียงแค่ไฟสถานะบางจุด ยังอยู่บนขอบหน้าจอเท่านั้น แต่เท่านี้ก็ดูหล่อไม่แพ้ใครแล้ว มาดูกันที่ปะกับแฮนด์ฝั่งซ้ายมือที่มีปุ่ม Key ไว้กดเลื่อนการตั้งค่าบนหน้าจอ TFT เพิ่มขึ้น ง่ายต่อการใช้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ทั้งไฟเลี้ยว แตร ไฟสูง และไฟฉุกเฉิน แถมยังมีเทคโนโลยีเพิ่มเข้ามาช่วยให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นั้นก็คือ สามารถที่จะเชื่อมต่อ Bluetooth...