Visitors

183168
TodayToday306
YesterdayYesterday299
WeekWeek982
MonthMonth7897
AllDaysAllDays183168
107.22.25.119
Logged In Users 1
Guests 3
Registered Users 596
Registered Today 1
eni-agip

Stock Exchange

122
ความเร็วที่บรรดานักแข่งใช้ในสนาม Snetterton 300 นั้น ไม่ได้ช้าเลยสักนิด ยิ่งเป็นทางตรงยาว ที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 170 mph กับเจ้าZX-10R นั้น ให้ผมเดานะ ผมน่าจะทำความเร็วได้มากกว่านี้
ด้วยซ้ำ กับรถ CN Racing Kawasak ZX-10R super stock เหมือนที่เห็นในหน้านี้ และนี่เองที่เป็นปัญหาสำหรับรถแข่ง ซึ่งถ้าคุณไม่มีความคุ้นเคย หรือประสบการณ์กับมันมาก่อนละก็ คุณอาจจะโดนคนในสนามบ่นเอาง่าย ๆ เลย ซึ่งในโลกของการขี่มอเตอร์ไซค์ของผมนั้น ถ้าอะไร ๆ มันดูเหมือนจะเร็วมาก แสดงว่ามันเป็นเรื่องปกติแล้วมันก็เร็วมากจริง ๆ ในสนามนี้บรรดานักแข่งขี่กันเร็วมากซ่ะจนคุณต้องคอยระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ยิ่งเวลาที่จะแซงกันมันขี่กันแบบเอาเป็นเอาตายเลยแล้วมันก็ไม่ได้ง่ายเลยสักนิดถ้าคุณนำเอาสไตล์การเข้าโค้งของผมไปประยุกต์ใช้แบบมั่วซั่วโดยที่ไม่คำนึงถึงระดับความสามารถของตัวคุณเอง
หรือไม่เคร่งครัดต่อหลักปฏิบัติของ CN Racing Kawasaki ZX-10R ที่ถ่ายทอดโดย Taylor Knapp นักแข่งที่มากประสบการณ์ในรายการ British Superstock Championship แล้วละก็คุณอาจก็ผมจะเจอกับปัญหาในการทำความเร็ว แต่ผมเองก็อยากขี่รถที่แรงกว่าและเบรคได้ดีกว่ารถผมเองซึ่งก็แน่นอนว่าคุณจะต้องเห็นด้วยกับผมเพราะว่ารถแข่งของ CN Racing คันนี้มันดูซิ่กว่ารถสแตนดาดจริง ๆStock option
ผมไม่ได้ขี่เจ้า ZX-10R คู่ใจคันนี้ไป Snetterton เพียงแค่ไปดูพวกที่แข่งรายการ Superstock เท่านั้นแต่ผมอยากไปดูรถแข่งที่พวกเขาเซตเพื่อลงสนามและเผื่อว่าจะได้เจอกับเพื่อนซี้อย่างหัวหน้าทีมช่างของ CN Racing “Dwayne Mcracken” กับรถที่โมดิฟายมาเต็มสูบของเค้าคันนี้ที่ใช้แข่งซูเปอร์สโตร์ค ดังนั้นเป้าหมายของผมตอนนี้คืออยากจะรู้ว่าเจ้ารถคันนี้มันจะแรงสักแค่ไหนถ้าหากว่าเปรียบเทียบกับรถสแตนดาสแต่งขั้นเทพที่ใช้งานทั่วไป การขับขี่มันจะแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ผมจึงพยายามที่จะหาข้อสรุประหว่างรถสแตนดาสของผมกับเจ้านี่ให้รู้กันไปเลยเราควรจะเริ่มต้นฤดูกลาแข่งรายการ British Superstock กับทีม CN Racing และตามด้วยทีมอีกมากมายกว่า125 ทีมในอังกฤษทั้งทีมที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศฝั่งตะวันตกของเมืองยอร์คเชีย ซึ่งหัวหน้าทีมอย่าง Mcrackenก็ยังมีสายสัมพันธุ์อันดีกับทางด้าน Alex Barros ที่ยังทำงานอยู่ในวงการ WSB (World Superbike Championship)และ John McGuinness แห่งการแข่งขัน TT (Tourist Throphy) ซึ่งเขาเองก็ถูกเลือกมาเพื่อคุมทีม Corona Honda ในรายการ AMA เช่นกันในส่วนที่ผมทำเวลาต่อรอบตามหลังผู้นำที่สนาม Southern 100 ปีนี้เอง และตอนที่ขี่เจ้า Suzuki RG500 ของ Barry Sheene ที่สนาม Goodwood เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งจริง ๆแล้วผมไม่เคยขี่รถแข่งลงสนามมาก่อนเลย และนี่ก็เป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญของผมภายใต้การดูแลของ Mcracken และตัวเขาเองก็ไม่ค่อยอยากจะให้เราเสียเวลาอยู่แต่ในพิทสักเท่าไหร่ เขาอยากให้เราไปลองขี่จริงมากกว่าและก่อนที่เราจะลองขี่รถนั้นเรารู้มาว่าราคาของชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ของรถ Kawasaki ZX-10R ปี 2011 มีราคาที่สูงขึ้นและมันติดอันดับท็อป 5 ของรถที่เป็นหมัดเด็ดในการแข่งขันรายการ British Superstock Championship

22

       สเต็ปแรกของผมในการขี่รถนั้น ผมยังเตรียมตัวไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าที่ควร พอเริ่มออกจากพิทไปขี่ในตอนแรก ผมยังรู้สึกตื่นสนามเล็กน้อยแต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ พยายามกระตุ้นตัวเองไม่ให้ตื่นเต้นจนเกินไป และรวบรวมสติหันกลับมาตั้งใจจดจ่อกับการควบคุมรถ และรถที่ใช้ขี่ในวันนี้ถูกเปซ็ตมาค่อนข้างลงตัวทั้ง ระบบเครื่องยนต์ ระบบหัวฉีดน้ำมันและอื่น ๆ ซึ่งวันนี้ก็จะเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผมสำหรับการใช้ quick-action throttle(ระบบคันเร่งที่มีการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ)ระบบกันสะเทือนได้ถูกเซ็ตมาสำหรับการขับขี่ของ Taylor Knapp นักแข่งผู้ซึ่งมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าผมถึง 2 เท่า และ Mcracken เองยังได้เซ็ตระบบกันสะเทือน K-tec ในแบบที่ Knapp ถูกใจไว้ให้ จริง ๆ แล้วมันน่าจะเหมาะกับผม แบบที่ไม่แข็งมากจะทำให้เราไม่สามารถรู้สึกได้ในทุก ๆ สัมผัสที่เราอยากจะรับรู้ แต่มันก็ยังดีกว่าและทำให้เรามั่นใจกว่าการเซตอัพโช้คของ Showa BPF ในรถสแตนดาร์ด การเข้าโค้งทำให้เห็นได้ชัดว่าระบบเบรกทำงานได้อย่างปกติ จากนั้นเมื่อคุณกดเบรคและความเร็วเริ่มลดลง ความแตกต่างที่เรารู้สึกได้ชัด ระดับก้านเบรค
จะกลับไปสู่ตำแหน่งเดียวกันกับตอนที่เริ่มต้นสตาร์ด หรือพูดง่าย ๆ คือการที่ผมพยายามที่จะเซ็ต ก้านเบรคLightech ให้ได้ระดับตามที่ผมถนัดแบบง่าย ๆ นั่นแหละและผมก็รู้ว่าการที่เราแตะเบรคเต็มที่นั้นมันจะทำให้เรารับรู้ถึงความรู้สึกในการเบรคได้จากการที่ระบบกันสะเทือนมันตอบสนองอย่างทันท่วงทีอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ก็ประมาณว่าเป็นการเบรคในแบบฉบับของเปรโดซ่าเครื่องยนต์ของรถคันนี้ได้ถูกพัฒนาให้สามารถผลิตกำลังออกมาทั้ง 200 bhp ได้อย่างสม่ำเสมอที่สุด ไม่ใช่แค่ทำออกมาเพื่อขึ้นไดโนโชว์แรงม้าแต่ทำออกมาเพื่อให้ใช้ง่านได้จริงในสนามแข่ง หรือแม้กระทั่งบนท้องถนน ขนาดเอาไปวิ่งในสนามในรายการ British Superstock Championship ที่เค้าว่ากันว่าเป็นการแข่งขันที่โหดมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงไม่กี่รอบสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัยที่มีการจับเวลาการแข่งขัน แต่ยังไงซ่ะ ไม่ต้องไปกังวลเรื่องนั้นมากนัก อันที่จริงแล้ววันนี้รถผมเซ็ตมาค่อนข้างลงตัวด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เช่น เครื่องยนต์ ระบบกันสะเทือน หรือแม้กระทั่งระบบเบรคมันจึง ทำให้ผลลัพท์ออกมาได้ไม่เลวนัก อย่างไรก็ดี ผมไม่ได้บอกว่ามอเตอร์ที่เซ็ตมานั้นมันใช้งานไม่โอเค แต่มันก็ยังดีกว่ารถสแตนดาสของผมอยู่ดี ซึ่งการเชื่อมต่อการทำงานจากคันเร่งไปสู้ล้อนั้นยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าที่ควรในเรื่องการจ่ายน้ำมัน ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากภาพรวมของรถทั้งคันไม่ได้เจาะจงลงไปในส่วนใดส่วนหนึ่ง ทางที่ดีคือเราต้องดูไล่ไปทีละส่วนรวมทั้งระบบกันสะเทือนและระบบเบรคด้วยในฉบับที่แล้วเราได้พูดถึงการควบคุมระบบ anti wheelie ซึ่งมันจะมีประโยชน์มากในการออกตัวด้วยเกียร์หนึ่งที่มีกำลังทอร์คค่อนข้างหนัก ทำให้คุณไม่ต้องออกแรงในการควบคุมรถไม่ให้มันพยศจนเสียจังหวะ และเดินคันเร่งได้ตามใจปรารถนา Language! บ่อยครั้งที่ผลลัพท์ที่พึงจะได้นั้นมันก็มาพร้อมกับความสมเหตุสมผล ภายใต้การควบคุมของระบบanti-wheelie ที่น่าทึ่ง เมื่อระบบมันตัดขุมพลังแรงม้าทั้ง 200 แรงม้าได้เพียงแค่การสั่งการจากคันเร่ง ในเกียร์หนึ่งเรายังพอคุมรถไม่ให้ล้มได้ แต่สาบานได้เลยว่า ความแรงของรถไม่ได้ทำให้ผมปอดแหกเลยแม้แต่น้อยแต่กลับทำให้ผมเรียกความมั่นใจของตัวเองออกมาได้ในทุก ๆ สถานการณ์ที่เจอจากขอบแทรคก่อนเข้าโค้งไปจนถึงการออกจากโค้งสู่ทางตรงนั้นเป็นจุดที่รถทำงานและให้ความรู้สึกต่อผู้ขับขี่ได้อย่างดีที่สุด และที่น่าขำนั่นก็คือบนแทรคที่ซึ่งผมเองก็ยังพยายามได้ไม่เต็มที่พอ เนื่องด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคในส่วนของพักเท้าที่มัน

33

       เป็นอุปสรรค์ต่อการวางตำแหน่งเท้าและทำให้เกิดปัญหาในการขับขี่ตามมา ส่วนการตอบสนองต่อระบบคันเร่งนั้นเป็นไปอย่างว่องไวและระบบกันสะเทือนนั้นกระตุ้นให้ผมต้องเร่งสปีดในการแบนเข้าโค้งและทุก ๆ อย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากและมันก็ต้องเป็นเช่นนี้จริง ๆ สำหรับการขับขี่รถแข่ง และในบางครั้งผมก็รู้เท่าไม่ถึงการคิดว่าตัวเองจะเค้นสมรรถนะของรถคันนี้ได้ให้ถึงขีดสุดได้ แต่มันก็แป๊กเพราะความซุ่มซ่ามของผมเอง การออกจากโค้งให้เนียนที่สุดกลายเป็นการเฝ้าดูว่าผมจะเร่งความเร็วได้มากแค่ไหน แม้แต่ตอนที่ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะเป็น ผู้ชนะ ผมเห็นว่าผมยังคงเปิดใช้งานระบบ anti-wheelie อยู่เลย แทนที่มันจะเป็นระบบ Traction Control และในสถานการณ์เดียวกันนี้ (ในโค้งเดียวกัน) กับรถสแตนดาร์ดคันเก่งของผม ผมสามารถใช้ Traction Control ได้ ผิดกับเจ้ารถแข่งคันนี้ซึ่งมันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ซับซ้อนกว่าเยอะ Bringing out the devil ในช่วงท้ายของวันผมเริ่มรู้สึกคึกและเริ่มขี่โหดกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด สมรรถนะของรถคันนี้มันช่างมีมากมายล้นเหลือ กว่าที่ฝีมือของผมจะเอามันให้อยู่หมัดได้ ยิ่งถ้าผมสามารถทำให้ระยะในการเบรคสั้นลงได้ด้วยการสั่งงานจากปลายนิ้วละก็ แน่นอนว่าผมจะไปได้เร็วกว่านี้ซ่ะอีกวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะสรุปประสบการณ์การขับขี่รถแข่งในรายการ Superstock คือการสนุกไปกับมันโดยที่ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่นบวกกับการมีจินตนาการในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เราหลงใหลและคิดว่าน่าจทำได้ดีนั้น ซึ่งมันเป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถอย่างยิ่งการเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไประหว่างอยู่ในสนามแข่งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับรถแข่ง เพื่อพร้อมรับมือกับความกระหายในชัยชนะของตัวเอง ผมเองก็บอกไม่ได้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไปแต่ที่รู้คือต่อจากนี้ไปคุณจะได้เห็นผมลงไปวาดลวดลายในทุก ๆ ครั้งที่มีแทรคเดย์แน่นอน