Home
NEWS
MAGAZINE
ARTICLES
WEBBOARD
GALLERY
CALENDAR EVENT
CONTACT US
ชื่อสมาชิก
รหัสผ่าน
จำการเข้าระบบ
ลืมรหัสผ่าน?
ลืมชื่อผู้ใช้?
สมัครสมาชิก
Visitors
183168
Today
306
Yesterday
299
Week
982
Month
7897
AllDays
183168
107.22.25.119
Logged In Users
1
Guests
3
Registered Users
596
Registered Today
1
Calendar Events
Stock Exchange
| พิมพ์ |
อีเมล
รายละเอียด
สร้างเมื่อ วันอังคาร, ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕ ๑๕:๑๓
ความเร็วที่บรรดานักแข่งใช้ในสนาม Snetterton
300 นั้น ไม่ได้ช้าเลยสักนิด ยิ่งเป็นทางตรงยาว
ที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 170 mph กับเจ้า
ZX-10R นั้น ให้ผมเดานะ ผมน่าจะทำความเร็วได้มากกว่านี้
ด้วยซ้ำ กับรถ CN Racing Kawasak ZX-10R super stock เหมือนที่เห็นในหน้านี้ และนี่เองที่เป็นปัญหาสำหรับรถแข่ง ซึ่งถ้าคุณไม่มีความคุ้นเคย หรือประสบการณ์กับ
มันมาก่อนละก็ คุณอาจ
จะโดนคนในสนามบ่นเอา
ง่าย ๆ เลย ซึ่งในโลกของ
การขี่มอเตอร์ไซค์ของผมนั้น ถ้าอะไร ๆ มันดู
เหมือนจะเร็วมาก แสดงว่า
มันเป็นเรื่องปกติแล้วมันก็เร็วมากจริง ๆ ในสนามนี้บรรดานักแข่งขี่กันเร็วมากซ่ะจนคุณต้องคอยระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ยิ่งเวลาที่จะแซงกันมันขี่กันแบบเอาเป็นเอาตายเลยแล้วมันก็ไม่ได้ง่ายเลยสักนิด
ถ้าคุณนำเอาสไตล์การเข้าโค้งของผมไปประยุกต์ใช้แบบ
มั่วซั่วโดยที่ไม่คำนึงถึงระดับความสามารถของตัวคุณเอง
หรือไม่เคร่งครัดต่อหลักปฏิบัติของ CN Racing Kawasaki
ZX-10R ที่ถ่ายทอดโดย Taylor Knapp นักแข่งที่มาก
ประสบการณ์ในรายการ British Superstock Championship
แล้วละก็คุณอาจก็ผมจะเจอกับปัญหาในการทำความเร็ว แต่ผมเองก็อยากขี่รถที่แรงกว่าและเบรคได้ดีกว่ารถผมเอง
ซึ่งก็แน่นอนว่าคุณจะต้องเห็นด้วยกับผมเพราะว่ารถแข่งของ CN Racing คันนี้มันดูซิ่กว่ารถสแตนดาดจริง ๆStock option
ผมไม่ได้ขี่เจ้า ZX-10R คู่ใจคันนี้ไป Snetterton เพียงแค่
ไปดูพวกที่แข่งรายการ Superstock เท่านั้นแต่ผมอยากไป
ดูรถแข่งที่พวกเขาเซตเพื่อลงสนามและเผื่อว่าจะได้เจอกับเพื่อนซี้อย่างหัวหน้าทีมช่างของ CN Racing “Dwayne Mcracken” กับรถที่โมดิฟายมาเต็มสูบของเค้าคันนี้ที่ใช้แข่ง
ซูเปอร์สโตร์ค ดังนั้นเป้าหมายของผมตอนนี้คืออยากจะรู้ว่าเจ้ารถคันนี้มันจะแรงสักแค่ไหนถ้าหากว่าเปรียบเทียบกับรถสแตนดาสแต่งขั้นเทพที่ใช้งานทั่วไป การขับขี่มันจะแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ผมจึงพยายามที่จะหาข้อสรุประหว่างรถสแตนดาสของผมกับเจ้านี่ให้รู้กันไปเลย
เราควรจะเริ่มต้นฤดูกลาแข่งรายการ British Superstock กับทีม CN Racing และตามด้วยทีมอีกมากมายกว่า
125 ทีมในอังกฤษทั้งทีมที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ
ฝั่งตะวันตกของเมืองยอร์คเชีย ซึ่งหัวหน้าทีมอย่าง Mcracken
ก็ยังมีสายสัมพันธุ์อันดีกับทางด้าน Alex Barros ที่ยังทำงาน
อยู่ในวงการ WSB (World Superbike Championship)
และ John McGuinness แห่งการแข่งขัน TT (Tourist Throphy) ซึ่งเขาเองก็ถูกเลือกมาเพื่อคุมทีม Corona Honda ในรายการ AMA เช่นกัน
ในส่วนที่ผมทำเวลาต่อรอบตามหลังผู้นำที่สนาม Southern
100 ปีนี้เอง และตอนที่ขี่เจ้า Suzuki RG500 ของ Barry Sheene ที่สนาม Goodwood เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งจริง ๆแล้วผมไม่เคยขี่รถแข่งลงสนามมาก่อนเลย และนี่ก็เป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญของผมภายใต้การดูแลของ Mcracken และตัวเขาเองก็ไม่ค่อยอยากจะให้เราเสียเวลา
อยู่แต่ในพิทสักเท่าไหร่ เขาอยากให้เราไปลองขี่จริงมากกว่า
และก่อนที่เราจะลองขี่รถนั้นเรารู้มาว่าราคาของชิ้นส่วน
อุปกรณ์ต่างๆ ของรถ Kawasaki ZX-10R ปี 2011
มีราคาที่สูงขึ้นและมันติดอันดับท็อป 5 ของรถที่เป็นหมัดเด็ด
ในการแข่งขันรายการ British Superstock Championship
สเต็ปแรกของผมในการขี่รถนั้น ผมยังเตรียมตัวไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าที่ควร พอเริ่มออกจากพิทไปขี่ในตอนแรก ผมยัง
รู้สึกตื่นสนามเล็กน้อยแต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ พยายาม
กระตุ้นตัวเองไม่ให้ตื่นเต้นจนเกินไป และรวบรวมสติ
หันกลับมาตั้งใจจดจ่อกับการควบคุมรถ และรถที่ใช้
ขี่ในวันนี้ถูกเปซ็ตมาค่อนข้างลงตัวทั้ง ระบบเครื่องยนต์
ระบบหัวฉีดน้ำมันและอื่น ๆ ซึ่งวันนี้ก็จะเป็นประสบการณ์
ครั้งแรกของผมสำหรับการใช้ quick-action throttle
(ระบบคันเร่งที่มีการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ)
ระบบกันสะเทือนได้ถูกเซ็ตมาสำหรับการขับขี่ของ Taylor Knapp นักแข่งผู้ซึ่งมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าผมถึง 2 เท่า และ Mcracken เองยังได้เซ็ตระบบ
กันสะเทือน K-tec ในแบบที่ Knapp ถูกใจไว้ให้ จริง ๆ แล้วมันน่าจะเหมาะกับผม แบบที่ไม่แข็งมากจะทำให้เราไม่สามารถรู้สึกได้ในทุก ๆ สัมผัสที่เราอยาก
จะรับรู้ แต่มันก็ยังดีกว่าและทำให้เรามั่นใจกว่าการเซตอัพโช้คของ Showa BPF ในรถสแตนดาร์ด การเข้าโค้งทำให้เห็นได้ชัดว่าระบบเบรกทำงานได้อย่างปกติ จากนั้นเมื่อคุณกดเบรคและความเร็วเริ่ม
ลดลง ความแตกต่างที่เรารู้สึกได้ชัด ระดับก้านเบรค
จะกลับไปสู่ตำแหน่งเดียวกันกับตอน
ที่เริ่มต้นสตาร์ด หรือพูดง่าย ๆ คือการที่ผมพยายามที่จะเซ็ต ก้านเบรค
Lightech ให้ได้ระดับตามที่ผมถนัด
แบบง่าย ๆ นั่นแหละ
และผมก็รู้ว่าการที่เราแตะเบรคเต็มที่นั้นมันจะทำให้เรารับรู้ถึงความรู้สึกในการเบรคได้จากการที่ระบบกันสะเทือนมันตอบสนองอย่างทันท่วงทีอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ก็
ประมาณว่าเป็นการเบรคในแบบฉบับของเปรโดซ่า
เครื่องยนต์ของรถคันนี้ได้ถูกพัฒนาให้สามารถ
ผลิตกำลังออกมาทั้ง 200 bhp ได้อย่างสม่ำเสมอที่สุด ไม่ใช่แค่ทำออกมาเพื่อขึ้นไดโนโชว์แรงม้าแต่ทำออกมาเพื่อให้ใช้ง่านได้จริงในสนามแข่ง หรือแม้
กระทั่งบนท้องถนน ขนาดเอาไปวิ่งในสนามในรายการ
British Superstock Championship ที่เค้าว่ากัน
ว่าเป็นการแข่งขันที่โหดมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงไม่กี่รอบ
สุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัยที่มีการจับเวลา
การแข่งขัน แต่ยังไงซ่ะ ไม่ต้องไปกังวล
เรื่องนั้นมากนัก อันที่จริงแล้ววันนี้
รถผมเซ็ตมาค่อนข้างลงตัวด้วย
องค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่ค่อนข้าง
สมบูรณ์ เช่น เครื่องยนต์ ระบบ
กันสะเทือน หรือแม้กระทั่งระบบเบรค
มันจึง ทำให้ผลลัพท์ออกมาได้ไม่เลวนัก
อย่างไรก็ดี ผมไม่ได้บอกว่ามอเตอร์ที่เซ็ตมานั้นมันใช้งานไม่โอเค แต่มันก็ยังดีกว่ารถสแตนดาสของผมอยู่ดี ซึ่งการเชื่อมต่อการทำงานจากคันเร่งไปสู้ล้อนั้นยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าที่ควรในเรื่องการจ่ายน้ำมัน ที่เป็นเช่นนี้
ก็เนื่องมาจากภาพรวมของรถทั้งคันไม่ได้เจาะจงลงไป
ในส่วนใดส่วนหนึ่ง ทางที่ดีคือเราต้องดูไล่ไปทีละส่วน
รวมทั้งระบบกันสะเทือนและระบบเบรคด้วย
ในฉบับที่แล้วเราได้พูดถึงการควบคุมระบบ anti wheelie ซึ่งมันจะมีประโยชน์มากในการออกตัว
ด้วยเกียร์หนึ่งที่มีกำลังทอร์คค่อนข้างหนัก ทำให้คุณไม่ต้องออกแรงในการควบคุมรถไม่ให้มันพยศจนเสียจังหวะ และเดินคันเร่งได้ตามใจปรารถนา Language!
บ่อยครั้งที่ผลลัพท์ที่พึงจะได้นั้นมันก็มาพร้อมกับความสมเหตุสมผล ภายใต้การควบคุมของระบบ
anti-wheelie ที่น่าทึ่ง เมื่อระบบมันตัดขุมพลังแรงม้าทั้ง 200 แรงม้าได้เพียงแค่การสั่งการจาก
คันเร่ง ในเกียร์หนึ่งเรายังพอคุมรถไม่ให้ล้มได้ แต่
สาบานได้เลยว่า ความแรงของรถไม่ได้ทำให้ผม
ปอดแหกเลยแม้แต่น้อยแต่กลับทำให้ผมเรียกความ
มั่นใจของตัวเองออกมาได้ในทุก ๆ สถานการณ์ที่เจอ
จากขอบแทรคก่อนเข้าโค้งไปจนถึงการออกจาก
โค้งสู่ทางตรงนั้นเป็นจุดที่รถทำงานและให้ความรู้สึก
ต่อผู้ขับขี่ได้อย่างดีที่สุด และที่น่าขำนั่นก็คือบนแทรค
ที่ซึ่งผมเองก็ยังพยายามได้ไม่เต็มที่พอ เนื่องด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคในส่วนของพักเท้าที่มัน
เป็นอุปสรรค์ต่อการวางตำแหน่งเท้าและทำให้เกิดปัญหาในการขับขี่ตามมา ส่วนการตอบสนองต่อ
ระบบคันเร่งนั้นเป็นไปอย่างว่องไวและระบบกันสะเทือน
นั้นกระตุ้นให้ผมต้องเร่งสปีดในการแบนเข้าโค้งและทุก ๆ อย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากและมันก็ต้องเป็นเช่นนี้
จริง ๆ สำหรับการขับขี่รถแข่ง และในบางครั้งผมก็
รู้เท่าไม่ถึงการคิดว่าตัวเองจะเค้นสมรรถนะของรถคันนี้ได้ให้ถึงขีดสุดได้ แต่มันก็แป๊กเพราะความซุ่มซ่ามของผมเอง
การออกจากโค้งให้เนียนที่สุดกลายเป็นการเฝ้าดู
ว่าผมจะเร่งความเร็วได้มากแค่ไหน แม้แต่ตอนที่ผม
รู้สึกเหมือนกำลังจะเป็น ผู้ชนะ ผมเห็นว่าผมยังคง
เปิดใช้งานระบบ anti-wheelie อยู่เลย แทนที่มันจะ
เป็นระบบ Traction Control และในสถานการณ์
เดียวกันนี้ (ในโค้งเดียวกัน) กับรถสแตนดาร์ดคันเก่งของผม ผมสามารถใช้ Traction Control ได้ ผิดกับเจ้ารถแข่งคันนี้ซึ่งมันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ซับซ้อนกว่าเยอะ Bringing out the devil
ในช่วงท้ายของวันผมเริ่มรู้สึกคึกและเริ่มขี่โหดกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด สมรรถนะของรถคันนี้
มันช่างมีมากมายล้นเหลือ กว่าที่ฝีมือของผมจะเอา
มันให้อยู่หมัดได้ ยิ่งถ้าผมสามารถทำให้ระยะใน
การเบรคสั้นลงได้ด้วยการสั่งงานจากปลายนิ้วละก็ แน่นอนว่าผมจะไปได้เร็วกว่านี้ซ่ะอีก
วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะสรุปประสบการณ์การขับขี่
รถแข่งในรายการ Superstock คือการสนุกไปกับมัน
โดยที่ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่นบวกกับการมีจินตนาการ
ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เราหลงใหลและคิดว่าน่าจทำได้ดีนั้น ซึ่งมันเป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถอย่างยิ่งการเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป
ระหว่างอยู่ในสนามแข่งและเป็น
อันหนึ่งอันเดียวกันกับ
รถแข่ง เพื่อพร้อม
รับมือกับความกระหายในชัยชนะของ
ตัวเอง ผมเองก็บอกไม่ได้ว่ามัน
จะเป็นยังไงต่อไป
แต่ที่รู้คือต่อจาก
นี้ไปคุณจะได้เห็นผมลงไปวาดลวดลายในทุก ๆ ครั้งที่มีแทรคเดย์แน่นอน
ต่อไป >
©2013 SUPERBIKE MAGAZINE |
www.superbikemag.com