เลือกรีวิวยางที่ต้องการดู

1 – เปรียบเทียบยางซูเปอร์สปอร์ตปี 2018

ยางทั้งหมดเหล่านี้เป็นยางที่เรียกว่าสายกลาง เป็นยางที่นักบิดอยากได้มากที่สุด มันเป็นยางที่เหมาะกับการใช้ขี่ถนนในสไตล์สปอร์ตและยังเหมาะกับการใช้ขี่ซิ่งในสนามอีกด้วย อีกทั้งยังให้สมรรถนะที่ดีแม้ในยามที่ถนนเปียก และเพื่อที่จะค้นหาเอกลักษณ์และสมรรถนะของยางซูเปอร์สปอร์ตของแต่ละแบรนด์ เราก็เลยต้องจับพวกมันมาทดสอบเปรียบเทียบกัน

ยางซูเปอร์สปอร์ตที่ดีที่สุด

มันเป็นช่วงเวลาที่สุดยอดมากๆ สำหรับยางซูเปอร์สปอร์ต เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและทางเคมีที่เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถพัฒนาสมรรถนะของยางให้ดีมากขึ้น และในที่สุดก็แยกออกมาจากกลุ่มยางสปอร์ตถนนและยางเรซซิ่งอย่างชัดเจน กลายเป็นยางซูเปอร์สปอร์ต โดยยางซูเปอร์สปอร์ตนั้นอยู่ตรงกลางระหว่างยางเรซซิ่งที่สมรรถนะสูงกับยางแบบโร้ดสปอร์ต ซึ่งเราคาดหวังกันว่าจะมีสมรรถนะสูงกว่ายางสปอร์ตถนนทั่วไป มันเป็นยางที่มีสมรรถนะสูงเหมาะกับรถซูเปอร์สปอร์ตหรือเน็กเก็ตไบค์ที่มีกำลังเครื่องยนต์มากกว่า 160 แรงม้าขึ้นไป

 

ยางซูเปอร์สปอร์ตเป็นยังไง?

เพื่อให้แบ่งแยกมันได้ชัดเจนมากขึ้น เราได้กำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นมา เช่น ใช้หลายคอมปาวด์ สัดส่วนของยาง ส่วนของไหล่ยางที่เป็นสลิกล้วนๆ ไม่มีดอก และการเลือกใช้คอมปาวด์ยางที่ไหล่ยางที่ให้สมรรถนะสูงใกล้เคียงกับยางเรซซิ่ง เมื่ออิงตามเงื่อนไขคร่าวๆ ดังนี้แล้ว ทำให้มียางไม่กี่ตัวเท่านั้นที่เข้าข่ายการเป็นยางซูเปอร์สปอร์ต ดังนั้นเราก็เลยมียางให้ทดสอบเปรียบเทียบกันแค่เพียง 4 โมเดลจาก 4 แบรนด์เท่านั้น ได้แก่ Continental Race Attack Comp E, Pirelli Diablo Rosso Corsa II, Dunlop SportSmart TT และ Michelin Power RS

 

เฉพาะทางจนคิดไม่ถึง

ยางเหล่านี้เหมาะกับคนที่ขี่รถบนถนนได้อย่างลื่นไหล ต้องการอย่างสมรรถนะสูง และชอบที่จะไปขี่สนามในวันแทร็กเดย์ แม้จะใช้รถบนถนนซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังต้องการยางที่หนึบแม้ถนนจะเปียกในแบบที่มากกว่า “พอได้” ด้วยเหตุนี้ก็เลยอยากจะได้ยางที่พิเศษกว่าปกติ หรือพูดง่ายๆ ก็คือต้องการยางที่มีสมรรถนะสูงในทุกๆ ด้าน

 

ลองคิดถึงคนที่ต้องออกแบบและพัฒนาอย่างเหล่านี้ดูสิครับจะต้องปวดหัวขนาดไหนกัน มันไม่ง่ายเลยเพราะว่าคุณจำเป็นจะต้องรีดสมรรถนะจากคอมปาวด์ที่ผสมขึ้นมา (ซิลิก้าสำหรับพื้นเปียก คาร์บอนแบล็กสำหรับใช้ในยางแข่ง) การผสมผสานมันให้ออกมาดีที่สุด ส่วนนึงที่ด้านข้างอีกส่วนนึงที่ตรงกลาง เพื่อให้ได้สมรรถนะสูงที่สุดในทุกกรณี สมมติฐานนั้นคือสิ่งจำเป็นในการที่จะทำให้คุณเข้าใจได้ว่าเรากำลังพูดถึงยางที่อยู่บนสูงของการพัฒนา คอมปาวด์ยางและการออกแบบ ด้วยางเหล่านี้คุณจะสามารถหวดบนถนนและในแทร็กได้อย่างมั่นใจ และวันนี้เราพูดได้เลยว่ามันดีมากๆ แม้กระทั่งบนพื้นเปียก

 

ไม่ว่าตัวไหนก็เหมาะ

คำมั่นที่จะพัฒนายางกลุ่มนี้คือการไปให้ถึงจุดสูงสุดเพื่อให้คุณวางใจได้ เมื่อคุณเลือกใช้ยางกลุ่มนี้แล้วคุณจะได้ของที่ดีที่สุด อย่างที่ผมเคยเขียนถึงไปในหลายๆ โอกาส การเปรียบเทียบยางนั้นยังหมายถึงการเปรียบเทียบแนวคิดทางโครงสร้างและปรัชญาที่ถูกแปรเปลี่ยนออกมาเป็นสูตรโครงสร้างทางวิศวกรรมและเคมีของแต่ละค่ายแต่ละแบรนด์ วัตถุดิบต่างกันถูกนำมาใช้เป็นโครงสร้างและคอมปาวด์ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไป ลองคิดดูนะครับยางในกลุ่มนี้อาจจะทำให้คุณขี่ในสนามช้ากว่ายางกลุ่มเรซซิ่งแค่ไม่กี่วินาที แต่คุณจะสามารถขี่ได้เร็วกว่าหากถนนเปียกเกือบจะทัดเทียบกับยางทัวริ่งเลย โครงสร้างที่แตกต่างกันยังมีผลต่อการใช้งานที่แตกต่างกันด้วย สมรรถนะในการขี่ถนนยังคงอยู่แต่ต้องดูและเรื่องของลมยางตามที่ทางผู้ผลิตรถแนะนำมาอย่างเคร่งครัด และเมื่อขี่ในแทร็กเรื่องนี้ก็จะยิ่งชัดเจนมากขึ้น บางคนอาจจะแนะนำว่าให้ลดลมยางลง หรืออาจจะให้ใช้ลเดิม แต่คำแนะนำของเราก็คือไม่ลดลมยางมากจนเกินไป เพราะโครงสร้างด้านในนั้นถูกออกแบบมาให้รับแรงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากการขับขี่ แน่นอนว่าหากลมยางน้อยก็จะทำให้เสียการซัพพอร์ตไป นั่นหมายถึงเสียการควบคุมและทำให้เกิดความร้อนสูงเกินไปอีกด้วย

แห้งและเปียก

เราทดสอบยางซูเปอร์สปอร์ตกันในทุกเรื่อง ใช้มันเหมือนกับเราเป็นลูกค้าทั่วๆ ไป บนถนน ถนนเปียก และในแทร็ก รถสองคันที่เราใช้คือ S 1000 RR สำหรับทดสอบในแทร็กและ S 1000 R สำหรับทดสอบบนถนนทั้งแห้งและเปียก และในสถานการณ์ที่แตกต่างหลากหลาย เราโฟกัสไปในเรื่องของฟีลลิ่งและอาการที่เป็นจุดเด่นของยางแต่ละค่าย เพื่อให้เข้าใจถึงจิตวิญญาณ และให้ข้อมูลกับผู้อ่านให้มากที่สุด ช่วยให้คุณเข้าใจว่ายางตัวไหนเหมาะสำหรับคุณ แน่นอนว่าตัวเลขนั้นช่วยได้เสมอ เราก็เลยใช้การจับเวลาการขับขี่ในสนาม (สนาม Alcarras ในสเปน) และการทดสอบแบบเปียกนั้นเราใช้สนาม Vizzola Ticino ซึ่งสามารถจำลองสภาพถนนเปียกได้ ในการทดสอบบนถนนนั้นยางกลุ่มนี้ให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้เราไปให้สุดขอบได้บนถนนโล่งๆ จากนั้นเราก็เน้นไปทดสอบหาขีดจำกัดในสนามและบนถนนเปียกกันต่อ เราพยายามที่จะวิเคราะห์ให้ออกมาเข้าใจง่ายมากที่สุด โดยคุณสามารถอ่านผลการทดสอบได้ในหน้าถัดๆ ไป แต่จะมีเพียงเรื่องเดียวที่เราขาดไปคือเรื่องอายุการใช้งานเท่านั้น ซึ่งคุณอาจจะช่วยเราได้เรื่องนี้ได้

เลือกรีวิวยางที่ต้องการดู

News Article

BMW R 18 Spirit of Passion คัสตอมคันงามจาก Kingston Custom

BMW R 18 Spirit of Passion
BMW R 18 Spirit of Passion คัสตอมคันงามจาก Kingston Custom หากคุณหลงรัก BMW R 18 แต่ขณะเดียวกันในใจลึกๆ ของคุณก็ถวิลหารถที่มันลู่ลม สวยงามและดูดีมีศิลปะ เรามีข่าวดีมาให้คุณ ฝันของคุณอาจจะเป็นจริงได้หากคุณติดต่อ Kingston Custom สำนักแต่งรถเปิดกิจการโดย Dirk Oehlerking ที่คราวนี้มาคอลแล็บกับทาง BMW Motorrad และรังสรรค์คัสตอมคันงามอย่าง BMW R 18 Spirit of Passion ขึ้นมา  คัสตอมโมเดลพิเศษนี้มีจุดเด่นพิเศษก็คือแฟริ่งทำมือสุดเนี้ยบจากทางสำนัก Kingston และทางเจ้าสำนักยังยืนยันว่าเขาแทบจะไม่ได้ทำอะไรกับเจ้า R 18 ที่เป็นรถต้นแบบมากนัก เขาพยายามที่จะรักษาและต่อเติมเส้นสายงานเพนต์ของเดิมเอาไว้ แทนที่จะทำมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจนแทบจะกลายเป็นรถอีกคัน  Oehlerking บอกว่าเจ้านี่เพอร์เฟ็กต์อยู่แล้ว ผมเลยปล่อยมันไว้อย่างเดิม เฟรมเองก็เป็นของเดิม 100...

KTM 890 Duke 2021 เน้นอัปเครื่องยนต์และช่วงล่างเป็นพิเศษ

KTM 890 Duke 2021
KTM 890 Duke 2021 เน้นอัปเครื่องยนต์และช่วงล่างเป็นพิเศษ อาจจะแปลกๆ ไปหน่อยหลังจากที่เจ้า KTM 890 Duke 2021 ที่เป็นโมเดลพื้นฐานนั้นเปิดตัวออกมาช้ากว่ารหัส R ที่เป็นโมเดลตัวท็อป ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว แต่อย่างน้อยๆ พอเปิดตัวออกมาแล้วก็พบว่ามันก็มีสเปกโหดถือเป็นแนวหน้าของเน็กเก็ตพิกัดนี้เลยล่ะครับ  ไม่เพียงแต่ความสวยงามดุดันตามสไตล์เน็กเก็ตของค่ายสีส้มที่จะต้องทำให้คุณเหลียวแล้ว สิ่งที่เด่นๆ ไม่แพ้กันคือเครื่องยนต์ LC8c แบบ 2 สูบเรียงที่มีแรงขึ้น จากการเพิ่มความจุจากโมเดล 790 เป็นขนาด 889 ซีซีและปรับการจ่ายน้ำมันใหม่ จนเคลมแรงม้ามาที่ 115 แรงม้าและแรงบิดที่ 92 นิวตันเมตร ยังมีการเพิ่มมวลหมุนขึ้นอีก 20% เพื่อให้เข้าโค้งได้นิ่งและการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่รอบต่ำที่นุ่มนวลกว่าเคย และแน่นอนว่าเครื่องยนต์นั้นผ่านมาตรฐาน Euro5 แล้ว และให้อัตราการกินน้ำมันที่ประมาณ 20.8 กม./ลิตร และด้วยถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร ทำให้ใช้งานได้ไกลอย่างน้อยๆ...

ไฟไหม้ พิพิธภัณฑ์มอเตอร์ไซค์ ทำรถคลาสสิกนับร้อยๆ คันวอด!!

ไฟไหม้ พิพิธภัณฑ์มอเตอร์ไซค์ ทำรถคลาสสิกนับร้อยๆ คันวอด!! นับเป็นข่าวร้ายมากๆ สำหรับวงการมอเตอร์ไซค์เลยก็ว่าได้ สำหรับข่าวเหตุการณ์ ไฟไหม้ พิพิธภัณฑ์มอเตอร์ไซค์ ที่อยู่สูงที่สุดในโลกอย่าง Top Mountain Crosspoint ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขา Timmelsjoch หรือบนเส้นทางที่ชื่อว่า Passo Del Rombo ในประเทศออสเตรียบนเทือกเขาที่มีพื้นที่ติดต่อกับอิตาลีซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2474 เมตร  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรักษามอเตอร์ไซค์คลาสสิคไว้มากถึง 320 คัน มีตั้งแต่ Brough Superior, Vincent, Matchless, Sunbeam, Sundapp ที่เป็นแบรนด์เก่าแก่ กระทั่งแบรนด์ในสมัยปัจจุบันอย่าง Honda, Moto Guzzi, MV Agusta, Ducati, BMW และอื่นๆ อีกมากมาย รวมแล้วกว่า 100 แบรนด์...

CFMoto 800MT แอดเวนเจอร์ไบค์ขุมพลัง KTM 790

CFMoto 800MT
CFMoto 800MT แอดเวนเจอร์ไบค์ขุมพลัง KTM 790 ในที่สุดค่ายรถแดนมังกรที่ร่วมมือกับ KTM ก็ได้เผยแพร่ภาพแอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์ใหญ่สุดของทางค่ายสักที นับตั้งแต่มีภาพหลุดออกมาในช่วงปลายปี 2020 ซึ่งก็คือ CFMoto 800MT มันมีสไตล์ที่สมกับเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ตามสมัยนิยมมากกว่ารถสายลุยจากทาง KTM จนดูคล้ายๆ กับขาลุยจากทาง BMW ด้วยซ้ำ จะอย่างไรก็ตามโมเดลใหม่นี้ก็เป็นโมเดลที่ดูมีสเน่ห์ไม่เบาเลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของเครื่องยนต์นั้น ตอนนี้ทางค่ายยังไม่ระบุรายละเอียดอะไร แต่เท่าที่รู้คือเครื่องยนต์ LC8c ของ KTM เป็นเครื่องสองสูบขนาด 799 ซีซี ซึ่งน่าจะถูกใช้มาในโมเดลนี้ แต่เรายังไม่รู้ว่าทางค่ายจะปรับจูนเครื่องยนต์อย่างไรเพื่อให้มันต่างไปจาก KTM และสมเป็นรถของซีเอฟโมโตมากขึ้น ซึ่งสเปกเครื่องเดิมจะให้แรงม้าสูงสุดที่ 94 แรงม้าและแรงบิดที่ 64.9 ฟุตปอนด์  โดยเจ้าโมเดลใหม่นี้จะแบ่งออกเป็น 2 เวอร์ชันย่อยๆ โดยจะมีเวอร์ชันลุยเต็มขั้นที่มาพร้อมกับล้อแบบซี่ลวดขอบล้อสีทอง อย่างที่ราเห็นในรถที่แร็ปลายพรางทั้งคัน นอกจากนี้ยังมีไฟสป็อตไลท์เพิ่มเติมอีกด้วย การ์ดท้องเครื่อง การ์ดแฮนด์...

KTM 390 Duke 2021 ปรับใหม่รับ Euro5 พร้อมสีใหม่ชวนน้ำลายหก

KTM 390 Duke 2021
KTM 390 Duke 2021 ปรับใหม่รับ Euro5 พร้อมสีใหม่ชวนน้ำลายหก นอกจากค่ายรถสีส้มสัญชาติออสเตรียจะเปิดตัวเน็กเก็ตน้องเล็กพิกัด 125 ซีซีที่ปรับตัวรับปีใหม่ ที่ข้อกำหนดเรื่อง Euro5 บังคับใช้ เคทีเอ็มยังได้เปิดตัว KTM 390 Duke 2021 มาพร้อมกันอีกด้วย   สำหรับเจ้า 390 โมเดลใหม่นี้ก็ยังคงเป็นรถที่เหมาะกับการขี่ถนนทั้งในเมืองและชานเมืองได้เป็นอย่างดี เด่นสุดก็จะเป็นเรื่องอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่เรียกว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ของพิกัดนี้ก็ว่าได้ โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้แม้จะต้องเผชิญกับเรื่องไอเสียแต่ก็ยังสามารถรีดแรงม้าได้มากถึง 44 แรงม้า แต่ตัวรถนั้นกลับมีน้ำหนักรถเปล่าเบาเพียง 150 กก.เท่านั้น    ตัวรถยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น คันเร่งไฟฟ้า สลิปเปอร์คลัตช์ โหมดการขับขี่ หน้าจอเรือนไมล์แบบ TFT ขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED และระบบเบรก ABS    ช่วงล่างก็ให้ของที่ดีมา ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกจาก Bybre และระบบกันสะเทือนด้านหน้าจาก...