กติกาและระเบียบการแข่งขัน
(เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการ)
การหาตําแหน่งสตาร์ท Qualifying UPDATE!
ควอลิฟาย (Qualifying) หรือการลงสนามขับขี่เพื่อจับเวลาหาตำแหน่งอันดับออกสตาร์ทในวันที่กำหนด ตำแหน่งสตาร์ทให้ใช้วิธีการจับเวลาด้วยเครื่องจับเวลาระบบ Transponders ที่ทางผู้จัดฯจัดสรรมาให้เท่านั้น ตำแหน่งสตาร์ทอย่างเป็นทางการจะถูกประกาศหลังจากจบรอบ Qualifying โดยใช้ผลการจับเวลาของนักแข่งแต่ละคน นักแข่งที่ได้ผลเวลาดีที่สุด จะสตาร์ทที่จุดเริ่มต้นอันดับ 1 ตามด้วยอันดับ 2, 3 และลำดับถัดไปตามลำดับเวลาที่นักแข่งทำได้
กรณีนักแข่งไม่ได้เข้าร่วมรอบ Qualifying วันเสาร์
นักแข่งที่ไม่ได้เข้าร่วมรอบ Qualifying วันเสาร์ จะต้องออกสตาร์ทท้ายแถวในรอบ Race วันอาทิตย์ และจะถูกบวกเวลาเพิ่ม +5 วินาที จากผลการแข่งขันหลังจบ Race ในวันอาทิตย์
กรณีนักแข่งไม่สามารถเข้าร่วม Qualifying ได้จากเหตุสุดวิสัยที่ผู้จัดการแข่งขันเห็นสมควร ผู้จัดการแข่งขันมีสิทธิ์พิจารณายกเว้นหรือปรับเปลี่ยนบทลงโทษเป็นกรณีไป
หมายเหตุ : ข้อกำหนดนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้การ Qualifying เป็นไปอย่างยุติธรรมสำหรับนักแข่งทุกคน เนื่องจากแต่ละรุ่นมีจำนวนรถไม่มาก และรถที่มีกำลังเครื่องสูงอาจออกสตาร์ทท้ายแถวแต่สามารถขึ้นสู่กลุ่มนำได้อย่างรวดเร็ว
การบวกเวลา +5 วินาที จึงมีขึ้นเพื่อรักษาความสำคัญของรอบ Qualifying และสร้างความเท่าเทียมให้กับนักแข่งที่เข้าร่วม Qualifying ตามกำหนด
กฏการปรับคลาสนักแข่งตาม Limit Time UPDATE!
เพื่อความปลอดภัยของนักแข่งทุกท่าน และเพื่อรักษามาตรฐานการแข่งขันให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ผู้จัดการแข่งขันขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาปรับคลาสของนักแข่งตามผลเวลาต่อรอบที่บันทึกได้จากระบบ Transponders ของผู้จัดฯ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
เกณฑ์ในการพิจารณา
ผู้จัดการแข่งขันจะพิจารณาปรับคลาสนักแข่งจากผล Best Lap ที่บันทึกได้จากระบบ Transponders ของผู้จัดฯ เท่านั้น โดยนักแข่งจะต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ณ จุดตรวจสภาพที่ผู้จัดฯ กำหนดทุกครั้งก่อนลงสนาม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของการแข่งขัน
ช่วงเวลาที่ใช้พิจารณา
การปรับคลาสจะพิจารณาหลังจากจบรอบ Qualifying ในวันเสาร์ และหลังจากจบ Race ในวันอาทิตย์ โดยให้มีผลบังคับใช้ตามที่ผู้จัดการแข่งขันประกาศชี้แจง
กรณีนักแข่งทำเวลาต่อรอบเร็วกว่า Limit Time ในรอบ Qualifying วันเสาร์
หากนักแข่งในคลาสที่มีการกำหนด Limit Time ทำเวลาต่อรอบในรอบ Qualifying วันเสาร์เร็วกว่า Limit Time ของคลาสที่ลงแข่งขัน ผู้จัดการแข่งขันมีสิทธิ์ปรับนักแข่งขึ้นไปแข่งขันในคลาสที่สูงกว่าโดยอัตโนมัติ และให้มีผลต่อการแข่งขันในรอบ Race วันอาทิตย์ของสนามนั้นทันที
นักแข่งที่ถูกปรับคลาสหลังรอบ Qualifying จะถูกจัดลำดับสตาร์ทในคลาสใหม่ตามผล Best Lap ที่บันทึกได้จากระบบ Transponders ของผู้จัดการแข่งขัน หรือตามที่ผู้จัดการแข่งขันเห็นสมควรตามความเหมาะสม
ตัวอย่าง: นักแข่ง Class C ทำเวลาในรอบ Qualifying เร็วกว่า Limit Time ของ Class C จะถูกปรับขึ้นไปแข่งขันใน Class B สำหรับรอบ Race วันอาทิตย์ของสนามนั้นทันที
กรณีนักแข่งทำเวลาต่อรอบเร็วกว่า Limit Time ในรอบ Race วันอาทิตย์
หากนักแข่งในคลาสที่มีการกำหนด Limit Time ทำเวลาต่อรอบในรอบ Race วันอาทิตย์เร็วกว่า Limit Time ของคลาสที่ลงแข่งขัน ให้ถือว่านักแข่งไม่ผ่านเกณฑ์การแข่งขันของคลาสนั้น และผลการแข่งขันของนักแข่งในสนามนั้นจะถูกพิจารณาเป็น DNF (Did Not Finish)
นักแข่งที่ทำเวลาต่อรอบเร็วกว่า Limit Time ในรอบ Race วันอาทิตย์ จะถูกปรับขึ้นไปแข่งขันในคลาสที่สูงกว่าในสนามถัดไป โดยการปรับคลาสดังกล่าวให้เป็นไปตามดุลยพินิจและประกาศของผู้จัดการแข่งขัน
นักแข่งที่ถูกพิจารณาเป็น DNF จากกรณีดังกล่าว จะไม่มีสิทธิ์รับอันดับ คะแนนประจำสนาม คะแนนสะสม ถ้วยรางวัล ของรางวัล เงินรางวัล หรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ในคลาสที่ลงแข่งขันในสนามนั้น
ตัวอย่าง: นักแข่ง Class C ลงแข่งขันในรอบ Race วันอาทิตย์ และทำเวลาต่อรอบเร็วกว่า Limit Time ของ Class C ผลการแข่งขันในสนามนั้นจะถูกพิจารณาเป็น DNF และนักแข่งจะถูกปรับขึ้นไปแข่งขันใน Class B ตั้งแต่สนามถัดไป
สิทธิ์ในอันดับ คะแนนสะสม และโพเดียม
หากนักแข่งฝ่าฝืนการถูกปรับคลาสจากการทำเวลาไม่ตรงตามเกณฑ์ ผู้จัดการแข่งขันมีสิทธิ์พิจารณาให้นักแข่ง ไม่มีสิทธิ์รับอันดับ คะแนนสะสม หรือโพเดียมในคลาสเดิม เพื่อป้องกันปัญหาและข้อโต้แย้งภายหลัง
กรณีผลเวลาผิดปกติหรือเหตุสุดวิสัย
หากเกิดผลเวลาผิดปกติจากอุปกรณ์จับเวลา สภาพสนาม ธงแดง ฝนตก หรือเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ ผู้จัดการแข่งขันมีสิทธิ์ตรวจสอบและพิจารณาเป็นกรณีไป
คะแนนสะสมกรณีนักแข่งถูกปรับคลาส
ในกรณีที่นักแข่งถูกปรับขึ้นไปแข่งขันในคลาสที่สูงกว่า เนื่องจากทำเวลาต่อรอบเร็วกว่า Limit Time ของคลาสเดิม คะแนนสะสมที่นักแข่งมีอยู่ในคลาสเดิมจะติดตามนักแข่งไปยังคลาสใหม่เพียง 50% ของคะแนนสะสมทั้งหมด
คะแนนสะสมดังกล่าวจะถูกนำไปรวมกับคะแนนที่นักแข่งได้รับในคลาสใหม่ตั้งแต่สนามที่มีผลการปรับคลาสเป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของคะแนนสะสม และความเป็นธรรมต่อผู้เข้าแข่งขันในคลาสใหม่
ตัวอย่าง: หากนักแข่งมีคะแนนสะสมใน Class C จำนวน 40 คะแนน และถูกปรับขึ้นไปแข่งขันใน Class B นักแข่งจะมีคะแนนสะสมติดตัวไปยัง Class B จำนวน 20 คะแนน (คิดเป็น 50% ของคะแนนสะสมเดิม)
กรณีนักแข่งที่ถูกปรับคลาสต้องการกลับมาแข่งขันในคลาสเดิม
นักแข่งที่ทำเวลาต่อรอบเร็วกว่า Limit Time ของคลาสเดิม และถูกผู้จัดการแข่งขันปรับขึ้นไปแข่งขันในคลาสที่สูงกว่า การปรับคลาสดังกล่าวจะมีผลติดตัวนักแข่งตลอดฤดูกาลแข่งขันในปีนั้น ๆ จนกว่าจะจบฤดูกาล
หากนักแข่งมีความประสงค์จะกลับมาแข่งขันในคลาสเดิมภายในฤดูกาลเดียวกัน ต้องยื่นคำร้องให้ผู้จัดการแข่งขันพิจารณา และต้องได้รับอนุญาตจากผู้จัดการแข่งขันก่อนเท่านั้น
หากได้รับอนุญาตให้กลับมาแข่งขันในคลาสเดิม นักแข่งต้องยินยอมตามเงื่อนไขดังนี้:
- ไม่มีสิทธิ์รับถ้วยรางวัลทุกกรณี
- ไม่มีสิทธิ์รับของรางวัล เงินรางวัล หรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ จากการแข่งขัน
- ไม่มีสิทธิ์ได้รับคะแนนประจำสนาม และคะแนนสะสมเดิมทั้งหมดในฤดูกาลนั้นจะถูกรีเซ็ทเป็นศูนย์ทันที
ทั้งนี้ การกลับมาแข่งขันในคลาสเดิมภายในฤดูกาลเดียวกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักแข่งสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้เท่านั้น แต่ไม่มีผลต่ออันดับรางวัล คะแนนสะสม หรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ในฤดูกาลนั้น
เมื่อจบฤดูกาลแข่งขันในปีนั้น ๆ ข้อมูลสถานะของนักแข่งจะถูกรีเซ็ทใหม่ และผู้จัดการแข่งขันจะพิจารณาสถานะการเข้าร่วมแข่งขันอีกครั้ง เพื่อให้นักแข่งสามารถกลับมาลงแข่งขันในคลาสเดิมได้ในฤดูกาลถัดไป
ข้อกำหนดเพิ่มเติม
เพื่อความชัดเจน “การทำเวลาเร็วกว่า Limit Time” หมายถึง การทำเวลาต่อรอบได้น้อยกว่าเวลาที่กำหนดไว้ เช่น Limit Time 1.20 นาที หากนักแข่งทำเวลา 1.19 นาที ถือว่าทำเวลาเร็วกว่า Limit Time และเข้าข่ายถูกปรับคลาส ทั้งนี้ การปรับคลาสหลังรอบ Qualifying วันเสาร์ จะมีผลต่อการแข่งขันในรอบ Race วันอาทิตย์ สำหรับกรณีมีนักแข่งไม่ได้เข้าร่วม Qualifying มากกว่า 1 คน การจัดลำดับต่อท้ายแถวให้เป็นไปตามลำดับที่ผู้จัดการแข่งขันกำหนด นักแข่งที่ถูกปรับคลาสหลังรอบ Qualifying จะถูกจัดลำดับสตาร์ทในคลาสใหม่ตามผล Best Lap
คำตัดสินของผู้จัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด
การห้ามใช้อุปกรณ์จับเวลาส่วนตัว UPDATE!
เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน และเพื่อป้องกันความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าแข่งขัน ผู้จัดการแข่งขันขอยกเลิกและไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์จับเวลาต่อรอบส่วนตัวทุกประเภทในระหว่างการแข่งขัน รวมถึงรอบ Qualifying และ Race ทั้งนี้ กติกาดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เฉพาะคลาสการแข่งขันที่มีการกำหนด Limit Time
อุปกรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ใช้งาน ได้แก่:
- เครื่องจับเวลาต่อรอบส่วนตัว (Lap Timer แบบแยกส่วนทุกชนิด)
- อุปกรณ์ GPS Lap Timer (อุปกรณ์ติดตามเวลาต่อรอบผ่านระบบ GPS ทุกประเภท)
- อุปกรณ์แสดงผลเวลาต่อรอบบนตัวรถ (หน้าจอ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่แสดงผลเวลาต่อรอบในขณะแข่งขัน)
- อุปกรณ์อื่นใด ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งผลเวลาต่อรอบให้แก่นักแข่งในขณะทำการแข่งขัน
กรณีรถแข่งมีระบบจับเวลาติดมากับรถ
กรณีรถแข่งมีระบบจับเวลาต่อรอบ หรือแสดงผลเวลาต่อรอบติดมากับตัวรถ นักแข่งต้องปิดการใช้งาน และใช้เทปแลคซีนปิดทับบริเวณหน้าจอหรือส่วนแสดงผลดังกล่าวก่อนลงสนาม
ผลเวลาอย่างเป็นทางการ
ผลเวลาอย่างเป็นทางการจะยึดตามระบบ Transponders ที่ผู้จัดการแข่งขันจัดสรรให้เท่านั้น หากตรวจพบว่านักแข่งมีการใช้อุปกรณ์จับเวลาต่อรอบส่วนตัว ผู้จัดการแข่งขันมีสิทธิ์พิจารณาลงโทษตามความเหมาะสม เช่น ตักเตือน ปรับอันดับ ยกเลิกผลเวลา หรือไม่รับรองผลการแข่งขันในรอบนั้น ๆ โดยคำตัดสินของผู้จัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด
ข้อยกเว้นการแจ้งเวลาจากทีมงาน
อนุญาตให้ทีมงานนักแข่งแจ้งเวลาต่อรอบหรือข้อมูลการแข่งขันแก่นักแข่งได้ผ่าน Pit Board หรือการสื่อสารจากทีมงานบริเวณที่ผู้จัดการแข่งขันกำหนดเท่านั้น ทั้งนี้ต้องไม่รบกวนการแข่งขัน ไม่กีดขวางพื้นที่ Pit Lane / Pit Wall และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสนามอย่างเคร่งครัด
เงื่อนไขของการร่วมการแข่งขัน
- หลังจากการรับสมัครผู้ลงแข่งขันจะต้องเข้าร่วมการอบรม หรือประชุมตามที่ผู้จัดฯกําหนดไว้
- ผู้เข้าแข่งขันควรจะมีประกันอุบัติเหตุ
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นผู้ขับขี่จะต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮоล์หรืออยู่ในอาการมึนเมา หรือเสพสารเสพติด
- การจั๊มสตาร์ท ปรับบวกเพิ่มเวลาจากผลการแข่งขัน 20 วินาที
- การแซงในธงเหลืองจะถูกปรับอันดับลงตามดุลพินิจของกรรมการสนาม
- ผลการแข่งขันจะถูกตัดสินจากผล “ทรานสปอนเดอร์แลปไทมิ่ง”เป็นหลัก การลืมติดทรานสปอนเดอร์ ทำทรานสปอนเดอร์หลุด เสียหาย จะทำให้ไม่มีผลการแข่งขันและนักแข่งจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
- ห้ามขับขี่รถทุกชนิดเกิน 30km/h ในพิทเลน แล้วห้ามย้อนศรในทุกกรณี
- มารยาทขับขี่ เรียกตักเตือนด้วยวาจา > ปรับตําแหน่ง > ไม่มีผลการแข่งขัน > ไม่อนุญาตให้แข่งขัน > หากรุ่นที่เก็บคะแนนสะสมใดมีผู้ลงสมัครแข่งขันน้อยกว่า 7 คัน ผู้จัดฯ อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนกำหนดการแข่งขัน ยกเลิกรุ่นแข่ง ยุบรุ่นแข่ง หรือรวมแข่งพร้อมกับรุ่นอื่นตามความเหมาะสม เพื่อมิให้กระทบคะแนนสะสมประจำปีโดยจะแจ้งให้ทราบหลังปิดรับลงทะเบียน
- ห้ามจำหน่ายสินค้า ตั้งบูธจำหน่ายสินค้าหรือบูทให้บริการเปลี่ยนยางภายใน Pit หรือบริเวณหลัง Pit และบริเวณทั้งหมดของสนาม โดยมิได้รับอนุญาตจากทางผู้จัดฯ
- รุ่นที่กําหนดเวลา (Time Ranking) ต้องวิ่งไม่เกินเวลาที่กําหนดไว้ หากวิ่งเกินเวลาที่กําหนดจะไม่มีอันดับ คะแนน และโพเดียมในสนามนั้นๆ
- ห้ามนําผลิตภัณฑ์ใด ๆ หรือแบรนด์สินค้าอื่น ๆ ที่ทางผู้จัดการแข่งขันมิได้กําหนดหรือเป็นสปอนเซอร์รายการ เข้ามายังบริเวณเวทีมอบรางวัล หรือในช่วงสัมภาษณ์นักแข่งโดยเด็ดขาด
- ขอความร่วมมือจากทุกท่าน เคารพและให้เกียรติผู้จัดฯและผู้สนับสนุนรายการ ในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันและสมาชิกในทีม ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ทางสนามฯ/ ผู้จัดการแข่งขัน ขอสงวนสิทธิ์การขึ้นรับถ้วยรางวัล รวมถึงของรางวัลอื่นๆ
- ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องนำรถและอุปกรณ์ในการขับขี่ เข้าตรวจสภาพตามที่ผู้จัดได้กำหนดไว้โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องจัดเตรียมชุดแข่งขันจะต้องเป็น Racing Suit เท่านั้น หมวกกันน็อคต้องผ่านมาตรฐาน DOT, Snell, ECE พร้อมถุงมือแข่ง และ รองเท้าแข่งขันมาเอง
การเปลี่ยนชื่อทีม / ย้ายทีมแข่ง
นักแข่งที่มีการเปลี่ยนชื่อทีม หรือย้ายไปสังกัดทีมใหม่ จะถูกพิจารณายกเลิกคะแนนสะสมทั้งหมดจากสนามที่ผ่านมา และถือว่าคะแนนสะสมเป็นศูนย์
การเปลี่ยนชื่อทีมจะต้องยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงและได้รับอนุมัติจากผู้จัดการแข่งขันก่อน
ชื่อทีมใหม่จะต้องไม่ขัดต่อกฎด้านสิทธิทางการค้า ลิขสิทธิ์ และแนวทางการสนับสนุนทางการตลาดของการแข่งขัน
การเปลี่ยนรถแข่งระหว่างฤดูกาล
ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนรถแข่งระหว่างฤดูกาล นักแข่งจะต้องใช้รถแข่งที่ลงทะเบียนไว้ตั้งแต่ต้นฤดูกาลในการแข่งขันทุกสนาม หากมีการเปลี่ยนรถแข่งระหว่างฤดูกาล จะถูกพิจารณายกเลิกคะแนนสะสมทั้งหมดจากสนามที่ผ่านมา และถือว่าคะแนนสะสมเป็นศูนย์
ข้อยกเว้น: ในกรณีที่รถเดิมไม่สามารถใช้งานได้จริง เช่น จากอุบัติเหตุร้ายแรงหรือปัญหาทางเทคนิค
นักแข่งสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอเปลี่ยนรถได้ โดยรถคันใหม่ จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดเดิม ได้แก่:
- รุ่นเดียวกัน
- ปีเดียวกัน (Model Year)
- สเปกเครื่องยนต์ ความจุ (cc) เหมือนเดิม
เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านเทคนิคและความปลอดภัยของการแข่งขัน รวมถึงการรักษามาตรฐานเดียวกันสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน นักแข่งจะต้องใช้ยางยี่ห้อ Pirelli ในการฝึกซ้อมวันศุกร์ (Practice) การขับขี่ในวันเสาร์ (Track Day/Qualifying) และ การแข่งขันวันอาทิตย์ (Race) เท่านั้น *ยกเว้นในกรณีที่ Pirelli ไม่มียางไซส์นั้นๆ จำหน่าย
การแข่งขัน
- จำนวนรอบการแข่งขันในแต่ละรุ่นแข่ง ตามที่กำหนดในโปรแกรม ในแต่ละสนาม โดยผู้จัดฯเป็นผู้ประกาศ
- การปล่อยสตาร์ท ใช้ระบบไฟ ไฟสีแดงค้าง และดับลง
- สัญญาณธง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้องผ่านการอบรมเกี่ยวกับสัญญาณธงที่จะใช้ หรือเซ็นเอกสารที่มีข้อกำหนดดังกล่าวอยู่เพื่อรับทราบ
- รุ่นที่มีการกำหนดเวลา (Time Ranking) ต้องวิ่งไม่เกินเวลาที่กำหนดไว้ หากวิ่งเร็วเกินกว่าเวลาที่กำหนดจะไม่มีอันดับ คะแนนสะสม และโพเดียมในสนามนั้น ๆ
ระเบียบข้อบังคับในการเข้าร่วมงาน
Superbikemag.com Trackday & Trophy 2026 เพื่อความปลอดภัยและความเรียบร้อยของงาน ทางผู้จัดงานขอแจ้งข้อปฏิบัติดังนี้:
ห้ามเด็ดขาดในการพกพาสิ่งของต้องห้ามเข้าพื้นที่จัดงาน
- อาวุธทุกชนิด – รวมถึงอาวุธปืน มีด ของมีคม หรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้
- สิ่งเสพติด – ห้ามนำยาเสพติดทุกประเภทเข้ามาในพื้นที่งาน ไม่ว่าจะเพื่อใช้เองหรือเพื่อจำหน่าย
- ของมึนเมา – ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสารมึนเมาทุกชนิดเข้ามาในพื้นที่จัดงาน
- ลำโพงหรือเครื่องขยายเสียง – การเปิดใช้งานอุปกรณ์เสียงที่รบกวนผู้อื่นไม่อนุญาตให้กระทำภายในพื้นที่งาน
หากฝ่าฝืน
- เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ ยึดของต้องห้ามทันที
- ผู้กระทำผิดอาจถูก ขอให้ออกจากพื้นที่ โดยไม่คืนค่าบัตรหรือสิทธิ์การเข้าร่วม
- หากมีความผิดตามกฎหมาย จะถูกดำเนินคดี ตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ขอความร่วมมือจากทุกท่าน เคารพและให้เกียรติผู้จัดฯและผู้สนับสนุนรายการ ในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันและสมาชิกในทีม ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ทางสนามฯ/ ผู้จัดการแข่งขัน ขอสงวนสิทธิ์การขึ้นรับถ้วยรางวัล รวมถึงของรางวัลอื่นๆ
กฏการแซง (Track day)
ผู้ขับขี่ที่นำอยู่ข้างหน้ามีสิทธ์ในทางเสมอ ขณะทำการแซง เป็นหน้าที่ของผู้ที่ทำการแซงที่จะแซงด้วยความปลอดภัยด้วยการทิ้งระยะ ให้ผู้ที่กำลังถูกแซงโดยไม่กีดขวาง, ขวางทางหรือทำให้ผู้นั้นไปต่อไม่ได้หรือไปได้ด้วยความลำบาก
จะไม่มีการโต้แย้งในกฎข้อนี้ เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการแซง ผู้ที่ทำการแซงจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าอุบัติเหตุนั้นจะเกิดขึ้นก่อน ในระหว่าง หรือหลังการแซง เนื่องจาก ผู้ขับขี่ข้างหน้าไม่สามารถมองเห็นผู้ที่ตามมาและกำลังแซงได้
หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการแซง ผู้ที่ทำการแซงอาจถูกขอให้ออกจากสนาม โดยไม่มีการคืนค่าสมัคร
การติดทรานสพอนเดอร์
เงื่อนไขการติดทรานสพอนเดอร์
- การติดตั้งทรานสพอนเดอร์จะดำเนินการเฉพาะสำหรับการแข่งขันในรอบ Qualify วันเสาร์ และรอบ Race วันอาทิตย์ เท่านั้น
- นักแข่งทุกท่านที่ลงทำการแข่งขันในรอบ Qualify วันเสาร์ และรอบ Race วันอาทิตย์ ต้องเข้ารับการติดตั้งทรานสพอนเดอร์ทุกครั้ง
- หากนักแข่งท่านใดไม่เข้ารับการติดตั้งทรานสพอนเดอร์ในรอบ Qualify วันเสาร์ จะถือว่าไม่มีผลเวลาในรอบคัดเลือก และจะถูกปรับไปอยู่ลำดับท้ายสุดของ Grid Start ในรอบ Race วันอาทิตย์
- หากนักแข่งท่านใดไม่เข้ารับการติดตั้งทรานสพอนเดอร์ในรอบ Race วันอาทิตย์ จะไม่มีผลเวลาในการแข่งขัน และจะไม่สามารถขึ้นลำดับบนตารางผลการแข่งขันได้
การเรียกติดทรานสพอนเดอร์
- การติดตั้งทรานสพอนเดอร์จะดำเนินการ ณ จุดตรวจสภาพรถ เท่านั้น
- เมื่อเข้ารับการติดตั้งทรานสพอนเดอร์ โปรดแจ้งชื่อ รุ่นการแข่งขัน และเบอร์รถให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง
- นักแข่งที่ลงทำการแข่งขันในวันเสาร์ และวันอาทิตย์ทุกท่าน ต้องเข้ามาติดตั้งทรานสพอนเดอร์ก่อนถึงรอบการแข่งขันของตนเอง ภายในเวลาที่กำหนด หากมาหลังจากเวลาที่ประกาศเรียก จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการติดตั้งในรอบนั้น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
การเรียกติดตั้งทรานสพอนเดอร์ – รอบ Qualify (วันเสาร์)
รอบที่ 1 : เวลา 12:30 - 12:50 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- SuperBikeMag 50UP! / 40UP!
- Honda Trophy 125cc (A/B) / MiniBike 125 cc Stock (U13)
รอบที่ 2 : เวลา 12:50 - 13:10 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- KTM 390 (A/B) / MiniBike 150cc (A/B)
- Honda Cup (A/B)
รอบที่ 3 : เวลา 13:10 - 13:30 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- Naked Bike (A/B)
- Big Scooter (A/B/C)
รอบที่ 4 : เวลา 13:40 - 14:00 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- EuroBike TROPHY (A/B)
- FUCHS 1000cc (Pro) / DAINESE Supersport 500cc (A)
รอบที่ 5 : เวลา 14:10 - 14:30 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- DAINESE Supersport 500cc (B/C)
- FUCHS 1000cc (Inter/Beginner)
รอบที่ 6 : เวลา 14:30 - 14:50 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- SuperSport 700cc (A)
- SuperSport 700cc (B) / SportBike 700cc Intermedia
รอบที่ 7 : เวลา 14:50 - 15:10 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- Real Helmets 250cc (A)
- Real Helmets 250cc (B)
รอบที่ 8 : เวลา 15:20 - 15:40 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- Real Helmets 250cc (C)
- Scooter 400cc ProMAX (A) / Scooter 400cc Class B
- SuperMoto 300cc (A/B)
- SuperMoto 450cc (OverAll)
การเรียกติดตั้งทรานสพอนเดอร์ – รอบ Race (วันอาทิตย์)
รอบที่ 1 : เวลา 08:30 - 08:50 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- SuperBikeMag 50UP! / 40UP!
- Honda Trophy 125cc (B) / MiniBike 125 cc Stock (U13)
รอบที่ 2 : เวลา 08:50 - 09:10 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- Honda Trophy 125cc (Class A)
- KTM 390 (A/B)
รอบที่ 3 : เวลา 09:10 - 09:20 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- Naked Bike (A/B)
รอบที่ 4 : เวลา 09:20 - 09:50 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- Big Scooter (A/B/C)
รอบที่ 5 : เวลา 09:50 - 10:10 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- EuroBike TROPHY (A/B)
รอบที่ 6 : เวลา 10:10 - 10:30 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- DAINESE SuperSport 500cc (Class A)
- DAINESE SuperSport 500cc (Class B)
รอบที่ 7 : เวลา 10:30 - 10:50 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- DAINESE SuperSport 500cc (Class C)
- SuperSport 700cc (Class A)
รอบที่ 8 : เวลา 12:00 - 12:20 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- SuperSport 700cc (Class B) / SportBike 700cc (Intermedia)
- Real Helmets SportBike 250cc 4T (Class A)
รอบที่ 9 : เวลา 12:20 - 12:40 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- Real Helmets SportBike 250cc 4T (Class B)
- Real Helmets SportBike 250cc 4T (Class C)
รอบที่ 10 : เวลา 13:20 - 13:40 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- FUCHS Silkolene Superbike 1000cc (Pro)
รอบที่ 11 : เวลา 14:20 - 14:40 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- Scooter 200cc (OverAll)
- Honda Cup (A/B)
รอบที่ 12 : เวลา 14:50 - 15:10 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- MiniBike 150cc (A/B)
- Scooter 400cc (A/B)
รอบที่ 13 : เวลา 15:20 - 15:40 รุ่นที่ต้องเข้ารับการติดตั้ง- SuperMoto 300cc (Class A/B)
- SuperMoto 450cc (OverAll)
ข้อบังคับการคืนทรานสปอนเดอร์
- หลังจบการแข่งขัน ผู้แข่งขันต้องนำรถเข้าจุดตรวจสภาพรถ (จุดเดิม) เพื่อให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ถอดทรานสพอนเดอร์ทันที หรือภายใน 10 นาที หลังเข้าเส้นชัย
- สำหรับนักแข่งที่ลงแข่งขันตั้งแต่ 2 รุ่นขึ้นไป ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ณ จุดตรวจสภาพรถ เพื่อขอนำรถเข้ามาถอดมาถอดทรานสพอนเดอร์ภายหลัง เข้าเส้นชัยของรุ่นสุดท้ายที่ท่านลงแข่งได้
- ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถนำเข้าจุดตรวจสภาพได้ ให้นักแข่งแจ้งเจ้าหน้าที่ภายในสนาม หรือเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดตรวจสภาพเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการถอดทรานสพอนเดอร์
- ห้ามถอด-ย้ายจุด อุปกรณ์ทรานสพอนเดอร์ด้วยตนเองโดยเด็ดขาด
การปรัปโทษหากไม่สามารถทำตามข้อบังคับ
- คืนทรานสพอนเดอร์ ช้ากว่าเวลาที่กำหนด หรือมีการถอดทรานสพอนเดอร์มาคืนด้วยตนเอง ท่านจะถูกปรับเงินเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท
- นักแข่งท่านใดไม่นำทรานสพอนเดอร์มาคืน ทำหายหรือชำรุด จะถูกปรับเงินเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท
การตรวจสภาพเพื่อความปลอดภัย
- นักแข่งต้องนำรถแข่ง พร้อมชุดแข่ง หมวกกันน็อค ถุงมือ รองเท้า แสดงต่อกรรมการตรวจสภาพ ก่อนลงทำการจับเวลาตามโปรแกรม มิฉันนั้นจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน
- ตรวจอุปกรณ์และความปลอดภัยในการแข่งขัน (อุปกรณ์การติดตั้งต่างๆ) ถอดกระจก, ถอดขาตั้งคู่ ชิ้นส่วนที่อาจทำให้เกิด ความไม่ปลอดภัย เช่น ชิ้นส่วนแหลมคม ไม่โค้งมน หรือชิ้นส่วนที่อาจล่วงหล่นในสนาม
- ตรวจสอบสภาพยางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หรือไม่ใช้งานจนหมดและเห็นถึงโครงสร้างของยาง
- ตรวจร้อยลวดน็อตเติม-น็อตถ่าย-ปั๊มเบรค-มัดขาตั้ง-รัดกระปุกน้ำมันเบรค-กรองน้ำมันเครื่องต้องมีแคมป์แสตนเลสรัด * ยกเลิก การกำหนด อกล่าง หรือถาดรองรับของเหลวในกรณีที่น้ำมันเครื่องรั่วไหล โดยรถที่ใช้ในการแข่งขันบริเวณจุดเปลี่ยนถ่ายของเหลวต่างๆ จะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่มีมาตราฐานความปลอดภัยไม่อยู่ในสภาพชำรุดเสียหาย หรือส่อให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยต่อการแข่งขัน
ข้อกำหนดเพิ่มเติม
- กระปุกน้ำมันเบรกต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน: กระปุกน้ำมันเบรกต้องไม่มีรอยรั่วซึม หรือลักษณะของการชำรุดที่อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบเบรก การตรวจสอบสภาพนี้จะเป็นจุดสำคัญในการพิจารณาอนุญาตให้รถผ่านการตรวจสภาพหรือไม่
- อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน: หากพบว่ามีการติดตั้งหรือใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น การใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการรับรองในการแข่งขัน อุปกรณ์ที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัย หรือไม่ได้ติดตั้งตามที่ผู้ผลิตกำหนด ผู้ตรวจสภาพมีสิทธิ์ที่จะไม่อนุญาตให้นักแข่งผ่านการตรวจสภาพรถและปฏิเสธการลงแข่งขันได้
- ผ้าเทปไม่ส่งผลต่อการตรวจสภาพ: การพันผ้าเทปที่กระปุกน้ำมันเบรกเพื่อป้องกันน้ำมันเบรกกระจายเวลาเกิดอุบัติเหตุ นักแข่งจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ไม่ถือเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่ผ่านการตรวจสภาพ ตราบใดที่ระบบเบรกยังทำงานได้ตามปกติ และไม่มีรอยรั่วซึม แต่การพันผ้าเทปไม่ควรใช้เพื่อปกปิดปัญหาเกี่ยวกับการรั่วซึมหรือความชำรุดของกระปุกน้ำมันเบรก
การประท้วง
ผู้ที่สามารถยื่นประท้วง
- การประท้วงสามารถยื่นโดย นักแข่ง หรือ ทีมแข่งขัน ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันตามรายชื่อ
- บุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการแข่งขัน เช่น แฟนคลับ หรือผู้ชม ไม่สามารถยื่นประท้วงได้
- นักแข่งสามารถยื่นประท้วงได้เฉพาะกับนักแข่งที่มี อันดับที่ดีกว่าตนเองไม่เกิน 3 อันดับ เท่านั้น
การยื่นประท้วง
- การยื่นประท้วงต้องเป็นลายลักษณ์อักษร: การยื่นประท้วงต้องทำเป็นเอกสาร โดยมีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุผลและข้อกังขาที่ต้องการให้พิจารณา โดยสามารถแจ้งกับฝ่ายลงทะเบียน
- กรอบเวลาสำหรับการประท้วง: การยื่นประท้วงต้องทำภายในเวลาที่กำหนดหลังจากเหตุการณ์ที่เป็นข้อขัดแย้ง เช่นประท้วงเรื่องผลการแข่งขัน: ต้องยื่นภายใน 30 นาที หลังการประกาศผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
- ประท้วงเรื่องการละเมิดกฎ: ต้องยื่นภายในเวลาที่กำหนดจากกฎที่ทางผู้จัดการแข่งขันระบุไว้ 30 นาที
- ค่าธรรมเนียมการยื่นประท้วง: ในการยื่นประท้วง ทีมที่ยื่นต้องชำระค่าธรรมเนียม 3000 บาท ตามที่ทางผู้จัดการแข่งขันกำหนด ค่าธรรมเนียมนี้จะถูกคืนหากการประท้วงเป็นผลสำเร็จ
Pit, Pit Lane / Pit Wall / Paddock
(ข้อกำหนดสำคัญเพื่อความปลอดภัย)
- ความเร็วใน Pit Lane ต้องไม่เกิน 30 K.m./hr
- ห้ามฝ่าสัญญาณไฟแดงบริเวณทางออกพิท (Pit Exit)
- ห้ามรถแข่งวิ่งตัดทับเส้นสีขาวเข้าสู่ทางแข่ง (Track) ตั้งแต่จุดสัญญาณไฟทางออกพิท (Pit Exit) จนกว่าจะสิ้นสุดแนวเส้น
- ในกรณีสตาร์ทเครื่องยนต์ในพิท ทุกครั้งที่สตาร์ทเครื่องยนต์ ให้นํารถมาบริเวณหน้าพิทและหัน ด้านท้ายรถออกทางหน้าพิท ถึงจะสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้
- ต้องเดินรถในทางเดียวเท่านั้น OneWay ตามลูกศรบอกทางที่ผู้จัดกำหนดไว้
- ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณ Pit, Pit Lane, Pit Wall, Grid Start โดยเด็ดขาด
การสตาร์ทและการแข่งขัน
- ระยะเวลาในการเปิดทางออกพิท (Pit Exit) มีเวลา 5 นาที รถแข่งคันใดที่ไม่สามารถออกได้ตามเวลาทางออกพิท (Pit Exit) ที่กำหนดไว้ ให้นำรถมารายงานตัวที่ทางออกพิท(Pit Exit) นักแข่งที่ไม่สามารถเข้ากริดสตาร์ทได้ทันตามเวลาที่กำหนด จะต้องออกสตาร์ทการแข่งขันจาก บริเวณปากทางพิท(Pit Exit) และจะได้รับอนุญาตให้เข้าแข่งขันได้ต่อเมื่อ นักแข่งคนสุดท้ายบนกริดสตาร์ทผ่านโค้งที่ 1 ไปแล้ว
- รถแข่งที่ทำการ Jump Start รถแข่งคันดังกล่าวและถูกบวกเวลาหลังจบการแข่งขัน 20 วินาที
- ช่วงการแข่งขัน หากกรรมการใช้ สัญญาณธงแดง ให้นักแข่งชะลอความเร็วรถ ห้ามแซง และนำรถแข่งกลับเข้าสู่พิทเลน (Pit Lane) เพื่อรอประกาศจากนายสนาม
- อันดับการ Restart ในกรณีธงแดง จะใช้อันดับในรอบก่อนเกิดเหตุสัญญาณธงแดง
- เวลาทางออกพิท (Pit Exit) เปิดสำหรับการ Restart จะมีเวลาเปิด 1 นาที
- รถแข่งที่มีอันดับที่ 1-5 Over all หลังจบการแข่งขันให้นำรถมาจอดบริเวณตรวจสภาพ จะมีรถรับตัวนักแข่งไปยังหน้าจุดสัมภาษณ์นักแข่ง (PARC FERME) เพื่อทำการถ่ายภาพและสัมภาษณ์
- การนำรถเข้า Grid Start รถแข่งทุกคันต้องดับเครื่องยนต์
- ไม่อนุญาตให้ลดความเร็วโดยทันทีเพื่อแสดงความดีใจในช่วงทางตรงหน้า Grand Stand / หน้าเส้น Finish โดยเด็ดขาด
การตัดสินในกรณีฝนตก ระหว่างการแข่งขัน
- กรณีไม่สามารถควอลิฟายได้ เนื่องจากสภาพสนามไม่พร้อม จะใช้ Fastest Lap ของนักแข่งคนนั้น ๆ ในรอบ Practice ที่ดีที่สุดจัดลำดับสตาร์ท (Starting Grid)
- กรณีไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากสภาพสนามไม่พร้อม หรือแข่งขันได้ไม่เกิน 3 รอบ จะใช้ Fastest Lap ในรอบควอลิฟาย จัดลำดับผลการแข่งขัน โดยคิดคะแนนสะสม 25%
- กรณีแข่งขันได้ไม่เกิน 70% ของจำนวนรอบที่กำหนด จะคิดคะแนนสะสม 50%
การปรับโทษ ในกรณีต่างๆ
กรณีให้บุคคลอื่นขับขี่แทน
หากตรวจสอบพบว่า นักแข่งท่านใด อนุญาตให้บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันที่ทำการลงทะเบียนไว้ นำรถแข่งของตนลงทำการขับขี่ในทุกช่วงเวลา Official Session ของรายการ SuperbikeMag.com Trophy จะถูกดำเนินการ และมีบทลงโทษ ดังนี้
- Qualify และ Race ปรับ Disqualify และตัดสิทธิ์ เข้าร่วมแข่งขันในรายการ SuperbikeMag Trophy ตลอดทั้งปีการแข่งขัน พร้อมทั้งตัดคะแนนสะสมทั้งหมดในสนามทุกๆการแข่งขัน และอาจมีการพิจารณาโทษเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
กรณีการขี่ลัดแทรคหรือออกนอกเส้นทางที่กำหนด
การขี่ลัดแทรคหรือออกนอกเส้นทางที่กำหนดในสนามแข่ง จะถูกลงโทษตามกฎข้อบังคับของการแข่งขันที่จัดขึ้น เช่น
- การขี่ลัดแทรคโดยไม่ได้ประโยชน์: หากนักแข่งออกนอกแทรคแต่ไม่ได้ประโยชน์จากการออกแทรค เช่นไม่ได้ทำให้อันดับดีขึ้น จะไม่มีการลงโทษเพิ่มเติม แต่จะมีการเตือน
- การขี่ลัดแทรคแล้วได้ประโยชน์: หากนักแข่งออกนอกแทรคแล้วกลับมาในเส้นทางแต่ได้ประโยชน์ เช่นแซงหรือทำเวลาได้เร็วขึ้น หรือส่งผลต่ออันดับโพเดี้ยม จะถูกลงโทษด้วยการให้ ลดอันดับโพเดียม 1 อันดับ หรือ หรือถูกตัดคะแนนการแข่งขัน 10 คะแนน
- การขี่ลัดแทรคซ้ำหลายครั้ง: หากนักแข่งมีการลัดแทรคหรือออกนอกเส้นทางหลายครั้งโดยไม่ได้ปฏิบัติตามคำเตือน จะถูกลงโทษที่รุนแรงขึ้น เช่นการ ตัดเวลา (time penalty) เช่น ตัดเวลาเพิ่ม 1-3 วินาที
ในกรณีที่การแข่งขันนั้นมีการสะสมคะแนน หากการลัดแทรคมีผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างมาก เช่นทำให้อันดับเปลี่ยนหรือเป็นการละเมิดกฎซ้ำซ้อน ผู้ตัดสินอาจพิจารณา ตัดคะแนน ที่นักแข่งสะสมได้ หรือแม้กระทั่ง ปรับออกจากการแข่งขัน
กรณีรถแข่งขันทำให้ น้ำมันหกลงพื้นสนาม (Track Day)
ความผิด: รถแข่งขันหรือรถเข้าร่วมกิจกรรม Track Day กระทำการโดยประมาท ไม่ตรวจสอบสภาพรถให้เหมาะสม ทำให้มีการรั่วไหลของน้ำมัน (น้ำมันเครื่อง / น้ำมันเชื้อเพลิง / น้ำมันเบรก ฯลฯ) ลงพื้นสนามแข่ง ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมรายอื่น และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
บทลงโทษ
-
ระดับ 1 : น้ำมันหกรั่วเล็กน้อย
- มีน้ำมันหยดเล็กน้อย ไม่เกิน 1 ตารางเมตร และไม่มีอุบัติเหตุจากเหตุการณ์
- ค่าปรับ: 1,000 บาท
- หมายเหตุ: แจ้งเตือนและห้ามลงสนามจนกว่าจะซ่อมแซมเสร็จ
-
ระดับ 2 : น้ำมันหกปานกลาง
- น้ำมันหกรั่วไหลต่อเนื่อง เป็นทางยาว และมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
- ค่าปรับ: 3,000 บาท
- หมายเหตุ: ห้ามลงสนามตลอดวัน และต้องแสดงหลักฐานการซ่อมแซมก่อนเข้าร่วมครั้งถัดไป
-
ระดับ 3 : น้ำมันหกจนเกิดอุบัติเหตุ
- น้ำมันรั่วไหลทำให้ผู้เข้าร่วมคนอื่น ล้ม / เสียหาย
- ค่าปรับ: 5,000 บาท + ชดใช้ค่าเสียหาย
- หมายเหตุ: พิจารณาแบนจากกิจกรรม 1-3 รอบ ตามความรุนแรงของเหตุการณ์
วิธีการปรับชำระ
- กำหนดชำระ: ค่าปรับจะต้องชำระทันที ณ จุดลงทะเบียน/ออฟฟิศสนาม ก่อนจะดำเนินการใด ๆ ต่อ
- ช่องทางชำระ: สามารถชำระเป็น เงินสด หรือ QR พร้อมเพย์ หรือโอนผ่านบัญชีสนาม (ออกใบเสร็จให้)
- การยืนยัน: ผู้กระทำผิดจะต้องลงชื่อในเอกสารรับทราบความผิดและบทลงโทษ
- หากฝ่าฝืน: หากไม่ปฏิบัติตาม จะถูก "ห้ามเข้าร่วมกิจกรรม" ทุกรายการในอนาคต
ระเบียบการเข้าร่วม “ประชุมนักแข่งตอนเช้า”
วัตถุประสงค์: เพื่อสื่อสารกติกา ความปลอดภัย รูปแบบการแข่งขัน และประกาศสำคัญของวันนั้น ๆ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันก่อนลงสนาม
การเข้าร่วม & การลงชื่อ
- นักแข่งทุกคน ต้องเข้าร่วมประชุม ตามเวลาที่กำหนดในตาราง ของแต่ละวันแข่งขัน/กิจกรรม
- ให้มาถึงก่อนเวลาอย่างน้อย 10 นาที เพื่อลงชื่อ รับสติ๊กเกอร์ หรือ แถบข้อมือยืนยันการเข้าร่วม
- ประตูจะปิดทันทีหลัง เริ่มประชุม 10 นาที ผู้ที่มาหลังเวลาเริ่มเกิน 10 นาที จะถือว่า มาสาย ต้องอยุ่ฟังสรุปโดยย่อกับนายสนามต่อหลังจบประชุม และหากพ้นช่วงประชุมไปแล้วและไม่มีสรุปย่อ ถือว่าไม่เข้าร่วม
เงื่อนไขสิทธิ์การประท้วง (Protest Right)
- นักแข่งท่านใดไม่เข้าร่วมประชุม จะไม่มีสิทธิ์ในการประท้วงการแข่งขันทุกกรณี ตลอดทั้งวันนั้น
- สิทธิ์การประท้วงจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีหลักฐานการลงชื่อเข้าประชุมในวันเดียวกันเท่านั้น
การรับทราบกติกา/ประกาศ
- ประกาศกติกา เส้นทางพิเศษ ธงสัญญาณ ข้อจำกัด Time Limit การปล่อยตัว และข้อกำหนดความปลอดภัยในที่ประชุม มีผลผูกพันทันที
- ในกรณีมีเอกสาร/สไลด์/QR ที่แจกในที่ประชุม นักแข่งต้องอ่านและถือว่ารับทราบ แม้ไม่ได้ยกมือถาม
บทลงโทษกรณีฝ่าฝืนหรือไม่รับทราบ
หากนักแข่งทำผิดกฏกติกาการแข่งขัน หรือไม่รับทราบข้อตกลง/เงื่อนไขใด ๆ ตามที่แจ้งในที่ประชุม:
- จะถูกพิจารณาให้ สละสิทธิ์โพเดียมทันที (ไม่มีสิทธิ์รับถ้วย/ของรางวัลใดๆ )
- และ ให้ยุติการแข่งขันทันที (Disqualify/Black Flag) ตามดุลยพินิจของนายสนามและคณะกรรมการ
- ไม่มีการคืนค่าสมัคร/ค่าบริการที่เกี่ยวข้อง/ไม่มีสิทธิ์ในการประท้วงการแข่งขันใดๆ ทั้งสิ้น
- ไม่มีสิทธิ์ในการประท้วงหรือโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
ตัวแทนเข้าร่วมประชุม
นักแข่งต้องเข้าด้วยตนเองเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ส่งตัวแทน ยกเว้นกรณีแพทย์/เหตุสุดวิสัย/ผู้จัดการทีม และต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้าจากนายสนามเป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารยืนยัน & อุปกรณ์
ใบรับรอง/สติกเกอร์ “ผ่านการประชุม” ต้องติดตามจุดที่กำหนดเพื่อใช้ตรวจที่ Pit Lane/จุดปล่อยตัว
มารยาทและความปลอดภัย
- ห้ามส่งเสียงรบกวน/ใช้โทรศัพท์/ออกจากห้องประชุมโดยไม่จำเป็นระหว่างชี้แจง
- การกีดขวาง กระทำการหยาบคาย หรือขัดคำสั่งเจ้าหน้าที่ อาจถูก เชิญออก และถูกพิจารณาโทษวินัยเพิ่มเติม
การสื่อสารเพิ่มเติม
หากมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลังการประชุม จะประกาศผ่านกระดานพิท/QR/เสียงตามสาย ถือว่ามีผลทันที นักแข่งต้องติดตามประกาศอย่างต่อเนื่อง
หมายเหตุ: ระเบียบนี้มีผลกับกิจกรรม Track Day, Qualifying และ Race Day ทุกวันของรายการ และใช้ร่วมกับกติกาหลัก/ข้อบังคับสนามทั้งหมด
ข้อกำหนดการใช้พื้นที่ Pit สำหรับนักแข่ง
การใช้พื้นที่ร่วมกัน
นักแข่งทุกท่านจะต้องใช้งานพื้นที่ Pit ร่วมกับนักแข่งท่านอื่น กรุณาให้ความร่วมมือและเคารพสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างเหมาะสม
ห้ามจำหน่ายสินค้า ตั้งบูธจำหน่ายสินค้าหรือบูทให้บริการเปลี่ยนยางภายใน Pit หรือบริเวณหลัง Pit และบริเวณทั้งหมดของสนาม โดยมิได้รับอนุญาตจากทางผู้จัดฯ
การติดตั้งป้ายหรืออุปกรณ์ตกแต่งภายในพื้นที่ Pit
ขอแจ้งให้นักแข่งทุกท่านทราบว่า ไม่อนุญาตให้นำป้ายแบนเนอร์ ธง หรืออุปกรณ์ตกแต่ง เชิงการค้าการโปรโมท ของแบรนด์สินค้า (ที่ไม่ได้เป็นผู้สนับสนุนหลักของรายการ) มาติดตั้งภายในบริเวณ Pit ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเคารพสิทธิ์ของผู้สนับสนุนรายการ และปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านสปอนเซอร์
ข้อยกเว้น:
- สามารถติดตั้งได้ในกรณีที่เป็น Pit ของสปอนเซอร์หลัก ภายในงาน
- สามารถติดตั้งแบนเนอร์ชื่อทีมแข่งได้ และสามารถมีโลโก้ของแบรนด์สินค้าอื่นๆ ได้ ภายใต้แบนเนอร์ทีม หรือ ชุดแข่ง รถแข่ง (ยกเว้นแบรนด์ยางต้องเป็นโลโก้ Pirelli เท่านั้น)
ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
กรุณาดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบของพื้นที่ Pit รวมถึงจัดเก็บอุปกรณ์ของตนเองให้เรียบร้อยหลังการใช้งาน
ความปลอดภัย
- ห้ามวางสิ่งของหรืออุปกรณ์ที่อาจกีดขวางทางเดินหรือส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้เข้าใช้งานบริเวณ Pit
- ทางผู้จัดงานจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากมีอุปกรณ์หรือสิ่งของสูญหาย
การปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
นักแข่งทุกท่านจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำพิทอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืน อาจถูกตักเตือนหรือระงับสิทธิ์การใช้งานพื้นที่
สิ่งที่ห้ามนำเข้าไปในกริดสตาร์ท
เชื้อเพลิง (Fuel containers)
ห้ามนำถังเชื้อเพลิงหรือของเหลวที่ติดไฟเข้าไปในกริดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และน้ำมันหกในแทรค
อุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน
อาทิ กระเป๋าส่วนตัว กล่องเครื่องมือขนาดใหญ่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่จำเป็น
ร่มหรือโครงสร้างขนาดใหญ่ที่กีดขวาง
ห้ามนำเข้ากริดสตาร์ท ยกเว้นร่มสำหรับบังแดดนักแข่ง ซึ่งต้องเป็นร่มที่แสดงแบรนด์ของผู้สนับสนุนรายการเท่านั้น และต้องไม่เป็นการโฆษณาแฝงเพื่อประโยชน์ทางการค้าอื่น ๆ
อาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นน้ำสำหรับนักแข่ง)
เพื่อความสะอาดและไม่ให้ก่อปัญหาในพื้นที่แข่งขัน
อุปกรณ์ถ่ายทำที่ไม่ได้รับอนุญาต
เช่น โดรน กล้องขนาดใหญ่ ไฟเสริม ฯลฯ สงวนสิทธิ์เฉพาะทีมงาน OB ของรายการเท่านั้น
เครื่องแต่งกาย
ไม่อนุญาตให้สวมรองเท้าแตะเข้าพื้นที่กริดสตาร์ท เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น การสะดุดพื้นแทร็กหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สแตนด์ยกล้อ อีกทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของงานในการถ่ายทอดสด
ระเบียบเกี่ยวกับพริตตี้, MC, PR ในการแข่งขัน
นักแข่งสามารถนําพริตตี้, MC หรือ PR มาประจําพื้นที่พิทของทีมได้ โดยมีข้อกำหนดดังนี้:
การแต่งกาย
- บุคลากรที่มาประจําบูธ (พริตตี้, MC, PR) จะต้องสวมใส่เฉพาะชุดที่แสดงชื่อทีมแข่งของตนเท่านั้น
- ห้าม สวมใส่ชุดที่มีแบรนด์สินค้า หรือโลโก้ของผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่มีลักษณะเป็นการโฆษณาเชิงพาณิชย์
ข้อห้ามอื่น ๆ
ห้ามใช้พื้นที่ในพิทหรือบริเวณใกล้เคียงเพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้จัดงาน
ห้ามนําผลิตภัณฑ์ใด ๆ หรือแบรนด์สินค้าอื่น ๆ ที่ทางผู้จัดการแข่งขันมิได้กําหนดหรือเป็นสปอนเซอร์รายการ เข้ามายังบริเวณเวทีมอบรางวัล หรือในช่วงสัมภาษณ์นักแข่งโดยเด็ดขาด
อัตราค่าบริการเปลี่ยนยางในสนาม
- ถอด-ใส่: ฟรีค่าบริการ สำหรับยาง Pirelli
- นำล้อมาใส่ยางแบรนด์อื่น: 100 บาท / ล้อ / ครั้ง
- นำรถมาใส่ยางแบรนด์อื่น: 300 บาท / ล้อ / ครั้ง