SUPERBIKEMAG.COM TROPHY 2026

การเตรียมความพร้อม

อัปเดตข้อมูลล่าสุด : 21.06.2569

1. ข้อมูลสำคัญ สำหรับมือใหม่

ภาพรวมข้อมูลสำคัญ กฎระเบียบ มารยาท และสิ่งที่นักแข่งมือใหม่ทุกท่านจำเป็นต้องรู้ เพื่อความปลอดภัยและประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการลงขับขี่ในสนาม

1. การเตรียมรถ

เน้นที่ความสมบูรณ์ของ “จุดที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย”

  • ระบบเบรก: ผ้าเบรกต้องเหลือพอ น้ำมันเบรกไม่เก่า ไล่ลมเบรกให้ตึงมือ
  • ยางและลมยาง: เช็กสภาพเนื้อยาง ไม่แข็งกระด้าง (ปรับแรงดันลมยางตามที่สนามหรือผู้ผลิตแนะนำ ซึ่งมักจะต่ำกว่าขี่บนถนน)
  • ระบบขับเคลื่อน: โซ่ต้องล้างสะอาด ตั้งความตึงให้เหมาะสม และหยอดน้ำมันหล่อลื่น
  • ของเหลว: เช็กระดับน้ำมันเครื่องและน้ำยาหล่อเย็น (เปลี่ยนจาก COOLANT เป็นน้ำเปล่าเพื่อความปลอดภัยกรณีรถล้ม)
  • การเก็บรายละเอียด: ถอดกระจกมองข้าง ปิดเทปไฟหน้า / ไฟท้าย / ไฟเลี้ยว เพื่อป้องกันเศษกระจกหากเกิดอุบัติเหตุ

2. ชุดแข่งต้องแบบไหน

ความปลอดภัยระดับสนามแข่ง “มีมาตรฐานสูง” กว่าการขี่ทั่วไป

  • หมวกกันน็อก: ต้องเป็นแบบเต็มใบ (FULL FACE) สภาพสมบูรณ์ และมีมาตรฐาน มอก. / ECE / SNELL / FIM
  • ชุดแข่ง (SUIT): แนะนำแบบหนัง ONE-PIECE หรือ TWO-PIECE ที่ซิปต่อกันได้รอบเอว
  • ถุงมือ: แบบยาวหุ้มข้อ (GAUNTLET) ที่เป็นหนัง มีการ์ดป้องกันแข็งแรง
  • รองเท้าบูท: รองเท้าสำหรับขี่มอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ หุ้มข้อขึ้นไปถึงหน้าแข้ง
  • การ์ดหลัง (BACK PROTECTOR): เสริมความปลอดภัยให้กับกระดูกสันหลัง (ถ้ามีจะดีมาก)

3. สัญญาณธงในการแข่ง

นักขี่ทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจ “เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้อื่น”

  • ธงขาว: มีรถพยาบาล รถช่วยเหลืออยู่ในแทร็ก
  • ธงฟ้า: ให้ทางรถน็อครอบ
  • ธงแดง: จบรอบการแข่งขัน / กลับเข้าพิทเลน
  • ธงเหลือง: ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ ห้ามแซงเด็ดขาด
  • ธงเหลืองสลับแดง: พื้นผิวสนามลื่น ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • ธงเขียว: แทร็กเคลียร์ ขี่ได้ปกติ
  • ธงตราหมากรุก: จบการแข่งขัน เบาเครื่อง เตรียมเข้าพิท

4. นำรถเข้ากริดสตาร์ทไม่ทัน

หากนักแข่งมาไม่ทันช่วงที่ปากทางพิทเปิด (PIT LANE OPEN) และมีการปิดปากทางออกพิท (PIT LANE CLOSED) นักแข่งจะเสียสิทธิ์ในการเข้าไปจอดที่กริดสตาร์ท (GRID) โดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะมาทันช่วง WARM-UP (FORMATION LAP) หรือไม่ก็ตาม

  • STATUS ของนักแข่งจะเปลี่ยนเป็น "PIT LANE START" ทันทีที่พิทปิด นักแข่งจะต้องสตาร์ทจากปากทางออกพิท (PIT EXIT) เท่านั้น แม้ว่าตำแหน่งควอลิฟายของนักแข่งจะเป็นอันดับเท่าใด (POLE POSITION)
  • ช่วง WARM-UP LAP (FORMATION LAP): เมื่อรถคันอื่นๆ ที่จอดอยู่บนกริดเริ่มออกตัววิ่งรอบ WARM-UP LAP รถที่รออยู่ในพิทเลน "ห้าม" ออกไปวิ่งพร้อมกับคันอื่น นักแข่งต้องจอดรถที่ทางออกพิท (โดยอนุญาตให้มีทีมงานของทีมมาช่วยดูแลได้)
  • จังหวะการปล่อยตัว:
    • บนกริด: รถทุกคันกลับมาจอดที่เดิม > ไฟแดงดับ > เริ่มการแข่งขัน
    • ในพิทเลน: ต้องรอให้รถ "คันสุดท้าย" ที่สตาร์ทจากกริดวิ่งผ่านทางออกพิทไปก่อน เจ้าหน้าที่สนาม (MARSHAL) ถึงจะเปิดให้คุณออกวิ่งได้

5. ติดทรานสปอนเดอร์ / ตรวจสภาพ

  • ก่อนแข่งขัน ติดทรานสปอนเดอร์ที่จุดตรวจสภาพ: นักแข่งต้องนำรถไปติดตั้งทรานสปอนเดอร์ พร้อมเข้าตรวจสภาพ ตามตารางเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนดในช่วงก่อนการแข่งขัน
  • จบการแข่งขัน คืนทรานสปอนเดอร์ที่จุดตรวจสภาพ: หลังจบการแข่งขันแล้วจะต้องนำรถเข้าจุดตรวจสภาพ พร้อมคืนทรานสปอนเดอร์ ที่จุดตรวจสภาพก่อนนำรถกลับเข้าพิท
  • หากนักแข่งไม่นำรถเข้าจุดตรวจ มีโทษ: หากนักแข่งไม่นำรถเข้าจุดตรวจสภาพ หลังจบการแข่งขัน จะถือว่ารถไม่ผ่านการตรวจสภาพหลังแข่งและจะถูกปรับโทษตามการพิจารณาของนายสนาม

6. การประชุม / ถ่ายภาพนักแข่ง

ประชุมเพื่อรับทราบกติการ่วมกัน

  • ขอแนะนำให้ทุกท่านเข้าร่วมการประชุมนักแข่งในช่วงเช้า (RIDERS' BRIEFING) เพื่อรับทราบกติการ่วมกันและข้อมูลต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่สนามจะแจ้งให้ทราบ
  • โดยหากนักแข่งไม่ได้เข้าร่วมประชุมในช่วงเช้าก่อนการแข่งขัน กรรมการจะถือว่าท่านไม่มีสิทธิ์ในการประท้วง ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
  • สำหรับการถ่ายรูปโปรไฟล์นักแข่ง ขอแนะนำให้นักแข่งทุกท่านทยอยเข้ามาถ่ายที่ห้องลงทะเบียนชั้น 1 ได้ตั้งแต่วันศุกร์-เสาร์ เพื่อให้ท่านมีภาพสุดเท่ ในวันแข่งขันวันอาทิตย์ บนไลฟ์สตรีมมิ่ง

7. ทำไมถึงควรมีอกล่างสนาม / การติดสติกเกอร์

  • การกักเก็บของเหลว (FLUID RETENTION): หากเครื่องยนต์เกิดความเสียหายจนน้ำมันเครื่องหรือน้ำยาหล่อเย็นรั่ว อกล่างจะทำหน้าที่เป็น "ถาดรอง" ไม่ให้ของเหลวไหลลงสู่พื้นแทร็ก
  • ฟองน้ำซับน้ำมัน: มักมีการใส่ฟองน้ำทนไฟไว้ข้างในเพื่อช่วยดูดซับไม่ให้น้ำมันกระฉอกออกมาขณะรถเอียงโค้ง
  • ป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน: หากน้ำมันรั่วลงบนผิวแทร็ก รถคันหลังที่ตามมาด้วยความเร็วสูงจะเสียหลักล้มทันที (HIGH SIDE) และอาจเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้
  • ความจุมาตรฐาน: ตามกฎ FIM อกล่างต้องมีความสามารถในการกักเก็บของเหลวได้อย่างน้อย 3-5 ลิตร (ขึ้นอยู่กับประเภทรถ) เพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณน้ำมันเครื่องทั้งหมดในเครื่องยนต์

การติดสติกเกอร์

ในปี 2026 นี้ เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทางผู้จัดอยากขอความร่วมมือให้ทุกท่าน ติดสติกเกอร์ที่ได้รับ บริเวณส่วนหน้ารถ (มองเห็นชัดเจน)

  • สติกเกอร์วันซ้อม วันศุกร์-วันเสาร์: สำหรับสติกเกอร์ของรายการเพื่อแบ่งกลุ่มในการลงขับขี่ทั้งวัน ศุกร์-เสาร์ ขอให้ติดบริเวณด้านหน้าของรถเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจเช็คได้รวดเร็ว ก่อนปล่อยท่านเข้าสู่แทร็ก
  • สติกเกอร์ CHECKLIST สำหรับการตรวจสภาพ: สำหรับสติกเกอร์ CHECKLIST การตรวจสภาพ ขอให้ติดที่ตำแหน่งหน้ารถ (ด้านขวา) เพื่อให้การตรวจเช็คเป็นไปด้วยความรวดเร็ว
  • สติกเกอร์หมายเลขนักแข่ง: สำหรับสติกเกอร์หมายเลขนักแข่งจะต้องใช้หมายเลขที่ท่านได้รับไปเท่านั้น (ไม่อนุญาตให้ใช้หมายเลขที่ท่านตกแต่งมาเอง) และจะต้องติดให้เห็นชัดเจนที่ตรงกลางด้านหน้าของตัวรถ

2. เอกสารที่ต้องใช้ สำหรับการลงทะเบียน

  • 1. ต้องเตรียม บัตรประชาชน / ใบขับขี่ หรือ PASSPORT (สำหรับชาวต่างชาติ) เพื่อลงทะเบียนทุกคน
  • 2. ผู้สมัครจะต้องมารับ หมายเลขรถ ที่ใช้แข่งขัน ด้วยตนเอง
  • 3. ผู้สมัครจะต้องเซ็นต์ เอกสารยินยอมการแข่งขัน ด้วยตนเอง

3. การตรวจสภาพ และความปลอดภัย

คำแนะนำในการตรวจสภาพความพร้อมของรถคุณ: ความปลอดภัยในสนามคือหัวใจสำคัญสูงสุด แนะนำให้นักแข่งทุกท่านศึกษาและตรวจสอบความพร้อมของตัวรถตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างเคร่งครัด

ระบบเครื่องยนต์และตัวรถ

  • ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของรุ่นที่เข้าแข่งขัน
  • ไม่สามารถมีการดัดแปลงที่ผิดกฎเกณฑ์ที่กำหนด
  • เราแนะนำให้ใช้น้ำเปล่าแทนน้ำยาหล่อเย็นเพราะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อาจเกิดการรั่วไหลลงบนสนามได้ และน้ำยาหล่อเย็นทำให้พื้นสนามลื่นเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่และยากต่อการทำความสะอาด

ระบบเบรก

  • เบรกหน้าและเบรกหลังต้องทำงานได้ดี
  • ผ้าเบรกต้องมีความหนาที่เหมาะสม ไม่สึกหรอเกินไป
  • น้ำมันเบรกต้องอยู่ในระดับที่เพียงพอ

ระบบกันสะเทือน

  • โช้คอัพหน้าและหลังต้องทำงานได้ปกติ ไม่มีน้ำมันรั่วซึม
  • ระบบกันสะเทือนต้องอยู่ในสภาพที่สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดี

ระบบโซ่-สเตอร์

  • โซ่ต้องไม่หย่อนหรือแน่นเกินไป
  • ปกติระยะหย่อนที่เหมาะสมอยู่ที่ 20-30 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ
  • ตั้งโซ่ให้มีความตึงพอดีเมื่อมีนักแข่งนั่งอยู่บนรถ
  • "ที่ครอบโซ่" (Chain Guard) กำหนดให้รถแข่งต้องมีที่ครอบโซ่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ต้องเป็นวัสดุที่แข็งแรง ไม่แตกร้าวง่าย

ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง

  • ถังน้ำมันต้องไม่มีรอยรั่วซึม
  • สายส่งน้ำมันต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์

ล้อและยาง

  • ยางต้องมีดอกยางที่เหมาะสมตามประเภทของการแข่งขัน
  • ห้ามใช้ยางที่มีสภาพสึกหรอหรือเสียหาย
  • ล้อและซี่ล้อต้องอยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง
  • นักแข่งจะต้องใช้ยางยี่ห้อ Pirelli ในการฝึกซ้อมวันศุกร์ (Practice) การขับขี่ในวันเสาร์ (Track Day/Qualifying) และ การแข่งขันวันอาทิตย์ (Race) เท่านั้น *ยกเว้นในกรณีที่ Pirelli ไม่มียางไซส์นั้นๆ จำหน่าย

อื่นๆ ทั่วไป

  • ติดหมายเลขรถที่หน้ารถ และต้องใช้สติ๊กเกอร์และเบอร์จากผู้จัดการแข่งขันเท่านั้น
  • ตัวรถไม่สามารถติดสติ๊กเกอร์แบรนด์ยางยี่ห้ออื่นลงไปขับขี่ได้ ยกเว้นแบรนด์ Pirelli เท่านั้น
  • ห้ามติดกล้องที่มีลักษณะเป็นไม้เซลฟี่ เกินออกมาเกินตัวรถเด็ดขาด
  • ต้องติดเทปดำ บริเวณไฟหน้าและไฟท้าย เพื่อป้องกันการแตกกระจายของกระจก
  • ต้องติดตั้งถาดรองน้ำมันเครื่องหรือแฟริ่งอกล่างที่ไม่มีรู เพื่อป้องกันของเหลวรั่วไหลลงพื้นแทร็ก
  • ในรุ่นการแข่งขัน Honda Cup, KTM 390 Series, KAWASAKI CUP และ Eurobike Cup อนุโลมให้ไม่ต้องติดตั้งอกล่าง (Lower Fairing) สำหรับการเข้าร่วมแข่งขัน

บทลงโทษหากไม่ผ่านการตรวจสอบ

หากรถแข่งไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย จะมีบทลงโทษที่แตกต่างกันไปตามระดับของปัญหา ดังนี้:

  • ปรับแก้ไขก่อนแข่ง – หากเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย นักแข่งอาจได้รับโอกาสให้ปรับปรุงแก้ไขชิ้นส่วนนั้นๆ และนำรถกลับมาตรวจสภาพใหม่อีกครั้งให้ผ่านก่อนลงแทรค
  • ถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน (Disqualification) – หากตรวจพบการกระทำความผิดที่ร้ายแรง เจตนาละเมิดกฎ หรือส่งผลต่อความปลอดภัยขั้นวิกฤต เช่น การดัดแปลงเครื่องยนต์ที่ผิดกฎเกณฑ์ชัดเจน
  • ถูกปรับหรือลงโทษเพิ่มเติม – คณะกรรมการอาจพิจารณาลงโทษเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น การหักคะแนนสะสมรวม ปรับเงิน หรือถูกระงับสิทธิ์ (แบน) จากการแข่งขันในอนาคต

4. วิธีการร้อยลวดสเตนเลส ที่ถูกต้อง

  • 1. ใช้ลวดสเตนเลสขนาดที่เหมาะสม: โดยทั่วไปใช้ขนาด 0.8 – 1.2 มม. ขึ้นอยู่กับขนาดของน็อต
  • 2. เจาะรูที่หัวน็อตหรือตัวล็อก (ถ้ายังไม่มีรู): น็อตบางตัวอาจต้องเจาะรูเพิ่มเพื่อให้ร้อยลวดได้
  • 3. ร้อยลวดในทิศทางที่ล็อกน็อตไว้ ไม่ใช่ดึงให้คลายออก: ควรดึงลวดให้ตึงและพันในทิศทางที่ทำให้น็อตอยู่กับที่
  • 4. พันลวด 2-3 รอบแล้วบิดเกลียวเพื่อความแข็งแรง: ใช้คีมบิดลวด (Safety Wire Pliers) เพื่อให้แน่นและเรียบร้อย
  • 5. ตรวจสอบความแข็งแรงของลวดที่ร้อยก่อนลงแข่ง: ลวดต้องไม่หย่อน หรือมีโอกาสหลุดออกจากน็อต

จุดที่ต้องร้อยลวด (Safety Wiring)

  • น๊อตยึดคาร์ลิเปอร์เบรคหน้าซ้าย-ขวา
  • น๊อตอ่างน้ำมันเครื่อง
  • น๊อตเติมน้ำมันเครื่อง
  • น็อตออยคูลเลอร์
วิธีการร้อยลวดสเตนเลส

5. ข้อบังคับ การแต่งกาย

อุปกรณ์ป้องกันตัวนักแข่ง ต้องเป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่ในสนามแข่งขัน

หมวกกันน็อก (Helmet)

  • ต้องเป็นหมวกกันน็อกแบบ เต็มใบ (Full Face) เท่านั้น
  • สายรัดคางต้องเป็นแบบร้อยห่วง D-Ring เท่านั้น (ไม่อนุญาตให้ใช้แบบกิ๊บล็อกเสียบ)
  • ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัย (เช่น มอก., DOT, Snell, ECE)
  • ชิลด์หน้าต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยแตกร้าวที่บดบังทัศนวิสัย

ชุดแข่ง (Racing Suit)

  • ต้องเป็น ชุดหนังแท้ สำหรับขับขี่รถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ตโดยเฉพาะ
  • อนุญาตให้ใช้ได้ทั้งแบบ ชิ้นเดียว (1-Piece) หรือแบบ 2 ชิ้น (2-Pieces)
  • for ชุดแบบ 2 ชิ้น เสื้อและกางเกงต้องมีซิปรูดเชื่อมติดกันได้รอบเอวอย่างแน่นหนา
  • ชุดต้องไม่มีรอยฉีกขาด และต้องมีการ์ดป้องกัน (จุดสำคัญ เช่น ไหล่, ศอก, เข่า) อยู่ในตัว

ถุงมือ (Racing Gloves)

  • ต้องเป็นถุงมือหนังสำหรับขับขี่มอเตอร์ไซค์ แบบข้อยาว (สามารถหุ้มปิดข้อมือและชายแขนเสื้อแข่งได้มิดชิด)
  • ต้องมีการ์ดป้องกันสนับมือและข้อต่อ วัสดุทนทานต่อแรงเสียดสี และต้องไม่มีรอยฉีกขาด

รองเท้า (Racing Boots)

  • ต้องเป็นรองเท้าบูทสำหรับขับขี่มอเตอร์ไซค์ แบบข้อยาว (หุ้มข้อสูงปิดตาตุ่มและหน้าแข้ง)
  • มีสไลเดอร์และเกราะป้องกันข้อเท้า
  • ห้ามใช้รองเท้าผ้าใบ รองเท้าวิ่ง รองเท้าแฟชั่น หรือรองเท้าหุ้มข้อสั้นทั่วไปลงขับขี่โดยเด็ดขาด

อุปกรณ์ป้องกันเสริม

  • แนะนำอย่างยิ่งให้สวมใส่ การ์ดป้องกันหลัง (Back Protector) เพื่อป้องกันกระดูกสันหลัง
  • แนะนำให้สวม การ์ดหน้าอก (Chest Protector) ไว้ด้านในชุดแข่ง เพื่อลดแรงกระแทกบริเวณซี่โครงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

6. ความหมายของ สัญญาณธง

ธงเขียว

ปลอดภัย เริ่มแข่ง หรือ แข่งต่อได้ ใช้หลังเขตอันตราย หรือช่วงเริ่มต้น

ธงเหลือง

มีอันตรายข้างหน้า ลดความเร็ว ห้ามแซงเด็ดขาด อาจมีรถล้มหรือน้ำมันรั่วไหล

ธงเหลืองสลับแดง

พื้นผิวสนามลื่น ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ

ธงแดง

หยุดการแข่งขันทันที กลับเข้า Pit lane ห้ามเร่งเครื่องหรือแซงโดยเด็ดขาด

ธงฟ้า

ผู้ที่กำลังถูกน็อครอบ ต้องหลบทางให้ผู้นำผ่านไปก่อน

ธงขาว

มีรถพยาบาล หรือรถช่วยเหลือปฏิบัติงานอยู่ในแทร็ก

ธงหมากรุก

สิ้นสุดการแข่งขัน ให้ลดความเร็วและวิ่งกลับเข้าพิท

กฎระเบียบสัญญาณธง (Area Zone Survey)

Area Zone Survey Layout
  • 1. นักแข่งทุกคนต้องศึกษากฎของสัญญาณธง และปฏิบัติตามสัญญาณธงอย่างเคร่งครัด (หากฝ่าฝืนมีโทษปรับเป็นเงินหรือ ปรับผลการแข่งขันตามกติกาที่กำหนดไว้)
  • 2. หากรถแข่งคันใด มีของเหลวรั่วไหล หรือมีชิ้นส่วนของตัวรถหลุด อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อนักแข่งคันอื่น กรรมการธงแต่ละจุดจะใช้สัญญาณ ธงแดงใส่รถคันดังกล่าว ให้ออกนอกเส้นทางแข่งและจอดในพื้นที่ปลอดภัยทันที (หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ ผลการแข่งขันตามกติกาที่กำหนดไว้ และอาจถูกปรับเป็นเงินตามความเหมาะสม)
  • 3. ทุกครั้งที่หมดเวลา การซ้อม การควอลิฟาย การแข่งขัน จะใช้เป็นธงหมากรุกแจ้งให้นักแข่งทุกคนรับทราบที่ Finish
  • 4. ช่วง การซ้อม การควอลิฟาย การแข่งขัน หากกรรมการใช้สัญญาณ ธงแดง ให้นักแข่งชะลอความเร็วรถ ห้ามแซง และนำรถแข่งกลับสู่ Pit Lane (หากรถแข่งคันใดไม่เข้าพิท มีโทษปรับรอบละ 2,000 บาท)
  • 5. เมื่อกรรมการใช้สัญญาณธงเหลือง นักแข่งทุกคนจะต้องลดความเร็วและห้ามแซงโดยเด็ดขาดจนกว่าจะผ่านสัญญาณธงเขียว

Last updated: March 11, 2026

คำแนะนำในการตรวจสภาพความพร้อมของรถคุณ

Vehicle Inspection & Safety Rules

01 ระบบเครื่องยนต์และตัวรถ

  • ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของรุ่นที่เข้าแข่งขัน
  • ไม่สามารถมีการดัดแปลงที่ผิดกฎเกณฑ์ที่กำหนด
  • เราแนะนำให้ใช้น้ำเปล่าแทนน้ำยาหล่อเย็นเพราะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อาจเกิดการรั่วไหลลงบนสนามได้ และน้ำยาหล่อเย็นทำให้พื้นสนามลื่นเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่และยากต่อการทำความสะอาด
  • การร้อยลวดสเตนเลส (Safety Wiring) ในการแข่งขัน ชิ้นส่วนดังนี้
    • น๊อตยึดคาร์ลิเปอร์เบรคหน้าซ้าย-ขวา
    • น๊อตอ่างน้ำมันเครื่อง
    • น๊อตเติมน้ำมันเครื่อง
    • น็อตออยคูลเลอร์

02 ระบบเบรก

  • เบรกหน้าและเบรกหลังต้องทำงานได้ดี
  • ผ้าเบรกต้องมีความหนาที่เหมาะสม ไม่สึกหรอเกินไป
  • น้ำมันเบรกต้องอยู่ในระดับที่เพียงพอ

03 ระบบกันสะเทือน

  • โช้คอัพหน้าและหลังต้องทำงานได้ปกติ ไม่มีน้ำมันรั่วซึม
  • ระบบกันสะเทือนต้องอยู่ในสภาพที่สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดี

04 ระบบโซ่-สเตอร์

  • โซ่ต้องไม่หย่อนหรือแน่นเกินไป
  • ปกติระยะหย่อนที่เหมาะสมอยู่ที่ 20-30 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ
  • ตั้งโซ่ให้มีความตึงพอดีเมื่อมีนักแข่งนั่งอยู่บนรถ
  • "ที่ครอบโซ่" (Chain Guard) กำหนดให้รถแข่งต้องมีที่ครอบโซ่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ต้องเป็นวัสดุที่แข็งแรง ไม่แตกร้าวง่าย

05 ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง

  • ถังน้ำมันต้องไม่มีรอยรั่วซึม
  • สายส่งน้ำมันต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์

06 ล้อและยาง

  • ยางต้องมีดอกยางที่เหมาะสมตามประเภทของการแข่งขัน
  • ห้ามใช้ยางที่มีสภาพสึกหรอหรือเสียหาย
  • ล้อและซี่ล้อต้องอยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง
TIRE REGULATION

เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านเทคนิคและความปลอดภัยของการแข่งขัน รวมถึงการรักษามาตรฐานเดียวกันสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน นักแข่งจะต้องใช้ยางยี่ห้อ Pirelli ในการฝึกซ้อมวันศุกร์ (Practice) การขับขี่ในวันเสาร์ (Track Day/Qualifying) และ การแข่งขันวันอาทิตย์ (Race) เท่านั้น

*ยกเว้นในกรณีที่ Pirelli ไม่มียางไซส์นั้นๆ จำหน่าย

07 ข้อกำหนดอื่นๆ

  • ติดหมายเลขรถที่หน้ารถ ห้ามติดบริเวณอื่นๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และต้องใช้สติ๊กเกอร์และเบอร์จากผู้จัดการแข่งขันเท่านั้น
  • ตัวรถไม่สามารถติดสติ๊กเกอร์แบรนด์ยางยี่ห้ออื่นลงไปขับขี่ได้ ยกเว้นแบรนด์ Pirelli เท่านั้น
  • ตัวรถต้องไม่มีการดัดแปลงแฟริ่งที่อาจจะทำให้เกิดการเฉี่ยวชน หรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่นได้
  • ห้ามติดกล้องที่มีลักษณะเป็นไม้เซลฟี่ เกินออกมาเกินตัวรถเด็ดขาด
  • ต้องติดเทปดำ บริเวณไฟหน้าและไฟท้าย เพื่อป้องกันการแตกกระจายของกระจกไฟหน้าและไฟท้าย ลดการสะท้อนแสงที่อาจรบกวนผู้แข่งคนอื่น และลดโอกาสเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสัญญาณไฟ
  • ต้องติดตั้งถาดรองน้ำมันเครื่องหรือแฟริ่งอกล่างที่ไม่มีรู เพื่อป้องกันของเหลว เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก หรือของเหลวอื่น ๆ รั่วไหลลงสู่พื้นแทร็ก
  • ในรุ่นการแข่งขัน Honda Cup, KTM 390 Series และ Eurobike Cup อนุโลมให้ไม่ต้องติดตั้งอกล่าง (Lower Fairing) สำหรับการเข้าร่วมแข่งขัน

08 บทลงโทษ

🚨 หากไม่ผ่านการตรวจสอบสภาพรถ

หากรถไม่ผ่านการตรวจสอบ มีบทลงโทษที่แตกต่างกันไปตามระดับของปัญหา เช่น:

  • ⚠ ปรับแก้ไขก่อนแข่ง – หากเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย นักแข่งอาจได้รับโอกาสให้แก้ไขและนำมาตรวจใหม่
  • ❌ ถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน (Disqualification) – หากพบการกระทำผิดที่ร้ายแรง เช่น การดัดแปลงเครื่องยนต์ที่ผิดกฎ
  • 🚫 ถูกปรับหรือลงโทษเพิ่มเติม – อาจมีการหักคะแนน ปรับเงิน หรือถูกแบนจากการแข่งขันในอนาคต

09 แผนผังสนามและกฎธง

🗺️ Area Zone Survey

Area Zone Survey Map

⚠️ กฎการใช้สัญญาณธงที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

  • หน้าที่ของนักแข่ง: นักแข่งทุกคนต้องศึกษากฎของสัญญาณธง และปฏิบัติตามสัญญาณธงอย่างเคร่งครัด
    (หากฝ่าฝืนมีโทษปรับเป็นเงินหรือ ปรับผลการแข่งขันตามกติกาที่กำหนดไว้)
  • กรณีรถมีปัญหา (ของเหลวรั่ว/ชิ้นส่วนหลุด): หากรถแข่งคันใดมีของเหลวรั่วไหล หรือมีชิ้นส่วนของตัวรถหลุด อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อนักแข่งคันอื่น กรรมการธงแต่ละจุดจะใช้สัญญาณ "ธงแดงใส่รถคันดังกล่าว" ให้นักแข่งออกนอกเส้นทางแข่งและจอดในพื้นที่ปลอดภัยทันที
    (หากฝ่าฝืนมีโทษปรับผลการแข่งขันตามกติกา และอาจถูกปรับเป็นเงินตามความเหมาะสม)
  • สัญญาณจบการขับขี่: ทุกครั้งที่หมดเวลาการซ้อม, การควอลิฟาย, การแข่งขัน จะใช้ "ธงหมากรุก" แจ้งให้นักแข่งทุกคนรับทราบที่ Finish
  • สัญญาณธงแดง (Red Flag) รวม: ในช่วงการซ้อม, การควอลิฟาย, การแข่งขัน หากกรรมการใช้สัญญาณธงแดง ให้นักแข่ง ชะลอความเร็วรถ ห้ามแซง และนำรถแข่งกลับสู่ Pit Lane ทันที
    (หากรถแข่งคันใดไม่เข้าพิท มีโทษปรับรอบละ 2,000 บาท)
  • สัญญาณธงเหลือง (Yellow Flag): เมื่อกรรมการใช้สัญญาณธงเหลือง นักแข่งทุกคนจะต้อง ลดความเร็วและห้ามแซงโดยเด็ดขาด จนกว่าจะผ่านสัญญาณธงเขียว

10 วิธีการร้อยลวดสเตนเลส

  • 1
    ใช้ลวดสเตนเลสขนาดที่เหมาะสม โดยทั่วไปใช้ขนาด 0.8 – 1.2 มม. ขึ้นอยู่กับขนาดของน็อต
  • 2
    เจาะรูที่หัวน็อตหรือตัวล็อก (ถ้ายังไม่มีรู) น็อตบางตัวอาจต้องเจาะรูเพิ่มเพื่อให้ร้อยลวดได้
  • 3
    ร้อยลวดในทิศทางที่ล็อกน็อตไว้ ไม่ใช่ดึงให้คลายออก ควรดึงลวดให้ตึงและพันในทิศทางที่ทำให้น็อตอยู่กับที่
  • 4
    พันลวด 2-3 รอบแล้วบิดเกลียวเพื่อความแข็งแรง ใช้คีมบิดลวด (Safety Wire Pliers) เพื่อให้แน่นและเรียบร้อย
  • 5
    ตรวจสอบความแข็งแรงของลวดที่ร้อยก่อนลงแข่ง ลวดต้องไม่หย่อน หรือมีโอกาสหลุดออกจากน็อต

11 ข้อบังคับการแต่งกาย

ชุดสำหรับขับขี่
  • หมวกกันน็อค (Helmet)
    • หมวกกันน็อคต้องเป็นหมวกเต็มใบ (Full-face helmet) ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เช่น มาตรฐาน DOT, Snell, หรือ ECE
    • หมวกต้องมีการปิดคางแน่นหนาและมั่นคงเพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ
    • ต้องมีหน้ากากป้องกัน (visor) ที่ช่วยในการมองเห็นชัดเจนและป้องกันสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่นหรือแมลง
  • ชุดหนังป้องกันการกระแทก (Leather Suit)
    • ชุดต้องเป็นแบบชุดเต็มตัวที่ทำจากหนังหรือวัสดุสังเคราะห์ที่ทนทานต่อการขูดขีดและการกระแทก
    • บริเวณที่สำคัญ เช่น เข่า ศอก ไหล่ และสะโพก ต้องมีแผ่นกันกระแทกเสริมเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
    • ชุดต้องกระชับพอดีตัว และต้องมีระบบป้องกันการถอดหลุดจากร่างกายระหว่างที่เกิดอุบัติเหตุ
  • ถุงมือ (Gloves)
    • ถุงมือที่ใช้ต้องคลุมมิดทั้งมือและข้อมือ
    • ต้องทำจากวัสดุที่ทนทาน และมีการเสริมแผ่นกันกระแทกที่บริเวณฝ่ามือและนิ้วมือเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
    • ถุงมือต้องยืดหยุ่นพอที่จะให้นักแข่งสามารถควบคุมคันเร่งและเบรกได้อย่างคล่องตัว
  • รองเท้า (Boots)
    • รองเท้าต้องเป็นแบบบู๊ทสูงที่ป้องกันขาและข้อเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • ต้องทำจากวัสดุที่ทนทาน มีการเสริมแผ่นป้องกันที่บริเวณข้อเท้าและส้นเท้าเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
    • พื้นรองเท้าต้องไม่ลื่นและต้องมีการยึดเกาะที่ดีในขณะที่นักแข่งใช้เกียร์และเบรก
  • อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัย
    • แผ่นรองหลัง (Back Protector): จำเป็นต้องมีการใส่แผ่นรองหลังเพื่อป้องกันกระดูกสันหลังหากเกิดอุบัติเหตุ แผ่นนี้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ FIM กำหนด
    • แผ่นรองหน้าอก (Chest Protector): เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงกระแทกที่หน้าอกจากการล้ม
  • การตรวจสอบอุปกรณ์
    • ก่อนการแข่งขัน เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดของนักแข่งเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นไปตามข้อกำหนดและพร้อมใช้งานในการแข่งขัน
    • หากอุปกรณ์ใดไม่ผ่านการตรวจสอบ นักแข่งจะต้องทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนใหม่ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ลงแข่งขัน

อุปกรณ์แนะนำ (Recommended)

  • ชุดหนังท่อนเดียว หรือสองท่อน ซึ่งมีซิปเชื่อมติดกัน
  • การ์ดเข่า, แข้ง หรือ สนับ

12 ความหมายของสัญญาณธง

สัญญาณธงในสนามแข่ง
  • 🟢 ธงเขียว (Green Flag)
    ความหมาย: ปลอดภัย สามารถแข่งต่อหรือเริ่มแข่งได้
    • หลังเขตอันตราย หรือช่วงเริ่มต้นการแข่งขัน
  • 🟡 ธงเหลือง (Yellow Flag)
    ความหมาย: มีอันตรายข้างหน้า ลดความเร็วลงและห้ามแซง
    • มีรถล้มและรถเสียกลางสนาม หรือหยุดบนแทรคอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าสนามเคลื่อนย้าย
    • กรณีเกิดอุบัติเหตุที่จุด 3 (จุดที่ 3, 2 และ 1 ต้องโบกธงเหลือง)
    • มีเศษชิ้นส่วนหรือน้ำมันรั่วบนพื้นแทรค
    • มีเจ้าหน้าที่สนามกำลังปฏิบัติงานอยู่ในสนาม
  • 🔴 ธงแดง (Red Flag)
    ความหมาย: หยุดการแข่งขันทันที
    • มีอุบัติเหตุหมู่ หรือการบาดเจ็บสาหัสที่ต้องใช้รถพยาบาลลงสนาม
    • สนามเปียกหรือมีน้ำท่วมกะทันหัน จนไม่ปลอดภัย
    • มีเศษซากรถหรือคราบน้ำมันที่ต้องใช้เวลานานในการเคลียร์
    • หมดเวลาต่อรอบขับขี่ในสนาม
    • หมายเหตุ: ต้องหยุดการแข่งทันที และกลับเข้าสู่ Pit lane หรือเส้นสตาร์ต ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่สนาม ห้ามเร่งเครื่องหรือแซงระหว่างทางกลับเข้าพื้นที่ปลอดภัย รอคำสั่งต่อไปว่าจะ เริ่มใหม่ (Restart), นับผลการแข่งขันจากรอบที่ผ่านมา, หรือ ยุติการแข่งขัน
  • 🔵 ธงฟ้า (Blue Flag)
    ความหมาย: ผู้ขับขี่ที่ถูกแซงรอบ (Lapped) ต้องเปิดทางหลบให้ผู้นำผ่าน
  • 🏁 ธงลายหมากรุก (Checkered Flag)
    ความหมาย: จบการแข่งขัน ผู้ขับขี่ต้องผ่านเส้นชัย ลดความเร็วและกลับเข้าพิท

คำแนะนำในการตรวจสภาพความพร้อมของรถคุณ

  • ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของรุ่นที่เข้าแข่งขัน
  • ไม่สามารถมีการดัดแปลงที่ผิดกฎเกณฑ์ที่กำหนด
  • เราแนะนำให้ใช้น้ำเปล่าแทนน้ำยาหล่อเย็นเพราะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อาจเกิดการรั่วไหลลงบนสนามได้ และน้ำยาหล่อเย็นทำให้พื้นสนามลื่นเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่และยากต่อการทำความสะอาด
  • การร้อยลวดสเตนเลส (Safety Wiring) ในการแข่งขัน ชิ้นส่วนดังนี้
    • น๊อตยึดคาร์ลิเปอร์เบรคหน้าซ้าย-ขวา 
    • น๊อตอ่างน้ำมันเครื่อง
    • น๊อตเติมน้ำมันเครื่อง
    • น็อตออยคูลเลอร์

Effects present letters inquiry no an removed or friends. Desire behind latter me though in. Supposing shameless am he engrossed up additions. My possible peculiar together to. Desire so better am cannot he up before points. Remember mistaken opinions it pleasure of debating. Court front maids forty if aware their at. Chicken use are pressed removed.

Luckily friends do ashamed to do suppose. Tried meant mr smile so. Exquisite behaviour as to middleton perfectly. Chicken no wishing waiting am. Say concerns dwelling graceful six humoured. Whether mr up savings talking an. Active mutual nor father mother exeter change six did all.

Denote simple fat denied add worthy little use. As some he so high down am week. Conduct esteems by cottage to pasture we winding. On assistance he cultivated considered frequently. Person how having tended direct own day man. Saw sufficient indulgence one own you inquietude sympathize.

📅 อัพเดทข้อมูลล่าสุดวันที่ 7 ตุลาคม 2568

ระบบเครื่องยนต์และตัวรถ (Engine and Chassis System)

  • ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของรุ่นที่เข้าแข่งขัน
  • ไม่สามารถมีการดัดแปลงที่ผิดกฎเกณฑ์ที่กำหนด
  • เราแนะนำให้ใช้น้ำเปล่าแทนน้ำยาหล่อเย็นเพราะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อาจเกิดการรั่วไหลลงบนสนามได้
  • และน้ำยาหล่อเย็นทำให้พื้นสนามลื่นเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่และยากต่อการทำความสะอาด
  • การร้อยลวดสเตนเลส (Safety Wiring) ในการแข่งขัน ชิ้นส่วนดังนี้
    • น๊อตยึดคาร์ลิเปอร์เบรคหน้าซ้าย-ขวา
    • น๊อตอ่างน้ำมันเครื่อง
    • น๊อตเติมน้ำมันเครื่อง
    • น็อตออยคูลเลอร์

ระบบเบรก (Braking System)​ ✅

  • เบรกหน้าและเบรกหลังต้องทำงานได้ดี
  • ผ้าเบรกต้องมีความหนาที่เหมาะสม ไม่สึกหรอเกินไป
  • น้ำมันเบรกต้องอยู่ในระดับที่เพียงพอ

ระบบกันสะเทือน (Suspension)​ ✅

  • โช้คอัพหน้าและหลังต้องทำงานได้ปกติ ไม่มีน้ำมันรั่วซึม
  • ระบบกันสะเทือนต้องอยู่ในสภาพที่สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดี

อุปกรณ์ป้องกันตัวนักแข่ง ✅

  • ชุดแข่งต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เช่น หนังแท้หรือวัสดุที่ทนต่อแรงเสียดทาน
  • หมวกกันน็อกต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัย
  • ถุงมือและรองเท้าต้องเป็นแบบที่ได้รับการรับรอง

ระบบโซ่-สเตอร์ก่อนแข่งขัน​ ✅

  • โซ่ต้องไม่หย่อนหรือแน่นเกินไป
  • ปกติระยะหย่อนที่เหมาะสมอยู่ที่ 20-30 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ
  • ตั้งโซ่ให้มีความตึงพอดีเมื่อมีนักแข่งนั่งอยู่บนรถ
  • “ที่ครอบโซ่” (Chain Guard) กำหนดให้รถแข่งต้องมีที่ครอบโซ่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ต้องเป็นวัสดุที่แข็งแรง ไม่แตกร้าวง่าย

ระบบโซ่-สเตอร์ก่อนแข่งขัน​ ✅

  • ถังน้ำมันต้องไม่มีรอยรั่วซึม
  • สายส่งน้ำมันต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์

ล้อและยาง (Wheels & Tires)​ ✅

  • ยางต้องมีดอกยางที่เหมาะสมตามประเภทของการแข่งขัน
  • ห้ามใช้ยางที่มีสภาพสึกหรอหรือเสียหาย
  • ล้อและซี่ล้อต้องอยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง
  • เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านเทคนิคและความปลอดภัยของการแข่งขัน รวมถึงการรักษามาตรฐานเดียวกันสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน นักแข่งจะต้องใช้ยางยี่ห้อ Pirelli ในการฝึกซ้อมวันศุกร์ (Practice) การขับขี่ในวันเสาร์ (Track Day/Qualifying) และ การแข่งขันวันอาทิตย์ (Race) เท่านั้น *ยกเว้นในกรณีที่ Pirelli ไม่มียางไซส์นั้นๆ จำหน่าย

อื่นๆ​ 

  • ติดหมายเลขรถที่หน้ารถ ห้ามติดบริเวณอื่นๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และต้องใช้สติ๊กเกอร์และเบอร์จากผู้จัดการแข่งขันเท่านั้น
  • ตัวรถไม่สามารถติดสติ๊กเกอร์แบรนด์ยางยี่ห้ออื่นลงไปขับขี่ได้ ยกเว้นแบรนด์ Pirelli เท่านั้น
  • ตัวรถต้องไม่มีการดัดแปลงแฟริ่งที่อาจจะทำให้เกิดการเฉี่ยวชน หรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่นได้
  • ห้ามติดกล้องที่มีลักษณะเป็นไม้เซลฟี่ เกินออกมาเกินตัวรถเด็ดขาด
  • ต้องติดเทปดำ บริเวณไฟหน้าและไฟท้าย เพื่อป้องกันการแตกกระจายของกระจกไฟหน้าและไฟท้าย ลดการสะท้อนแสงที่อาจรบกวนผู้แข่งคนอื่น และลดโอกาสเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสัญญาณไฟ
  • ต้องติดตั้งถาดรองน้ำมันเครื่องหรือแฟริ่งอกล่างที่ไม่มีรู เพื่อป้องกันของเหลว เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก หรือของเหลวอื่น ๆ รั่วไหลลงสู่พื้นแทร็ก
  • ในรุ่นการแข่งขัน Honda Cup, KTM 390 Series และ Eurobike Cup อนุโลมให้ไม่ต้องติดตั้งอกล่าง (Lower Fairing) สำหรับการเข้าร่วมแข่งขัน

บทลงโทษหากไม่ผ่านการตรวจสอบ

หากรถไม่ผ่านการตรวจสอบ มีบทลงโทษที่แตกต่างกันไปตามระดับของปัญหา เช่น:

 ⚠ ปรับแก้ไขก่อนแข่ง – หากเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย นักแข่งอาจได้รับโอกาสให้แก้ไขและนำมาตรวจใหม่
ถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน (Disqualification) – หากพบการกระทำผิดที่ร้ายแรง เช่น การดัดแปลงเครื่องยนต์ที่ผิดกฎ
🚫 ถูกปรับหรือลงโทษเพิ่มเติม – อาจมีการหักคะแนน ปรับเงิน หรือถูกแบนจากการแข่งขันในอนาคต

📌 วิธีการร้อยลวดสเตนเลสที่ถูกต้อง

1️⃣ ใช้ลวดสเตนเลสขนาดที่เหมาะสม

  • โดยทั่วไปใช้ขนาด 0.8 – 1.2 มม. ขึ้นอยู่กับขนาดของน็อต

2️⃣ เจาะรูที่หัวน็อตหรือตัวล็อก (ถ้ายังไม่มีรู)

  • น็อตบางตัวอาจต้องเจาะรูเพิ่มเพื่อให้ร้อยลวดได้

3️⃣ ร้อยลวดในทิศทางที่ล็อกน็อตไว้ ไม่ใช่ดึงให้คลายออก

  • ควรดึงลวดให้ตึงและพันในทิศทางที่ทำให้น็อตอยู่กับที่

4️⃣ พันลวด 2-3 รอบแล้วบิดเกลียวเพื่อความแข็งแรง

  • ใช้คีมบิดลวด (Safety Wire Pliers) เพื่อให้แน่นและเรียบร้อย

5️⃣ ตรวจสอบความแข็งแรงของลวดที่ร้อยก่อนลงแข่ง

  • ลวดต้องไม่หย่อน หรือมีโอกาสหลุดออกจากน็อต

ข้อบังคับการแต่งกาย

1. หมวกกันน็อค (Helmet)

  • หมวกกันน็อคต้องเป็นหมวกเต็มใบ (Full-face helmet) ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เช่น มาตรฐาน DOT, Snell, หรือ ECE
  • หมวกต้องมีการปิดคางแน่นหนาและมั่นคงเพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • ต้องมีหน้ากากป้องกัน (visor) ที่ช่วยในการมองเห็นชัดเจนและป้องกันสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่นหรือแมลง

2. ชุดหนังป้องกันการกระแทก (Leather Suit)

  • ชุดต้องเป็นแบบชุดเต็มตัวที่ทำจากหนังหรือวัสดุสังเคราะห์ที่ทนทานต่อการขูดขีดและการกระแทก
  • บริเวณที่สำคัญ เช่น เข่า ศอก ไหล่ และสะโพก ต้องมีแผ่นกันกระแทกเสริมเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
  • ชุดต้องกระชับพอดีตัว และต้องมีระบบป้องกันการถอดหลุดจากร่างกายระหว่างที่เกิดอุบัติเหตุ

3. ถุงมือ (Gloves)

  • ถุงมือที่ใช้ต้องคลุมมิดทั้งมือและข้อมือ
  • ต้องทำจากวัสดุที่ทนทาน และมีการเสริมแผ่นกันกระแทกที่บริเวณฝ่ามือและนิ้วมือเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
  • ถุงมือต้องยืดหยุ่นพอที่จะให้นักแข่งสามารถควบคุมคันเร่งและเบรกได้อย่างคล่องตัว

4. รองเท้า (Boots)

  • รองเท้าต้องเป็นแบบบู๊ทสูงที่ป้องกันขาและข้อเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ต้องทำจากวัสดุที่ทนทาน มีการเสริมแผ่นป้องกันที่บริเวณข้อเท้าและส้นเท้าเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
  • พื้นรองเท้าต้องไม่ลื่นและต้องมีการยึดเกาะที่ดีในขณะที่นักแข่งใช้เกียร์และเบรก

5. อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัย

  • แผ่นรองหลัง (Back Protector): จำเป็นต้องมีการใส่แผ่นรองหลังเพื่อป้องกันกระดูกสันหลังหากเกิดอุบัติเหตุ แผ่นนี้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ FIM กำหนด
  • แผ่นรองหน้าอก (Chest Protector): เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงกระแทกที่หน้าอกจากการล้ม

6. การตรวจสอบอุปกรณ์

  • ก่อนการแข่งขัน เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดของนักแข่งเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นไปตามข้อกำหนดและพร้อมใช้งานในการแข่งขัน
  • หากอุปกรณ์ใดไม่ผ่านการตรวจสอบ นักแข่งจะต้องทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนใหม่ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ลงแข่งขัน

สัญญาณธง

🟢ธงเขียว (Green Flag) ความหมาย ปลอดภัย สามารถแข่งต่อหรือเริ่มแข่งได้

  • หลังเขตอันตราย หรือช่วงเริ่มต้นการแข่งขัน

🟡ธงเหลือง (Yellow Flag) ความหมาย มีอันตรายข้างหน้า ลดความเร็วลงและห้ามแซง

  • มีรถล้มและรถเสียกลางสนาม มีรถเสียหยุดอยู่บนแทรคอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าสนามเคลื่อนย้าย 
  • กรณีเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ที่จุด 3 (จุดที่ 3,2 และ 1 ต้องโบกธงเหลือง)
  • มีเศษชิ้นส่วนอยู่บนสนาม เช่น ชิ้นส่วนรถหลุดกระจายจากอุบัติเหตุ มีน้ำมันรั่วลงในพื้นแทรค
  • มีเจ้าหน้าที่สนามอยู่ในสนาม เช่น กำลังให้ความช่วยเหลือหรือเก็บกู้รถในแทรค

หมายเหตุ: ห้ามแซงขณะสัญญาณธงเหลือง

🔴ธงแดง (Red Flag) ความหมาย หยุดการแข่งขันทันที

  • มีอุบัติเหตุหมู่ เช่น  รถล้มหลายคันในเวลาเดียวกัน หรือมีการบาดเจ็บสาหัสต้องใช้รถพยาบาลลงสนาม
  • สนามเปียกหรือมีน้ำท่วมกะทันหัน เช่น ฝนตกหนักจนไม่สามารถแข่งขันได้อย่างปลอดภัย
  • เศษซากรถ หรือคราบน้ำมันบนแทรค ที่ต้องใช้เวลานานในการเคลียร์
  • หมดเวลาต่อรอบขับขี่ในสนาม 

หมายเหตุ: ต้องหยุดการแข่งทันที และกลับเข้าสู่ Pit lane หรือเส้นสตาร์ต ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่สนาม ห้ามเร่งเครื่องหรือแซงระหว่างทางกลับเข้าพื้นที่ปลอดภัย รอคำสั่งต่อไปว่าจะ เริ่มใหม่ (Restart), นับผลการแข่งขันจากรอบที่ผ่านมา, หรือ ยุติการแข่งขัน

🔵ธงฟ้า (Blue Flag) ความหมาย ผู้ขับขี่ที่ถูกแซงรอบ (lapped) ต้องเปิดทางหลบ ให้ผู้นำผ่าน

🏁ธงลายหมากรุก (Checkred Flag)  ความหมาย จบการแข่งขัน ผู้ขับขี่ต้องผ่านเส้นชัย ลดความเร็วกลับเข้าพิท

Area Zone Survey

  1. นักแข่งทุกคนต้องศึกษากฎของสัญญาณธง และปฏิบัติตามสัญญาณธงอย่างเคร่งครัด (หากฝ่าฝืนมีโทษปรับเป็นเงินหรือ ปรับผลการแข่งขันตามกติกาที่กำหนดไว้)
  2. หากรถแข่งคันใด มีของเหลวรั่วไหล หรือมีชิ้นส่วนของตัวรถหลุด อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อนักแข่งคันอื่น กรรมการธงแต่ละจุดจะใช้สัญญาณ ธงแดงใส่รถคันดังกล่าว  ให้ออกนอกเส้นทางแข่งและจอดในพื้นที่ปลอดภัยทันที (หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ ผลการแข่งขันตามกติกาที่กำหนดไว้ และอาจถูกปรับเป็นเงินตามความเหมาะสม)
  3. ทุกครั้งที่หมดเวลา การซ้อม การควอลิฟาย การแข่งขัน จะใช้เป็นธงหมากรุกแจ้งให้นักแข่งทุกคนรับทราบที่ Finish 
  4. ช่วง การซ้อม การควอลิฟาย การแข่งขัน หากกรรมการใช้สัญญาณ ธงแดง ให้นักแข่งชะลอความเร็วรถ ห้ามแซง และนำรถแข่งกลับสู่ Pit Lane (หากรถแข่งคันใดไม่เข้าพิท มีโทษปรับรอบละ 2,000 บาท)
  5. เมื่อกรรมการใช้สัญญาณธงเหลือง นักแข่งทุกคนจะต้องลดความเร็วและห้ามแซงโดยเด็ดขาดจนกว่าจะผ่านสัญญาณธงเขียว