
ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องรับทราบ เมื่อ มาตรการ เตือนก่อนปรับ (Warning Before Fines) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ ตามคำสั่งการของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่และสร้างวินัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน การขยับเข้าสู่ระยะที่ 2 ของ การบังคับใช้กฎหมายจราจร 2569 ในวันที่ 1 เมษายนนี้
ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องรับทราบ เมื่อ มาตรการ เตือนก่อนปรับ (Warning Before Fines) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ ตามคำสั่งการของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่และสร้างวินัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน การขยับเข้าสู่ระยะที่ 2 ของ การบังคับใช้กฎหมายจราจร 2569 ในวันที่ 1 เมษายนนี้ จะเป็นการเปลี่ยนโหมดจากการ “ว่ากล่าวตักเตือน” มาเป็นการ “จับปรับจริง” อย่างเข้มงวดทั่วประเทศ เพื่อลดอัตราความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
ในช่วงระยะแรก (Phase 1) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้เน้นการให้ความรู้และตักเตือนผ่านระบบ PTM (Police Ticket Management) อย่างไรก็ตาม เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาผ่อนปรน ผู้ที่กระทำความผิดจะถูกดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งมีการเพิ่มอัตราโทษปรับให้สูงขึ้นในหลายข้อหาสำคัญ เพื่อป้องปรามการกระทำความผิดซ้ำซ้อนและสร้างความปลอดภัยในหน้า ข่าวจราจร ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
การยุติ มาตรการเตือนก่อนปรับ และการปรับเพิ่ม อัตราค่าปรับจราจรใหม่ ในช่วงเวลานี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ การเริ่มจับปรับจริงตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังมากขึ้น สำหรับผู้ที่ติดตาม ข่าวรถยนต์ แนะนำให้ตรวจเช็กความสมบูรณ์ของอุปกรณ์รถและเอกสารทางกฎหมายให้อยู่ในสถานะที่ถูกต้องเสมอ โดยเฉพาะระบบตัดคะแนนความประพฤติ (ตัดแต้ม) ที่หากคะแนนหมดเหลือ 0 จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ทันที 90 วัน
เพื่อให้ผู้ขับขี่เตรียมตัวได้ถูกต้อง นี่คือสรุปอัตราโทษปรับสูงสุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป
| ข้อหาหลักที่ต้องระวัง | อัตราโทษปรับสูงสุด (บาท) | คะแนนที่ถูกตัด |
| ขับรถเร็วเกินกำหนด | 4,000 | 1 |
| ฝ่าสัญญาณไฟจราจร | 4,000 | 2 |
| ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ | 4,000 | 1 |
| ไม่สวมหมวก / ไม่คาดเข็มขัด | 2,000 | 1 |
| ขับรถย้อนศร | 2,000 | 2 |
| ไม่มีใบขับขี่ / หมดอายุ | 1,000 | – |
| เมาแล้วขับ | 20,000 (หรือจำคุก) | 4 |
| ขับรถประมาทหวาดเสียว | 20,000 (หรือจำคุก) | 1 |
| ดัดแปลงสภาพรถ | 2,000 | – |
| จอดรถในที่ห้ามจอด | 2,000 | – |
การสิ้นสุดของ มาตรการ เตือนก่อนปรับ คือจุดเริ่มต้นของการเอาจริงเอาจังในการจัดระเบียบสังคมบนท้องถนน แม้ในระยะแรกอาจทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงภาระที่มากขึ้นจากอัตราค่าปรับที่สูงขึ้น แต่หากพิจารณาถึงความปลอดภัยส่วนรวม การบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องคือหนทางเดียวที่จะช่วยลดอุบัติเหตุได้อย่างแท้จริง ดังนั้น วันที่ 31 มีนาคมนี้ จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่ทุกคนจะสำรวจและปรับปรุงพฤติกรรมการขับขี่ของตนเองให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้กระทำความผิดในวันพรุ่งนี้
ไม่อยากพลาดทุกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายจราจร และอัปเดต ข่าวมอไซค์ หรือเทรนด์ยานยนต์ใหม่ล่าสุด อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะกันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ที่คุณต้องอัปเดตก่อนใคร
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Honda Newsข่าวดีแฟนมอเตอร์สปอร์ต! Honda HRC ต่อสัญญา ก้อง สมเกียรติ ลุย WorldSBK ปี 2027
Moto2เตรียมเปิดตัว Street Triple 798 RS พลัง Moto2 17 พ.ย. นี้
ข่าว Mazdaเปิดราคาอย่างเป็นทางการ รถยนต์ไฟฟ้า Mazda CX-6e ลุยตลาดไทยเริ่ม 1.25 ล้านบาท
Ducatiกางปีกบุกมันดาลิกา! VR46 เผยโฉมลวดลายพิเศษฉลองโฮมเรซ MotoGP
TriumphTriumph Bonneville T40 เปิดตัวใหม่ ราคา สเปก
Honda Newsดาวรุ่งไทยลุยต่อ! อุ้ม นพรุธพงษ์ คว้าแต้มศึก Moto4 Asia Cup
ข่าวรถยนต์เผยภาพทีเซอร์แรก All NEW Citroen 2CV อัปเดต ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า คลาสสิกแห่งปี
ข่าวมอเตอร์ไซค์Triumph เปิดตัว 4 รุ่นใหม่วันนี้ จับตา Bonneville 400