

จากรถยนต์แฮตช์แบ็กที่พบเห็นได้ทั่วไปบนท้องถนน สู่โปรเจ็กต์รถแข่งเต็มรูปแบบที่ตั้งเป้ากำลังเครื่องยนต์มากกว่า 250 แรงม้า พร้อมโจทย์ทำเวลาต่อรอบ 1 นาที 52 วินาที ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ นี่คือแนวคิดของ SUPER CITY HATCHBACK ผลงานความร่วมมือระหว่าง Grand Prix Motorsport และ TERA ENGINEERING ที่ต้องการพิสูจน์ว่า รถแข่งสมรรถนะสูงไม่จำเป็นต้องมาพร้อมต้นทุนที่สูงจนเกินเอื้อมเสมอไป
โปรเจ็กต์ดังกล่าวพัฒนาบนพื้นฐาน Honda City Hatchback โดยมีเป้าหมายสร้างรถแข่งภายใต้กรอบกติกา Super Touring และ Siam Group A พร้อมปรับเปลี่ยนทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ระบบเครื่องยนต์ และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน
ล่าสุดทีมงานเปิดเผยความคืบหน้าการพัฒนามากกว่า 95% และเตรียมนำรถออกสู่สนามเป็นครั้งแรกภายในงาน SPEEDTOPIA FESTIVAL 2026 ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำลังเครื่องยนต์ 250 แรงม้า+++ และเวลา 1:52 นาที ยังเป็นเป้าหมายของทีมพัฒนา ไม่ใช่ตัวเลขสมรรถนะที่ผ่านการทดสอบและประกาศรับรองแล้ว ส่วนราคาของตัวรถยังอยู่ระหว่างกระบวนการวิจัยและพัฒนา

คือโปรเจ็กต์รถแข่งที่นำพื้นฐาน Honda City Hatchback มาต่อยอดเป็นรถสำหรับการแข่งขัน โดย Grand Prix Motorsport ร่วมมือกับ TERA ENGINEERING ภายใต้แนวคิดสร้างรถแข่งสมรรถนะสูงในต้นทุนที่สามารถเข้าถึงได้
แนวคิดของโปรเจ็กต์นี้เกิดจากการมองเห็นข้อจำกัดสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ต นั่นคือต้นทุนการพัฒนาและครอบครองรถแข่ง ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคสำหรับทีมแข่งหรือผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น
แทนที่จะเริ่มต้นด้วยแพลตฟอร์มรถสปอร์ตที่มีราคาสูง ทีมพัฒนาเลือกใช้ Honda City Hatchback ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีจำหน่ายทั่วไป และมีประสบการณ์จากการแข่งขัน Honda One Make Race เป็นพื้นฐาน
โจทย์สำคัญของ Grand Prix Motorsport และ TERA ENGINEERING จึงไม่ได้มีเพียงการเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ แต่ยังรวมถึงการสร้างรถที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ภายใต้กรอบกติกาการแข่งขัน โดยให้ความสำคัญกับงบประมาณควบคู่กับสมรรถนะ
สำหรับผู้ที่ติดตาม ข่าวรถยนต์ และมอเตอร์สปอร์ตไทย โปรเจ็กต์ลักษณะนี้น่าสนใจเพราะอาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการนำรถยนต์ที่คุ้นเคยมาพัฒนาเป็นรถแข่งสำหรับการแข่งขันระดับประเทศ
Honda City Hatchback ถูกเลือกเพราะเป็นรถยนต์ที่เข้าถึงได้ง่าย มีพื้นฐานตัวรถที่ทีมแข่งขันคุ้นเคย และเคยพิสูจน์ศักยภาพผ่านการแข่งขัน Honda One Make Race มาแล้วหลายฤดูกาล
การเลือกแพลตฟอร์มที่มีประสบการณ์ในสนามแข่งขันช่วยให้ผู้พัฒนามีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของตัวรถ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวางแนวทางวิจัยและพัฒนาในขั้นต่อไป
สำหรับรถแข่งที่มีต้นกำเนิดจากรถยนต์ใช้งานทั่วไป สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่กำลังเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสมดุลของตัวรถ ความสามารถในการควบคุม และความเหมาะสมขององค์ประกอบต่างๆ ภายใต้กติกาการแข่งขัน
ในกรณีของ City Hatchback การมีประสบการณ์จากรายการ One Make Race จึงเป็นพื้นฐานที่ทีมงานสามารถนำมาต่อยอดได้
อย่างไรก็ตาม รถที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์จะมีรายละเอียดแตกต่างจากรถบ้านมากน้อยเพียงใด ยังต้องรอการเปิดเผยสเปกเชิงเทคนิคเพิ่มเติม
ความแตกต่างหลักคือวัตถุประสงค์ในการพัฒนา โดย City Hatchback รุ่นจำหน่ายทั่วไปออกแบบเพื่อการใช้งานประจำวัน ส่วนโปรเจ็กต์รถแข่งถูกพัฒนาเพื่อสมรรถนะในสนามแข่งขัน ภายใต้ข้อกำหนดของคลาสที่เกี่ยวข้อง
| หัวข้อ | Honda City Hatchback รถใช้งานทั่วไป | SUPER CITY HATCHBACK |
|---|---|---|
| ประเภท | รถยนต์แฮตช์แบ็ก | รถแข่งพื้นฐานแฮตช์แบ็ก |
| จุดประสงค์ | ใช้งานบนถนน | ใช้ในสนามแข่งขัน |
| เครื่องยนต์ | แตกต่างตามรุ่นและตลาด | Honda Turbo |
| กำลังเครื่องยนต์ | ตามสเปกรุ่นจำหน่าย | เป้าหมาย 250 แรงม้า+++ |
| แอโรไดนามิก | ชุดตัวถังมาตรฐาน | Aero Body Kit พัฒนาเฉพาะ |
| กติกา | มาตรฐานรถถนน | แนวทาง Super Touring / Siam Group A |
| เวลาต่อรอบ | ไม่มีเป้าหมายจากโรงงาน | ตั้งเป้า 1:52 นาที สนามช้างฯ |
| ราคา | ตามรุ่นย่อยที่จำหน่าย | ยังไม่ประกาศ |
ตารางนี้เปรียบเทียบแนวคิดการใช้งาน ไม่ใช่การยืนยันว่ารถแข่งมีอุปกรณ์ทั้งหมดแตกต่างจากรถบ้านในรายการใดบ้าง เพราะรายละเอียดสุดท้ายยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
ทีมพัฒนาวางเป้าหมายใช้เครื่องยนต์ Honda Turbo เพื่อสร้างกำลังในระดับ 250 แรงม้าขึ้นไป โดยยังไม่ได้ประกาศความจุเครื่องยนต์ รุ่นเครื่องยนต์ รหัสเครื่องยนต์ หรือผลวัดกำลังอย่างเป็นทางการ
การกำหนดเป้าหมายในระดับดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจยกระดับ City Hatchback จากรถที่มีพื้นฐานการแข่งขันแบบ One Make Race ไปสู่รถแข่งที่มีสมรรถนะสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การมีกำลังเครื่องยนต์มากขึ้นไม่ได้รับประกันว่าจะทำเวลาต่อรอบได้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะสมรรถนะของรถแข่งขึ้นอยู่กับระบบต่างๆ ทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่าง ระบบเบรก ยาง น้ำหนัก และแอโรไดนามิก
สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบ ปัจจัยสำคัญในมุมการพัฒนารถแข่งยังรวมถึงการจัดการความร้อน ความน่าเชื่อถือเมื่อใช้งานต่อเนื่อง และการตอบสนองของเครื่องยนต์ภายใต้เงื่อนไขการแข่งขัน
รายละเอียดเหล่านี้ต้องผ่านการประเมินและทดสอบโดยทีมวิศวกรในสภาพแวดล้อมสนามที่มีการควบคุมความปลอดภัยอย่างเหมาะสม
ข้อมูลที่เปิดเผย ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ยังเป็นข้อมูลโครงการพัฒนา ไม่ใช่เอกสารสเปกสุดท้ายของรถแข่งที่ผ่านการทดสอบ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อโครงการ | SUPER CITY HATCHBACK |
| พื้นฐานรถ | Honda City Hatchback |
| ผู้พัฒนา | Grand Prix Motorsport และ TERA ENGINEERING |
| เครื่องยนต์ | Honda Turbo |
| เป้าหมายกำลัง | 250 แรงม้า+++ |
| ระบบขับเคลื่อน | ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด |
| ระบบส่งกำลัง | ยังไม่ประกาศ |
| น้ำหนักรถ | ยังไม่ประกาศ |
| Aero Body Kit | ชุดตัวถังที่พัฒนาเฉพาะ |
| กรอบกติกา | Super Touring และ Siam Group A |
| เป้าหมายเวลาต่อรอบ | 1 นาที 52 วินาที |
| สนามเป้าหมาย | Chang International Circuit บุรีรัมย์ |
| ความคืบหน้าโครงการ | มากกว่า 95% |
| ราคา | ยังไม่ประกาศ |
ตัวเลขกำลังเครื่องยนต์เป็นเป้าหมายการพัฒนา ส่วนสเปกอื่นๆ ที่ยังไม่มีการเปิดเผยไม่ควรนำข้อมูลของรถแข่ง City Hatchback คันอื่นมาใช้แทน เพราะอาจเป็นคนละชุดพัฒนาและคนละข้อกำหนดการแข่งขัน
Aero Body Kit เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของโปรเจ็กต์ โดยทีมงานพัฒนาชุดตัวถังใหม่ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านท้าย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของรถแข่งและรองรับเป้าหมายด้านสมรรถนะ
สำหรับรถแข่งในสนามปิด แอโรไดนามิกมีบทบาทต่อพฤติกรรมของรถ โดยเกี่ยวข้องกับการไหลของอากาศ แรงต้าน และแรงกดที่เกิดขึ้นกับตัวถัง
แม้ชุดแต่งภายนอกจะเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ชัดที่สุด แต่การประเมินประสิทธิภาพจริงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากการทดสอบ ไม่สามารถตัดสินได้จากความดุดันของรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
โปรเจ็กต์นี้ระบุว่ามีการพัฒนาชิ้นส่วนหลักสามบริเวณ ได้แก่
ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลตัวเลข Downforce หรือค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศของรถที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ ดังนั้นประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกจึงต้องรอผลการประเมินเพิ่มเติม
ความน่าสนใจอยู่ที่ทีมงานไม่ได้ต้องการให้ City Hatchback ดูเหมือนรถแข่งเพียงอย่างเดียว แต่กำลังพัฒนารถที่มีเป้าหมายสมรรถนะชัดเจนในสนามจริง
ทีมพัฒนาตั้งเป้าทำเวลาต่อรอบที่ 1 นาที 52 วินาที หรือ 112 วินาที บนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จของโปรเจ็กต์เมื่อเข้าสู่กระบวนการทดสอบ
การตั้งเป้าหมายเวลาต่อรอบมีประโยชน์ในด้านการพัฒนารถ เพราะสามารถใช้เป็นข้อมูลเพื่อประเมินภาพรวมของสมรรถนะได้มากกว่าการพิจารณากำลังเครื่องยนต์อย่างเดียว
ทั้งนี้ เวลาต่อรอบขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายประการ รวมถึงผังสนามที่ใช้ สภาพอากาศ สภาพแทร็ก ประเภทยาง และข้อกำหนดของรถ
หากโครงการสามารถทำเวลาได้ตามเป้าหมายจริง ก็จะเป็นผลลัพธ์ที่น่าสนใจสำหรับรถแข่งที่พัฒนาจากแพลตฟอร์มแฮตช์แบ็ก แต่ยังไม่สามารถนำเป้าหมายดังกล่าวไปอ้างว่าเป็นสถิติของรถหรือสถิติสนามได้
| ตัวชี้วัด | เป้าหมายหรือสถานะ |
|---|---|
| กำลังเครื่องยนต์ | 250 แรงม้า+++ |
| เวลา 1 รอบ | 1:52 นาที |
| ระยะเวลาเป้าหมาย | 112 วินาที |
| สนาม | ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต |
| ผลทดสอบ Lap Time | ยังไม่มีการยืนยัน |
| ผลวัดกำลังเครื่องยนต์ | ยังไม่มีการยืนยัน |
หากจะเปรียบเทียบกับรถแข่งในคลาส Super Touring หรือ Siam Group A จำเป็นต้องตรวจสอบกติกาและข้อกำหนดของแต่ละรุ่นให้ตรงกันก่อน เนื่องจากความแตกต่างด้านน้ำหนัก ยาง และรูปแบบรถอาจส่งผลต่อเวลาอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจากผู้พัฒนาระบุว่าโปรเจ็กต์ถูกสร้างขึ้นภายใต้กรอบกติกา Super Touring และ Siam Group A แต่ยังไม่มีการยืนยันรายการแข่งขัน สนามเปิดตัวในการแข่งขันจริง หรือรายชื่อนักแข่งอย่างเป็นทางการ
การออกแบบรถตามกรอบกติกามีความสำคัญ เพราะเป็นแนวทางกำหนดขอบเขตการพัฒนาและตรวจสอบความเหมาะสมของตัวรถกับการแข่งขันที่ต้องการเข้าร่วม
อย่างไรก็ตาม การพัฒนารถให้สอดคล้องกับแนวทางของรุ่นแข่งขัน ยังไม่เท่ากับการผ่านการตรวจสภาพหรือได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการแข่งขันในคลาสใดคลาสหนึ่งแล้ว
ขั้นตอนดังกล่าวต้องพิจารณาข้อกำหนดของผู้จัดการแข่งขันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
สำหรับ Grand Prix Motorsport และ TERA ENGINEERING โจทย์สำคัญของโครงการจึงเป็นการหาจุดสมดุลระหว่างสมรรถนะสูง ความเหมาะสมกับกติกา และต้นทุนในการพัฒนา
หากแนวทางนี้ประสบความสำเร็จ อาจช่วยสร้างตัวเลือกเพิ่มเติมให้กับทีมแข่งที่สนใจแพลตฟอร์ม Honda City Hatchback ในอนาคต แต่ยังต้องรอข้อมูลด้านราคาจริงและผลการใช้งานก่อนประเมินความคุ้มค่า
ขณะนี้ยังไม่มีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากโครงการอยู่ระหว่างขั้นตอน Research & Development (R&D) และทีมงานต้องประเมินต้นทุนให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดเผยรายละเอียด
เป้าหมายด้านราคาถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการ เพราะรถแข่งสมรรถนะสูงมักมีต้นทุนมากกว่าราคาตัวรถพื้นฐาน ทั้งจากกระบวนการพัฒนา การบำรุงรักษา และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการแข่งขัน
การเลือกใช้ Honda City Hatchback จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดด้านการควบคุมต้นทุน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะทำให้ราคาสุดท้ายอยู่ในระดับใด
อีกประเด็นที่ต้องรอคือรูปแบบการจำหน่าย ว่าจะมีรถแข่งสำเร็จรูป ชุดอุปกรณ์สำหรับทีมแข่ง หรือรูปแบบการให้บริการพัฒนาโดยเฉพาะ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ได้รับการประกาศ
สำหรับผู้ที่ติดตาม ราคาและสเปครถยนต์ ต้องแยกให้ชัดเจนว่าราคาของ Honda City Hatchback รุ่นจำหน่ายทั่วไป ไม่ใช่ราคาของรถแข่งที่ผ่านกระบวนการพัฒนาตามโปรเจ็กต์นี้
ดังนั้น คำตอบว่าโครงการจะสร้างรถแข่งสมรรถนะสูงในราคาที่เข้าถึงได้จริงหรือไม่ ยังต้องรอการเปิดเผยต้นทุนและเงื่อนไขการจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
มีกำหนดปรากฏตัวและเข้าสู่การทดสอบในสนามครั้งแรกภายในงาน SPEEDTOPIA FESTIVAL 2026 วันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรม PT SONGKHLA GRAND PRIX ที่จังหวัดสงขลา
กำหนดการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญหลังทีมพัฒนาเปิดเผยว่าความคืบหน้าของโครงการอยู่ที่มากกว่า 95%
การนำรถลงทดสอบจริงจะเปิดโอกาสให้ทีมวิศวกรเก็บข้อมูลการทำงานของระบบต่างๆ และประเมินความพร้อมของรถก่อนเข้าสู่ขั้นตอนพัฒนาต่อไป
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| งาน | SPEEDTOPIA FESTIVAL 2026 |
| งานหลัก | PT SONGKHLA GRAND PRIX 2026 |
| วันปรากฏตัวตามแผน | 16–18 ตุลาคม 2569 |
| จังหวัด | สงขลา |
| รถไฮไลต์ | SUPER CITY HATCHBACK |
| กิจกรรม | การปรากฏตัวและทดสอบในสนามครั้งแรกตามแผน |
งาน PT SONGKHLA GRAND PRIX 2026 โดยรวมจัดระหว่างวันที่ 14–18 ตุลาคม 2569 บนสนามสตรีทเซอร์กิตในจังหวัดสงขลา ส่วนกิจกรรม SPEEDTOPIA ที่เกี่ยวข้องกับโปรเจ็กต์นี้ระบุช่วงวันที่ 16–18 ตุลาคม
ต้องย้ำว่าการปรากฏตัวครั้งแรกที่สงขลาไม่ใช่การยืนยันว่ารถจะทำเวลาต่อรอบเป้าหมาย 1:52 นาทีในงานดังกล่าว เพราะตัวเลขนี้ตั้งไว้สำหรับสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นคนละสนามกัน
หากทีมพัฒนาสามารถทำรถแข่งที่มีสมรรถนะตามเป้าหมาย พร้อมควบคุมต้นทุนได้อย่างเหมาะสม โปรเจ็กต์นี้อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในประเทศไทย
ความน่าสนใจของโครงการไม่ได้มีเพียงกำลังเครื่องยนต์หรือเวลาเป้าหมาย แต่ยังอยู่ที่แนวคิดการใช้รถยนต์ที่มีพื้นฐานแพร่หลายมาสร้างเป็นแพลตฟอร์มรถแข่ง
การมีรถพื้นฐานที่คุ้นเคยอาจช่วยให้ทีมแข่งสามารถวางแผนการใช้งานและการพัฒนาต่อยอดได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ยังต้องได้รับการพิสูจน์จากต้นทุนจริง ความทนทาน และข้อมูลหลังการทดสอบ
ในภาพรวมของวงการ ข่าวรถยนต์ และการแข่งขันภายในประเทศ การเกิดขึ้นของโครงการพัฒนารถแข่งโดยทีมงานไทยนับเป็นประเด็นที่น่าติดตาม เพราะสะท้อนความพยายามสร้างผลงานด้านวิศวกรรมและการแข่งขันภายในประเทศ
แต่จะสามารถพัฒนาไปถึงขั้นเป็นรถแข่งทางเลือกสำหรับหลายทีมได้หรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับผลลัพธ์จริงหลังจากเข้าสู่กระบวนการทดสอบและประเมินต้นทุน
SUPER CITY HATCHBACK เป็นโครงการรถแข่งที่น่าสนใจด้วยแนวคิดการนำ Honda City Hatchback มายกระดับเป็นรถแข่งสมรรถนะสูง ตั้งเป้ากำลัง 250 แรงม้า+++ และเวลาต่อรอบ 1:52 นาที ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยยังให้ความสำคัญกับต้นทุนที่เข้าถึงได้
สิ่งที่ทำให้โปรเจ็กต์นี้แตกต่างจากการสร้างรถแต่งทั่วไป คือการกำหนดเป้าหมายเชิงวิศวกรรมและการแข่งขันไว้อย่างชัดเจน พร้อมการพัฒนาภายใต้กรอบกติกา Super Touring และ Siam Group A
แม้ตอนนี้รถจะมีความคืบหน้ามากกว่า 95% แต่ยังมีคำถามสำคัญที่รอคำตอบ ทั้งผลวัดกำลังเครื่องยนต์จริง เวลาในการทดสอบ ความทนทานของระบบต่างๆ และราคาสุดท้าย
การปรากฏตัวที่ SPEEDTOPIA FESTIVAL 2026 จังหวัดสงขลา วันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ผลงาน มากกว่าจุดสิ้นสุดของโครงการ
เพราะในโลกมอเตอร์สปอร์ต ตัวเลขบนกระดาษอาจสร้างความตื่นเต้นได้ แต่สิ่งที่ตัดสินศักยภาพของรถแข่งจริงๆ ยังคงเป็นผลลัพธ์จากสนามแข่งขัน และนั่นคือสิ่งที่ SUPER CITY HATCHBACK กำลังเดินหน้าไปพิสูจน์
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
โปรเจ็กต์รถแข่งที่พัฒนาจาก Honda City Hatchback โดย Grand Prix Motorsport และ TERA ENGINEERING ภายใต้แนวทาง Super Touring และ Siam Group A
กำหนดปรากฏตัวและทดสอบครั้งแรกตามแผนวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 ภายในงาน SPEEDTOPIA FESTIVAL จังหวัดสงขลา
ยังไม่มีประกาศราคาอย่างเป็นทางการ เพราะรถยังอยู่ในขั้นตอน Research & Development
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวกฎหมายจราจรตำรวจจราจร 2570 ห้ามซุ่มจับ ไม่ปิดหน้า เตือนก่อนปรับ แต่ขับอันตรายโดนทันที
ข่าวแข่งขันDT Motorsport แจงดราม่าโกคาร์ท CADET B เพิ่ม ปมเสื้อสูบ IAME 364/H
F1Christian Horner เปิดใจ! เผชิญ Panic Attack จากแรงกดดัน F1 แม้พา Red Bull คว้าแชมป์โลก 14 สมัย
Honda NewsHonda Academy 2026 สนาม 7 มาร์วิน-เดอะเบสท์ แบ่งชัยคนละเรซที่บุรีรัมย์
ข่าวรถ BentleyBentley Torcal เปิดราคาไทย 13.89 ล้านบาท SUV ไฟฟ้า 888 แรงม้า ชาร์จไว 16 นาที วิ่งไกล 600 กม.
ข่าวด่วนรยสท. ชี้แจงดราม่า Cadet-B ยันกำลังตรวจทุกหลักฐาน
Honda Newsอุ้ม นพรุธพงษ์ คืนฟอร์มเดือด คว้าท็อป 6 Moto4 Asia Cup มันดาลิกา
WSBKKawasaki ZX-9R อาจแทน ZX-6R? วิเคราะห์โอกาสใช้เครื่อง Z900 ท้าชน Yamaha R9 ใน WorldSSP