รวมรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง

รวมรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง แถมวิ่งได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตร

เรามาถึงยุคที่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ใช่พาหนะแห่งอนาคตอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังถูกพิจารณาว่ามันคือพาหนะแห่งยุคปัจจุบัน กระทั่งในปัจจุบันสมาพันธุ์จักรยานยนต์นานาชาติก็ได้ร่วมมือกับค่ายรถไฟฟ้าชั้นนำอย่าง Energica เพื่อที่จะจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเปิดเป็นรุ่นสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ และจะแข่งขันกันทั้งหมด 6 เรซ ในการแข่งขันในโซนยุโรปก่อน โดยเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2019

อย่างไรก็ดีทุกวันนี้หลายๆ คนยังมีอคติต่างๆ มากมายเกี่ยวกับรถไฟฟ้า เช่น มันวิ่งได้ไม่ไกล มันชาร์จนาน หรือว่ามันหนัก หรือแบตเตอรี่มันแพง และอื่นๆ อีกหลายเหตุผล แต่ตอนนี้มีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหลากหลายพิกัดให้เลือกมากขึ้นทุกปี และหากเราพูดถึงเครื่องยนต์หรือพูดให้ถูกคือมอเตอร์ที่ส่งกำลังขับให้เราเป็นกิโลวัตต์แทนที่จะเป็นแรงม้า ตอนนี้มันก็ดีไม่ขี้ริ้วขี้เหร่แล้ว และตอนนี้การตั้งเป้าหมายในเรื่องของมลพิษเป็นศูนย์ยิ่งเป็นตัวผลักดันให้ค่ายรถต่างๆ สร้างรถที่ดียิ่งขึ้นออกมา แต่ก็ยังต้องถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกออกมาได้ แม้รถมันจะไม่มีเสียงดังเหมือนเครื่องยนต์ตั่วไปก็ตาม

และเราก็ได้ รวมรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง แถมวิ่งได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตร ที่เป็นโมเดลเด่นๆ ของปี 2020 ซึ่งผลิตโดยค่ายรถที่ผลิตแต่รถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยมีทั้งซูเปอร์สปอร์ต ทัวริ่ง และกระทั่งรถเอ็นดูโร่ ซึ่งแต่ละคันล้วนเลือกใช้แต่ยางจากทาง Pirelli เป็นยางติดรถเพื่อที่จะให้มันรองรับกับแรงบิดที่มากมายที่ได้จากมอเตอร์ไฟฟ้าของมัน

 

Energica Eva Ribelle

Eva Ribelle เป็นสตรีทไฟเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ดุดันและยังคล่องตัว เหมาะกับการใช้งานในเมืองและออกทริปช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มันใช้ขุมพลังเดียวกับรถแข่ง MotoE ที่เพิ่มพลังแรงบิดจากเดิม 200 นิวตันเมตร กลายเป็น 215 นิวตันเมตร และยังมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบาลงกว่าเดิมมาก แบตเตอรีลิเธียมโพลิเมอร์ขนาด 21.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมงแบบใหม่มีขนาดเล็กและเบาลง และยังช่วยกระจายน้ำหนักตัวรถได้ดีขึ้น ช่วยทำให้ควบคุมรถได้ดีขึ้นอีกด้วย

การพัฒนาอีกก้าวที่สำคัญมากๆ ของเจ้าคันนี้คือการที่มันมีความอิสระในระดับนึง เพราะเจ้า Eva Ribelle สามารถที่จะวิ่งได้ไกลมากถึง 400 กม.จากการชาร์จเพียงครั้งเดียวในกรณีใช้งานเมือง หรือประมาณ 180 กม. ในกรณีขี่ความเร็วสูงๆ ออกนอกเมือง ซึ่งเป็นไปได้จากการที่มีเทคโนโลยีฟาสต์ชาร์จ ที่ทำให้สามารถชาร์ต 1 นาที วิ่งได้ไกลเกือบ 7 กม. ในขณะที่การชาร์จแบบปกติสามารถช่วยให้คุณวิ่งได้ไกล 67 กม.ต่อการชาร์จ 1 ชม.

Eva Ribelle ใช้ยาง Pirelli Diablo Rosso III ขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 ตามลำดับ ซึ่งเป็นยางซูเปอร์สปอร์ตสำหรับขี่ถนน สามารถใช้งานได้ดีทั้งถนนเปียกหรือถนนแห้ง และยังสามารถทำงานร่วมกันกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำสมัยของรถได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

Zero SR / S

รวมรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง

Zero Motorcycles บริษัทผลิตรถจากรัฐคาลิฟอร์เนียก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 13 ปีก่อน และดำเนินการผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยมีรถให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้ง เน็กเก็ต ทัวริ่ง ซูเปอร์สปอร์ต ซูเปอร์โมโต และเอ็นดูโร่

และโมเดลใหม่ล่าสุดก็จัดเป็นโมเดลฟูลแฟริ่งคันแรก มาพร้อมสมรรถนะสูงและยาง Pirelli Diablo Rosso III ขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 ตามลำดับ โดยเจ้า SR / S มาพร้อมกำลังแรง 110 แรงม้าและทอร์คที่ 190 นิวตันเมตร เป็นรถที่ถูกนำเสนอออกมาในฐานะรถซูเปอร์สปอร์ตที่ไม่สุดโต่งจนเกินไป เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย แม้กระทั่งแบบทัวริ่งด้วยเบาะคนซ้อน โดยตัวรถนั้นมีน้ำหนักเพียง 230 กก.

แบตเตอรี่ของรถได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับโมเดลก่อนหน้า โดยสามารถเดินทางได้ไกลถึง 323 กม.ต่อการชาร์จครั้งเดียว ตัวรถยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆ 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ แจ้งเตือนสถานะของรถ การชาร์จ ข้อมูลการขับขี่ และการอัพเกรดหรืออัพเดตระบบ ซึ่งช่วยให้ใช้งานรถได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

 

Tacita T-Cruise Turismo

Tacita คือชื่อที่นำมาจากเทพธิดาแห่งความเงียบงันของโรมัน และก็ยังเป็นชื่อของบริษัทที่ตัดสินใจที่จะผลิตรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว และก็เลือกใช้ยาง Pirelli อีกค่าย โดยเลือกใช้ ขนาด 120/70 ZR17 และ 160/60 ZR17 ตามลำดับ โดยตัวรถจะเน้นออกมาให้กลุ่มผู้ใช้ที่รักการเดินทางเป็นหลักครับ

ตัวรถสามารถปรับแต่งได้ทั้งในเรื่องของขนาดขุมพลังและแบตเตอรี่ ทั้งนี้สเปกที่ดีที่สุดก็คือขุมพลังที่ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 44 กิโลวัตต์ (59 แรงม้า) สามารถรีดแรงบิด 100 นิวตันเมตรได้อย่างรวดเร็ว แบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์ก็จะมีขนาด 27 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถใช้งานได้ถึง 320 กม. และสามารถใช้ปลั๊กชาร์จไฟตามบ้านได้เลย

ข้อเด่นที่ไม่เหมือนใครคือ T-Cruise Turismo คือมาพร้อมเกียร์บ็อกซ์แบบ 5 สปีด เกียร์ถอยหลัง และระบบ Regenerative Braking System หรือระบบเบรกที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามาเป็นตัวช่วยเบรกและปั่นไฟคืนให้ระบบได้อีกด้วยครับ

อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก