ครั้งนี้เรามาทดสอบเทพเจ้า 3 ตา นั้นก็คือ Aprilia RSV4 1100 Factory ไม่ต้องแปลกใจ โมเดลนี้เป็นโมเดลใหม่ล่าสุดจากทางค่าย Aprilia นั้นเองที่มีการพัฒนาเครื่องยนต์ ให้มีแรงม้ามากขึ้น ความจุซีซีมากขึ้น รวมไปถึงแฟริ่งตัวรถที่มีปีกเพิ่มขึ้นมา โดยถอดแบบและพัฒนามาจากรถ Prototype ในรายการแข่ง MOTOGP อย่างเจ้า Aprilia RS-GP  อีกด้วย

รูปทรง น้ำหนัก โฉมงามติดปีก
การออกแบบที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง Aprilia ในรายการ MotoGP ที่ทำให้รู้สึกถึงจิตวิญญาณของความสปอร์ตพร้อมที่จะหวดเร่งลอยอยู่เสมอ มาพูดถึงด้านหน้ากันก่อนเลย พัฒนาล้ำสมัยไปทุกปี ปีนี้ปรับเปลี่ยนหน้าตาจากเดิมไปไม่มากเท่าไรแต่ที่สังเกตได้คือ เจ้า Aprilia RSV4 1100 Factory คันนี้มีปีก (winglet) ขนาดค่อนข้างใหญ่แต่น้ำหนักเบาเพราะเป็นวัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์ ที่ติดมาช่วยดักอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ทำให้ตัวรถนิ่งขึ้นเวลาทำความเร็วสูงๆ

มีชิ้นส่วนแฟริ่งรอบตัวรถเกือบจะ 100% เป็นพาร์ทคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้น้ำหนักตัวรถรวมของเหลวอยู่ที่ 199 กิโลกรัม ถังน้ำมันสามารถบรรจุเชื้อเพลิงได้ 18.5 ลิตร โครงสร้างตัวรถและสวิงอาร์มเป็นอลูมิเนียมเกรดพิเศษอย่างดีที่มีความแข็งแรงและเบาขึ้น ทางด้านท้ายคนขับถูกออกแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เหมือนกับมี สปอยเลอร์อยู่ด้านหลังเรียวสวยงาม

ยังคงโชว์ความดิบสีและลวดลายของตัวรถคุมโทนด้วยสีดำ(คาร์บอน) ตัดกับสีทองที่อยู่ในส่วนของตัวแกนโช้ค Ohlins และล้อ Forged Aluminium ที่ถูกไดร์สีให้ออกมาคล้ายกับสีน้ำตาลไหม้ ตัดด้วยโลโก้ Aprilia RSV4 1100 Factory ที่เป็นสีแดง ทำให้รู้สึกถึงความดุดัน สปอร์ต เรซซิ่งเป็นอย่างมาก

หน้าจอเรือนไมล์ แบบ Full Digital LCD
หน้าจอแสดงผลขนาด 4.3 นิ้วชนิด TFT สามารถปรับแสดงพื้นหลังได้ให้เหมาะสมกับการขับขี่ อัตโนมัติ (กลางวัน/กลางคืน) จอเรือนไมล์จะแสดงผลการเตือนต่างๆ ที่มีในรถคันนี้ และจะปรับเปลี่ยนได้ตามการปรับเปลี่ยนตัวโหมดการขับขี่อีกด้วย โดยโหมดที่เปลี่ยนนั้นคือโหมด Race ที่จะเป็นหน้าจอแสดงรอบ lap และการจับเวลาต่อรอบ พร้อมทั้งสามารถเลือกเวลาต่อรอบที่ดีที่สุดได้อีกด้วย

Mode Road
Mode Race

พัฒนาเครื่องยนต์ใหม่


เครื่องยนต์แบบ V4 65 องศา ลูกสูบแบบใหม่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 81 มิลลิเมตรพร้อมกับออกแบบหัวลูกสูบแบบใหม่ เพื่อให้ได้อัตราส่วนกำลังอัด เท่ากับ 13.6 : 1 ทำให้เครื่องยนต์ที่มีความจุเพิ่มมากขึ้นและมีความจุรวมขนาด 1078 ซีซี 4 จังหวะ  มีกำลังแรงม้าอยู่ที่ 217 แรงม้าที่ 13200 รอบ/นาที สร้างแรงบิดมหาศาลอยู่ที่ 122 นิวตันเมตร ที่ 11000 รอบ/นาที ระบบเกียร์ 6 สปีด มีการปรับอัตราการทดเกียร์ 5 และ 6 ใหม่ให้สามารถลากได้ยาวขึ้น

รวมไปถึงการพัฒนาระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินที่มีจำนวนหัวฉีด 2 หัวต่อ 1 สูบ และยังใช้มอเตอร์ควบคุมลิ้นเร่งโดยสั่งการจากคันเร่งไฟฟ้าทำให้เสถียรมากขึ้นในการเปิดคันเร่ง พร้อมทั้งยังมี Map ECU ใหม่ Magneti Marelli 7SM ที่ทำให้รอบเครื่องยนต์สามารถที่จะทำรอบเครื่องสูงสุดได้ที่ 13800 รอบ/นาที

พัฒนาปั๊มฉีดน้ำมันเครื่องเพื่อหล่อลื่นเครื่องยนต์เพิ่มเพื่อที่จะรองรับรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น และทั้งหมดทั้งมวลจะถูกระบายไอเสียออกด้วยท่อฟูลไทเทเนี่ยมของ Akrapovic ที่ผลิตมาให้เฉพาะ Aprilia Racing เท่านั้น ถือว่าถูกวิจัยและพัฒนามาคู่บุญกับเจ้าคันนี้อย่างแท้จริง

Riding Mode

จากข้อมือสู่เครื่องยนต์ต้องผ่านคันเร่งไฟฟ้า (Ride by wire) ที่ถูกพัฒนาปรับเปลี่ยนจากคันเร่งสายเป็นแบบไฟฟ้าเพื่อที่จะตอบสนองการสั่งการอย่างมีประสิทธิภาพตามสภาพถนนหรือสภาพสนามแข่ง โดยจะสั่งการผ่าน ECU ที่มีซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์สามารถปรับ Mode การขับขี่ทั้งหมด 3 โหมด คือ Track, Sport และ Race โดยในการขับขี่ในครั้งนี้ ได้ลองปรับเพียงแค่ Track คิดว่าคือโหมดความแรงระดับกลาง ส่วน Sport จะเปรียบเสมือน การขับขี่บนท้องถนน และ Race ที่เปรียบเสมือนการแข่งขันแบบเต็มข้อมีเท่าไร ใส่มาให้หมด

 

ระบบ APRC นั้นก็คือ (Aprilia Performance Ride Control)

ระบบนี้ถ้าถูกตั้งค่าอย่างถูกต้องและใช้ร่วมกับการเลือกโหมดการขับขี่ก็สมบูรณ์แบบมากขึ้นเพราะทางทีมงานพัฒนาได้ยัดทุกอย่างที่มีเข้าไปให้ใช้อย่างละเอียดอีกด้วย

ตารางแนะนำการปรับตั้งค่าระบบ APRC
MAP ATC AWC ABS สภาพถนน
Track 1 – 4 1 – 2 Off – 1 ถนนแห้งหรือในสนาม / Engine Brake ปานกลาง
Sport 5 – 6 1 – 2 1 – 2 ถนนแห้ง / Engine Brake มากที่สุด
Race 1 – 3 Off – 1 Off – 1 ใช้งานในสนามแข่งเท่านั้น / Engine Brake น้อย

  • โหมดการควบคุมระบบเบรก (ABS) Anti-lock Brake System จาก Bosch มีทั้งหมด 3 ระดับ 1 ทำงานน้อยสุด 2 ทำงานปานกลาง 3 ทำงานเต็มระบบ
  • โหมดการควบคุมการลื่นไถลของล้อ (ATC) Aprilia Traction Control มีทั้งหมด 8 ระดับ การทำงานเรียงลำดับจาก มากไปหาน้อย ( 8 ทำงานอย่างละเอียด 1 ทำงานอย่างโปร )
  • โหมดควบคุมล้อหน้ายก (AWC) Aprilia Wheelie Control ล้อหน้าจะลอยจากพื้นได้แค่ 25 องศา (วัดจากจุดศูนย์กลาง) โดยตัดกำลังจากเครื่องยนต์
  • โหมดช่วยการออกตัว (ALC) Aprilia Launch Control มีทั้งหมด 3 ระดับ 1 ทำงานอย่างโปร 2 ปานกลาง 3 เริ่มต้นและระบบจะทำงานเฉพาะ เกียร์ 1 และ เกียร์ 2 เท่านั้น ใช้กลับโหมด Track เท่านั้น
  • โหมดควบคุมความเร็วขณะเข้าพิท Aprilia Pit Limiter (APL) 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง เท่านั้น!
  • โหมดช่วยขณะเข้าเกียร์(ไม่ต้องกำคลัทช์) Aprilia Quick Shift (AQS) ทั้ง Up และ Down ไม่ทำงานขณะใช้งานที่เกียร์ 1 และจะทำงานที่ 3,000 รอบ/นาที ขึ้นไป
  • โหมดช่วยควบคุมคันเร่ง เวลาขับขี่ทางไกล Aprilia Cruise Control (ACC) จะสามารถทำงานเริ่มต้นได้ที่เกียร์ 3 ถึงเกียร์ 6

เทคโนโลยีที่น่าสนใจถูกพัฒนาติดรถมาจากโรงงานนั้นก็คือ V4- Multimedia Platform เป็นระบบควบคุมมัลติมีเดียเชื่อมต่อกับ Smart phone ผ่าน Bluetooth 4.0  โดยการควบคุมทั้งหมดจะผ่าน Application บนสมาร์ทโฟน สามารถที่จะรับสาย/วางสาย แสดงข้อมูลบนหน้าจอเรือนไมล์ รวมไปถึงการเล่นเพลงโปรดของคุณไปในตัวขณะขับขี่รถในสนาม ดีจริง

ช่วงล่าง ล้อ เบรก และกันสะบัด


ช่วงหน้า – ต้องบอกเลยว่าจัดเต็มสำหรับคันนี้ ที่เด่นที่สุดเลยคือ โช้คหน้า Ohlins Upside Down  ขนาดแกน 43 มิลลิเมตรสามารถปรับได้ ระยะยุบตัวด้านหน้าสามารถทำได้ 120 มิลลิเมตรที่มาพร้อมกับจานดิสก์เบรกคู่แบบ Floating ขนาด 330 มิลลิเมตรจับจานด้วยคาลิปเปอร์เบรคของ Brembo Monoblock 4 พอร์ททั้งซ้ายและขวา

พ่วงด้วยล้อหน้าแบบ Forged Aluminium น้ำหนักเบา ขนาด 17 นิ้ว 5 ก้านคู่(Y)รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP (สายฟ้า) ขนาด 120/70 รวมไปถึงใต้แผงคอยังมีแอบตัวช่วยกันสะบัด Ohlins แบบปรับได้อีก 1 ตัว ที่ติดมาให้จากโรงงาน


ช่วงหลัง – โช้คหลังที่เป็นของ Ohlins TTX ที่สามารถปรับความหนืด ความแข็งได้ มีระยะยุบ 62 มิลลิเมตร ตามมาด้วยดิสก์เบรกขนาด 220 มิลลิเมตรจับด้วยคาลิปเปอร์ Brembo 2 พอร์ท

ล้อหลังแบบ Forged Aluminium น้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว 5 ก้านคู่(Y) รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP (สายฟ้า) ขนาด 190/55 ซึ่งก็ถือว่าไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่มเติมอีกเลยก็ว่าได้ใส่ของเทพมาให้ขนาดนี้

สัมผัสแรก!! การขับขี่เจ้าเทพเจ้าสามตาปี 2019

ในการทดสอบครั้งนี้ SuperBikemag.com ถูกเลือกให้เป็นการทดสอบแบบตัวต่อตัวกับอดีตนักแข่ง MotoGP MR.Fausto Ricci ที่จะเป็นคนที่ขี่นำในสนามพีระเซอร์กิต โดยจะขับขี่ในช่วงเวลา 20 นาที สัมผัสแรกท่านั่งขับขี่ ต้องบอกเลยว่า สูง ส่วนตัวผมมีรูปร่างสูงใหญ่ ส่วนสูง 172 แต่อาจจะมีท่อนขาที่มีขนาดใหญ่ทำให้ต้องเขย่งมากกว่าเพื่อน แต่ส่วนตัวคิดว่า ขี่ได้ดีแน่นอน ท่านั่งการขับขี่เป็นแบบ Racing ที่วางเท้าและเกียร์ถูกวางในตำแหน่งที่หล่นถอยลงไปจากตำแหน่งปกติ เอาง่ายๆ คือพร้อมแข่งเลยละครับ

แต่ตอนขี่ไปแล้วรู้สึกว่าสบายๆ ถ้าเลือกขับขี่ในสนาม แต่ถ้าจะเอามาขี่บนท้องถนนผมคิดว่า 100 กิโลเมตร พักสักครั้งนึงกำลังดี รูปทรงถังและตัวรถถูกออกแบบมาดูเรียวลับกับตัวคนขี่ทำให้รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ

สัมผัสเครื่องยนต์ได้ว่า เบา แรง ลอย  รู้สึกถึงพละกำลังของเครื่องยนต์ที่ มีแรงม้าเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบ 20 ตัว ถ้าเทียบกับน้ำหนักแล้ว เหลือๆ โค้ง 3 ในสนามพีระ รู้สึกถึงกำลังที่เปิดคันเร่งรวมไปถึง Traction ที่ทำงานเมื่อล้อมีอาการไถลออก ค่อนข้างจะละเอียดพอสมควร คราวนี้รู้สึกถึงกำลังอย่างแท้จริง คันเร่งถูกเดินออกจากโค้งสุดท้ายอย่างเต็มทีเข้าทางตรงสนามพีระ ในเกียร์ 2 ที่รอบเครื่องยนต์ 10000 กว่ารอบ

รู้สึกได้ว่าล้อหน้าล้อขึ้นเองโดยอัตโนมัติจนกว่าเราจะเตะเกียร์ขึ้นล้อถึงตกลงมา ต้องบอกก่อนเลยว่า ไม่หงายนะและไม่มีอาการสะบัด เพราะว่าเปิดระบบกันยกไว้อยู่แล้วรวมไปถึงใต้แผงคอยังมีตัวช่วยกันสะบัดวิอีกด้วย ทำให้ทางตรงที่ยาวที่สุดในสนาม พีระเซอร์กิตสามารถทำได้ถึง 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง เสียงท่อและเครื่องยนต์ทำให้เร้าอารมณ์เป็นอย่างมากในการขับขี่ในสนาม แต่มีพี่สื่อคนนึงสามารถทำความเร็วสูงสุดในทางตรงได้ถึง 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง

เอาจริงๆ ถือว่าโคตรแรงเลยละครับสำหรับเครื่องยนต์ V4 1078 ซีซี 217 แรงม้า และคิดว่าความเร็วสูงสุดที่จะทำได้สำหรับเจ้า Aprilia RSV4 1100 Factory สามารถทำได้ทะลุ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมงอย่างแน่นอน เบรกกับช่วงล่างเทพที่ใส่มาให้จากโรงงาน ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแทบจะไม่ต้องปรับแต่งอะไรอีกแล้ว

โดยเฉพาะทางตรงที่วิ่งมาความเร็วสูงและเบรกแบบเต็มที่ โช้ค Ohlins จานเบรกแบบ Floating จับกับตัว Brembo Mono block ยังไงก็อยู่หมัดและยังคงมีนุ่มนวลเป็นอย่างมาก การเปลี่ยนเกียร์โดยการใช้ Shifter ทำงานได้เสถียรมั่นใจสามารถงัดเกียร์ใส่ได้ทันทีเมื่อต้องการ ทั้งขึ้นและลง อย่างมั่นใจทั้งทางตรงและในโค้ง

บทสรุป

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในตัวแบรด์ Aprilia และชอบการขับขี่สไตล์สปอร์ต ผมบอกได้เลยว่าจัดได้เลย ขี่มันส์ เบา แรง เพราะพัฒนา เครื่องยนต์ใหม่ เกียร์ใหม่ โหมดการขับขี่ที่มีให้เลือก Race Track Sport แทร้คชั่น ต่าง ๆที่ให้มาเพียบพร้อมทั้งในถนนและ สนามแข่ง มีให้เลือกใช้ เลือกปรับการตั่งค่าด้วยตัวเองมีช่วงล่างเทพๆ มาจากโรงงาน รวมไปถึงการออกแบบ แฟริ่ง แบบฟูลคาร์บอนใหม่ที่มี ปีก Winglet มาจากโรงงาน

เทคโนโลยีรองรับ Application บนโทรศัพท์มือถือ ระบบทุกอย่างถูกคิดค้นและพัฒนามาตามคอนเซ็ป #be a racer พร้อมกับเปิดราคามาที่ 1,449,000 บาท ถ้าถูกใจ..ก็ไม่มีคำว่าแพง!!

ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ของ Aprilia ได้ที่เฟซบุ๊ก ดังนี้ Aprilia Thailand และอินสตาแกรม Aprilia Thailand

 

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ 
ข้อมูลตัวรถAprilia RSV4 1100 Factory  คลิกทีนี้ 
ติดตามข่าวสารบน Facebook SuperBike คลิกทีนี้