31 C
Bangkok, TH
วันอังคาร, พฤศจิกายน 13, 2018
เลือกรีวิวยางที่ต้องการดู

5 – PIRELLI DIABLO ROSSO CORSA II

ผลิตขึ้นมาอย่างไร

จากผู้ให้กำเนิดยางกลุ่มซูเปอร์สปอร์ต (Diablo Corsa เปิดตัวเข้ามาขายในท้องตลาดตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว) มันเป็นธรรมดาที่เราจะคาดหวังอะไรที่ล้ำๆ จากแบรนด์นี้ และ Pirelli ไม่ทำให้เราผิดหวัง Diablo Rosso Corsa II ได้ยกระดับของยางกลุ่มนี้ให้สูงขึ้นไป Pirelli ได้ใส่เทคโนโลยีมากมายเข้ามาในยางรุ่นใหม่ตัวนี้ โดยมีคอมปาวด์มากถึง 5 คอมปาวด์ในยาง 1 คู่ ด้านหลัง 3 และด้านหน้า 2 ยางหลังแบบมัลติคอมปาวด์อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ของวงการ แต่นี่นับเป็นครั้งแรกของโลกที่มีถึง 3 คอมปาวด์และครั้งแรกของ Pirelli ด้วย ใช้ใยเหล็ก 0 องศาตีเกลียวทำเป็นโครงสร้างซึ่งเป็นอะไรที่ Pirelli ใช้อยู่เสมอ ตรงนี้จะช่วยกระจายแรงเครียดในคอมปาวด์ยางหลังได้เป็นอย่างดี Pirelli ใช้คอมปาวด์ที่มีส่วนผสมของซิลิก้าในบริเวณที่จะสัมผัสกับน้ำ (ตรงกลางจะมีซิลิก้า 70% ถัดจากตรงกลางจะมีซิลิก้า 100%) ส่วนคาร์บอนแบล็กที่บริเวณไหล่ยางก็จะเป็นส่วนสลิก Pirelli ก็จะใช้คอมปาวด์เดียวกับยางแข่งที่ใช้ในการแข่งขัน WSBK มาเลย แนวคิดเดียวกันนี้ก็ถูกนำมาใช้ในยางหน้าด้วย (ซิลิก้าตรงกลาง คาร์บอนแบล็กที่ไหล่) ด้วยวิธีนี้ทำให้ Pirelli สามารถผลิตยางที่เหมาะกับทุกสภาพการขับขี่ได้

ทดสอบสนาม

การทดสอบในรอบสื่อที่ Kyalami นั้นเราก็เชื่อแล้วว่ามันบาลานซ์ดี Pirelli ได้ทำให้เราได้เห็นถึงความสามารถในการทดสอบเปรียบเทียบในครั้งนี้ เผยให้เห็นว่ามันดีที่สุดในแง่ของความแม่นยำในการเลือกไลน์และรักษาไลน์ในการขับขี่ มันชัดเจนว่า Pirelli ได้ผลักดันสมรรถนะของยางอย่างหนักจนใกล้เคียงกับยาง Supercorsa SP ซึ่ง Diablo Rosso Corsa II ให้ความรู้สึกเหมือนว่ามันพูดกับคนขับขี่ได้และพร้อมซัพพอร์ตผู้ใช้ให้ไปในแบบที่ผู้ใช้ต้องการ มันไม่ได้ยืดหยุ่นมากที่สุด (Dunlop ยืดหยุ่นกว่า) แต่มันช่วยให้เข้าโค้งได้ลึกกว่า ช่วยให้ได้ไลน์ที่ดีกว่า มันยังให้บาลานซ์ที่ดีที่สุดในการทดสอบโดยไม่มีแสดงอาการชะงักใดๆ ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า Pirelli ก็ช่วยให้คุณควบคุมได้ดั่งใจ บาลานซ์ที่ดียังช่วยให้คุณขับขี่ได้เร็วขึ้นและเข้าโค้งได้ดี ให้การยึดเกาะที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะเวลาที่คุณเปิดคันเร่งเต็มที่ การเสียการยึดเกาะในกรณีที่เราไม่ได้ตั้งใจใดๆ ก็ตาม เช่นมีโทรศัพท์เข้ามา ไม่ทำให้เกิดการเสียอาการ เรียกว่าอยู่ในการควบคุม แม้ว่ามันจะมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้นกว่าในอดีตและให้ฟีลลิ่งสปอร์ตมากขึ้น แต่ Diablo Rosso Corsa II ยังไม่ลืมที่จะเป็นยางที่สามารถซับแรงกระแทกได้ดี ไม่ทำให้เกิดอาการสั่นที่แฮนด์บาร์ ซึ่งถือเป็นการช่วยเพิ่มสมรรถนะยางให้ดียิ่งขึ้น มันยากที่จะหาข้อเสีย แม้จริงๆ แล้วมันก็มีข้อเสีย และมันมีการสึกหรอที่มีผลกระทบต่อความสวยงาม แต่ไม่ได้ส่งผลต่อสมรรถนะอะไร

ทดสอบเปียก

นอกจากมันจะเป็นยางที่มีสมรรถนะดีในพื้นแห้งแล้ว Pirelli ยังทำให้เราต้องทึ่งกับความสามารถของมันบนพื้นเปียกได้อีกด้วย ขณะที่ Michelin ได้พยายามแก้ตัวในเรื่องสมรรถนะแบบรอบด้านให้กับยางของตัวเองให้ใช้งานได้ดีในหลากๆ สภาวะ Pirelli เองก็สานต่อเส้นทางของตัวเองกับยางที่ใช้งานได้หลากหลายได้อย่างงดงาม ผมเชื่อว่าความลับของ Diablo Rosso Corsa II เกิดขึ้นจากคอมปาวด์ ส่วนผสม 3 แบบที่ยางหลังนั้นออกมาลงตัว ให้การยึดเกาะที่ดีที่มุมเอียงต่างๆ แม้กระทั่งดอกยางเองก็มีส่วนช่วยแหวกน้ำออก คุณจะเห็นได้จากการทดสอบถนนในแอฟราใต้ ความรู้สึกตอนที่ขี่บนพื้นเปียกด้วย Diablo Rosso Corsa II นั้นดีมากๆ เราเชื่อใจมันมากตั้งแต่โค้งแรกเลย เพราะความสามารถในการสื่อสารของยางกลับมายังผู้ขับขี่และการสัมผัสได้ถึงหน้ายางที่สัมผัสกับถนนไม่หายไปเลยแม้ว่าพื้นถนนจะมีน้ำเจิ่งนองอยู่ ด้วยฟีลลิ่งที่ได้มานี้ มันจึงเป็นการง่ายที่คุณจะเปิดคันเร่งให้มากขึ้นอีกนิด ให้คุณเข้าโค้งในแบบที่ดุดันมากขึ้น บาลานซ์ในการยึดเกาะระหว่างยางหน้าและยางหลังที่เราสัมผัสได้จากในการทดสอบแบบแห้ง ก็สามารถสัมผัสได้ในขณะที่ทดสอบพื้นเปียกด้วยเช่นกัน ยางหลังเป็นส่วนที่ดีที่สุดในการรองรับทุกอัตราการเร่ง รองรับการควบคุมการสั่งงานของระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้ดี การยึดเกาะที่ทำได้ในระดับสูงจากสูตรผสมทางเคมีและร่องดอกยางที่ดีส่งผลให้รีดน้ำออกได้อย่างมีประสิทธิภาพตอนที่คุณแบนเข้าโค้ง

 

ทดสอบในแทร็ก – เวลาที่ดีที่สุด 1.42.69
ทดสอบในแทร็ก – เวลาเฉลี่ย* 1.43.01
ทดสอบพื้นเปียก– เวลาที่ดีที่สุด 39.981
ทดสอบพื้นเปียก– เวลาเฉลี่ย* 40.722

*เวลาเฉลี่ยจากการทดสอบต่อเนื่อง 5 แล็ป

ผลคะแนนการทดสอบ Pirelli Diablo Rosso Corsa II

คะแนนที่ได้

การควบคุม ★★★★
การยึดเกาะที่ยางหน้า ★★★★
การยึดเกาะที่ยางหลัง ★★★★
การรักษาไลน์ ★★★★½
ความเสถียร ★★★★
พื้นเปียก ★★★★★
ความเสถียรขณะเบรค ★★★★
สรุปคะแนน 4,21
เลือกรีวิวยางที่ต้องการดู

News Article

BMW เปิดตัว C400 GT 2019 ทัวร์ริ่งสกู๊ตเตอร์โมเดลใหม่

เมื่อไม่นานมานี้ BMW Motorrad ประเทศไทย ได้เปิดตัวสกูตเตอร์โมเดลใหม่ล่าสุดอย่าง C400x ล่าสุดในงาน Eicma Show 2018 ที่ประเทศอิตาลี BMW ได้เปิดตัว C400GT สกู๊ตเตอร์ทั่วร์ริ่งโมเดลใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยเจ้า BMW C400 GT รุ่นใหม่นี้เป็นโมเดลที่เน้นการเดินทางไกลมากกว่า C400x โดยจะมาพร้อมกับชิลด์หน้าขนาดใหญ่ ช่วยลดลมปะทะขณะขับขี่ เบาะนั่งสองตอนดีไซน์ใหม่ มาพร้อมกับพนักพิงหลังผู้ขับขี่ เพื่อความสบายในการเดินทางไกล โดยจะมีชื่อรุ่นย่อย GT ปักไว้บริเวณเบาะ และแน่นอนมันมาพร้อมกับช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ และช่องเก็บของด้านหน้าถึง 2 ช่อง เรียกได้ว่าออกแบบมาสำหรับการเดินทางไกลจริงๆ   ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Full LED พร้อม LED daytime riding light ไฟท้ายและไฟเลี้ยวก็ได้รับการดีไซน์ใหม่เช่นกัน และแน่นอนว่าเป็น LED...

Yamaha เผยโฉม Xmax เวอร์ชั่นพิเศษ “Iron Max”

ในงาน Eicma Show 2018 Yamaha เปิดตัว Xmax เวอร์ชั่นพิเศษ "Iron Max" ยกระดับความพรีเมี่ยมและความหรูหราขึ้นกว่าเวอร์ชั่นปกติ  โดย Xmax "Iron max" นั้นจะมาพร้อมกับสีใหม่ Sword Gray , เบาะนั่งแบบสองตอนดีไซน์หรูหรา , เรือนไมล์มีการตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียมเข้าไป , ที่วางเท้าอลูมิเนียม และมีการใช้วัสดุหนังเข้ามาประกอบในบางชิ้นส่วน รับชมข่าวสารรถรุ่นอื่นๆของ Yamaha คลิก  

เปิดตัว Kawasaki Versys 1000 SE LT+ ทัวร์ริ่ง 1000cc ออฟชั่นจัดเต็ม

ล่าสุด Kawasaki ได้ประกาศเปิดตัว Versys 1000 SE LT+ รถทัวร์ริ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นรุ่นย่อยใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับออฟชั่นแบบจัดหนักจัดเต็ม เรียกได้ว่าเอาใจสายเดินทางกันแบบเต็มที่ การดีไซน์ได้ปรับการออกแบบใหม่ให้ดูดุดันมากยิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายของตัวรถที่ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น รวมถึงไฟหน้าที่ถูกออกแบบใหม่ให้ดูสวยลงตัวมากยิ่งขึ้น ไฟหน้าและไฟเลี้ยวเปลี่ยนเป็นแบบ LED เสริมด้วยเทคโนโลยี (Cornering Light) ซึ่งจะช่วยส่องสว่างเวลาเข้าโค้งซึ่งไฟหน้าหลักไม่สามารถส่องได้ถึง ช่วงล่างได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยเสริมระบบโช้คอัพไฟฟ้า KECS ( KAWASAKI ELECTRONIC CONTROL SUSPENSION ) เครื่องยนต์ยังคงใช้บล๊อคเดิม สี่สูบเรียง 1,043cc ให้กำลังสูงสุด 118 แรงม้า แรงบิด 102 นิวตัน-เมตร เพิ่มเติมระบบคันเร่งไฟฟ้าทำให้การขับขี่สมูทมากยิ่งขึ้น เสริมด้วย QuickShifter เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ มาตรวัดความเร็วก็ดีรับการปรับปรุงให้ดูทันสมัยขึ้น ด้วยจอสี TFT แบบใหม่ที่สามารถบอกรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนอีกด้วย สำหรับราคาเปิดตัวของ Kawasaki Versys 1000 SE...

KTM เผยโฉม 690 SMC R Supermoto ตัวใหม่จากค่ายส้ม

หลังจากที่ KTM ได้เปิดตัว 690 SMC ไปเมื่อหลายปีก่อน ล่าสุดทาง KTM ได้ประกาศเปิดตัว 690 SMC R โมเดลปี 2019 พร้อมอัพสเปคและอัดออฟชั่นแบบจัดเต็ม เจ้า KTM 690 SMC R โมเดลใหม่ปี 2019 จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาด 692cc ที่สร้างกำลังแรงม้าได้สูงสุดถึง 75 แรงม้า แรงบิด 73.5 นิวตัน–เมตร และมีน้ำหนักตัวเพียงแค่ 157 กิโลกรัมเท่านั้น โดยมาพร้อมกับถังน้ำมันความจุ 13.5 ลิตร   ออฟชั่นที่ให้มาเรียกได้ว่าจัดเต็มเลยทีเดียว เริ่มด้วยระบบ Cornering ABS ซึ่งช่วยให้การควบคุมเบรคในโค้งทำได้ดียิ่งขึ้น ,โหมด...

Ducati Panigale V4 RS19 ตัวแข่ง WSBK ของ Ducati ปี 2019

หลังจากที่ Ducati เปิดตัว V4 R สุดยอดรถซุปเปอร์ไบค์ 1000cc รุ่นเรือธงของทางค่ายไปเมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุด Ducati ได้เปิดตัว V4 RS19 รถสนามโมเดลใหม่ล่าสุดที่จะใช้ในการแข่งขัน WSBK ( World Superbike Championship ) ในฤดูกาล 2019 จากภาพจะเห็นได้ว่าชุดแฟริ่งของ V4 RS19 นั้นทำจากคาร์บอนไฟเบอร์แทบทั้งลำ และได้มีการย้ายถังน้ำมันไปไว้บริเวณใต้เบาะนั่งเพิ่อบาลานซ์ของตัวรถที่ดีมากยิ่งขึ้น และยังสามารถเพิ่มช่องรับไอดีให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้การเผาไหม้และการตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการปรับจุน ECU ใหม่ พร้อมท่อไอเสียที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ จากข้างต้นที่กล่าวมาส่งผลให้ V4 RS19 นั้นมีกำลังแรงม้าอยู่ที่ 231hp ( V4 R มีแรงม้าอยู่ที่ 214hp ) และคาดการว่าน้ำหนักตัวของ V4...