
Tesla Roadster 2026 เปิดข้อมูลค่าจองไทยเริ่ม 178,000 บาท พร้อม 3 รุ่น Performance, Thrust และ Rocket และเทคโนโลยี SpaceX

Tesla Roadster เจเนอเรชันใหม่กลายเป็นหนึ่งในข่าวใหญ่ของวงการรถยนต์ไฟฟ้า หลัง Tesla เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 ณ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา พร้อมสาธิตเทคโนโลยีจาก SpaceX ที่ทำให้รถสามารถเคลื่อนตัวเหนือพื้นและหมุนตัวกลางอากาศได้ ขณะเดียวกันมีรายงานว่าหน้าเว็บไซต์ Tesla ประเทศไทยเริ่มแสดงรายละเอียดการจอง โดยมีเงินจองเริ่มต้น 178,000 บาท
การกลับมาครั้งนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะโครงการ Roadster เจเนอเรชันที่สองเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2017 และเคยมีเป้าหมายส่งมอบปี 2020 ก่อนถูกเลื่อนออกมาหลายครั้ง
ล่าสุด Tesla นำเสนอ Roadster ถึงสามรุ่น ได้แก่ Performance, Thrust และ Rocket โดยแต่ละรุ่นมีความสามารถแตกต่างกัน ตั้งแต่รถสปอร์ตไฟฟ้าสำหรับถนน ไปจนถึงรุ่นที่ติดตั้งระบบขับดันเพื่อเคลื่อนที่เหนือพื้น
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกข้อมูลให้ชัดเจนว่าเงินจองไม่ใช่ราคาจำหน่ายเต็มคัน และความสามารถของรถสาธิตยังไม่ได้หมายความว่าจะมีให้ใช้งานครบทุกระบบบนรถผลิตจริง

ข้อมูลที่รายงานจากหน้าเว็บไซต์ Tesla ประเทศไทยวันที่ 16 ตุลาคม 2026 ระบุว่า Roadster มีเงินจองเริ่มต้น 178,000 บาท โดยรุ่น Performance และ Thrust ต้องชำระเงินเพิ่มเติมภายใน 10 วัน ส่วน Rocket สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ได้รับคำเชิญเท่านั้น
รายละเอียดค่าจองแต่ละรุ่นมีดังนี้
| รุ่น | เงินจองงวดแรก | ชำระเพิ่มใน 10 วัน | รวมค่าจอง |
|---|---|---|---|
| Performance | 178,000 บาท | 1,598,000 บาท | 1,776,000 บาท |
| Thrust | 178,000 บาท | 8,695,000 บาท | 8,873,000 บาท |
| Rocket | เฉพาะผู้ได้รับคำเชิญ | ไม่ประกาศ | ไม่ประกาศ |
ตัวเลขค่าจองดังกล่าวมีรายงานตรงกันจาก AutoLifeThailand และ CAR250 ซึ่งอ้างอิงข้อมูลการจองในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบหน้าเว็บไซต์ Tesla โดยตรงในครั้งนี้ยังไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดการชำระเงินและข้อตกลงฉบับประเทศไทยทั้งหมดได้
สิ่งสำคัญคือเงินจำนวน 1,776,000 บาทของ Performance และ 8,873,000 บาทของ Thrust เป็นเพียงยอดค่าจองรวมตามข้อมูลที่เผยแพร่ ยังไม่ใช่ราคาจำหน่ายเต็มคัน
ส่วนราคาเริ่มต้น 200,000 ดอลลาร์สหรัฐที่ Tesla เคยประกาศเมื่อปี 2017 ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะนำมาใช้กับรถ Roadster โฉมใหม่นี้หรือไม่
สำหรับผู้สนใจจองควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดโดยตรงผ่านเว็บไซต์ Tesla ประเทศไทย รวมถึงเรื่องการคืนเงิน การจัดสรรรถ และข้อตกลงก่อนชำระเงิน

Roadster ใหม่แบ่งออกเป็นสามรูปแบบหลัก ได้แก่ Performance สำหรับการขับขี่บนถนน Thrust ที่เพิ่มเทคโนโลยีขับดันก๊าซเย็น และ Rocket ซึ่งออกแบบเพื่อสาธิตความสามารถในการเคลื่อนที่ในอากาศ
| รายการ | Performance | Thrust | Rocket |
|---|---|---|---|
| จำนวนที่นั่ง | 2 | 2 | 1 |
| แนวทางใช้งาน | ถนนและสนามแข่ง | เน้นสมรรถนะขั้นสูง | ระบบการเคลื่อนที่ในอากาศ |
| Active Aerodynamics | มี | มี | เทคโนโลยีเฉพาะรุ่น |
| Multi-Mode Suction | มี | มี | มี |
| Cold-Gas Thruster | ไม่ระบุเป็นอุปกรณ์หลัก | ด้านหลัง | รอบตัวรถ |
| อัตราเร่งต่ำกว่า 1 วินาที | ไม่ใช่ตัวเลขยืนยันรุ่นนี้ | เป้าหมายสมรรถนะ | ยังไม่มีค่ารับรองรุ่นผลิต |
| การเปิดรับจอง | ทั่วไป | จำนวนจำกัด | เฉพาะผู้ได้รับเชิญ |
| การใช้งานบนถนน | ออกแบบให้รองรับ | ขึ้นอยู่กับการรับรอง | ไม่ได้รับอนุมัติ |
ความแตกต่างสำคัญจึงไม่ได้อยู่แค่แรงม้าหรือความเร็วสูงสุด แต่เป็นการเพิ่มความสามารถในการควบคุมแรงกดและแรงขับดันของรถตามระดับรุ่นย่อย

Performance เป็นรุ่นที่เน้นการขับขี่บนถนนและสนามแข่ง โดยมีห้องโดยสารสองที่นั่ง พร้อมระบบ Active Aerodynamics และ Multi-Mode Suction ที่ช่วยเพิ่มแรงกดและเสถียรภาพของรถ
ระบบ Active Aerodynamics เป็นเทคโนโลยีควบคุมการทำงานขององค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์ตามสภาวะการขับขี่ เพื่อจัดการสมดุลระหว่างแรงต้านอากาศกับแรงกด
ขณะที่ Multi-Mode Suction ใช้แนวคิดสร้างแรงดูดใต้ตัวรถเพื่อช่วยเพิ่มการยึดเกาะ ซึ่งเป็นรูปแบบการออกแบบที่แตกต่างจากรถสปอร์ตทั่วไป
สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการ Roadster เพื่อใช้งานบนถนน Performance จึงเป็นรุ่นที่มีแนวทางการใช้งานใกล้เคียงรถยนต์ทั่วไปมากที่สุดในสามรุ่น

Thrust เป็นรุ่นสองที่นั่งที่เพิ่มระบบ Cold-Gas Thruster ด้านหลังรถ ทำงานร่วมกับระบบสร้างแรงกด โดย Tesla นำเสนอสมรรถนะอัตราเร่งที่ต่ำกว่า 1 วินาที
อย่างไรก็ตาม รายงานจากสื่อต่างประเทศอ้างอิงตัวเลขการสาธิต 0–60 ไมล์/ชม. หรือประมาณ 96.6 กม./ชม. ซึ่งไม่เท่ากับการวัด 0–100 กม./ชม.
The Verge รายงานการสาธิตอัตราเร่ง 0–60 ไมล์/ชม. ที่ 0.81 วินาที แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากการสาธิต ไม่ใช่ผลทดสอบรับรองของรถที่เตรียมส่งมอบให้ลูกค้า
สำหรับสมรรถนะระดับนี้ การควบคุมแรงกด การยึดเกาะ และการทำงานร่วมกันของระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นปัจจัยสำคัญ ไม่ใช่เพียงกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า

Rocket คือรุ่นพิเศษหนึ่งที่นั่งซึ่งมีแนวคิดติดตั้งระบบขับดันรอบตัวรถ และ Tesla ได้สาธิตการยกตัวขึ้นจากพื้นรวมถึงการหมุนตัวในอากาศระหว่างงานเปิดตัว
ความสามารถนี้ใช้เทคโนโลยี Cold-Gas Thruster ที่พัฒนาร่วมกับ SpaceX แต่ไม่ได้หมายความว่า Roadster Rocket เป็นอากาศยานที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานทั่วไป
ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุชัดว่า Rocket ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้งานบนถนนสาธารณะ และเป็นรุ่นสำหรับผู้ได้รับคำเชิญเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ แม้คำว่า ‘รถบินได้‘ จะเป็นจุดขายที่เรียกความสนใจ แต่ต้องพิจารณาข้อจำกัดทางกฎหมาย ความปลอดภัย และรูปแบบการส่งมอบจริงด้วย

Roadster ใช้ระบบอากาศพลศาสตร์แบบแอกทีฟร่วมกับแนวคิดสร้างแรงดูดใต้ตัวรถเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยจัดการแรงกระทำต่อรถนอกเหนือจากการควบคุมกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
โดยทั่วไป รถสปอร์ตความเร็วสูงต้องจัดการแรงยกและแรงกดเพื่อรักษาเสถียรภาพ ระบบแอโรไดนามิกแบบปรับได้จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่ผู้ผลิตนำมาใช้
สำหรับ Roadster ความน่าสนใจอยู่ที่การใช้ชุดสร้างแรงดูดควบคู่กับรูปทรงตัวถังและระบบช่วยควบคุม โดยมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในสนามแข่งและนอกสนามแข่ง
อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอข้อมูลเชิงวิศวกรรมของรถผลิตจริง เพื่อยืนยันว่าระบบจะมีข้อจำกัดการใช้งานและเงื่อนไขด้านความปลอดภัยอย่างไร

Roadster โฉมใหม่มีดีไซน์ประตูเปิดยกขึ้น พร้อมสีตัวถัง Ano White ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานวิศวกรรมการบินและอวกาศ รวมถึงการนำเสนอวัสดุน้ำหนักเบาอย่าง Magnesium, Titanium และ Carbon Fibre
รายละเอียดการออกแบบสะท้อนแนวคิดที่ Tesla ต้องการทำให้รถแตกต่างจากซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าทั่วไป ทั้งด้านรูปทรงและวัสดุที่ใช้
ข้อมูลการนำเสนอรถยังกล่าวถึงกระจกบังลมที่มีการเคลือบผิวโทนทองแดง ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากวัสดุบนหน้ากากชุดอวกาศ พร้อมชิ้นส่วนตกแต่ง Titanium
สี Ano White ถูกอธิบายว่ามีแนวคิดเกี่ยวข้องกับความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เช่น แสง UV การกัดกร่อน และอุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีชุดผลทดสอบเฉพาะรถจำหน่ายจริงที่สามารถใช้ยืนยันคุณสมบัติทั้งหมดได้
ส่วนมิติตัวถัง น้ำหนัก และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศยังต้องรอข้อมูลอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม

ภายใน Roadster นำเสนอห้องโดยสารโทน Ultra White พร้อมวัสดุ Microsuede พวงมาลัยทรง Yoke และเทคโนโลยี Steer-by-Wire รวมถึงหน้าจอแสดงผลดิจิทัลสองส่วน
ระบบ Steer-by-Wire ใช้การส่งคำสั่งบังคับเลี้ยวผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามรูปแบบที่วิศวกรออกแบบ แทนการเชื่อมต่อด้วยระบบกลไกแบบเดิมทั้งหมด
การใช้พวงมาลัย Yoke ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ห้องโดยสารล้ำสมัย แต่ความสะดวกในการใช้งานจริงและการรับรองความปลอดภัยยังต้องพิจารณาตามสเปกรุ่นผลิต
รายละเอียดอุปกรณ์ภายในที่มีการนำเสนอประกอบด้วย
Tesla ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลขนาดหน้าจอและรายการอุปกรณ์มาตรฐานทุกส่วนสำหรับรถจำหน่ายในประเทศไทย

Tesla ยังไม่ได้ประกาศความจุแบตเตอรี่และอัตราการชาร์จ AC/DC ฉบับสมบูรณ์ของ Roadster โฉมใหม่ ขณะที่ตัวเลขแบตเตอรี่ 200 kWh และระยะทางประมาณ 1,000 กม. เป็นเป้าหมายที่เคยประกาศสำหรับต้นแบบปี 2017
ข้อมูลล่าสุดจากงานเปิดตัวปี 2026 มีรายงานระยะทางวิ่งมากกว่า 300 ไมล์ หรือประมาณ 483 กม. แต่ยังไม่ใช่ผลการทดสอบรับรองสำหรับรถผลิตจริงในประเทศไทย
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภทระบบขับเคลื่อน | ไฟฟ้า 100% |
| ความจุแบตเตอรี่รุ่นใหม่ | ยังไม่ยืนยัน |
| แบตเตอรี่ต้นแบบเดิม | 200 kWh |
| ระยะทางเป้าหมายเดิม | ประมาณ 1,000 กม. |
| ระยะทางที่รายงานจากงาน 2026 | มากกว่า 483 กม. |
| กำลังชาร์จ AC | ยังไม่ประกาศ |
| กำลังชาร์จ DC | ยังไม่ประกาศ |
| เวลาชาร์จ 10–80% | ยังไม่ประกาศ |
| ระบบชาร์จสำหรับตลาดไทย | ยังไม่ยืนยัน |
ผู้สนใจไม่ควรนำตัวเลขระยะทางเดิมมาใช้ประเมินค่าใช้จ่ายหรือแผนการใช้งานของรุ่นใหม่โดยตรง จนกว่า Tesla จะประกาศผลทดสอบตามมาตรฐานที่ชัดเจน
Roadster และ Rimac Nevera เป็นรถสปอร์ตไฟฟ้าสมรรถนะสูงเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างด้านสถานะการผลิต โดย Nevera เป็นรถที่ผลิตจริงและมีผลทดสอบเผยแพร่แล้ว ขณะที่ Roadster ยังอยู่ระหว่างพัฒนาเพื่อเตรียมผลิตในอนาคต
| รายการ | Tesla Roadster | Rimac Nevera |
|---|---|---|
| สถานะ | รถต้นแบบ/สาธิต | รถผลิตจริง |
| ระบบขับเคลื่อน | ยังไม่ยืนยันสเปกสุดท้าย | มอเตอร์ 4 ตัว |
| กำลังสูงสุด | ยังไม่ประกาศ | 1,914 แรงม้า |
| อัตราเร่ง | สาธิต 0–60 mph 0.81 วินาที | 0–100 กม./ชม. 1.81 วินาที |
| แบตเตอรี่ | ยังไม่ยืนยัน | 120 kWh |
| ความเร็วสูงสุด | รายงานมากกว่า 370 กม./ชม. | 412 กม./ชม. |
| เทคโนโลยีพิเศษ | ระบบสร้างแรงดูดและ Thruster | ระบบควบคุมมอเตอร์แยกแต่ละล้อ |
ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ผลทดสอบภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน จึงไม่สามารถใช้สรุปว่ารถคันใดมีสมรรถนะเหนือกว่าในโลกการใช้งานจริงได้
ความท้าทายสำคัญของ Roadster คือการเปลี่ยนเทคโนโลยีจากรถสาธิตให้กลายเป็นรถที่ผลิตและส่งมอบได้จริง
Tesla ตั้งเป้าเริ่มผลิต Roadster ใหม่ในปี 2028 แต่ยังไม่มีการยืนยันวันส่งมอบและราคาจำหน่ายเต็มคันสำหรับประเทศไทย รวมถึงรายละเอียดการรับรองรถแต่ละรุ่นให้ใช้งานบนถนน
อีกข้อควรทราบคือข้อมูลจาก Tesla ประเทศไทยระบุว่า Roadster มีจำหน่ายเฉพาะพวงมาลัยซ้าย ซึ่งเป็นรายละเอียดสำคัญสำหรับประเทศที่ใช้ระบบจราจรชิดซ้ายอย่างประเทศไทย
การมีระบบรับจองไม่ได้หมายความว่ารถจะพร้อมส่งมอบทันที เพราะยังต้องผ่านการพัฒนา ทดสอบ และรับรองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับผู้สนใจติดตาม ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า และข้อมูล Tesla อย่างต่อเนื่อง ควรตรวจสอบรายละเอียดจากเว็บไซต์ทางการโดยตรง โดยเฉพาะเงื่อนไขเงินจองและกำหนดการผลิต
Roadster ถูกวางตำแหน่งให้เป็นซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าระดับสูงที่แสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีของ Tesla มากกว่าจะเป็นรถสำหรับตลาดทั่วไป โดยเน้นนวัตกรรมด้านสมรรถนะและการออกแบบที่แตกต่าง
สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานบนถนน รุ่น Performance มีแนวทางใกล้เคียงรถสปอร์ตทั่วไปมากที่สุด ขณะที่ Thrust และ Rocket เน้นความสามารถพิเศษมากขึ้น พร้อมข้อจำกัดด้านการรับรองและการใช้งานที่ต้องพิจารณา
ส่วนเรื่องความคุ้มค่า ยังไม่สามารถประเมินจากยอดค่าจองได้ เพราะราคาจำหน่ายเต็มคันยังไม่ประกาศ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการใช้รถและการบำรุงรักษาเทคโนโลยีพิเศษ
ผู้ที่สนใจควรประเมินความเหมาะสมจากข้อมูลรถผลิตจริงมากกว่าตัดสินใจจากการสาธิตหรือคำอธิบายด้านสมรรถนะเพียงอย่างเดียว
Tesla Roadster 2026 เป็นการกลับมาที่น่าสนใจหลังจากโครงการถูกเลื่อนมานาน โดยเปิดตัวพร้อมสามรูปแบบ Performance, Thrust และ Rocket และเทคโนโลยีจาก SpaceX ที่สามารถสาธิตการเคลื่อนตัวในอากาศได้
ข้อมูลค่าจองประเทศไทยเริ่มต้น 178,000 บาท พร้อมยอดค่าจองรวม Performance 1,776,000 บาท และ Thrust 8,873,000 บาท แต่ยังไม่ใช่ราคาขายเต็มคัน และควรตรวจสอบเงื่อนไขการจองกับ Tesla ก่อนดำเนินการ
สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือรายละเอียดสเปกแบตเตอรี่ กำลังชาร์จ ข้อกำหนดการใช้งาน และกำหนดส่งมอบจริงตามเป้าหมายปี 2028
แม้ Tesla จะแสดงความสามารถที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปอย่างมาก แต่บทพิสูจน์สำคัญยังอยู่ที่การเปลี่ยนเทคโนโลยีดังกล่าวให้เป็นรถผลิตจริงที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
มีรายงานว่าหน้า Tesla ประเทศไทยแสดงรายละเอียดการจอง Roadster เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับเว็บไซต์ Tesla โดยตรง
ไม่ใช่ราคาจำหน่ายเต็มคัน แต่เป็นเงินจองงวดแรกตามข้อมูลที่เผยแพร่
Tesla สาธิตการเคลื่อนที่เหนือพื้นโดยใช้ระบบขับดัน แต่รุ่น Rocket ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้บนถนนสาธารณะ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรถ PorschePorsche Mission S เปิดตัวรถต้นแบบซูเปอร์คาร์เครื่องวางกลาง เตรียมก้าวเหนือ Porsche 911
DucatiDucati Panigale V4 2027 เปิดตัวใหม่ 218 แรงม้า เฟรมใหม่ เร็วขึ้น 0.4 วินาที
BMWเปิดตัว BMW F 450 RR 2027 สปอร์ตไบค์ 420 ซีซี 48 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีระดับ RR
ข่าวกฎหมายจราจรตำรวจจราจร 2570 ห้ามซุ่มจับ ไม่ปิดหน้า เตือนก่อนปรับ แต่ขับอันตรายโดนทันที
Honda NewsSUPER CITY HATCHBACK รถแข่ง 250 แรงม้า+++ ตั้งเป้าทำเวลา 1:52 นาที สนามช้างฯ
ข่าวรถ BentleyBentley Torcal เปิดราคาไทย 13.89 ล้านบาท SUV ไฟฟ้า 888 แรงม้า ชาร์จไว 16 นาที วิ่งไกล 600 กม.
F1F1 V8 กลับปี 2030 ประธาน FIA ชี้เป้าคืนเสียงคำราม
KawasakiKawasaki Versys 900 2027 เปิดตัว สปอร์ตทัวริ่ง 4 สูบ 122 แรงม้า พร้อมเรดาร์ ภายใต้แนวคิด Destination Adrenaline