
สรุปผล F1 บาห์เรนเทสต์ วันที่ 2 Kimi Antonelli ดาวรุ่ง Mercedes กดเวลาเร็วสุดแซงหน้า Piastri และ Verstappen พร้อมจับตานวัตกรรมปีกหลังใหม่ของ Ferrari
การทดสอบพรีซีซั่นครั้งที่สอง ณ สนามบาห์เรน อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นเวทีแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ Kimi Antonelli (คิมี่ อันโตเนลลี่) นักขับวัยเพียง 19 ปีที่ Mercedes มอบความไว้วางใจให้ทำหน้าที่แทน George Russell ในช่วงบ่าย โดยเขาสามารถทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการทดสอบรถสเปกปี 2026 เป็นต้นมา ส่งสัญญาณเตือนไปยังคู่แข่งว่า Mercedes พร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์โลกอีกครั้ง
ในช่วงท้ายของการทดสอบวันที่ 2 ขณะที่แสงไฟในสนามเริ่มทำงาน Kimi Antonelli ได้กดเวลาด้วยยางคอมพาวด์ C3 ลงไปที่ 1:32.803 ซึ่งเร็วพอที่จะเบียด Oscar Piastri จาก McLaren ที่เพิ่งขึ้นนำไปก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่นาทีให้ตกลงไปอยู่อันดับ 2 ด้วยส่วนต่างเพียง 0.058 วินาทีเท่านั้น การทำเวลาในระดับนี้ถือว่าน่าประทับใจมากเมื่อพิจารณาว่านี่คือรถแข่งยุคใหม่ที่เน้นพลังงานไฟฟ้าถึง 50%
ทางด้านแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง Max Verstappen จาก Red Bull Racing จบวันในอันดับที่ 3 ด้วยเวลาตามหลังผู้นำ 0.359 วินาที แม้ความเร็วต่อรอบจะยังไม่เป็นที่สุด แต่ Verstappen คือนักขับที่ครองแชมป์การวิ่งเก็บระยะทาง (Mileage) โดยวิ่งไปทั้งหมด 139 รอบ ตอกย้ำถึงความน่าเชื่อถือของเครื่องยนต์ Red Bull Powertrains-Ford ที่ดูเหมือนจะผ่านบททดสอบความทนทานไปได้ด้วยดี
อีกหนึ่งจุดสนใจที่ถูกพูดถึงอย่างมากในพิทเลนคือรถ Ferrari SF-26 ของ Lewis Hamilton ที่จบวันในอันดับ 4 โดยทีมม้าลำพองได้เปิดตัวนวัตกรรมแอโรไดนามิกที่เรียกว่า “Upside-down Rear Wing” หรือปีกหลังแบบกลับด้าน ซึ่งจะทำงานสัมพันธ์กับโหมดทางตรง (Straight-Line Mode) เพื่อลดแรงต้านอากาศ (Drag) ให้เหลือน้อยที่สุด นวัตกรรมนี้ได้รับการวิเคราะห์จาก Gary Anderson ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคว่าเป็นทางออกที่ชาญฉลาดในการแก้ปัญหาพลังงานไฟฟ้าหมดกลางทางตรงที่นักแข่งหลายคนกังวล
อย่างไรก็ตาม Hamilton ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการปรับแต่งในพิท ทำให้เขาวิ่งไปได้เพียง 78 รอบ แต่ในช่วงการซ้อม “Race Start” ท้ายเซสชัน แชมป์โลก 7 สมัยยังคงแสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาการออกตัวที่ยอดเยี่ยมสวนทางกับอายุที่มากขึ้น
ในขณะที่คนอื่นกำลังทำความเร็ว Fernando Alonso และทีม Aston Martin กลับต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่อีกครั้ง เมื่อรถเกิดอาการขัดข้องทางเทคนิคจนต้องจอดนิ่งสนิทในสนามช่วง 3 ชั่วโมงสุดท้าย ทำให้เขาทำเวลาได้เพียงอันดับสุดท้ายของกลุ่ม และมีระยะห่างจากผู้นำถึง 4.6 วินาที ถือเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับทีมสีเขียวก่อนที่การแข่งขันสนามแรกที่ออสเตรเลียจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า
บทสรุปของการทดสอบวันที่ 2 นี้แสดงให้เห็นว่า รถ F1 ปี 2026 เริ่มมีสมรรถนะที่เสถียรมากขึ้น แม้จะมีเสียงวิจารณ์เรื่องความอันตรายของระบบ Active Aero และการจัดการพลังงานจากนักแข่งรุ่นใหญ่ แต่ผลงานของดาวรุ่งอย่าง Antonelli ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความท้าทายใหม่นี้อาจเปิดโอกาสให้ “เลือดใหม่” ขึ้นมาเขย่าบัลลังก์แชมป์โลกได้อย่างไม่ยากเย็น
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand
แท็กที่เกี่ยวข้อง
F1วิถีนักสู้! Valtteri Bottas ปั่นจักรยาน 350 กม. สู่ศึก F1 สิงคโปร์
F1Honda HRC เปลี่ยนประธาน Yasuda รับไม้ต่อ
F1บั๊ก FIA F1 มาเลเซีย เกิดอะไรขึ้น?
F1เฟร็ด วาสเซอร์ จ่อโดนลดบทบาท บอสใหญ่ Ferrari F1
F1คริสเตียน ฮอร์เนอร์ คัมแบ็ก F1 ลุยโปรเจกต์ BYD
F1แลนโด นอร์ริส F1 จี้ FIA สั่งแบน โคลาปินโต เหตุชนบากู
F1ออล เจแปน 2026 โอกายามะ “ไบร์ท-โรม” แท็กทีมล่าชัยชนะคลาส J-GP3
F1อัปเดต แพ็กเกจใหม่ Williams F1 จะปังหรือแป้กในศึกบากู GP?