ข่าวรถวงการแข่งขัน F1 กำลังจับตามองการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใน Maranello หลัง Fred Vasseur เข้ามารับตำแหน่งทีมบอส F1 Ferrari
จากบทสัมภาษณ์พิเศษกับ The Race ระบุว่า Fred Vasseur Ferrari innovation คือหัวใจสำคัญที่เขาผลักดันมาตลอด Vasseur ตกใจกับ “ช่องว่าง” ที่เกิดขึ้นในทุกหัวข้อเพราะทีมเคยไม่ต้องการให้ตัวเองถูกเปิดโปง จึงเลือกเพิ่มน้ำหนักรถครึ่งถึงหนึ่งกิโลกรัม เพิ่มเชื้อเพลิงครึ่งลิตร เปิดช่อง sidepod มากขึ้นอีกสเต็ปหนึ่ง สะสมแล้วเสียเวลา lap ถึง 0.2 วินาที “คุณจินตนาการไม่ได้เลยว่าช่องว่าง 0.1 วินาทีมีผลขนาดไหน เมื่อช่องว่างระหว่างอันดับ 1-2 ปีที่แล้วอยู่ที่แค่ 0.03 วินาที” Vasseur กล่าว
วัฒนธรรมใหม่: อย่าอายที่จะเสนอไอเดีย
Vasseur ผลักดันข้อความว่า “ทุกคนคือ performance contributor” ร่วมกับ Loic Serra Technical Director ชassis ที่เข้าร่วมตุลาคม 2024 “อย่าอายที่จะเสนอไอเดีย เราจะไม่ตำหนิใครหากมันไม่เวิร์ค” เขาย้ำ
ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนในฤดูกาล 2025 คือ
- Macarena Rear Wing – ปีกหลังที่หมุนได้แบบเต้นรำ
- Exhaust Wing – ปีกใกล้ท่อไอเสีย

คู่แข่งทั้ง Red Bull, McLaren ต่างจับตามองและนำไปพัฒนาตามทันที แสดงให้เห็นว่า Ferrari กลับมาเป็นผู้นำด้านเทคนิคอีกครั้ง Fred Vasseur เตือนว่า “เป้าหมายไม่ใช่การ innovate ให้ดูเจ๋ง แต่ต้อง translate เป็นเวลา lap ได้จริง ถ้าไม่ช่วยให้เร็วขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องทำ”
บทบาทของ Loic Serra กับการเปลี่ยนแปลงภายในทีม
Loic Serra อดีต Performance Director จาก Mercedes เข้ามาช่วยเสริม mindset “proper racer” ที่ไม่ยอมรับอะไรต่ำกว่าการผลักดันขีดจำกัดแม้จะเข้ามาช้าเกินไปสำหรับพื้นฐานของ SF-25 (ซึ่งออกแบบโดย Enrico Cardile ก่อนจะย้ายไป Aston Martin) Serra ช่วยโฟกัสเรื่อง operation และการพัฒนาที่เปิดกว้างมากขึ้น Vasseur ชมว่า “เขาคือ competitor ที่มีประสบการณ์จากสนามแข่งและ Michelin มาก่อน ช่วยผลักทีมให้ก้าวไปข้างหน้า” แม้ Serra จะไม่ได้มีส่วนกับพื้นฐานรถมากนัก แต่การเข้ามาช่วยเสริม operation ในช่วงปลายฤดูกาลก่อนหน้า ถือเป็นการเตรียมตัวที่ดีสำหรับปี 2025
การพัฒนาและศึกสงครามอัปเกรดที่กำลังจะมาถึง
Vasseur มองว่าฤดูกาลนี้ทีมยังมีพื้นที่พัฒนาอีกมาก อัปเกรดที่จะนำมาใช้จะให้ผลตอบแทนมากกว่าปีก่อนถึง 10 เท่า เพราะทุกคนพร้อมที่จะพัฒนาแบบ open-minded
“เราจะนำอัปเกรดที่เมื่อปีที่แล้วได้แค่ hundredths ของวินาที ปีนี้จะได้เป็น tenths” เขากล่าว การแข่งขันเรื่อง development จะดุเดือด Time to market และความสามารถในการผลิตไอเดียใหม่จะเป็นกุญแจสำคัญ Ferrari มี “ไอเดียไม่ขาด” อีกต่อไป
แม้ SF-25 ยังไม่ใช่รถที่สามารถคว้าชัยได้ทุกสนาม แต่การต่อสู้เพื่อ podium และการพัฒนาที่ต่อเนื่องทำให้แฟน ๆ เริ่มเห็นแสงสว่างของการกลับมาเป็น contender จริงจัง วงการนี้ยังรอติดตามว่าเทคนิคแปลกใหม่อื่น ๆ ที่ Vasseur บอกว่า “จะมีอีก” จะออกมาเมื่อไหร่ และจะช่วยให้ Ferrari ใกล้ชิดกับตำแหน่งแชมป์มากขึ้นแค่ไหน
สรุป
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องปีกหลังหรืออุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นการเปลี่ยน DNA ของทีม F1 Ferrari ให้กล้ากลับมาเป็น “ผู้บุกเบิก” อีกครั้ง ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ที่รอคอย Scuderia กลับสู่จุดสูงสุด
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com


