
Rolls-Royce Project Nightingale เริ่มทดสอบจริง รถไฟฟ้าเปิดประทุน Coachbuild 100 คัน พร้อมส่งมอบตั้งแต่ปี 2028

Rolls-Royce Project Nightingale อัครยนตรกรรมไฟฟ้าเปิดประทุนสองที่นั่งจาก Rolls-Royce Motor Cars เริ่มเข้าสู่โครงการทดสอบบนถนนจริงแล้ว หลังเปิดตัวแนวคิด Coachbuild Collection เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 โดยรถรุ่นนี้มีแผนผลิตจำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก และมีกำหนดเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่ปี 2028
การเริ่มทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนำรถต้นแบบออกมาวิ่งถ่ายภาพสวย ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบทางวิศวกรรมที่ Rolls-Royce ระบุว่าเข้มข้นที่สุดโครงการหนึ่งในประวัติศาสตร์ของแบรนด์
ตัวเลขสำคัญประกอบด้วยโปรแกรมทดสอบสะสมรวม 350 สัปดาห์ การพัฒนาอากาศพลศาสตร์กว่า 1,430 ชั่วโมง การทดสอบที่ระดับความสูง 2,750 เมตร และแผนทดสอบฝาท้าย Piano Boot มากถึง 15,000 รอบ
Chris Brownridge ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Rolls-Royce Motor Cars อธิบายถึงโครงการนี้โดยเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งการทดลองของ Sir Henry Royce ผู้เคยสร้างรถต้นแบบตระกูล EX ในช่วงทศวรรษ 1920 เพื่อค้นหาความสามารถใหม่ของแบรนด์โดยไม่จำกัดตัวเองอยู่กับแนวทางเดิม
Project Nightingale คือรถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบเปิดประทุนสองที่นั่งที่ Rolls-Royce พัฒนาภายใต้ Coachbuild Collection โดยจะสร้างด้วยมือจำนวนจำกัด 100 คันสำหรับลูกค้าทั่วโลก
Rolls-Royce เปิดเผยโครงการครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 ในฐานะการนำแนวคิด Coachbuild มาสร้างรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะด้านการออกแบบ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และประสบการณ์เปิดหลังคาที่เน้นความเงียบและความสงบ
ตัวรถใช้โครงสร้างอะลูมิเนียม Architecture of Luxury ของแบรนด์ และการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะ Streamline Moderne ตลอดจนรถทดสอบตระกูล EX ในอดีต
แม้จำนวนผลิตจะมีเพียง 100 คัน แต่ Rolls-Royce ระบุว่ารถทุกคันมีเป้าหมายสำหรับการขับใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงจอดสะสมในโรงรถ
| รายการ | ข้อมูลทางการ |
|---|---|
| ชื่อโครงการ | Project Nightingale |
| ผู้ผลิต | Rolls-Royce Motor Cars |
| ประเภท | Coachbuild Collection |
| ตัวถัง | เปิดประทุน 2 ที่นั่ง |
| ระบบขับเคลื่อน | ไฟฟ้า 100% |
| โครงสร้าง | Architecture of Luxury Aluminium Spaceframe |
| จำนวนผลิต | 100 คันทั่วโลก |
| การสั่งซื้อ | เฉพาะลูกค้าที่ได้รับเชิญ |
| กำหนดเริ่มส่งมอบ | ปี 2028 |
| ราคา | ยังไม่มีประกาศสาธารณะ |
จุดเด่นจึงอยู่ที่การรวมความเป็นรถสั่งสร้างพิเศษเข้ากับเทคโนโลยีไฟฟ้า โดยไม่ละทิ้งบุคลิกความหรูหราของ Rolls-Royce

Rolls-Royce เริ่มโปรแกรมทดสอบบนถนนจริงในยุโรปตอนใต้ ก่อนขยายการประเมินไปยังพื้นที่อากาศหนาวบริเวณอาร์กติกและพื้นที่ทะเลทรายในคาบสมุทรอาหรับ
การเลือกสถานที่มีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบว่ารถสามารถรักษาความสะดวกสบายและคุณภาพการทำงานได้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
เส้นทางทดสอบครอบคลุมถนนเลียบชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน สภาพอากาศหนาวจัด พื้นที่อุณหภูมิสูง และพื้นที่ภูเขาที่มีระดับความสูงถึง 2,750 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
| พื้นที่ทดสอบ | เป้าหมายหลัก |
|---|---|
| ยุโรปตอนใต้ | ทดสอบการขับบนถนนจริงและความสบาย |
| ถนนชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน | ประเมินการทำงานในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง |
| พื้นที่อาร์กติก | ตรวจสอบผลกระทบจากอากาศเย็น |
| ทะเลทรายคาบสมุทรอาหรับ | ประเมินสภาพอุณหภูมิสูง |
| พื้นที่สูง 2,750 เมตร | ตรวจสอบการทำงานในระดับความสูงต่างกัน |
| สนามทดสอบความเร็วสูงส่วนตัว | ตรวจสอบอากาศพลศาสตร์และเสียงลม |
การตรวจสอบในแต่ละสถานที่ไม่ได้หมายถึงการทดสอบสมรรถนะความเร็วสูงบนถนนสาธารณะ เพราะขั้นตอนประเมินความเร็วสูงของผู้ผลิตจัดขึ้นในพื้นที่ทดสอบเฉพาะ

Rolls-Royce ระบุว่าโครงการจะใช้ระยะเวลาทดสอบสะสมรวม 350 สัปดาห์ หรือ 350 collective weeks ซึ่งหมายถึงผลรวมของงานทดสอบจากทีมงานและรถต้นแบบหลายส่วน ไม่ใช่การทดสอบรถคันเดียวติดต่อกัน 350 สัปดาห์
ตัวเลขนี้สะท้อนการจัดสรรทรัพยากรในโครงการพัฒนารถจำนวนผลิตจำกัด โดยทีมวิศวกรรมจะตรวจสอบการทำงานในหลายสถานการณ์เพื่อนำข้อมูลกลับมาปรับปรุง
ประเด็นสำคัญคือคำว่า collective ที่ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ภาษาอังกฤษ หมายถึงระยะเวลารวมของกิจกรรมทดสอบ
หากนำตัวเลข 350 สัปดาห์ไปเทียบเป็นระยะเวลาตามปฏิทินโดยตรง จะเท่ากับเกือบเจ็ดปีและทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าโครงการต้องใช้เวลาต่อเนื่องยาวนานเช่นนั้น
ในความเป็นจริง Rolls-Royce วางกำหนดเริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าตั้งแต่ปี 2028

Rolls-Royce ระบุว่ารถต้นแบบผ่านการวิเคราะห์ด้านอากาศพลศาสตร์รวมกว่า 1,430 ชั่วโมง ผ่านทั้งการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์และการทดสอบในอุโมงค์ลม เพื่อพัฒนาการไหลเวียนของอากาศและลดเสียงลมที่เกิดขึ้นระหว่างการขับ
สำหรับรถเปิดประทุนไฟฟ้า ความเงียบเป็นความท้าทายสำคัญ เพราะเมื่อไม่มีเสียงเครื่องยนต์สันดาปมาช่วยกลบเสียงภายนอก เสียงลมและเสียงอื่น ๆ อาจเป็นสิ่งที่ผู้โดยสารสังเกตได้ชัดขึ้น
Rolls-Royce จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบตัวถังและตำแหน่งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อรักษาบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
หลังจากผ่านการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ รถยังต้องเข้าสู่ขั้นตอนทดสอบความเร็วในสนามปิดสูงสุดราว 250 กม./ชม. เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นความเร็วเป้าหมายระหว่างการทดสอบ ไม่ใช่การประกาศความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการของรถรุ่นจำหน่าย
การเก็บข้อมูลจะช่วยให้วิศวกรปรับปรุงประเด็นที่อาจไม่สามารถประเมินได้ครบถ้วนจากแบบจำลองคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว

Rolls-Royce พัฒนาแผ่นกันลมควบคุมด้วยไฟฟ้าสำหรับ Project Nightingale โดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดการหมุนวนของอากาศจากด้านหลังกลับเข้ามาในห้องโดยสารเมื่อเปิดหลังคา
สำหรับรถเปิดประทุน กระแสลมไม่ได้เคลื่อนผ่านตัวรถเพียงด้านเดียว แต่สามารถก่อตัวเป็นลมวนบริเวณด้านหลังผู้โดยสารและย้อนกลับมารบกวนภายในห้องโดยสารได้
การออกแบบแผ่นกันลมจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการควบคุมบรรยากาศภายในรถ
ผู้ผลิตระบุว่าจะประเมินการทำงานในหลายระดับความเร็ว โดยตั้งเป้าลดกระแสลมวนที่มีอยู่ในระดับต่ำแล้วให้เหลือน้อยลงอีก
ผลลัพธ์ที่ต้องการไม่ใช่เพียงลดแรงลมปะทะ แต่ยังช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายขึ้นเมื่อเปิดหลังคาในช่วงที่สภาพอากาศค่อนข้างเย็น
ทั้งนี้ ยังไม่มีตัวเลขผลการทดสอบเชิงปริมาณสำหรับความเร็วลมหรือระดับเสียงภายในห้องโดยสารที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ
หลังคาของ Project Nightingale มีชั้นวัสดุซับเสียงที่ผสมผสานผ้าแคชเมียร์ วัสดุสิ่งทอ และวัสดุคอมโพสิตประสิทธิภาพสูง เพื่อพัฒนาคุณสมบัติด้านความเงียบและความประณีตของรถเปิดประทุน
Rolls-Royce ออกแบบการทดสอบหลังคาไว้ 10 หัวข้อ ครอบคลุมทั้งเนื้อผ้า กลไกการทำงาน และความทนทานเมื่ออยู่ในสภาพอุณหภูมิสูง
ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าจะตรวจสอบการทำงานที่อุณหภูมิสูงสุด 80 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเงื่อนไขทดสอบเฉพาะ ไม่ใช่การระบุอุณหภูมิห้องโดยสารขณะใช้งานปกติ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| วัสดุซับเสียง | แคชเมียร์ สิ่งทอ และคอมโพสิต |
| จำนวนหัวข้อทดสอบ | 10 หัวข้อ |
| รายการตรวจสอบ | วัสดุ กลไก และการทำงาน |
| อุณหภูมิทดสอบสูงสุด | 80°C |
| เป้าหมาย | ความทนทานและความประณีตของการใช้งาน |
ความสำคัญของวัสดุเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่ราคาหรือความหรูหรา แต่รวมถึงการทำงานร่วมกันในสภาพอากาศที่แตกต่างกันด้วย

Piano Boot เป็นฝาท้ายรูปแบบใหม่ของ Rolls-Royce ที่เปิดออกด้านข้างด้วยชุดกลไกเฉพาะ โดยบริษัทวางแผนทดสอบการเปิดและปิดมากถึง 15,000 รอบ เพื่อตรวจสอบความทนทานและความสม่ำเสมอของการทำงาน
ฝาท้ายลักษณะนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของบุคลิกแบบ Coachbuild เพราะการออกแบบให้เปิดด้านข้างไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพิ่มความแปลกใหม่ แต่ต้องทำให้ประสบการณ์ใช้งานสอดคล้องกับความรู้สึกประณีตของรถทั้งคัน
Rolls-Royce ระบุว่านี่เป็นรายละเอียดที่ไม่เคยนำมาใช้กับรถของแบรนด์ในรูปแบบดังกล่าวมาก่อน
การทดสอบ 15,000 รอบจึงครอบคลุมทั้งกลไกการเปิด-ปิด ความต่อเนื่องของการทำงาน และความรู้สึกที่ผู้ใช้งานได้รับ
แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเป้าหมายการทดสอบตามข่าวประชาสัมพันธ์ ไม่ควรสรุปว่าบริษัทได้ดำเนินการทดสอบฝาท้ายครบทุกวงรอบแล้ว ณ วันที่เผยแพร่ข่าว
สำหรับรถที่มีจำนวนผลิตเพียง 100 คัน การให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อยระดับนี้อาจฟังดูเกินความจำเป็นสำหรับรถทั่วไป แต่กลับเป็นหนึ่งในสิ่งที่ Rolls-Royce ใช้สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า Coachbuild
ชื่อ Nightingale มีที่มาจาก Le Rossignol ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสที่หมายถึงนกไนติงเกล และเป็นชื่อบ้านที่ Sir Henry Royce สร้างให้ทีมออกแบบและวิศวกรใกล้กับบ้านพักฤดูหนาวของตนบนชายฝั่ง French Riviera
ความเชื่อมโยงดังกล่าวทำให้การเริ่มทดสอบในยุโรปตอนใต้มีความหมายทางประวัติศาสตร์มากกว่าการเลือกสถานที่ตามสภาพอากาศ
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 วิศวกรของ Rolls-Royce เคยใช้พื้นที่แถบนี้และศูนย์ทดสอบที่ Châteauroux รวมถึงเส้นทางระหว่าง Monte Carlo กับ London เพื่อประเมินรถยนต์ด้านความเร็วและความทนทาน
รถทดสอบตระกูล EX ในช่วงทศวรรษ 1920 ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของโครงการ โดยเฉพาะ 16EX และ 17EX ที่ Rolls-Royce กล่าวถึงในการอธิบายแนวคิดการออกแบบ
กล่าวอีกอย่างคือ Project Nightingale ไม่ได้ใช้ชื่อที่ฟังดูไพเราะเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของแบรนด์เข้ากับอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้า
Coachbuild เป็นรูปแบบการสร้างตัวรถที่เปิดพื้นที่ให้การออกแบบและองค์ประกอบตัวถังมีเอกลักษณ์เฉพาะโครงการมากกว่าการเลือกสี วัสดุ หรือรายละเอียดตกแต่งบนรถรุ่นมาตรฐานเพียงอย่างเดียว
ในกรณีของ Project Nightingale ตัวรถเป็น Coachbuild Collection ที่มีรูปแบบตัวถังและรายละเอียดทางวิศวกรรมเฉพาะ พร้อมการปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ร่วมกับลูกค้าของแต่ละคัน
Rolls-Royce ระบุว่าการเข้าร่วมโครงการเป็นระบบเชิญเฉพาะลูกค้า และรถทั้ง 100 คันจะได้รับการสร้างด้วยมือที่โรงงาน Goodwood ในประเทศอังกฤษ
นอกจากนี้ บริษัทยังพัฒนาชุดสี วัสดุ และอุปกรณ์ Bespoke เฉพาะคอลเลกชันนี้ ซึ่งจะไม่เปิดให้เลือกใช้กับรถ Rolls-Royce รุ่นอื่น
การเป็น Coachbuild จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการทำรถรุ่นเดิมให้มีสีพิเศษ แต่รวมถึงกระบวนการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีโครงสร้างงานออกแบบเฉพาะของตัวเอง
Rolls-Royce ยืนยันว่า Project Nightingale ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% แต่ยังไม่ได้ประกาศตัวเลขกำลังมอเตอร์ ความจุแบตเตอรี่ ระยะทางวิ่ง หรือความเร็วในการชาร์จสำหรับรถรุ่นนี้อย่างครบถ้วน
ข้อมูลที่เปิดเผยในระยะนี้เน้นประสบการณ์การขับขี่ การออกแบบ และกระบวนการทดสอบมากกว่าตัวเลขสมรรถนะ
| รายการ | ข้อมูลปัจจุบัน |
|---|---|
| ระบบขับเคลื่อน | ไฟฟ้า 100% |
| กำลังสูงสุด | ยังไม่ประกาศ |
| แรงบิดสูงสุด | ยังไม่ประกาศ |
| ความจุแบตเตอรี่ | ยังไม่ประกาศ |
| ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ | ยังไม่ประกาศ |
| ระบบชาร์จ AC | ยังไม่มีรายละเอียดเฉพาะรุ่น |
| ระบบชาร์จ DC | ยังไม่มีรายละเอียดเฉพาะรุ่น |
| เวลาชาร์จ | ยังไม่ประกาศ |
| ความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการ | ยังไม่ประกาศ |
แม้ Rolls-Royce จะมีรถไฟฟ้าอย่าง Spectre อยู่แล้ว แต่ยังไม่ควรนำสเปกมอเตอร์หรือแบตเตอรี่ของ Spectre มาใช้แทน Nightingale โดยไม่มีเอกสารยืนยัน
การใช้แพลตฟอร์มจากตระกูลเดียวกันไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะต้องมีสมรรถนะเท่ากัน
Rolls-Royce ยืนยันว่าจะผลิต Project Nightingale เพียง 100 คันทั่วโลก และเริ่มส่งมอบตั้งแต่ปี 2028 แต่ยังไม่ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ
การสั่งสร้างรถรุ่นนี้เปิดให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ได้รับเชิญ ไม่ใช่ระบบการจองทั่วไปเหมือนรถยนต์ผลิตจำนวนมาก
จึงไม่สามารถระบุราคาเงินบาทหรือราคาต่อคันที่เป็นทางการได้จากข้อมูลที่เปิดเผยในขณะนี้
สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีรายละเอียดสาธารณะที่ยืนยันจำนวนรถจัดสรรให้ลูกค้าไทยหรือกำหนดส่งมอบเฉพาะตลาด
ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของรถหรูและ ข่าวรถยนต์ รวมถึงเรื่องราว ข่าวรถยนต์ไฟฟ้าล่าสุด จาก SuperBikeMag
Project Nightingale กำลังก้าวจากรถยนต์แนวคิดสู่ขั้นตอนทดสอบและตรวจสอบความพร้อมใช้งานจริง โดย Rolls-Royce วางโครงการทดสอบสะสม 350 สัปดาห์ ครอบคลุมสภาพภูมิอากาศหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก
รายละเอียดที่บริษัทให้ความสำคัญไม่ได้มีเพียงสมรรถนะของรถไฟฟ้า แต่ยังรวมถึงการลดเสียงลม แผ่นกันลมไฟฟ้า หลังคาเก็บเสียง และฝาท้าย Piano Boot ที่ต้องผ่านการทดสอบความทนทานอย่างเข้มข้น
รถรุ่นนี้มีกำหนดผลิตเพียง 100 คัน และเริ่มส่งมอบตั้งแต่ปี 2028 ขณะที่ราคา กำลังมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระยะทางวิ่งยังรอข้อมูลอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม
สำหรับ Rolls-Royce ความน่าสนใจของ Nightingale อาจไม่ใช่คำถามว่ารถทำความเร็วได้มากเท่าไร แต่คือรถเปิดประทุนไฟฟ้าที่ผลิตจำนวนน้อยเช่นนี้ จะรักษาความเงียบและความประณีตได้มากแค่ไหนเมื่อต้องใช้งานจริงในสภาพอากาศทั่วโลก
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
100 คันทั่วโลก ตามประกาศ Rolls-Royce Motor Cars
ใช่ เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบเปิดประทุนสองที่นั่ง
เป็นระยะเวลาทดสอบสะสมรวมของโครงการ ไม่ใช่การทดสอบรถหนึ่งคันติดต่อกัน 350 สัปดาห์
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าว น้ำมันราคาน้ำมัน 21 ต.ค. 2569 กบน. ขึ้น 60 สตางค์ ดีเซล B7 43.54 บาท E20 คงเดิม
ข่าวรถ HondaHonda Hybrid ใหม่ เปิดตัวปี 2027 เตรียมรถ 15 รุ่นทั่วโลก พร้อม e-AWD
ข่าวรถ MitsubishiMitsubishi Pajero 2026 เปิดราคาไทย 1,499,000 บาท! ดีเซล 204 แรงม้า พร้อม S-AWC 4WD
ข่าวรถ TeslaTesla Roadster ไต่กำแพงได้อย่างไร? เผยระบบ Fan Suction แรงดูด 2G
ข่าวรถ TeslaTesla Roadster รถบินได้ เปิดจองไทยเริ่ม 178,000 บาท
ข่าวรถ PorschePorsche Mission S เปิดตัวรถต้นแบบซูเปอร์คาร์เครื่องวางกลาง เตรียมก้าวเหนือ Porsche 911
ข่าวกฎหมายจราจรตำรวจจราจร 2570 ห้ามซุ่มจับ ไม่ปิดหน้า เตือนก่อนปรับ แต่ขับอันตรายโดนทันที
Honda NewsSUPER CITY HATCHBACK รถแข่ง 250 แรงม้า+++ ตั้งเป้าทำเวลา 1:52 นาที สนามช้างฯ