อีกครั้งกับการทดสอบรถรุ่นใหม่ล่าสุด Moto Guzzi V85TT ปี 2019 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้เองภายใต้การดูแลของ MotoPlex Bangkok  และสำหรับคันนี้ คาแร็กเตอร์ฉีกแนวจากรุ่นก่อนๆภายใต้สโลแกน ROCK(S) ‘N’ ROAD(S) กับสไตล์คลาสสิก เอ็นดูโร่ (classic Enduro) ที่ทางค่ายได้จัดไว้อยู่ใน เอ็นดูโร่เอนกประสงค์ ออกทริปก็ได้ ลุยก็ดี ค่อนข้างจะฉีกแนวจากตัว Moto Guzzi ตัวอื่นๆที่ผ่านมา ถอดจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันปารีส-ดาการ์ในตำนานออกมาได้อย่างสมบูรณ์

เพราะคันนี้คือ เครื่องVขวาง สายลุยที่สุดในรุ่น ที่สำคัญต้องขอขอบคุณที่ เทียบเชิญเรา SuperBikeMag.com เข้าร่วมทดสอบ Asia Press Test ระยะทางรวมๆ 200 กว่ากิโลเมตร เริ่มที่ภูเก็ต – พังงา เสม็ดนางชี ในครั้งนี้อีกด้วย โดยแบ่งสัดส่วนในการทดสอบ ถนนดำ 80% และ OFF-Road 20%

ในการทดสอบครั้งนี้เป็นกลุ่มสื่อมวลชนแนวหน้าของประเทศไทยที่เข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ ถือวาเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ เราเป็น 1 ในการทดสอบครั้งนี้อีกด้วย มาพูดถึงตัวรถที่จะทดสอบกันหน่อยกับคาเร็กเตอร์ คลาสสิก เอ็นดูโร่ มันเป็นยังไงกัน !!

ความดุดัน สูบ V ขวาง 853 CC.
เปิดด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของคันนี้กันก่อนเลย สำหรับเครื่องยนต์ 2 สูบ V-Twin 90 องศา ปริมาตรความจุ 853 ซีซี  2 วาล์ว/กระบอกสูบ ตัววาล์วเป็นไทเทเนี่ยม ให้กำลังแรงม้าถึง 80 แรงม้า แรงบิด 80 นิวตันเมตร ไม่ธรรมดาเพราะปรับปรุงท่อทางเดินไอดีและไอเสียใหม่ทั้งหมด ตามหลักอากาศพลศาตร์

และปรับปรุงการปรับกลไกลของวาล์วใหม่เพื่อให้ลดการสูญเสียจากแรงเสียดทาน บอกเลยคันนี้เสียงท่อไม่ธรรมดา แถมด้วยความนุ่มนวมของเครื่องยนต์ที่ไม่เคยมีมาก่อน กับความเร็ว Top speed ที่สามารถทำได้ ทะลุ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมงทั้งหมดถูกควบคลุมด้วย คันเร่งไฟฟ้า Ride by wire ที่ติดมาให้ทางประกับฝั่งขวา รวมไปถึงระบบ Cruise Control ที่เหมาะสำหรับใช้เดินทางไกล

ตัวถังและสวิงอาร์ม เฟรมถัก 
รูปทรงของตัวถังได้ถูกออกแบบให้มีความมั่นคงแข็งแรง บาลานซ์ดี เลี้ยวง่าย จะถูกแขวนด้วยเครื่องยนต์ สูบ V ขวางที่ถูกดีไซน์ให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Moto Guzzi น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 229 กิโลกรัม ถือว่ากำลังดี ไม่หนัก และ ไม่เบาจนเกินไป สำหรับสาย คลาสสิก เอ็นดูโร่ ลุยได้สบายด้านล้างแคร้งเครื่องจะถูกเสริมด้วยแผ่นกันกระแทรก ที่จะถูกติดตั้งเฉพาะสายลุยอย่าง Moto Guzzi V85TT เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสำหรับการลุยผ่านเส้นทางที่มี อุปสรรค และพร้อมที่จะกระแทกตัวเครื่องยนต์ตลอดเวลา

สวิงอาร์ม เพลาขับ

เพลาขับเหนียวและเงียบกว่าเดิม เพราะได้พัฒนาปรับปรุงระบบส่งกำลังใหม่ รวมไปถึงเพลาคลัตช์ชนิดที่มีแดมเปอร์เพื่อรับการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ที่มีกำลังมหาศาลที่จะส่งกำลังมา ยังเกียร์ 6 สปีดส่งต่อไปยังเพลาขับจะอยู่ทางด้านขวามือเมื่อค่อมรถในท่าปกติ ข้อดีเลย มันนุ่มเสียเหลือเกิน สำหรับรถสายลุย ส่วนทางด้านซ้ายมือ จะเป็นสวิงอาร์มที่มี ดิสเบรคอยู่ ให้ความแข็งแรง และความสมดุลอย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วงล่าง ความนุ่มนวล และ เบรค ล้อ
โช้คอัพหน้าแบบ Up side Down มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 41 มิลลิเมตร สามารถปรับความแข็งสปริงได้ รวมไปถึง เบรคหน้าที่ให้มาจากโรงงานเลยก็คือ Brembo มาพร้อมกับดิสเบรคคู่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 320 มิลลิเมตร ตัวล้อหน้าเป็นแบบ ซี่ลวดที่มีขนาด 19 นิ้ว ขนาดยางที่ใส่มาให้ 110/80 เหมาะสำหรับการลุยเสียจริง

โช้คอัพด้านหลัง เป็นโช้คอัพเดี่ยวที่ถูกติดตั้งทางด้านขวาของตัวรถ จะถูกยึดติดระหว่างเพลาขับและตัวเฟรมถักของตัวรถ ตัวโช้คอัพถูกออกแบบมี ซับแท้ง Sub Tank ที่ล้ำสมัยใช้งานได้จริง และสามารถปรับค่าความแข็งและความหนืดได้อีกด้วย ฝั่งตรงข้ามกับเพลาขับคือสวิงอาร์ม ที่ติดมากับดิสเบรคพร้อมกับคาลิปเปอร์เบรคแบบ 2 สูบ ทั้งหมดจะถูกยึกติดกับตัวล้อที่มีขนาด 17 นิ้ว รัดกับยางขนาด 150/70 มาให้จากโรงงาน บอกไว้ก่อน มี ABS มาตราฐานจากโรงงานทั้ง หน้าและหลัง เลยนะครับ

รูปร่าง หน้าตา

ไฟกลมทรงกลม 2 ดวง ที่มาพร้อมกับเดย์ไลท์ ที่มีลักษณะเป็นโลโก้ Moto Guzzi

รูปร่างเหมือนมีกล้ามเป็นมัดๆถังน้ำมันขนาดใหญ่ (21 ลิตร) ล้อหนาม แฮนด์บาร์ มีแล็คบาร์ด้านหลังไว้มัดของ ล้อซี่ลวดพร้อมลุย บังโคลนยกสูง มีอกล่างกันกระแทรก ทรงท่อปลายสูง ไฟท้ายกลมเป็นเอกลักษณ์ล้ำสมัยโคตรซิ่ง มีเสื้อสูบ V ยื่นออกมาจากตัวรถถือว่าเป็นจุดขายเลยก็ว่าได้ สำหรับ V85TT คันนี้

โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Rain, Road, Off-Road)

โหมด/ระบบ MGCT ABS หน้า ABS หลัง เครื่องยนต์
Road ปานกลาง ทำงาน ทำงาน ตอบสนองการเร่งแบบทันที
Rain สูง ทำงาน ทำงาน ตอบสนองการเร่ง นุ่มนวล
OFF-Road ต่ำ ทำงาน ปิด ตอบสนองการเร่งตามความเหมาะสม

 

จอแสดงผล แบบ Full LED TFT  สามารถปรับแสงได้อัตโนมัติ  รวมไปถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยที่พัฒนามาให้เฉพาะลูกค้าเท่านั้นอย่าง แอปพลิเคชัน MIA ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์กับรถจักรยานยนต์ได้เพื่อขยับขยายฟังก์ชั่นต่างๆ ของอุปกรณ์ให้มากขึ้น และยังมีอุปกรณ์เสริมพิเศษให้เลือกได้อย่างหลากหลายอีกด้วย เช่น ซอร์ฟแวร์สำหรับเส้นทาง ออฟโรด

สัมผัสแรก (ถนนดำ)
สำหรับขับคันนี้ ต้องบอกเลย คันนี้ไม่ใหญ่อย่างที่คิดสำหรับความสูงของผม ที่มีความสูง 171 เซนติเมตร ขาถึงพอดี ท่านั่งดีมาก เบาะนุ่มตลอดระยะทางทดสอบ ร่วมๆ 200 กิโลเมตร สำหรับการออกแบบมา ผมให้ 10/10 เลยเทียบจากเบาะเดิมโรงงานรุ่นอื่นๆที่เคยนั่งมา ฟิวลิ่งเครื่องยนต์แบบ สูบ V วางขวางให้พละกำลังได้ดี ในรอบต่ำ นุ่มนวล แต่แอบแรงในรอบกลางๆ คอนโทรลง่าย ขี่สนุก คันเร่งไฟฟ้าตอบสนองได้ดี ช่วงล่างตอนเข้าโค้งยังมีอาการเหวี่ยงน้อยลง อาจจะเป็นเพราะติดตั้งตัวโช้คเดี่ยวระหว่างเพลาขับกับตัวเฟรมถัก เป็นอีกตัวช่วยให้รถนิ่งขึ้น แถมกับกับการขับขี่ที่สนุกมากขึ้น 

สัมหรับสายลุย (OFF-Road)

ต้องขอชมช่วงล่างก่อนเลย ทำได้ดีเลยทีเดียว ทั้งโช้คหน้าและหลัง ทำงานได้สมกับที่ติดรถมาจากโรงงานมีระยะยืดยุบได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น สามารถที่จะเอาไว้ลุย หลุม บ่อ การเดินทางในเส้นทางที่ไม่คาดคิด หนักได้นิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับหนักมาก ต้องบอกก่อนว่า น้ำหนักตัวรถที่มีมา ค่อนข้างจะมีน้ำหนักมากสังเกตุได้ เมื่อค่อมตัวรถ แต่อย่างว่า ใครจะเอาไปลุยในป่าขนาดนั้น คันนี้คือ Classic Enduro มันคือการผสมผสานฟิวชั่นออกมา ขับขี่ให้รู้สุกสนุกกับการลุย ลุยได้ทักษะต้องมี องค์ประกอบหลายๆอย่าง เอาจริงบอกเลย ว่าลุยได้แต่ไม่มาก ผมปรับโหมดไปที่ OFF-Road เลี้ยวในที่เป็นดินลูกรังได้ สนุกไม่แพ้ใครแน่นอน ABS ที่ล้อหน้าทำงานได้ดี คันเร่งตอบสนองได้ดั่งใจ พาผ่านอุปสรรคไปได้แน่นอนครับ

รูปนี้เป็นทางทีมงานของทาง MOTO plex ที่ขับโชว์สมรรถนะโดดไป โดดมา ตอนช่วงเที่ยงๆแดดแรงๆ ให้รู้ๆกันไปว่ารถรุ่นนี้ทำได้แน่นอน ที่สำคัญ ทักษะต้องมี ร่างกายต้องแข็งแรงได้อีกด้วย

สรุปเลยแล้วกัน!!

 

Moto Guzzi V85TT เป็นรถ Classic Enduro ขนาดกลาง น้ำหนักตัวรถกับพละกำลังเครื่องยนต์ 80 แรงม้า ที่ให้มาเพียงพอสำหรับขับขี่แบบท่องเที่ยวอย่างแน่นอนและ เพียงพอสำหรับการขับขี่ในทางฝุ่น ขรุขระ หลุมบ่อ ข้ามลำธารได้ น้ำไม่สูงเกินฝาสูบเครื่องยนต์ มาพร้อมกับ Riding Mode 3 โหมด Rain Road OFF-Road เพียงพอต่อการใช้งานในประเทศไทย ที่สำคัญ เบาะนุ่มมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางไกล ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 21 ลิตร คุ้มค่าแน่นอน…

เปิดราคา Moto Guzzi V85TT
Grigo Atacama(เทา) ราคา 759,000 บาท
Giallo Sahara (เหลือง) Rosso Kalahari (แดง) ราคา 779,000 บาท

ติดตามรีวิวรถเพิ่มเติม คลิกทีนี้
ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้