หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก CBR650F เป็น New Honda CBR650R เมื่อปีที่ผ่านมาสำหรับสปอร์ตไบค์ขนาด 650 ซีซี ที่สมบูรณ์ที่สุดในตอนนี้ และนี่ก็เป็นอีก 1 โมเดลที่ขายดีอีกด้วย ทางเราได้ทดสอบแบบจัดเต็มกันไปแล้ว ครั้งนี้ก็เลยถือโอกาสเข้าร่วมทดสอบอีกครั้งนึง โดยในการทดสอบครั้งนี้บินลัดฟ้าไปถึงเชียงใหม่ เพราะเราจะเดินทางไปแม่ฮ่องสอนกัน ไป ไป ไป!!

ในการทดสอบครั้งนี้ได้มีโอกาสขับขี่ร่วมทริปกับพี่ชายสุดหล่อ พี่ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักแข่งโมโต 2 ที่จะร่วมทริปทดสอบในครั้งนี้ด้วย พร้อมกับพี่ๆสื่อมวลชนทั้งหลาย โดยในครั้งนี้จะมีรถ CBR Series ทั้งหมด 2 รุ่นนั้นก็คือ Honda CBR500R และ New Honda CBR650R รวมๆ กว่า 15 คัน ที่จะเดินทางไปที่ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะทางรวมเกือบ 200 กิโลเมตรและมีโค้งให้เราได้ขี่กันเต็มที่อีก 700 กว่าโค้ง

ก็นับว่าเป็นการทดสอบรถแบบทริปเชิงท่องเที่ยวไปในตัว โดยรถที่ผมได้เลือกขับนั้นเป็นตัว CBR650R สีแดงแรงฤทธิ์กันเลยละครับ

โดยในครั้งนี้เรามาเริ่มกันที่ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า เชียงใหม่ โดยมีทางทีมงานฮอนด้าได้จัดเตรียมรถไว้ให้อย่างเรียบร้อย รวมไปถึงเปลี่ยนชุดและบรีฟกันนิดหน่อยใช้เวลาไม่นาน อากาศค่อนข้างดีเหมาะสำหรับการขับขี่เล่นโค้งบนถนนลาดยางลมเย็นๆปะทะหน้า เพลิดเพลินเร้าใจ ตลอดทั้งเส้นทาง มาดูเจ้าคันนี้กันก่อนดีกว่า มีอะไรดี?

คันนี้ที่สวยสะดุดตาเป็นพิเศษเพราะสีที่เลือกเป็นสีประจำค่าย โดดเด่น เป็นที่ต้องตาต้องใจของคนเมืองเชียงใหม่ตลอดเส้นทาง มีเอกลักษณ์ไฟหน้าคู่แบบ LED ดีไซน์สปอร์ตสว่างชัดเจน โช้คหน้าแบบ Up-side down 41 มม. ขนาดใหญ่ซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับระบบเบรค Nissin แบบเรเดี้ยนเมาส์ 4 สูบปลอดภัยหายห่วง อีกอย่างเลยที่ถูกใจผู้ขับขี่อย่างแน่นอน นั้นก็คือ แผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบ Full LCD พร้อมบอกตำแหน่งเกียร์

อีกจุดเด่นที่ทุกคนต้องรู้ก็คือ เครื่องยนต์ แรงขึ้น 5%

ปรับจูนเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมดให้มีกำลังแรงอัดเพิ่มมากขึ้น โดยเครื่องยนต์มีขนาด 649 ซีซี DOCH 16 วาล์ว กำลังอัดสูงขึ้นเป็น 11.6 : 1 ออกแบบลูกสูบใหม่รองรับกำลังอัดที่เพิ่มขึ้น และเปลี่ยนใช้หัวเทียนแบบอิริเดียม ทำให้มีแรงม้าที่มากขึ้น ทำให้มีแรงม้า 94 แรงม้า และ แรงบิดที่ 64 นิวตันเมตร พร้อมกับระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัทช์ใหม่ช่วยป้องกันอาการล้อหลังสไลค์จากการเชนเกียร์ลงอย่างเร็ว และยังสามารถเข้าเกียร์ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

การขับขี่ครั้งนี้ เชียงใหม่ – อ.ปาย แม่ฮ่องสอน

ในการเดินทางเริ่มจาก ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า เชียงใหม่ ไปจนถึง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮองสอนโดยมีระยะทางรวมโดยประมาณ 135 กิโลเมตร และใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมงกว่าๆ น้ำมันถังเดียว สบ๊าย สบาย โดยความคิดเห็นส่วนตัว รู้สึกได้ว่าขี่น้อยมาก ถ้าใช้เวลา 1 วัน แต่พอดูใน Google map (พิกัด) แล้วละก็เส้นทางมันช่างคดเคี้ยว เลี้ยวเยอะเหลือเกิน น่าสนุก ตื่นเต้น เร้าใจอย่างแน่นอน ที่จะขึ้นไปเล่นโค้ง เทโค้ง ให้เต็มที่ไปเลย

ฟิวลิ่งการขี่ขึ้นปายในครั้งนี้ เครื่องยนต์มีความเนียนการตัวก่อนเยอะพอสมควร ด้วยความที่เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้น ทำให้การเดินคันเร่งในโค้งและการเติมคันเร่งขึ้นเนินอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา ทำให้ตัวรถเองนั้นค่อนข้างที่จะขี่ง่ายเลยทีเดียว ช่วงล่างที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นโช้คหัวกลับขนาด 41 มม. และมีความหนืดของตัวน้ำมันที่ค่อนข้างจะดี ทำให้พับโค้ง ติดๆกันทั้งโค้งซ้าย โค้งขวาไม่มีอาการแต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะ พี่ฟิล์ม และ พี่กาน เป็นคนนำไลน์เข้าโค้งได้ดีด้วย แต่ก็มีการใช้เบรคกะทันหันบาง เนื่องจากมีการเดินของสัตว์ข้างทางตลอดเวลา เช่น โค กระบือ ของชาวบ้าน รวมไปถึง กับระเบิด ไม่ต้องตกใจ ทีว่านี้คือ อุจาระ ที่อยู่บนถนนเป็นระยะๆ เป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้

ทำให้สามารถทดสอบระบบเบรคและโช้คอัพได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งนึงที่เห็นผลและรับรู้ได้อย่างรวดเร็วก็คือ เทคโนโลยี Emergency Stop Signal ที่เป็นสัญญาณไฟฉุกเฉินกระพริบเมื่อเบรคกะทันหัน เป็นเทคโนโลยีที่อยู่บนรถระดับพรีเมี่ยม อย่าง GoldWing ทำให้มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ทั้งแก่ตัวเองและผู้ใช้ร่วมทาง ในระหว่างทางมีฝนตกหนักทางทีมจึงลงความเห็นว่าให้พักกันหน่อย เพื่อความปลอดภัยของทีมเรา ไม่ใช่ว่ารถไม่ดี เราแค่รู้ว่ามันไม่ปลอกภัยจึงหยุด แล้วรอฝนเบาจึงไปต่อ

เราเดินทางมาถึงครึ่งทางแวะเที่ยวที่ จุดชมวิวดอยกิ่วลม (พิกัด) ที่อยู่สูงระดับน้ำทะเล 1,615 เมตร มีทะเลหมอกชมให้สดชื่น หายเหนื่อยกันไปพักใหญ่ๆเลยละครับ อีกนิดเดียว เท่านั้น เรามีจุดที่จะต้องไปต่อ นั้นก็คือ สะพานประวัติศาสตร์ ท่าปาย (พิกัด) เป็นจุดที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปทีนี้ ซึ่งก็คือจุดเด่นของอำเภอนี้เลย

เส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยวหักมุมขึ้นเรื่อยๆ แต่รถคันนี้ก้เข้ามือขึ้นเรื่อยๆอยู่เหมือนกันจนทำให้ความเร็วขึ้น ทั้งทางตรงและในโค้งจนหน้าตกใจที่เราสามารถขับขี่กันได้เร็วขนาดนี้เลยหรอ ตัวรถไม่มีการดัดแปลงใดๆทั้งสิ้น ทุกอย่างคือรถเดิมโรงงานทั้งหมด ทั้งโช้คอัพ ล้อ ยาง เบรค จนรู้สึกได้ว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั้งในเมือง และออกทริปท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ รถถึง คนถึง จะรู้สึกสนุกตลอดเวลา

ในการทดสอบครั้งนี้ได้มีโอกาสขับขี่รถสปอร์ต ขนาด 650 ซีซี ขี่ง่าย ขี่สนุก คล่องตัว เร่งแรงดั่งใจ พร้อมขับขี่กับนักแข่ง Moto2 พี่ฟิลม์ รัฐภาคย์ พี่ๆสื่อมวลชน ทีมงาน เอพี ฮอนด้า พี่เล่ bikelane dirttrack control ที่เป็นระดับมืออาชีพในการจัดการทั้งหมด รวมไปถึงที่พักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ภูริปาย อันสุดแสนจะสบาย

ยังไงก็ต้องบอกไว้ก่อน สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ ทักษะ สำคัญที่สุดก่อนที่จะซื้อรถ BigBike สักคันนึง คำนวนตังค์อย่างเดียวคงจะไม่พอ ต้องประเมินทักษะตัวเองอีกด้วย ว่าตัวเราเองมีทักษะมากน้อยแค่ไหน ไม่มากพอก็ไปเรียนเพิ่ม ฝึกฝนให้เก่ง แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ จะได้ขี่รถแบบ Enjoy!! 

ราคาจัดจำหน่าย
New Honda CBR650R ราคา 320,000 บาท

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ 
ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้