
ในสมรภูมิยานยนต์ปี 2026 ที่การแข่งขันของรถ SUV ออฟโรดทวีความรุนแรงขึ้น Great Wall Motor (GWM) ได้ขยับหมากครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว Tank 700 Hi4-Z รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับนิยาม “Luxury Off-Roader” อย่างแท้จริง การมาถึงของรุ่น Hi4-Z ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับโฉมภายนอก แต่อย่างไรก็ตาม มันคือการยกเครื่องระบบขับเคลื่อนใหม่ที่ให้พละกำลังสูงถึง 852 แรงม้า ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่บ้าคลั่งที่สุดในตระกูล Tank และพร้อมจะท้าชนกับรถยุโรปในระดับเดียวกัน
ขุมพลัง Hi4-Z: นวัตกรรม 800V และแบตเตอรี่ไซส์ยักษ์
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Tank 700 โดดเด่นกว่ารุ่น Hi4-T เดิม คือการนำระบบไฮบริดรูปแบบใหม่ที่เน้นสมรรถนะและการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีรายละเอียดสเปกที่น่าสนใจดังนี้:
-
ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์ 2.0T Plug-in Hybrid ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
-
พละกำลังรวม: 635 kW หรือประมาณ 852 แรงม้า
-
แบตเตอรี่: ขนาดใหญ่ถึง 59.05 kWh (ซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับรถ PHEV)
-
การชาร์จ: รองรับระบบ 800V Fast Charging ชาร์จ 30-80% ในเวลาเพียง 15 นาที
-
ระยะทางวิ่ง: วิ่งไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกล 190 กม. และวิ่งรวมสูงสุด 1,191 กม. (มาตรฐาน WLTC)
“การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ 800V ในรถออฟโรดขนาดใหญ่อย่าง Tank 700 คือการแก้จุดอ่อนเรื่องเวลาในการประจุไฟ ทำให้การเดินทางไกลไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป” — ทีมวิศวกร GWM



ดีไซน์ภายนอกสไตล์ Qilin: ดุดันแต่แฝงด้วยความประณีต
งานออกแบบภายนอกของ Tank700 Hi4-Z ยังคงเอกลักษณ์ความบึกบึนภายใต้คอนเซปต์ “Qilin” ทว่า ได้มีการปรับปรุงรายละเอียดหลายจุดให้ดูพรีเมียมยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูมีมิติ และไฟหน้าเลเซอร์อัจฉริยะที่ประกอบด้วยชิ้นส่วน LED กว่า 260 ดวง สามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 260 เมตร
มิติตัวถังของรถรุ่นนี้อยู่ที่ยาว 5,105 มม. กว้าง 2,061 มม. และสูง 1,985 มม. โดยมีระยะฐานล้อกว้างถึง 3,000 มม. ทำให้มันเป็น Full-size SUV ที่มีพื้นที่ใช้สอยภายในกว้างขวางเป็นอันดับต้นๆ ของคลาส พร้อมระบบช่วงล่างถุงลมที่ปรับความสูงได้ถึง 120 มม. เพื่อรองรับการลุยทุกสภาพถนน

ภายในระดับ First Class: ห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่อัจฉริยะ
ภายในห้องโดยสารของ Tank 700 Hi4-Z คือการยกระดับความหรูหราไปอีกขั้น ด้วยการใช้หน้าจอแบบ Triple-screen Layout ประกอบด้วยหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลาง Infotainment ขนาด 15.6 นิ้ว และที่ล้ำไปอีกขั้นคือหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 17.3 นิ้ว
นอกจากนี้ เบาะนั่งยังมาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 20 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชันนวด ระบายอากาศ และอุ่นเบาะครบทั้งตอนหน้าและตอนหลัง โดยเบาะหลังสามารถเอนได้สูงสุดถึง 141 องศา มอบความสบายสูงสุดในทุกการเดินทางสมกับฐานะ Flagship SUV ของแบรนด์


สรุปข้อมูลทางเทคนิค Tank 700 (2026)
| คุณสมบัติ | Tank 700 Hi4-Z (ใหม่) | Tank 700 Hi4-T (เดิม) |
| เครื่องยนต์ | 2.0T Plug-in Hybrid | 3.0T V6 Plug-in Hybrid |
| พละกำลังสูงสุด | 852 แรงม้า (635 kW) | 523 แรงม้า (385 kW) |
| แรงบิดสูงสุด | 800 – 850 นิวตันเมตร | 800 นิวตันเมตร |
| ขนาดแบตเตอรี่ | 59.05 kWh | 37.1 kWh |
| ระบบสถาปัตยกรรม | 800V | 400V |
| ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน | 190 กม. (WLTC) | 90 – 100 กม. (WLTC) |
บทสรุป: อนาคตของ Tank ในตลาดโลกและไทย
บทสรุปของ Tank 700 Hi4-Z คือการประกาศตัวเป็นผู้นำในกลุ่มรถออฟโรดพลังงานใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่ภาพลักษณ์ สรุปแล้ว การให้พละกำลัง 852 แรงม้าพร้อมระบบชาร์จไว 800V คือการทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของรถ SUV ขนาดใหญ่
สำหรับแฟนๆ ในประเทศไทย แม้รุ่น Hi4-Z จะยังเป็นเวอร์ชันจำหน่ายในจีน แต่อย่างไรก็ตาม ทิศทางของ GWM Thailand ที่มุ่งเน้นการนำเข้ารถรุ่นใหม่ในตระกูล Tank มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามีลุ้นได้เห็นสเปกโหดๆ แบบนี้เข้ามาสร้างสันติภาพบนท้องถนนไทยในอนาคตอันใกล้แน่นอน ติดตามข่าวสารยานยนต์และบทวิเคราะห์เชิงลึกได้ที่เพจ Superbike X Superdrive ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของคนรักรถ

