
บนท้องถนนกรุงเทพมหานครเกิดเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงปัญหาการไม่เคารพกฎจราจรอีกครั้ง เมื่อคลิปวิดีโอจากกล้องติดหมวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางซื่อ ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ เผยให้เห็นนาทีชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ไล่ล่ารถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์แต่งซิ่ง ที่พยายาม หนีตำรวจจราจร อย่างสุดชีวิต

ทีมงาน SuperDriveMag จะพาไปลำดับเหตุการณ์สุดระทึก บทสรุปของการไล่ล่า และเจาะลึกบทลงโทษที่ ทหารขี่บิ๊กไบค์ รายนี้จะต้องเผชิญ เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน
นาทีระทึก ซิ่งหนีสุดชีวิตก่อนเฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงค่ำ บริเวณแยกกำแพงเพชร ส.ต.อ.พนมรุ้ง เจียมตัว หรือที่ชาวโซเชียลรู้จักในชื่อ “อ้ายแบงค์ซาว” ตำรวจจราจร สน.บางซื่อ พบเห็นรถบิ๊กไบค์คันหนึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัย โดยมีการพับแผ่นป้ายทะเบียนซ่อนไว้ใต้บังโคลน ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน เมื่อส่งสัญญาณเรียกให้หยุด ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่อง หนีการตรวจค้น ทันที


ขอขอบคุณภาพจาก : อ้ายแบงค์ ซาว
การไล่ล่าดำเนินไปตามถนนหน้าสวนจตุจักร ผู้ก่อเหตุขี่รถซิกแซกด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าถนนวิภาวดีรังสิตขาออก แม้เจ้าหน้าที่จะขี่รถประกบและพยายามเบี่ยงดักหน้าเพื่อให้ชะลอรถ แต่ผู้ขับขี่ก็ยังคงหาช่องทางหลบหนี จนกระทั่งรถของผู้ก่อเหตุเสียหลักแฉลบฟุตบาท และเบี่ยงซ้ายพุ่งชนบริเวณแฮนด์รถและแขนของตำรวจจนล้มกลิ้ง
หลังจากการปะทะ ผู้ก่อเหตุได้บิดรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยทำรองเท้าผ้าใบหลุดทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ 1 คู่ ทิ้งไว้เป็นเบาะแสชั้นดีพร้อมกับภาพหน้าตาและทะเบียนรถที่ถูกบันทึกไว้ในกล้องติดหมวกอย่างชัดเจน
บทสรุปการจับกุม ปิดจ๊อบหนุ่มบิ๊กไบค์หัวร้อน
ด้วยหลักฐานที่มัดตัวแน่นหนา ทั้งภาพใบหน้า ลักษณะการแต่งกาย และหมายเลขทะเบียนรถ ทำให้การ หลบหนีเจ้าหน้าที่ สิ้นสุดลงในเวลาไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถประสานงานและติดตามรวบตัวผู้ก่อเหตุได้ในพื้นที่ สน.เตาปูน
จากการสอบสวนพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่เด็กวัยรุ่นคึกคะนองทั่วไป แต่เป็นถึงข้าราชการทหารสังกัดหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การกระทำผิดในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการทำลายความสงบเรียบร้อยบนท้องถนน แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานต้นสังกัดอีกด้วย
เปิดบทลงโทษและ ข้อหาขับรถประมาท ที่ต้องเผชิญ
ในส่วนของการดำเนินคดี ส.ต.อ.พนมรุ้ง ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี โดยบทลงโทษและการแจ้งข้อหาที่ผู้ก่อเหตุต้องเผชิญ ถือเป็นความผิดทาง คดีอาญาจราจร ที่มีโทษรุนแรง ประกอบด้วย
- ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน: การฝ่าฝืนคำสั่งเรียกให้หยุดรถและพยายามหลบหนีจนเกิดการเฉี่ยวชน ถือเป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงาน มีโทษจำคุกและปรับตามประมวลกฎหมายอาญา
- ขับรถประมาทหรือน่าหวาดเสียว: พฤติกรรมการขี่ซิกแซกด้วยความเร็วสูงบนถนนสาธารณะ เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก
- ปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน: ต้นเหตุของการถูกเรียกตรวจ การพับแผ่นป้ายทะเบียนถือเป็นการดัดแปลงสภาพที่ผิดกฎหมาย
- ข้อหาทำร้ายร่างกาย (รอผลตรวจ): หากผลการตรวจร่างกายของเจ้าหน้าที่พบว่ามีอาการบาดเจ็บรุนแรง อาจมีการแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานเพิ่มเติม


ขอขอบคุณภาพจาก : อ้ายแบงค์ ซาว
ทางด้าน ส.ต.อ.พนมรุ้ง ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นบรรทัดฐาน และที่น่ายกย่องคือ ในวันที่มีรายงาน ข่าวอุบัติเหตุบิ๊กไบค์ นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่านนี้กำลังเดินทางไปรับรางวัลตำรวจจราจรดีเด่นของตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
บทสรุปส่งท้าย
เหตุการณ์ บิ๊กไบค์ชนตำรวจ ในครั้งนี้ เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่าการตัดสินใจหนีความผิดเพียงเล็กน้อย (เช่น เรื่องป้ายทะเบียนหรือท่อดัง) สามารถลุกลามบานปลายกลายเป็นคดีอาญาที่มีโทษรุนแรงถึงขั้นจำคุกได้ การใช้รถใช้ถนนร่วมกันต้องอาศัยความรับผิดชอบและเคารพกฎหมาย หากรู้ว่าทำผิด การให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่คือทางออกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภคหรือผู้รักษากฎหมาย
ทางทีมงาน SuperDrive ขอแสดงความชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญของ ส.ต.อ.พนมรุ้ง และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนต่อไป
A: เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในพื้นที่ สน.เตาปูน โดยพบว่าเป็นข้าราชการทหารสังกัดหนึ่งในกรุงเทพฯ และได้เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
A: เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และข้อหาขับรถประมาทหวาดเสียว รวมถึงอาจมีข้อหาทำร้ายร่างกายเพิ่มเติมหลังผลตรวจร่างกายของตำรวจออก
A: โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเพียงรถจักรยานยนต์ของทางราชการที่ได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่นายนี้คือตำรวจจราจรดีเด่นที่กำลังจะเข้ารับรางวัลของตำรวจนครบาล



