Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

บิตคอยน์ 260 ล้านดอลลาร์ ชายสิงคโปร์รับสารภาพหลังปล้นไปเปย์ซูเปอร์คาร์

หน้าประวัติศาสตร์ของวงการคริปโทเคอร์เรนซีต้องจารึกคดีปล้นสะท้านโลกอีกครั้ง เมื่อสื่อในพื้นที่ ข่าวต่างประเทศ ได้รายงานบทสรุปของคดี โจรกรรมบิตคอยน์ และสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งมโหฬาร ซึ่งไม่ได้เกิดจากการเจาะระบบด้วยโค้ดคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน แต่เกิดจากการหลอกลวงผ่านจิตวิทยาพื้นฐานที่แนบเนียนจนเหยื่อสูญเงินมหาศาล

ทีมงาน SuperDrive Tech & Lifestyle จะพาไปถอดรหัสคดีของ แฮกเกอร์สิงคโปร์ รายนี้ ว่าเขาสามารถสร้างเครือข่าย อาชญากรรมไซเบอร์ ระดับโลก ขโมย เหรียญบิตคอยน์ และนำเงินที่ได้มาปรนเปรอไลฟ์สไตล์ยานยนต์สุดหรูหราของตนเองได้อย่างไร

แผนประทุษกรรม Social Engineering ขโมย บิตคอยน์ ระดับโลก

ผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือ มาโลน แลม (Malone Lam) ชายชาวสิงคโปร์ วัยเพียง 22 ปี ซึ่งล่าสุดได้ยืนต่อหน้าศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และรับสารภาพในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการกรรโชกทรัพย์และฟอกเงิน ขบวนการนี้สามารถฉ้อโกง คริปโตบิตคอยน์ และเงินดิจิทัลจากเหยื่อหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายสูงกว่า 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขอบคุณภาพจาก : X

วิธีการที่แลมและผู้ร่วมขบวนการใช้ คือการทำ “วิศวกรรมสังคม” หรือ Social Engineering พวกเขาแฝงตัวและปลอมเป็นพนักงานระดับสูงจากบริษัทที่น่าเชื่อถือ เช่น Google เพื่อติดต่อเหยื่อที่มี บิตคอยน์คริปโต จำนวนมาก จากนั้นจึงใช้วาทศิลป์หลอกล่อให้เหยื่อยอมเปิดเผยรหัสผ่านและรหัสยืนยันตัวตน

ความเสียหายที่หนักหน่วงที่สุดเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ปี 2024 เมื่อกลุ่มของเขาสามารถเจาะเข้ากระเป๋าเงินของเหยื่อรายหนึ่งในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และ ขโมยบิตคอยน์ ไปได้มากกว่า 4,100 เหรียญ ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่าสูงถึง 230 – 245 ล้านดอลลาร์ภายในพริบตา

ฟอกเงินคริปโต เป็นกองทัพซูเปอร์คาร์และชีวิตสุดหรูหรา

หลังจากได้ บิตคอยน์ดิจิทัล มาอย่างง่ายดาย ขั้นตอนต่อไปคือกระบวนการ ฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งแลมเลือกที่จะปกปิดเส้นทางการเงินด้วยการแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ระดับมหาเศรษฐี

ขอบคุณภาพจาก : X

ความเชื่อมโยงที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบยานยนต์คือ แลมและพรรคพวกได้นำเงินจากการปล้น Bitcoin ไปเช่าและกว้านซื้อรถยนต์หายาก (Exotic Cars) หลายคัน ซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ 100,000 ดอลลาร์ ไปจนถึงคันละ 3.8 ล้านดอลลาร์ นอกจากกองทัพรถหรูแล้ว เขายังใช้เงินไปกับการเช่าบ้านพักหรูหราในเมืองตากอากาศระดับโลกอย่างไมอามี, ลอสแอนเจลิส และแฮมป์ตันส์ รวมถึงการใช้จ่ายในไนต์คลับและเช่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพร้อมบอดี้การ์ดคอยคุ้มกัน

บทลงโทษและการชดใช้กรรม

อย่างไรก็ตาม ชีวิตที่ฟู่ฟ่าอย่างผิดสังเกตกลับกลายเป็นเบาะแสชั้นดีที่ดึงดูดความสนใจจากเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากการจับกุมและกระบวนการสืบสวนที่รัดกุม อาชญากรไซเบอร์วัย 22 ปี ผู้นี้ก็จำนนต่อหลักฐานและยอมรับสารภาพในที่สุด

ขอบคุณภาพจาก : X

ในด้านของกระบวนการยุติธรรม มาโลน แลม อาจต้องเผชิญกับบทลงโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปีตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ยิ่งไปกว่านั้น ศาลยังได้มีคำสั่งเด็ดขาดให้เขาและทีมผู้ร่วมขบวนการ ดำเนินการชดใช้เงินที่ขโมยมาคืนให้แก่ผู้เสียหายเป็นจำนวนรวมมากกว่า 245 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คดี แฮกบิตคอยน์ ในครั้งนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกไซเบอร์มักจะไม่ได้เกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ แต่เกิดจาก “ความไว้วางใจของมนุษย์” การมีสติและรู้เท่าทันกลลวง จึงเป็นระบบป้องกันภัยที่ดีที่สุดที่คุณสามารถสร้างได้ด้วยตนเอง

Q: คดีโจรกรรม บิตคอยน์ มูลค่า 260 ล้านดอลลาร์ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

A: แก๊ง อาชญากรรมไซเบอร์ ใช้วิธีวิศวกรรมสังคมโดยการปลอมเป็นพนักงานบริษัท Google เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลและเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล

Q: ผู้ก่อเหตุขโมย เหรียญบิตคอยน์ ไปได้กี่เหรียญ?

A: สามารถขโมย บิตคอยน์คริปโต ไปได้มากกว่า 4,100 เหรียญ จากเหยื่อรายเดียวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

Q: ผู้ก่อเหตุคือใครและได้รับบทลงโทษอย่างไร?

A: ผู้ก่อเหตุคือ มาโลน แลม ชายสิงคโปร์วัย 22 ปี ซึ่งล่าสุดได้ให้การรับสารภาพต่อศาลสหรัฐฯ โดยอาจเผชิญโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และต้องชดใช้เงินคืนกว่า 245 ล้านดอลลาร์

Peak SuperBikeMag

[email protected]