
GWM เปิดบทสรุปความสำเร็จ TANK 300 เครื่องยนต์ดีเซล นำทีมพิชิตการแข่งขันแรลลี่สุดโหด AXCR 2026 ระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ตอกย้ำความทนทานของขุมพลัง 2.4 ลิตร
ในแวดวง ข่าวยานยนต์ การนำรถยนต์รุ่นที่วางจำหน่ายจริงไปลงแข่งขันในรายการมอเตอร์สปอร์ตสุดหฤโหด คือบทพิสูจน์คุณภาพที่ผู้บริโภคเชื่อถือได้มากที่สุด ล่าสุด GWM (Thailand) ได้ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” ด้วยการเปิดบทสรุปความสำเร็จของ TANK 300 เวอร์ชันเครื่องยนต์ดีเซล ในรายการแข่งขันระดับเอเชีย

ทีม GWM Ek Group Racing Team สามารถสร้างผลงานอันน่าภาคภูมิใจในศึก Asia Cross Country Rally 2026 ด้วยการนำรถแข่งทะยานผ่านบททดสอบครบทั้ง 6 สเตจ เข้าเส้นชัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลาง เส้นทางแรลลี่สุดโหด ระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร
การแข่งขันในปีนี้จัดขึ้นในประเทศไทย ทำให้ GWM สามารถพิสูจน์สมรรถนะภายใต้สภาพภูมิประเทศจริงที่ผู้ใช้งานชาวไทยต้องเผชิญ โดย รถ TANK 300 ทั้ง 2 คัน ลงแข่งในรุ่น T2A-D ซึ่งเป็นประเภทรถที่มีพื้นฐานใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุดตามข้อกำหนด




เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน (VGT) ที่ทำงานผสานกับ เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และระบบ ขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ซึ่งให้แรงบิดต่อเนื่อง มั่นใจได้ในทุกสภาพเส้นทาง ผนวกกับดีไซน์ Boxy Style SUV ที่ให้ความคล่องตัวสูง ตอบโจทย์ รถออฟโรด อย่างแท้จริง
ทาง มร. เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เผยว่า ปัจจุบัน R&D GWM มีเครือข่ายทดสอบสุดเข้มงวดกว่า 2,000 รายการ แต่การลงสนามจริงอย่าง เอเชียครอสคันทรีแรลลี่ เปรียบเสมือน “ห้องปฏิบัติการวิจัยเคลื่อนที่” ที่ดุดันที่สุด

ภายหลังจบการแข่งขัน สิ่งที่ยืนยันความทนทานของ TANK 300 เครื่องดีเซล ได้ชัดเจนที่สุดคือผลการตรวจวิเคราะห์เชิงลึก ทีมวิศวกรได้ส่งตัวอย่างน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ไปตรวจที่ Focus Lab ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่ได้รับมาตรฐานสากล ISO9001:2015
ผลทดสอบระบุสถานะ “NORMAL” (ปกติ): ไม่พบความผิดปกติของการเจือปนธาตุโลหะทั้ง 18 ชนิด (Fine Wear) และ 11 ชนิด (Coarse Wear) ตอกย้ำว่าชิ้นส่วนภายในของ เครื่อง 2.4T และ เกียร์ 9AT มีอัตราการสึกหรอที่ต่ำมาก แม้จะถูกเค้นสมรรถนะอย่างหนักหน่วงตลอดระยะทาง 2,000 กม. ก็ตาม
ความสำเร็จบน สังเวียนแรลลี่ระดับโลก ครั้งนี้ ไม่ได้มาจากสมรรถนะของรถเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงทีมเวิร์กของ ทีมแข่ง GWM ทั้งนักแข่ง ผู้นำทาง ช่างเทคนิค และทีมสนับสนุน รวมถึงพันธมิตรสำคัญอย่าง พาร์ทเนอร์ EK Group ที่ประสานงานกันอย่างยอดเยี่ยม
สำหรับ GWM การแข่งขันครั้งนี้ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ จากแบรนด์ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า สู่ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม สมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซล ประสิทธิภาพสูงที่สั่งสมมากว่า 30 ปี ข้อมูลเชิงลึกจากสนามแข่งจะถูกนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไป เพื่อให้ รถเอสยูวีสายลุย ของพวกเขาพร้อมมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าในทุกการเดินทาง
ติดตามการอัปเดต ข่าวมอเตอร์สปอร์ต และความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจใน วงการยานยนต์ ได้เสมอผ่านทุกช่องทางของ SuperDriveMag
A: ทาง GWM ใช้ รถ TANK 300 ที่มาพร้อม ขุมพลังดีเซล ขนาด 2.4 ลิตร ทำงานร่วมกับ เกียร์ 9AT ลงแข่งในรุ่น T2 ซึ่งใกล้เคียงกับรถโปรดักชันมากที่สุด
A: รถหมายเลข 114 คว้าอันดับ 12 Overall และอันดับ 4 ในรุ่น T2A-D ส่วนรถหมายเลข 128 จบอันดับ 15 Overall และอันดับ 6 ในรุ่น T2A-D
A: ผลวิเคราะห์น้ำมันเครื่องและเกียร์จากห้องปฏิบัติการ Focus Lab ระบุสถานะ “NORMAL” (ปกติ) ไม่พบการสึกหรอของโลหะที่ผิดปกติ สะท้อนความทนทานได้อย่างดีเยี่ยม
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรถยนต์คิดว่าระยะเบรกพอ ใช้กับ Safety สนาม Drag ได้หรือไม่
ข่าวรถยนต์Maextro V800 เบรกมีปัญหา 3 คัน Huawei–JAC เตรียมปรับปรุงชิ้นส่วน พร้อมอัปเกรดฟรี
ข่าว น้ำมันราคาน้ำมัน 9 ตุลาคม 2569 ขึ้น 75 สตางค์
ข่าวรถ AudiAudi RS 5 บุกเอเชีย 639 แรงม้า ไทยเปิด Pre-Register
ข่าว Mazdaเปิดราคาอย่างเป็นทางการ รถยนต์ไฟฟ้า Mazda CX-6e ลุยตลาดไทยเริ่ม 1.25 ล้านบาท
ข่าวรถยนต์เผยภาพทีเซอร์แรก All NEW Citroen 2CV อัปเดต ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า คลาสสิกแห่งปี
F1วิถีนักสู้! Valtteri Bottas ปั่นจักรยาน 350 กม. สู่ศึก F1 สิงคโปร์
ข่าวด่วนปรับแผนครั้งใหญ่! Mercedes เลิกผลิต 3รุ่น EQE Sedan AMG S63 เเละ Maybach EQS