
ความร่วมมือที่น่าจับตามองที่สุดในวงการ ข่าวยานยนต์ และเทคโนโลยีโลกกำลังเกิดขึ้นบนถนนในสหรัฐอเมริกา เมื่อยานยนต์ไร้คนขับเจเนอเรชันใหม่ที่เกิดจากการจับมือกันระหว่าง Zeekr แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมจากค่าย Geely และ Waymo บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีไร้คนขับในเครือ Alphabet ได้เริ่มปรากฏโฉมและออกวิ่งให้บริการจริงแล้ว

การมาถึงของ Zeekr Robotaxi ไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยี แท็กซี่ไร้คนขับ แต่ยังสะท้อนถึงการปรับตัวของแบรนด์รถยนต์จีนในการเจาะตลาดมหาอำนาจที่มีมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นวัตกรรมยานยนต์บน แพลตฟอร์ม SEA-M
ความแตกต่างของตัวรถเจเนอเรชันนี้เมื่อเทียบกับรถรุ่นก่อนๆ ของ Waymo (ที่นำรถยนต์ทั่วไปมาดัดแปลง) คือการออกแบบตั้งแต่ศูนย์เพื่อใช้สำหรับเทคโนโลยีไร้คนขับโดยเฉพาะ ตัวรถถูกพัฒนาขึ้นบน โครงสร้างรถ Zeekr ที่เรียกว่า SEA-M (Sustainable Experience Architecture – Mobility)

- ไร้พวงมาลัยและแป้นเหยียบ: การออกแบบภายในตัดอุปกรณ์ควบคุมสำหรับการขับขี่ด้วยมนุษย์ออกทั้งหมด ทำให้ได้พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางเทียบเท่ากับห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่
- ประตูสไลด์แบบเปิดกว้าง: การนำเสา B-Pillar ออกและใช้ประตูสไลด์ไฟฟ้าที่เปิดออกจากกันตรงกลาง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถก้าวเข้าและออกจาก รถ Waymo ได้อย่างสะดวกสบายแม้ในพื้นที่จำกัด
- เทคโนโลยี Waymo Driver: ตัวรถทำหน้าที่เป็นฮาร์ดแวร์ที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ Waymo จะนำรถไปติดตั้งชุดเซนเซอร์ LiDAR, กล้อง และเรดาร์ พร้อมประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่ผ่านการเรียนรู้มาอย่างยาวนาน
การขยายตัวของเทคโนโลยีใน ตลาดรถ EV อเมริกา
การนำรถแท็กซี่ไร้คนขับรุ่นใหม่มาลงพื้นที่จริง เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของ Waymo ปัจจุบันบริษัทได้ขยายจุดปฏิบัติการ (Footprint) ครอบคลุมถึง 14 เมืองทั่วสหรัฐอเมริกา ทั้งในการทดสอบวิ่งเก็บข้อมูลและการให้บริการเชิงพาณิชย์ในบางพื้นที่ เช่น ฟีนิกซ์, ซานฟรานซิสโก, ลอสแอนเจลิส และออสติน


ขอขอบคุณภาพจาก : LA Time
การขยายตัวนี้ถือเป็นชัยชนะทางเทคโนโลยีใน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสหรัฐ ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเรื่องกฎหมายการจราจร ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อ ยานยนต์อัตโนมัติ และการจัดการกับรถยนต์ที่นำเข้าจากประเทศจีน
ความเห็นจากทีมงาน SuperDrive
ทีมงาน SuperDrive มองว่าปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดมากของทั้งสองฝ่าย ทาง Waymo ได้รถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อการเป็นโรโบแท็กซี่อย่างแท้จริง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดัดแปลงและเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้โดยสาร ส่วนทาง Zeekr ก็สามารถนำรถของตนเข้าไปวิ่งบนถนนในอเมริกาได้สำเร็จ ท่ามกลางกำแพง ภาษีรถ EV สหรัฐ ที่ตั้งไว้สูงลิ่วถึง 100% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
การเข้าตลาดแบบ B2B (Business-to-Business) โดยใช้ เทคโนโลยีรถ Geely เป็นพื้นฐานและให้บริษัทเทคโนโลยีอเมริกันเป็นผู้ดำเนินการ ทำให้แบรนด์จีนสามารถข้ามข้อจำกัดทางการเมืองและสร้างผลงานในเวทีระดับโลกได้อย่างแนบเนียน หากรถเจเนอเรชันนี้พิสูจน์ความสำเร็จได้ทั้งเรื่องความทนทานและความปลอดภัย เราอาจได้เห็นค่ายรถจีนรายอื่นๆ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อเข้ามามีส่วนแบ่งในธุรกิจนี้มากขึ้น

การเติบโตของอุตสาหกรรมโรโบแท็กซี่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของผู้คนในเมืองใหญ่ไปอย่างสิ้นเชิง ความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพและผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก คือสมการแห่งความสำเร็จที่จะกำหนดทิศทางของการขนส่งสาธารณะในทศวรรษหน้า ผู้ที่ติดตามความก้าวหน้าของวงการยานยนต์ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการขยายโครงข่ายครบ 14 เมืองของ Waymo ในครั้งนี้ จะสร้างมาตรฐานใหม่ที่คู่แข่งยากจะตามทันได้หรือไม่ สามารถติดตามบทวิเคราะห์เจาะลึกความเคลื่อนไหวทางเทคโนโลยีได้เสมอที่ SuperDriveMag
A: เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อการเป็นรถแท็กซี่ไร้คนขับโดยเฉพาะ ใช้ แพลตฟอร์ม SEA-M ภายในไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ เน้นพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางและเข้าออกง่าย
A: ทาง Waymo ได้ขยายพื้นที่ครอบคลุมการทดสอบและการให้บริการรถยนต์ไร้คนขับรวมทั้งหมด 14 เมืองทั่วสหรัฐอเมริกา
A: เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์ของจีนสามารถเจาะเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ ได้สำเร็จผ่านความร่วมมือแบบ B2B แม้จะมีมาตรการกำแพงภาษีที่เข้มงวดก็ตาม











































