
หลายคนเห็นคลิป รถ EV ไฟไหม้ แล้วอาจขนลุก แต่ลืมไปว่ารถน้ำมันติดไฟกันทุกวันแบบเงียบ ๆ โดยไม่เป็นข่าว รถ EV ไฟไหม้ ดูน่ากลัวเพราะไฟลุกแรงและดับยาก แต่ตัวเลขจริงกลับบอกอีกอย่าง สถิติจากหลายประเทศในปี 2025-2026 ยืนยันชัดเจนว่ารถสันดาปหรือรถน้ำมันมีโอกาสเกิดเพลิงไหม้สูงกว่ารถEV ถึง 60 เท่า ส่วนรถไฮบริดยิ่งอันตรายที่สุด
สถิติชี้ชัด รถ EV ไฟไหม้ เกิดน้อยกว่ารถน้ำมัน
ข้อมูลจาก AutoInsuranceEZ และรายงานที่อ้างอิงจากแหล่งเดียวกันซึ่งได้รับการยอมรับกว้างขวางระบุว่า
- รถEV (BEV) เกิดไฟไหม้เพียง 25 คัน ต่อการขาย 100,000 คัน (0.025%)
- รถน้ำมัน (ICE) เกิด 1,530 คัน ต่อ 100,000 คัน (1.53%) หรือสูงกว่า 61 เท่า
- รถไฮบริด (HEV/PHEV) สูงสุดถึง 3,475 คัน ต่อ 100,000 คัน (3.48%) หรือสูงกว่า EV 139 เท่า
ข้อมูลจากสวีเดน (MSB) ก็ยืนยันตรงกัน รถสันดาปเกิดไฟไหม้ 68-77 คัน ต่อ 100,000 คัน ขณะที่รถEV และไฮบริดรวมกันเพียง 3.8 คันต่อ 100,000 คัน หรือต่ำกว่าเกือบ 20 เท่า ออสเตรเลียบันทึกเพียง 13 ครั้งของรถEV ไฟไหม้แบตเตอรี่ จากรถEV กว่า 473,000 คัน จนถึงมีนาคม 2026
ในประเทศไทยเอง แม้ยังไม่มีสถิติรวมทั้งประเทศ แต่ ข่าวรถยนต์ และ ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ที่ออกสื่อบ่อยมักมาจากกรณีเฉพาะ เช่น การชาร์จผิดวิธีหรืออุบัติเหตุหนัก ซึ่งแทบไม่ต่างจากรถน้ำมันที่เกิดจากระบบเชื้อเพลิงรั่วหรือเครื่องยนต์ร้อนเกิน
สาเหตุที่ทำให้ รถ EV ไฟไหม้ดูน่ากลัวแต่เกิดน้อยจริง
รถ EV ไฟไหม้ส่วนใหญ่เกิดจาก “thermal runaway” ในเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งลุกลามเร็วและปล่อยก๊าซพิษ แต่เหตุการณ์นี้เกิดยากมาก เพราะมีระบบ BMS (Battery Management System) ควบคุมอุณหภูมิและแรงดันอย่างเข้มงวด
ส่วนรถน้ำมันหรือรถสันดาปไฟไหม้ เกิดจากหลายสาเหตุที่พบบ่อยกว่า เช่น
- น้ำมันรั่วจากสายเชื้อเพลิง
- เครื่องยนต์ร้อนเกินหรือหม้อน้ำเสีย
- ระบบไฟฟ้าลัดวงจร
- อุบัติเหตุกระแทกถังน้ำมัน
รถไฮบริดยิ่งซับซ้อนเพราะมีทั้งระบบน้ำมันและแบตเตอรี่แรงดันสูงรวมกัน จึงเสี่ยงทั้งสองทาง
NFPA (National Fire Protection Association) ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่มีหลักฐานว่ารถ EV ไฟไหม้ จะเกิดบ่อยกว่ารถน้ำมัน ในทางตรงกันข้าม ไฟรถน้ำมันเกิดทุก 2-3 นาทีในอเมริกา ขณะที่รถEV เกิดน้อยมาก
ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
สำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อรถใหม่ในปี 2026 ถ้ากังวลเรื่อง รถ EV ไฟไหม้จริง ๆ ลองดูตัวเลขก่อน แล้วค่อยดูพฤติกรรมการใช้งาน รถEV ปลอดภัยกว่าในภาพรวม แต่ต้องชาร์จถูกวิธี หลีกเลี่ยงการชาร์จ 100% ตลอดหรือจอดตากแดดจัดนาน ๆ
รถน้ำมันก็ไม่ใช่ว่าปลอดภัย 100% แค่คนคุ้นเคยกับกลิ่นน้ำมันไหม้มากกว่า จึงไม่ตกใจเท่าเห็นไฟลุกสีส้ม ๆ จากแบตเตอรี่
ในไทยหลายค่ายเริ่มมีระบบป้องกันขั้นสูง เช่น ระบบดับเพลิงอัตโนมัติในห้องแบต หรือวัสดุทนไฟพิเศษ ทำให้โอกาส รถ EV ไฟไหม้ลดลงอีก
สรุป : รถ EV ไฟไหม้ ไม่ใช่ฝันร้ายอย่างที่คิด
ข้อมูลทั้งหมดชี้ชัดว่ารถ EV ไฟไหม้ เกิดน้อยกว่ารถน้ำมันและไฮบริดมาก แต่เมื่อเกิดขึ้นต้องใช้ทรัพยากรดับเพลิงมากกว่าและใช้เวลานานกว่า นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศพัฒนาน้ำยาดับเพลิงพิเศษและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เฉพาะทาง
สำหรับผู้ขี่ทั่วไป การขับขี่อย่างระมัดระวัง ตรวจสอบระบบสม่ำเสมอ และเลือกชาร์จจากสถานีมาตรฐาน ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะขับรถแบบไหน
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com


