
โอกาสสุดท้ายสำหรับสปอร์ต EV รุ่นประกอบไทย! ฮุนไดประกาศโควตาราคา Early Bird ของ IONIQ 5 N Line ที่ 1.399 ล้านบาทใกล้เต็มแล้ว เตรียมเปิดรอบใหม่ในราคา 1.449 ล้านบาท

ราคา Early Bird 1.399 ล้านบาท สำหรับ 400 คันแรกใกล้เต็มโควตา ทางฮุนไดจึงเตรียมเปิดโควตาใหม่ 200 คัน ในราคา 1.449 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่สนใจต้องรีบจองก่อนที่จะปรับกลับไปเป็นราคาเต็มที่ 1.699 ล้านบาท
ในยุคที่กระแสยานยนต์ไฟฟ้ากำลังมาแรง ไม่แพ้ความร้อนแรงของ ข่าวมอเตอร์ไซค์ การแข่งขันด้านราคาและสิทธิพิเศษถือเป็นเรื่องสำคัญ ล่าสุด บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมาตอกย้ำความสำเร็จของ The new 2026 IONIQ 5 N Line รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นประกอบไทย (CKD) ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม จนโควตาราคาสุดช็อก “Early Bird” ใกล้จะหมดลงแล้ว
เพื่อให้ผู้บริโภคได้เตรียมตัว ฮุนไดได้จัดทำตารางและโครงสร้างราคาใหม่ ซึ่งแม้จะมีการปรับขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสมรรถนะและฟีเจอร์ที่ได้รับ:
| ลำดับโควตา | ราคาจำหน่าย (บาท) | จำนวนจำกัด | สถานะล่าสุด |
| Tier 1 (Early Bird) | 1,399,000 | 400 คัน | ใกล้เต็มจำนวน |
| Tier 2 (Second Phase) | 1,449,000 | 200 คัน | เตรียมเปิดรับจอง |
| Tier 3 (ราคาจำหน่ายปกติ) | 1,699,000 | ไม่จำกัด | – |
พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนแสดงความสนใจล่วงหน้าไว้ก่อนวันที่ 29 มิถุนายน 2569 จะได้รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ถือเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับใครที่เล็งรถคันนี้ไว้ ต้องรีบกำเงินไปจองก่อนที่ราคาจะขยับขึ้นไปอีก 5 หมื่นบาท




มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 84 kWh สถาปัตยกรรม 800V วิ่งได้ไกลสูงสุด 591 กิโลเมตรต่อชาร์จ และรองรับชาร์จไว DC จาก 10-80% ในเวลาเพียง 18 นาที
นอกเหนือจากเรื่องราคา สิ่งที่ทำให้ สเปก IONIQ 5 N Line กลายเป็นดาวเด่นในตลาด EV คือเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม E-GMP ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ไม่ใช่การนำโครงสร้างรถน้ำมันมาดัดแปลง ส่งผลให้ตัวรถมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางและมีจุดศูนย์ถ่วงที่ยอดเยี่ยม
| ข้อมูลทางเทคนิค | รายละเอียดสเปก |
| ความจุแบตเตอรี่ | Lithium-ion Liquid Cooled 84 kWh |
| พละกำลัง / แรงบิด | 225 แรงม้า (168 kW) / 350 นิวตันเมตร |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 7.5 วินาที (ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม.) |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC / WLTP) | 591 กม. / 530 กม. |
| ระบบชาร์จไฟฟ้า | เทคโนโลยี 800V รองรับ DC สูงสุด 350 kW (10-80% ใน 18 นาที) |
ตัวรถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ล้อหลัง (RWD) พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow นอกจากนี้ยังมีระบบ V2L (Vehicle to Load) ที่สามารถดึงพลังงานจากแบตเตอรี่รถมาจ่ายไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุดถึง 3.6 kW ตอบโจทย์สายแคมป์ปิ้งได้อย่างสมบูรณ์แบบ










โดดเด่นด้วยชุดแต่ง N Line รอบคัน ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ไฟ Parametric Pixel LED ส่วนภายในจัดเต็มด้วยเบาะหนัง Zero Gravity และเครื่องเสียง BOSE 8 ตำแหน่ง
ใครที่ติดตาม ข่าวมอไซค์ สายสปอร์ตมักจะชอบดีไซน์ที่ดุดัน สำหรับรถยนต์คันนี้ก็เช่นกัน เพราะการประทับตรา “N Line” หมายถึงการถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากตัวแข่งรหัส N มาสู่รถใช้งานในชีวิตประจำวัน ภายนอกถูกอัปเกรดด้วยกันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์เฉพาะรุ่น เสริมความดุดันด้วยล้ออัลลอย N Line ขนาด 20 นิ้ว รักษากลิ่นอายความคลาสสิกผสานอนาคตด้วยชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Parametric Pixel LED พร้อมหลังคากระจก Vision Roof ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง
เมื่อเข้ามาในห้องโดยสาร ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสพวงมาลัยโลโก้ N และเบาะหนังแท้สไตล์สปอร์ต ไฮไลต์คือเบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity ที่ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ทางไกล มอบความบันเทิงระดับไฮเอนด์ด้วยระบบเสียง BOSE Premium Sound System พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง
อีกหนึ่งความพิเศษคือการติดตั้ง ฟีเจอร์ Hyundai Bluelink Connected Car Services เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งช่วยให้เจ้าของรถสามารถเชื่อมต่อผ่านสมาร์ตโฟน เพื่อตรวจสอบสถานะรถ, ล็อก-ปลดล็อก, เปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้า และค้นหาตำแหน่งรถได้อย่างล้ำสมัย
จัดเต็มระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense ถึง 17 ระบบ พร้อมการรับประกันตัวรถ 5 ปี แบตเตอรี่ 8 ปี และแถมฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง
เพื่อให้ลูกค้าก้าวสู่โลกของยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างไร้กังวล IONIQ 5 N Line ได้ติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense ครบถ้วนถึง 17 ระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การขับขี่ในเมือง การใช้ความเร็วสูง การเปลี่ยนเลน ไปจนถึงระบบช่วยจอดและถอยรถ
ด้านสิทธิประโยชน์หลังการขาย ฮุนไดจัดแพ็กเกจเพิ่มความอุ่นใจอย่างเต็มพิกัด:
The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย คือรถที่เกิดมาเพื่อตอบสนองผู้ที่ชื่นชอบความต่างภายใต้คาแรกเตอร์ “Never Ordinary” ตัวรถมีให้เลือก 3 สีสันสุดเท่ ได้แก่ สีดำ Midnight Black Pearl, สีขาว Optic White และสีเทา Titan Gray Metallic ใครที่กำลังลังเล ต้องบอกเลยว่านี่คือนาทีทอง โควตาราคา 1.399 ล้านบาท 400 คันแรกกำลังจะหมดลง และโควตา 1.449 ล้านบาท อีก 200 คัน ก็คาดว่าจะไปไวไม่แพ้กัน สามารถเข้าไปสัมผัสคันจริงและทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่ IONIQ Lab และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
ราคา Early Bird สำหรับ 400 คันแรกอยู่ที่ 1,399,000 บาท ซึ่งใกล้จะเต็มโควตาแล้ว จากนั้นจะปรับเป็นราคา 1,449,000 บาท จำกัดเพียง 200 คันเท่านั้น (ราคาเต็ม 1,699,000 บาท)
มาพร้อมแบตเตอรี่ 84 kWh สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 591 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
ด้วยสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V หากใช้ตู้ชาร์จแบบ DC Ultra-Fast Charge 350 kW จะสามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรถ ToyotaToyota bZ3X วิ่งทดสอบไทย ลุ้นเปิดตัวปี 2027
ข่าวรถ GEELYGeely Battleship 700 พกขุมพลัง 1,113 แรงม้า ลุยน้ำลึก 800 มม. เตรียมเปิดตัว 10 ต.ค. นี้
ข่าวรถ BMW2027 BMW 3 Series ดุดันขั้นสุดด้วยรุ่น M350 xDrive ขุมพลัง 6 สูบ 437 แรงม้า
ข่าวรถ Luxeedเปิดตัว Luxeed RX รถ EV ใหม่ ดีไซน์ระดับเฟอร์รารี่ 586 แรงม้า วิ่งไกล 852 กม.
ข่าวรถ iCAURเปิดตัว iCAUR V27 REEV รถ EV ทรงกล่อง 9.99 แสน
Honda Newsเปิดสเปก Honda Odyssey รุ่นปรับโฉมในจีน บอกลารุ่นจอดำ เพิ่มออปชันหรูสู้ศึก MPV
ข่าวด่วนเจ้าของ Suzuki Swift ลุยน้ำท่วม เปิดใจคลิปไวรัล มิดฝากระโปรง
ข่าว MazdaMazda CX-6e EV ยืนยันวันเปิดตัวในไทย 7 ตุลาคมนี้