ข่าวรถยนต์
Big SuperBike Big SuperBike

ผลวิจัยความภักดีแบรนด์รถยนต์ ปี 2026 คนไทยภักดีรถญี่ปุ่น 69% รถจีน 46%

ดิฟเฟอเรนเชียล ไทยแลนด์ เผยผลวิจัยความภักดีแบรนด์รถยนต์ปี 2026 คนไทยตั้งใจซื้อรถญี่ปุ่นซ้ำ 69% ส่วนรถจีนอยู่ที่ 46%

ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยถูกเปิดเผยผ่านงานวิชาการและดัชนีชี้วัดพฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อผลการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ค่ายรถยนต์ฝั่งเอเชียตะวันออกอย่างค่ายญี่ปุ่นยังคงครองใจคนไทยได้อย่างเหนียวแน่น ในขณะที่ค่ายรถยนต์จากแดนมังกรกำลังเผชิญกับโจทย์หินเรื่องความไว้วางใจในการใช้งานระยะยาว สำหรับผู้ที่ติดตาม ข่าวรถยนต์ และการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ ข้อมูลสถิตินี้ถือเป็นเข็มทิศสำคัญที่สะท้อนว่าปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากปราศจากความมั่นใจในบริการหลังการขายและการดูแลตลอดวงจรชีวิตการเป็นเจ้าของ

สรุป ผลวิจัยความภักดีแบรนด์รถยนต์ ในไทยปี 2026 เป็นอย่างไร?

ผลวิจัยระบุว่าเจ้าของรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นมีสัดส่วนตั้งใจซื้อซ้ำสูงที่สุดถึง 69% ตามด้วยแบรนด์อเมริกัน 60% และแบรนด์จีน 46% โดยค่ายจีนมีกลุ่มลูกค้าลังเลไม่แน่ใจสูงถึง 44% และตั้งใจเปลี่ยนแบรนด์ 11%

รายงานการศึกษาวิจัยล่าสุดประจำปี 2569 จาก บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้เปิดเผยข้อมูลจากดัชนี “2026 Thailand Service Customer Experience Index (Service CXI)” และ “2026 Thailand Product Customer Experience Index (Product CXI)” โดยทำการศึกษาวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างเจ้าของรถยนต์ในประเทศไทยจำนวน 2,651 ราย พร้อมเปรียบเทียบแนวโน้มการตัดสินใจตั้งแต่ปี 2567 ถึงปี 2569

ผลการศึกษาพบว่า ความตั้งใจในการซื้อรถแบรนด์เดิมซ้ำของคนไทยมีความผันผวนอย่างเห็นได้ชัดตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนความภักดีเคยอยู่ที่ 46% ในปี 2567 ก่อนจะร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 36% ในปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้บริโภคเกิดความลังเลสูงสุดถึง 61% แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 ตัวเลขความตั้งใจซื้อแบรนด์เดิมซ้ำในภาพรวมได้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ 64% และสัดส่วนผู้ที่ลังเลลดลงเหลือ 31% สะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มตั้งหลักและตกผลึกในการเลือกแบรนด์รถยนต์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สัญชาติแบรนด์รถยนต์สัดส่วนตั้งใจซื้อแบรนด์เดิมซ้ำ (Brand Loyalty) DOCXสัดส่วนผู้ที่ยังไม่แน่ใจ (Undecided) DOCXสัดส่วนที่ตั้งใจเปลี่ยนแบรนด์ (Switching) DOCX
แบรนด์ญี่ปุ่น (Japanese Brands)69%สัดส่วนปานกลางสัดส่วนต่ำสุด
แบรนด์อเมริกัน (American Brands)60%สัดส่วนปานกลางสัดส่วนปานกลาง
แบรนด์จีน (Chinese Brands)46%44%11% (สูงที่สุดในตลาด)

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้คนไทยเลือกซื้อรถยนต์แบรนด์เดิมซ้ำ?

ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของแบรนด์เป็นปัจจัยอันดับหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อซ้ำด้วยสัดส่วน 30% ตามด้วยประสบการณ์ที่ดีในอดีต 25% และความพึงพอใจในตัวผลิตภัณฑ์ 22%

นายศิรส สาตราภัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล ประจำประเทศไทย ได้ระบุถึงพฤติกรรมการตัดสินใจของเจ้าของรถยนต์ชาวไทยว่า ความภักดีไม่ได้เกิดขึ้นจากคุณสมบัติของตัวรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเชื่อมั่นตลอดวงจรการเป็นเจ้าของ (Ownership Journey) การที่ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจในศูนย์บริการ งานหลังการขาย และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้ลูกค้าไม่เปลี่ยนใจไปหาคู่แข่ง

รายงาน ผลวิจัยความภักดีแบรนด์รถยนต์ ชี้เหตุผลการตัดสินใจซื้อซ้ำไว้อย่างไร?

เหตุผลหลักของการซื้อซ้ำประกอบด้วยภาพลักษณ์แบรนด์ 30% ประสบการณ์อดีต 25% ความพึงพอใจผลิตภัณฑ์ 22% และปัจจัยราคาขายต่อที่ขยับขึ้นมาเป็น 6%

จากข้อมูลการสำรวจ สามารถสกัดปัจจัยสำคัญที่เป็นแรงจูงใจให้เจ้าของรถยนต์เลือกกลับมาซื้อแบรนด์เดิมซ้ำได้ดังนี้:

  • ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของแบรนด์ (30%): ครองอันดับหนึ่งอย่างเหนียวแน่น แสดงให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความเป็นมา และสถิติความปลอดภัยของแบรนด์
  • ประสบการณ์ที่ดีในอดีต (25%): ความประทับใจจากการใช้งานจริง การเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ และการเอาใจใส่ของทีมงานหลังการขาย
  • ความพึงพอใจในตัวผลิตภัณฑ์ (22%): สมรรถนะการขับขี่ ดีไซน์ ฟังก์ชันความสะดวกสบาย และความทนทานของชิ้นส่วนยานยนต์
  • ราคาขายต่อมือสอง (6%): เป็นปัจจัยที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจจากเดิมเพียง 2% แสดงว่าผู้บริโภคเริ่มกังวลเรื่องการถือครองราคารถในระยะยาวมากขึ้น

ทำไมผู้บริโภคถึงลังเลและเลือกที่จะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่น?

เจ้าของรถกว่า 71% ที่ตั้งใจเปลี่ยนแบรนด์ระบุว่าความชอบและไลฟ์สไตล์การใช้งานเปลี่ยนไป โดยเหตุผลด้านไลฟ์สไตล์เพิ่มขึ้นเป็น 20% ขณะที่ปัญหาตัวรถเสียลดลงเหลือ 36%

มุมมองของผู้บริโภคในการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ได้ขยับขยายจาก “เหตุจำเป็น” ไปสู่ “เหตุผลด้านไลฟ์สไตล์” อย่างชัดเจน ในอดีตผู้ใช้รถมักจะเปลี่ยนรถเมื่อตัวรถเกิดการชำรุดเสียหายหรือไม่สามารถใช้งานได้ปกติ ซึ่งสัดส่วนนี้เคยสูงถึง 50% แต่ในการสำรวจปี 2569 กลับลดลงเหลือเพียง 36% ในทางกลับกัน การเปลี่ยนรถเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิต สภาพสังคม หรือความต้องการความทันสมัย เพิ่มขึ้นจาก 14% เป็น 20%

สำหรับกลุ่มแบรนด์จีน แม้ว่าอัตราการตั้งใจซื้อซ้ำจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงแรกที่เข้ามาเปิดตลาด แต่การที่มีกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่แน่ใจสูงถึง 44% และมีอัตราการเตรียมเปลี่ยนแบรนด์สูงที่สุดในตลาดถึง 11% สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายครั้งใหญ่ในการสร้างรากฐานความเชื่อมั่นระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องความพร้อมของอะไหล่ เครือข่ายศูนย์บริการ และราคาขายต่อ หากใครเคยอ่าน รีวิวรถไฟฟ้า หรือติดตามกระแสในสังคมออนไลน์ จะเห็นว่าความกังวลเรื่องนโยบายราคาและการดูแลหลังการขายคือโจทย์ใหญ่ที่แบรนด์จีนต้องเร่งแก้ไข

ทำไมคนไทยถึงยังลังเลในการเลือกประเภทขุมพลังรถยนต์คันใหม่?

ผู้บริโภคเกือบ 4 ใน 10 ราย ยังคงตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกขุมพลังประเภทใดระหว่าง เครื่องยนต์สันดาป มอเตอร์ไฟฟ้า ไฮบริด หรือปลั๊กอินไฮบริด

ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจจาก คุณศิรส สาตราภัย ย้ำว่า ในขณะที่ผู้บริโภคเริ่มตกผลึกเรื่องการเลือกแบรนด์ได้ดีขึ้น แต่คำถามเรื่อง “ระบบขุมพลัง” (Powertrain) กลับซับซ้อนและตัดสินใจได้ยากยิ่งกว่าเดิม ปัจจุบันมีตัวเลือกขุมพลังที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE), รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV), รถยนต์ไฮบริด (HEV) หรือปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ทำให้คนไทยเกือบ 40% หรือประมาณ 4 ใน 10 ราย ยังคงเกิดความลังเลว่าขุมพลังรูปแบบใดจะตอบโจทย์วิถีชีวิตและการใช้งานในระยะยาวได้อย่างลงตัวที่สุด

เช็ก ผลวิจัยความภักดีแบรนด์รถยนต์ สรุปสถิติความภักดีและการตัดสินใจได้อย่างไร?

ตารางเปรียบเทียบสถิติการตัดสินใจซื้อรถแบรนด์เดิมและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยตั้งแต่ปี 2567 ถึง 2569

มิติการตัดสินใจของผู้บริโภคปี 2567ปี 2568ปี 2569 (ปัจจุบัน) DOCX
ความตั้งใจซื้อแบรนด์เดิมซ้ำ (Brand Loyalty)46%36% (ต่ำสุด)64% (ฟื้นตัวชัดเจน)
สัดส่วนผู้ที่ยังไม่แน่ใจ / ลังเล (Undecided)48%61% (สูงสุด)31% (ลดลงอย่างมาก)
สัดส่วนวางแผนเปลี่ยนแบรนด์ (Switching)6%5% (ใกล้เคียงเดิม)
เปลี่ยนรถเพราะรถมีปัญหา / ชำรุด50%36% (ลดลง)
เปลี่ยนรถเพราะไลฟ์สไตล์การใช้งานเปลี่ยน14%20% (เพิ่มขึ้น)

อัปเดต ผลวิจัยความภักดีแบรนด์รถยนต์ แบรนด์รถยนต์ควรปรับตัวอย่างไรในอนาคต?

แบรนด์รถยนต์ต้องเน้นย้ำการสร้างประสบการณ์ที่ดีตลอดวงจรชีวิตลูกค้าร่วมกับการเคลียร์ความชัดเจนด้านขุมพลัง เพื่อมัดใจผู้บริโภคในยุคที่มีการแข่งขันสูง

การแข่งขันในตลาดยานยนต์ไทยปี 2026 ไม่ได้วัดกันที่การสงครามราคาหรือการอัดออปชันเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือการพิสูจน์ความจริงใจในการให้บริการหลังการขาย การรักษาเสถียรภาพราคาขายต่อมือสอง และการสร้างคอมมูนิตี้ผู้ใช้รถที่เข้มแข็ง สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเช็ก ราคาและสเปครถยนต์ หรือเปรียบเทียบรถคันใหม่ การศึกษาข้อมูลรอบด้านทั้งสเปกตัวรถและสถิติความพึงพอใจของศูนย์บริการ จะช่วยให้ได้รถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและความคุ้มค่าในระยะยาวอย่างแท้จริง

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Q: ดัชนี ผลวิจัยความภักดีแบรนด์รถยนต์ ในประเทศไทยปี 2026 แบรนด์สัญชาติใดครองใจคนไทยมากที่สุด?

A: แบรนด์ญี่ปุ่นครองอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนผู้ตั้งใจซื้อซ้ำ 69% ตามด้วยแบรนด์อเมริกัน 60% และแบรนด์จีน 46%

Q: ทำไมผู้บริโภคที่ใช้รถยนต์แบรนด์จีนถึงมีสัดส่วนการลังเลที่จะซื้อซ้ำสูง?

A: มีกลุ่มที่ไม่แน่ใจสูงถึง 44% และตั้งใจเปลี่ยนแบรนด์ 11% เนื่องจากความกังวลด้านประสบการณ์หลังการขาย ความมั่นใจในแบรนด์ระยะยาว และราคาขายต่อ

Q: ปัจจัยอันดับหนึ่งที่ทำให้คนไทยเลือกซื้อรถยนต์แบรนด์เดิมซ้ำคืออะไร?

A: ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของแบรนด์เป็นปัจจัยหลักด้วยสัดส่วน 30% รองลงมาคือประสบการณ์ที่ดีในอดีต 25% และความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ 22%

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรถ NissanAll-New Nissan PIXO การกลับมาของซิตี้คาร์ในร่าง EV วิ่งไกล 259 กม. ชาร์จด่วน 28 นาทีข่าวกฎหมายจราจรเฉลยความจริง กล้องวงจรปิด 84 ตัว บนเสาต้นเดียวที่จีน ไวรัลดังแท้จริงคืออะไร?ข่าวด่วนวิกฤต EV มือสองจีน! เต็นท์รถเมินรับซื้อรถไฟฟ้าอายุเกิน 5 ปี ชี้ราคาตกและขายต่อยากข่าวรถ Mercedes-Benzสเปกคันจริง Mercedes-Benz GLC EV รถไฟฟ้าประกอบไทย 421 แรงม้าข่าวรถ Toyotaภาพหลุด New Toyota Fortuner วิ่งทดสอบในไทย จริงหรือมั่ว?ข่าวกฎหมายจราจรอุทาหรณ์สายซิ่ง! ศาลสั่งริบรถ 4 คันรวด แก๊ง TEENOSIE ซิ่งป่วนวิภาวดี โดนจำคุกพร้อมติดกำไล EMข่าวรถ GEELYGeely เปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จไว 2.25 MW ท้าชน BYD ชาร์จ 10-70% ใน 4.5 นาทีข่าวรถ Bentleyเผยโฉม 2028 Bentley Torcal เอสยูวีไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของค่าย พกความแรง 876 แรงม้า