
ในวงการข่าวยานยนต์และสายคัสตอมคลาสสิก คงไม่มีสไตล์การแต่งรถใดที่แสดงออกถึงความดิบเถื่อนและบ้าพลังได้เท่ากับ สไตล์ Pro Street อีกแล้ว โดยเฉพาะเมื่อสไตล์นี้ถูกนำมาจับคู่กับเรือนร่างของ 1970 Dodge Challenger หนึ่งในไอคอนิกคาร์แห่งยุค 70 จาก ค่ายดอดจ์ ผลลัพธ์ที่ได้คืออสูรกายทางตรงที่ดึงดูดทุกสายตา

ทีมงาน SuperDriveMag จะพาไปส่องรายละเอียดการคัสตอม รถ Dodge รุ่นนี้ ว่ารถที่มีรูปลักษณ์เหมือนหลุดออกมาจากสนามแข่งแดร็ก แต่ยังสามารถวิ่งซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตได้นั้น มีการปรับแต่งสเปกอย่างไรบ้าง
ขุมพลังทะลุฝากระโปรง เครื่องยนต์ HEMI V8
สิ่งที่เตะตาที่สุดของ รถมัสเซิลคาร์ สไตล์นี้คือเครื่องยนต์ ตามสูตรสำเร็จของ สำนักแต่งรถคลาสสิก จะต้องมีการยกเครื่องเดิมออกและแทนที่ด้วยเครื่องยนต์บล็อกใหญ่ (Big Block)

- บล็อกเครื่องยนต์ยอดฮิต: นิยมใช้ เครื่องยนต์ 426 Hemi หรือ 440 Magnum ซึ่งเป็นขุมพลัง เครื่องวีแปด ที่มีความทนทานต่อแรงบิดมหาศาล อันเป็นเอกลักษณ์ของ แบรนด์ดอดจ์
- ระบบอัดอากาศ (Blower): สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการติดตั้ง Roots-type Supercharger หรือ Blower ขนาด 6-71 ถึง 8-71 วางตระหง่านทะลุฝากระโปรงหน้า พร้อมชุดดักอากาศ (Bug Catcher) ทำหน้าที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ รีดแรงม้าให้ทะลุระดับ 700 – 1,000 แรงม้าได้อย่างง่ายดาย
- ระบบเชื้อเพลิง: ใช้คาร์บูเรเตอร์คู่ขนาดใหญ่ หรือในยุคปัจจุบันอาจอัปเกรดเป็นระบบหัวฉีดไฟฟ้า (EFI) ที่ซ่อนรูปอยู่ในบอดี้คลาสสิก เพื่อให้เครื่องยนต์เดินเบาบนถนนได้นิ่งขึ้น
โครงสร้างและช่วงล่างสไตล์ รถแต่งแดร็ก
เพื่อรองรับแรงม้ามหาศาล โครงสร้างพื้นฐานของ ดอดจ์ ชาเลนเจอร์ ปี 1970 จะถูกรื้อใหม่เกือบทั้งหมด เพื่อให้ล้อหลังสามารถถ่ายทอดกำลังลงสู่พื้นถนนได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่เกิดอาการล้อหมุนฟรี

- การทำซุ้มล้อ (Pro Street Tubbing): ซุ้มล้อหลังเดิมจะถูกตัดออกและตีโป่งซุ้มล้อใหม่เข้าไปด้านในห้องโดยสาร (Tubbed) เพื่อให้สามารถยัดยางล้อหลังที่มีความกว้างระดับ 15-18 นิ้ว (Drag Slicks หรือ Drag Radials) เข้าไปได้โดยไม่ล้นออกนอกตัวถังรถ
- ช่วงล่างแบบ 4-Link: ช่วงล่างแหนบเดิมจะถูกโยนทิ้ง และแทนที่ด้วยระบบ 4-Link พร้อมโช้คอัพคอยล์โอเวอร์ เพื่อป้องกันอาการเพลาพลิกและกดท้ายรถให้จิกพื้นทันทีที่กดคันเร่ง
- ล้อหน้าแคบ (Skinny Fronts): ล้อหน้าจะใช้ล้อขนาดเล็กและยางหน้าแคบ เพื่อลดน้ำหนักและลดแรงเสียดทาน (Rolling Resistance) ช่วยให้ตัวรถพุ่งไปข้างหน้าได้เร็วที่สุด
การตกแต่งภายในที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด
แม้จะได้ชื่อว่าเป็น รถสตรีทลีเกิล ที่วิ่งบนถนนได้ แต่สมรรถนะของ รถดอดจ์คลาสสิก คันนี้เทียบเท่ารถแข่ง ห้องโดยสารจึงต้องปรับเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

- โรลเคจ (Roll Cage): มีการเชื่อมโครงเหล็กนิรภัยแบบเต็มระบบ (8-point หรือ 10-point) เพื่อป้องกันห้องโดยสารยุบตัวในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
- การลดน้ำหนัก: เบาะหลังจะถูกถอดออกเพื่อหลบซุ้มล้อที่ขยายเข้ามา เบาะหน้าเปลี่ยนเป็นเบาะหลังแข็ง (Bucket Seats) พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด
- เกจวัดสมรรถนะ: คอนโซลหน้าจะเต็มไปด้วยเกจวัดที่จำเป็น เช่น วัดรอบขนาดใหญ่ (Tachometer) พร้อมไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (Shift Light), วัดแรงดันน้ำมันเครื่อง และวัดอุณหภูมิน้ำ
ความเห็นจากทีมงาน SuperBike
แม้ว่าทีมงานจะคุ้นเคยกับการทำความเร็วบนสองล้อ แต่เมื่อได้พิจารณาสเปกของ รถอเมริกัน V8 สไตล์นี้ ต้องยอมรับว่ามันคืองานศิลปะทางวิศวกรรมที่ดิบและตรงไปตรงมาที่สุด


การสร้าง รถคลาสสิกอเมริกัน ให้กลายเป็นปีศาจทางตรง ไม่ใช่แค่การยัดเครื่องแรงๆ ลงไป แต่คือการคำนวณโครงสร้าง แชสซี และการกระจายน้ำหนักใหม่ทั้งหมด ความท้าทายที่สุดคือการจูน เครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ ที่ดุดันให้สามารถขับคลานในสภาพการจราจรปกติได้โดยที่ความร้อนไม่ขึ้น นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้วัฒนธรรมการแต่งรถแบบโปรสตรีทยังคงมีชีวิตชีวาและได้รับความเคารพจากคนรักความเร็วทั่วโลก
บทสรุปส่งท้าย
1970 Dodge Challenger สไตล์ Pro Street คือเครื่องพิสูจน์ถึงความคลั่งไคล้ในสมรรถนะและการข้ามขีดจำกัดของ ยี่ห้อ Dodge การผสมผสานระหว่างรูปทรงสุดคลาสสิกของยุค 70 กับขุมพลังระดับรถแข่งแดร็ก ทำให้มันกลายเป็นรถที่โดดเด่นไม่ว่าจะจอดโชว์ในงานประกวด หรือตอนที่กดคันเร่งจนหน้าลอยที่สัญญาณไฟเขียว
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วและเสน่ห์ของเครื่องยนต์กลไก การได้ครอบครองหรือแม้แต่ได้ยินเสียงคำรามของรถสไตล์นี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่หาจากรถยนต์ยุคใหม่ไม่ได้อย่างแน่นอน สามารถติดตามบทวิเคราะห์ยานยนต์เชิงลึกแบบนี้ได้เสมอผ่านทุกช่องทางของ SuperBike X SuperDrive
A: คือรูปแบบการตกแต่งรถยนต์ที่เน้นสมรรถนะสำหรับการแข่งทางตรง (Drag Racing) แต่ยังคงติดตั้งอุปกรณ์พื้นฐานเพื่อให้สามารถจดทะเบียนวิ่งบนถนนสาธารณะ (Street Legal) ได้ตามกฎหมาย
A: นิยมใช้ เครื่องยนต์ HEMI V8 หรือเครื่องยนต์บล็อกใหญ่ (Big Block) นำมาติดตั้งซูเปอร์ชาร์จเจอร์ขนาดใหญ่เพื่อรีดพละกำลังมหาศาล
A: การหั่นซุ้มล้อหลัง (Tubbed) เพื่อรองรับยางสลิคขนาดใหญ่พิเศษ และใช้ระบบกันสะเทือนหลังแบบ 4-Link เพื่อการยึดเกาะถนนสูงสุดเมื่อออกตัว









































