SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ระบบตรวจจับ BYD พลัง AI ป้องกันทับสิ่งมีชีวิต

ประเด็นเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถยนต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้โดยสารภายในรถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งมีชีวิตรอบข้างด้วย สำหรับใครที่มักจะหาข้อมูลหรือตามอ่าน ข่าวรถยนต์ และ ข่าวรถไฟฟ้า อย่างต่อเนื่อง คงจะทราบดีว่าอุบัติเหตุจากการทับเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงที่เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องรถ ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเงียบสูงจนสัตว์เลี้ยงไม่ได้ยินเสียงเตือนตอนสตาร์ทเครื่อง

ล่าสุด มีการเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของค่ายรถยักษ์ใหญ่จากจีน เมื่อมีการยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยี ระบบตรวจจับ BYD ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริเวณใต้ท้องรถ เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

ระบบตรวจจับ BYD สแกนใต้ท้องรถด้วย AI ก่อนออกตัว
ระบบตรวจจับ BYD สแกนใต้ท้องรถด้วย AI ก่อนออกตัว

ข้อมูลสิทธิบัตรเทคโนโลยีสุดล้ำแห่งอนาคต

ข้อมูลระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวถูกยื่นจดสิทธิบัตรภายใต้รหัส CN122200729A และได้รับการเผยแพร่โดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติของจีน (China’s National Intellectual Property Administration) เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 การพัฒนา ระบบตรวจจับ ในครั้งนี้ มุ่งเป้าไปที่การป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดกับเด็กหรือสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กที่เข้าไปหลบภัยอยู่ใต้รถโดยสมบูรณ์แบบ

การเดินสำรวจรอบรถก่อนออกตัวอาจเป็นวิธีดั้งเดิมที่ปลอดภัย แต่ในชีวิตจริงที่เร่งรีบ มนุษย์มักจะละเลยขั้นตอนเหล่านั้น การมีเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยส่วนตัวในการตรวจสอบพื้นที่จุดบอดใต้ท้องรถ จึงได้รับการประเมินว่าเป็นแนวทางที่เข้าถึงปัญหาได้อย่างตรงจุด

หลักการทำงานแบบ 2 ขั้นตอน (Two-Stage Computer Vision)

ความน่าสนใจของระบบนี้ คือกระบวนการประมวลผลทางภาพคอมพิวเตอร์ (Computer Vision Process) ซึ่งทำงานแบบสองขั้นตอนเพื่อลดภาระการประมวลผลและเพิ่มความแม่นยำ

ขั้นตอนที่ 1: การเก็บภาพฐานอ้างอิงเมื่อดับเครื่อง เมื่อผู้ใช้งานจอดรถและดับเครื่องยนต์ ระบบกล้องใต้ท้องรถจะบันทึกภาพสภาพแวดล้อมใต้รถในขณะนั้นเก็บไว้เป็น “ภาพฐานอ้างอิง” (Baseline Reference Image) ซึ่งจะรวมถึงชิ้นส่วนคงที่ต่างๆ เช่น แพ็กแบตเตอรี่ ช่วงล่าง และแชสซี

ขั้นตอนที่ 2: การสแกนเปรียบเทียบแบบเรียลไทม์ เมื่อผู้ขับขี่กลับมาที่รถและกดปุ่มสตาร์ท กล้องใต้ท้องรถจะเปิดทำงานทันทีเพื่อสแกนภาพแบบเรียลไทม์ แทนที่ระบบจะต้องวิเคราะห์ภาพใหม่ทั้งหมด อัลกอริทึม Deep Learning จะใช้วิธีเปรียบเทียบภาพปัจจุบันกับภาพฐานอ้างอิง เพื่อแยกแยะเฉพาะพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสายตา (Visual Changes) ซึ่งช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างรวดเร็วก่อนที่คนขับจะทันได้เข้าเกียร์

ความฉลาดของ AI

หลังจากที่กล้องตรวจพบจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว สมองกล AI จะมุ่งความสนใจไปที่การวิเคราะห์ลักษณะของวัตถุในบริเวณนั้น สิ่งที่ทำให้เทคโนโลยีนี้เหนือกว่าเซนเซอร์ทั่วไป คือความสามารถในการคัดกรองตัวแปรสภาพแวดล้อมที่ไม่มีอันตราย

AI ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อแยกแยะสิ่งกีดขวางที่ไม่มีชีวิต เช่น เงาที่พาดผ่าน, ฝุ่นควัน, ใบไม้ร่วง, หรือก้อนโคลน ออกไปจากการประมวลผล ซึ่งถือเป็นการลดปัญหาการแจ้งเตือนแบบผิดพลาด (False Alarms) ได้อย่างมหาศาล ระบบจะประเมินจากรูปแบบการเคลื่อนไหว (Movement patterns), โครงสร้างรูปร่าง (Body shapes), และพฤติกรรม หาก AI ฟันธงได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตติดอยู่ หรือมีสัตว์กำลังนอนหลับอยู่ใต้รถ มันจะส่งเสียงและขึ้นภาพแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบทันทีก่อนที่ล้อจะหมุน

อนาคตของเทคโนโลยีความปลอดภัยยานยนต์

การพัฒนา ระบบตรวจจับ ไม่ได้เป็นเพียงแค่แนวคิดขายฝัน แต่เป็นสิทธิบัตรที่ออกแบบมาเพื่อนำไปใช้งานได้จริงกับโครงสร้างของรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ซึ่งเทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทำให้ค่ายรถต่างๆ ต้องเร่งพัฒนาระบบที่ทัดเทียมกันออกมา

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะซื้อรถคันใหม่ และอยากจะเช็ก ราคาและสเปครถยนต์ ที่มาพร้อมกับความปลอดภัยขั้นสูงสุด สามารถนำประเด็นเรื่องเทคโนโลยีป้องกันรอบคันไปเป็นหนึ่งในตัวเลือกตัดสินใจได้ และหากใครที่ชื่นชอบการอ่าน รีวิวรถยนต์ อย่าลืมสังเกตด้วยว่ารถที่คุณสนใจมีการปกป้องจุดบอดเหล่านี้ได้ดีแค่ไหน เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ใช้งานและเพื่อนร่วมโลก

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

SeedZaad

Photographer, Moto-Tech Geek🤓. Speed Freak, and Two wheels fanatics. I🏊‍♂️Ride🚵‍♂️Bikes🏃

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เผยความล้ำ ระบบตรวจจับ BYD พลัง AI ป้องกันทับสิ่งมีชีวิต

ระบบตรวจจับ BYD พลัง AI ป้องกันทับสิ่งมีชีวิต

ประเด็นเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถยนต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้โดยสารภายในรถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งมีชีวิตรอบข้างด้วย สำหรับใครที่มักจะหาข้อมูลหรือตามอ่าน ข่าวรถยนต์ และ ข่าวรถไฟฟ้า อย่างต่อเนื่อง คงจะทราบดีว่าอุบัติเหตุจากการทับเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงที่เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องรถ ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเงียบสูงจนสัตว์เลี้ยงไม่ได้ยินเสียงเตือนตอนสตาร์ทเครื่อง

ล่าสุด มีการเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของค่ายรถยักษ์ใหญ่จากจีน เมื่อมีการยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยี ระบบตรวจจับ BYD ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริเวณใต้ท้องรถ เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

ระบบตรวจจับ BYD สแกนใต้ท้องรถด้วย AI ก่อนออกตัว
ระบบตรวจจับ BYD สแกนใต้ท้องรถด้วย AI ก่อนออกตัว

ข้อมูลสิทธิบัตรเทคโนโลยีสุดล้ำแห่งอนาคต

ข้อมูลระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวถูกยื่นจดสิทธิบัตรภายใต้รหัส CN122200729A และได้รับการเผยแพร่โดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติของจีน (China’s National Intellectual Property Administration) เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 การพัฒนา ระบบตรวจจับ ในครั้งนี้ มุ่งเป้าไปที่การป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดกับเด็กหรือสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กที่เข้าไปหลบภัยอยู่ใต้รถโดยสมบูรณ์แบบ

การเดินสำรวจรอบรถก่อนออกตัวอาจเป็นวิธีดั้งเดิมที่ปลอดภัย แต่ในชีวิตจริงที่เร่งรีบ มนุษย์มักจะละเลยขั้นตอนเหล่านั้น การมีเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยส่วนตัวในการตรวจสอบพื้นที่จุดบอดใต้ท้องรถ จึงได้รับการประเมินว่าเป็นแนวทางที่เข้าถึงปัญหาได้อย่างตรงจุด

หลักการทำงานแบบ 2 ขั้นตอน (Two-Stage Computer Vision)

ความน่าสนใจของระบบนี้ คือกระบวนการประมวลผลทางภาพคอมพิวเตอร์ (Computer Vision Process) ซึ่งทำงานแบบสองขั้นตอนเพื่อลดภาระการประมวลผลและเพิ่มความแม่นยำ

ขั้นตอนที่ 1: การเก็บภาพฐานอ้างอิงเมื่อดับเครื่อง เมื่อผู้ใช้งานจอดรถและดับเครื่องยนต์ ระบบกล้องใต้ท้องรถจะบันทึกภาพสภาพแวดล้อมใต้รถในขณะนั้นเก็บไว้เป็น “ภาพฐานอ้างอิง” (Baseline Reference Image) ซึ่งจะรวมถึงชิ้นส่วนคงที่ต่างๆ เช่น แพ็กแบตเตอรี่ ช่วงล่าง และแชสซี

ขั้นตอนที่ 2: การสแกนเปรียบเทียบแบบเรียลไทม์ เมื่อผู้ขับขี่กลับมาที่รถและกดปุ่มสตาร์ท กล้องใต้ท้องรถจะเปิดทำงานทันทีเพื่อสแกนภาพแบบเรียลไทม์ แทนที่ระบบจะต้องวิเคราะห์ภาพใหม่ทั้งหมด อัลกอริทึม Deep Learning จะใช้วิธีเปรียบเทียบภาพปัจจุบันกับภาพฐานอ้างอิง เพื่อแยกแยะเฉพาะพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสายตา (Visual Changes) ซึ่งช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างรวดเร็วก่อนที่คนขับจะทันได้เข้าเกียร์

ความฉลาดของ AI

หลังจากที่กล้องตรวจพบจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว สมองกล AI จะมุ่งความสนใจไปที่การวิเคราะห์ลักษณะของวัตถุในบริเวณนั้น สิ่งที่ทำให้เทคโนโลยีนี้เหนือกว่าเซนเซอร์ทั่วไป คือความสามารถในการคัดกรองตัวแปรสภาพแวดล้อมที่ไม่มีอันตราย

AI ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อแยกแยะสิ่งกีดขวางที่ไม่มีชีวิต เช่น เงาที่พาดผ่าน, ฝุ่นควัน, ใบไม้ร่วง, หรือก้อนโคลน ออกไปจากการประมวลผล ซึ่งถือเป็นการลดปัญหาการแจ้งเตือนแบบผิดพลาด (False Alarms) ได้อย่างมหาศาล ระบบจะประเมินจากรูปแบบการเคลื่อนไหว (Movement patterns), โครงสร้างรูปร่าง (Body shapes), และพฤติกรรม หาก AI ฟันธงได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตติดอยู่ หรือมีสัตว์กำลังนอนหลับอยู่ใต้รถ มันจะส่งเสียงและขึ้นภาพแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบทันทีก่อนที่ล้อจะหมุน

อนาคตของเทคโนโลยีความปลอดภัยยานยนต์

การพัฒนา ระบบตรวจจับ ไม่ได้เป็นเพียงแค่แนวคิดขายฝัน แต่เป็นสิทธิบัตรที่ออกแบบมาเพื่อนำไปใช้งานได้จริงกับโครงสร้างของรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ซึ่งเทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทำให้ค่ายรถต่างๆ ต้องเร่งพัฒนาระบบที่ทัดเทียมกันออกมา

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะซื้อรถคันใหม่ และอยากจะเช็ก ราคาและสเปครถยนต์ ที่มาพร้อมกับความปลอดภัยขั้นสูงสุด สามารถนำประเด็นเรื่องเทคโนโลยีป้องกันรอบคันไปเป็นหนึ่งในตัวเลือกตัดสินใจได้ และหากใครที่ชื่นชอบการอ่าน รีวิวรถยนต์ อย่าลืมสังเกตด้วยว่ารถที่คุณสนใจมีการปกป้องจุดบอดเหล่านี้ได้ดีแค่ไหน เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ใช้งานและเพื่อนร่วมโลก

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

SeedZaad

[email protected]

Photographer, Moto-Tech Geek🤓. Speed Freak, and Two wheels fanatics. I🏊‍♂️Ride🚵‍♂️Bikes🏃