Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ทำไมสมาคมผู้ค้าถึงคาดการณ์ว่า รถจีน จะครองตลาดออสเตรเลียได้เร็วกว่าที่คิด?

ขอขอบคุณภาพจาก : CarExpert

รายงานล่าสุดจาก AADA ระบุว่ายอดขายของ รถจีน เติบโตอย่างก้าวกระโดด แตะ 35.5% ของตลาดรวมในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นอัตราเร่งที่สูงกว่าการพยากรณ์เดิมอย่างมาก สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ใครที่ติดตาม ข่าวรถยนต์ ในฝั่งทวีปโอเชียเนีย คงต้องจับตาดูปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อสมาคมผู้จำหน่ายยานยนต์แห่งออสเตรเลีย (AADA) ออกมาเผยผลพยากรณ์ล่าสุดที่สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการ โดยระบุว่าจะสามารถยึดครองส่วนแบ่งตลาดรถใหม่ในออสเตรเลียได้สูงถึง 58% ภายในปี 2035 ซึ่งคิดเป็นจำนวนรถยนต์มหาศาลถึงเกือบ 900,000 คันต่อปี

ตัวเลข 58% นี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และไม่ใช่การคาดเดาแบบไร้หลักการ แต่มันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการประเมินก่อนหน้านี้ของศูนย์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศออสเตรเลีย ที่เคยพยากรณ์ตัวเลขเอาไว้เพียง 43% เท่านั้น เจมส์ วอร์ตแมน (James Voortman) ซีอีโอของ AADA ชี้ให้เห็นว่า ตัวเลขยอดขายจริงที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2026 แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเปิดใจรับ รถจีน พลังงานไฟฟ้า (EV) เร็วกว่าที่คิดไว้มาก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งประวัติศาสตร์ของตลาดยานยนต์ออสเตรเลีย และเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดสำหรับค่ายรถยนต์ฝั่งยุโรปและเอเชียชาติอื่นๆ

จีนแซงหน้าญี่ปุ่นในการส่งออกรถยนต์เข้าสู่ออสเตรเลียแล้วหรือยัง?

ประเทศจีนได้แซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นเป็นแหล่งนำเข้ารถยนต์ใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียแล้ว โดย รถจีน ครองส่วนแบ่งถึง 35.5% ทิ้งห่างญี่ปุ่นที่ได้ไปเพียง 20.7% ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีลักษณะตลาดยานยนต์ที่น่าสนใจมาก เพราะพวกเขาไม่มีฐานการผลิตรถยนต์เป็นของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศแบบ 100% ในอดีต ญี่ปุ่นคือราชาผู้ครองตลาดมายาวนาน รถกระบะและรถครอบครัวจากค่ายญี่ปุ่นคือสัญลักษณ์แห่งความทนทานที่ชาวออสซี่ไว้ใจ แต่ในเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา จีนได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการส่งออกเข้ามายังออสเตรเลียถึง 46,592 คัน ฟาดส่วนแบ่งตลาดนำเข้ายอดรวมไปถึง 35.5%

ตัวเลขนี้ทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาห่างๆ ด้วยแชมป์เก่าอย่างญี่ปุ่นที่ 27,098 คัน (20.7%) ส่วนประเทศไทยของเราซึ่งเคยเป็นฐานผลิตรถกระบะหลักเพื่อส่งออกไปยังออสเตรเลีย ตามมาเป็นอันดับสามที่ 23,297 คัน (12.5%) และเกาหลีใต้ 14,863 คัน การที่สามารถแซงหน้าเจ้าตลาดดั้งเดิมได้ในเวลาอันรวดเร็ว ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่เคยใช้ความน่าเชื่อถือผูกขาดตลาดมาอย่างยาวนาน ต้องกลับไปทบทวนกลยุทธ์ของตัวเองอย่างเร่งด่วน

BYD จี้ติดเบอร์หนึ่งอย่าง Toyota ขนาดไหน และ รถจีน แบรนด์อื่นๆ ทำผลงานอย่างไร?

ในเดือนมิถุนายนแบรนด์ใหญ่อย่าง BYD ทำยอดขายตามหลังแชมป์เก่าตลอดกาลอย่าง Toyota เพียง 243 คันเท่านั้น ขณะที่แบรนด์น้องใหม่ก็เรียงหน้ากระดานเข้ามาแย่งเค้กอย่างต่อเนื่อง

ขอขอบคุณภาพจาก : WhichCar

สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรายงานฉบับนี้คือการจัดอันดับแบรนด์ (Brand Rankings) แม้ว่า Toyota จะยังคงรักษาแชมป์อันดับ 1 ไว้ได้ในเดือนมิถุนายนด้วยยอดขาย 19,124 คัน แต่มันคือการรั้งบัลลังก์ที่หืดจับและชวนให้เหงื่อตกที่สุด เพราะ BYD ซึ่งเป็นหัวหอกพลังงานใหม่ ทำยอดขายตามมาแบบหายใจรดต้นคอที่ 18,881 คัน ห่างกันเพียงแค่ 243 คันเท่านั้น! ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาเพียงลำพัง เพราะค่ายรถอื่นๆ อย่าง GWM และ Chery ก็กอดคอกันเข้าป้ายในอันดับที่ 8 และ 9 ของตลาดรวมตามลำดับ

สำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) BYD ได้ผงาดขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในครึ่งปีแรกของปี 2026 อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยยอดส่งมอบ 29,192 คัน ซึ่งคิดเป็นการเติบโตถึง 241.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แซงหน้าคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Tesla ที่ทำได้ 23,588 คัน หากใครที่ติดตาม ข่าวรถไฟฟ้า จะเห็นเทรนด์ได้อย่างชัดเจนว่า โมเดลธุรกิจ การออกแบบยานยนต์สมัยใหม่ และการตั้งราคาของนั้นตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวออสเตรเลียมากกว่ารถจากฝั่งอเมริกาหรือยุโรปอย่างเห็นได้ชัด

สรุปตัวเลขยอดขายที่น่าสนใจของ รถจีน ในออสเตรเลีย มีอะไรบ้าง?

ตารางเปรียบเทียบสัดส่วนยอดขายรถยนต์แยกตามประเทศผู้ผลิตและแบรนด์ที่น่าจับตามองในเดือนมิถุนายน ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของแบรนด์จากประเทศจีนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ประเทศผู้ผลิต (Source Country)จำนวนรถยนต์ที่นำเข้า (คัน)สัดส่วนการตลาด (Market Share)
1. จีน (China)46,59235.5%
2. ญี่ปุ่น (Japan)27,09820.7%
3. ไทย (Thailand)23,29712.5%
แบรนด์ยอดฮิตในตลาดยานยนต์ยอดขายเฉพาะเดือนมิถุนายน 2026 (คัน)
Toyota (ญี่ปุ่น)19,124
BYD (จีน)18,881
Tesla (อเมริกา/ผลิตจีน)แบรนด์ในกลุ่มผู้นำด้าน EV
GWM / Chery (จีน)ติดอันดับ Top 10 ของตลาดออสเตรเลีย

(อ้างอิงจากข้อมูล VFACTS สรุปยอดขายประจำเดือนมิถุนายน 2026)

อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้คนออสเตรเลียเปิดใจรับ รถจีน?

ผู้บริโภคต้องการความคุ้มค่า ในขณะที่มีห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ด้านเทคโนโลยี EV ที่แข็งแกร่ง และสามารถทำราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าแบรนด์ยุโรปและญี่ปุ่นอย่างมาก

การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่มาจากการวางกลยุทธ์ที่แม่นยำและการทำความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง ปัจจัยหลักคือ “ราคาและความคุ้มค่า” ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้บริโภคชาวออสซี่ต่างมองหารถยนต์ที่มีฟังก์ชันครบครัน ออปชันความปลอดภัยจัดเต็ม แต่ราคาไม่แพงจนเกินเอื้อม ซึ่งสามารถตีโจทย์ข้อนี้ได้แตกกระจุย ด้วยความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่และสายพานการประกอบที่ครบวงจรในประเทศจีน

นอกจากนี้ AADA ยังคาดการณ์ว่าจำนวนแบรนด์รถยนต์ที่ต้องขับเคี่ยวกันในออสเตรเลียจะเพิ่มขึ้นจาก 67 แบรนด์ในปัจจุบัน เป็น 75 แบรนด์ภายในปี 2031 โดยแบรนด์ใหม่ที่เตรียมจะเข้าสู่ตลาดเกือบทั้งหมดล้วนเป็นทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น แบรนด์ Xpeng และ Zeekr ที่เพิ่งประกาศแผนเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่หลายรุ่นในออสเตรเลียภายในเวลาไม่ถึง 6 เดือนข้างหน้า สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ออสเตรเลียได้กลายเป็นสนามทดสอบและสมรภูมิสำคัญสำหรับการขยายอิทธิพลของค่ายรถจากแผ่นดินใหญ่ไปเสียแล้ว

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ และอยากตรวจสอบความคุ้มค่า สามารถเข้าไปเช็ก ราคาและสเปครถยนต์ ในปัจจุบันได้ จะพบว่ารถ EV ชั้นนำจากประเทศจีนมีตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งเรื่องของระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ ดีไซน์ล้ำอนาคต และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ดึงดูดใจมากกว่าอย่างปฏิเสธไม่ได้

บทสรุปของรายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า หากค่ายรถยนต์ดั้งเดิมที่เคยเป็นเจ้าตลาดยังคงเชื่องช้าในการปรับตัวสู่ยุคเทคโนโลยีไร้มลพิษ พวกเขาอาจต้องยอมจำนนและสูญเสียเค้กชิ้นโตในตลาดยานยนต์ออสเตรเลียให้กับ รถจีน ไปอย่างถาวรในไม่ช้านี้

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Q: ทำไม รถจีน ถึงได้รับความนิยมในตลาดยานยนต์ออสเตรเลีย?

A: ปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งผู้ผลิตจากจีนมีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี แบตเตอรี่ และต้นทุน ทำให้สามารถทำราคาที่ดึงดูดใจผู้บริโภคชาวออสเตรเลียได้มากกว่า

Q: ค่าย รถจีน ใดที่ทำยอดขายได้โดดเด่นในออสเตรเลียเวลานี้?

A: แบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดคือ BYD ซึ่งยอดขายรวมจี้ติดเบอร์หนึ่งอย่าง Toyota อย่างมาก นอกจากนี้ยังมีค่ายอื่นๆ อย่าง GWM, Chery และ MG ที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยมเช่นกัน

Q: คาดการณ์ว่า รถจีน จะครองส่วนแบ่งตลาดออสเตรเลียเท่าไหร่ในอนาคต?

A: สมาคมผู้ค้ารถยนต์ออสเตรเลีย (AADA) พยากรณ์ว่ารถยนต์จากจีนจะครองส่วนแบ่งตลาดรถใหม่สูงถึง 58% หรือประมาณ 900,000 คันต่อปี ภายในปี 2035

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

รถจีน ยึดตลาดออสเตรเลียคาดฟาดส่วนแบ่ง 58% ภายในปี 2035

ทำไมสมาคมผู้ค้าถึงคาดการณ์ว่า รถจีน จะครองตลาดออสเตรเลียได้เร็วกว่าที่คิด?

ขอขอบคุณภาพจาก : CarExpert

รายงานล่าสุดจาก AADA ระบุว่ายอดขายของ รถจีน เติบโตอย่างก้าวกระโดด แตะ 35.5% ของตลาดรวมในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นอัตราเร่งที่สูงกว่าการพยากรณ์เดิมอย่างมาก สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ใครที่ติดตาม ข่าวรถยนต์ ในฝั่งทวีปโอเชียเนีย คงต้องจับตาดูปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อสมาคมผู้จำหน่ายยานยนต์แห่งออสเตรเลีย (AADA) ออกมาเผยผลพยากรณ์ล่าสุดที่สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการ โดยระบุว่าจะสามารถยึดครองส่วนแบ่งตลาดรถใหม่ในออสเตรเลียได้สูงถึง 58% ภายในปี 2035 ซึ่งคิดเป็นจำนวนรถยนต์มหาศาลถึงเกือบ 900,000 คันต่อปี

ตัวเลข 58% นี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และไม่ใช่การคาดเดาแบบไร้หลักการ แต่มันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการประเมินก่อนหน้านี้ของศูนย์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศออสเตรเลีย ที่เคยพยากรณ์ตัวเลขเอาไว้เพียง 43% เท่านั้น เจมส์ วอร์ตแมน (James Voortman) ซีอีโอของ AADA ชี้ให้เห็นว่า ตัวเลขยอดขายจริงที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2026 แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเปิดใจรับ รถจีน พลังงานไฟฟ้า (EV) เร็วกว่าที่คิดไว้มาก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งประวัติศาสตร์ของตลาดยานยนต์ออสเตรเลีย และเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดสำหรับค่ายรถยนต์ฝั่งยุโรปและเอเชียชาติอื่นๆ

จีนแซงหน้าญี่ปุ่นในการส่งออกรถยนต์เข้าสู่ออสเตรเลียแล้วหรือยัง?

ประเทศจีนได้แซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นเป็นแหล่งนำเข้ารถยนต์ใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียแล้ว โดย รถจีน ครองส่วนแบ่งถึง 35.5% ทิ้งห่างญี่ปุ่นที่ได้ไปเพียง 20.7% ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีลักษณะตลาดยานยนต์ที่น่าสนใจมาก เพราะพวกเขาไม่มีฐานการผลิตรถยนต์เป็นของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศแบบ 100% ในอดีต ญี่ปุ่นคือราชาผู้ครองตลาดมายาวนาน รถกระบะและรถครอบครัวจากค่ายญี่ปุ่นคือสัญลักษณ์แห่งความทนทานที่ชาวออสซี่ไว้ใจ แต่ในเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา จีนได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการส่งออกเข้ามายังออสเตรเลียถึง 46,592 คัน ฟาดส่วนแบ่งตลาดนำเข้ายอดรวมไปถึง 35.5%

ตัวเลขนี้ทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาห่างๆ ด้วยแชมป์เก่าอย่างญี่ปุ่นที่ 27,098 คัน (20.7%) ส่วนประเทศไทยของเราซึ่งเคยเป็นฐานผลิตรถกระบะหลักเพื่อส่งออกไปยังออสเตรเลีย ตามมาเป็นอันดับสามที่ 23,297 คัน (12.5%) และเกาหลีใต้ 14,863 คัน การที่สามารถแซงหน้าเจ้าตลาดดั้งเดิมได้ในเวลาอันรวดเร็ว ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่เคยใช้ความน่าเชื่อถือผูกขาดตลาดมาอย่างยาวนาน ต้องกลับไปทบทวนกลยุทธ์ของตัวเองอย่างเร่งด่วน

BYD จี้ติดเบอร์หนึ่งอย่าง Toyota ขนาดไหน และ รถจีน แบรนด์อื่นๆ ทำผลงานอย่างไร?

ในเดือนมิถุนายนแบรนด์ใหญ่อย่าง BYD ทำยอดขายตามหลังแชมป์เก่าตลอดกาลอย่าง Toyota เพียง 243 คันเท่านั้น ขณะที่แบรนด์น้องใหม่ก็เรียงหน้ากระดานเข้ามาแย่งเค้กอย่างต่อเนื่อง

ขอขอบคุณภาพจาก : WhichCar

สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรายงานฉบับนี้คือการจัดอันดับแบรนด์ (Brand Rankings) แม้ว่า Toyota จะยังคงรักษาแชมป์อันดับ 1 ไว้ได้ในเดือนมิถุนายนด้วยยอดขาย 19,124 คัน แต่มันคือการรั้งบัลลังก์ที่หืดจับและชวนให้เหงื่อตกที่สุด เพราะ BYD ซึ่งเป็นหัวหอกพลังงานใหม่ ทำยอดขายตามมาแบบหายใจรดต้นคอที่ 18,881 คัน ห่างกันเพียงแค่ 243 คันเท่านั้น! ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาเพียงลำพัง เพราะค่ายรถอื่นๆ อย่าง GWM และ Chery ก็กอดคอกันเข้าป้ายในอันดับที่ 8 และ 9 ของตลาดรวมตามลำดับ

สำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) BYD ได้ผงาดขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในครึ่งปีแรกของปี 2026 อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยยอดส่งมอบ 29,192 คัน ซึ่งคิดเป็นการเติบโตถึง 241.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แซงหน้าคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Tesla ที่ทำได้ 23,588 คัน หากใครที่ติดตาม ข่าวรถไฟฟ้า จะเห็นเทรนด์ได้อย่างชัดเจนว่า โมเดลธุรกิจ การออกแบบยานยนต์สมัยใหม่ และการตั้งราคาของนั้นตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวออสเตรเลียมากกว่ารถจากฝั่งอเมริกาหรือยุโรปอย่างเห็นได้ชัด

สรุปตัวเลขยอดขายที่น่าสนใจของ รถจีน ในออสเตรเลีย มีอะไรบ้าง?

ตารางเปรียบเทียบสัดส่วนยอดขายรถยนต์แยกตามประเทศผู้ผลิตและแบรนด์ที่น่าจับตามองในเดือนมิถุนายน ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของแบรนด์จากประเทศจีนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ประเทศผู้ผลิต (Source Country)จำนวนรถยนต์ที่นำเข้า (คัน)สัดส่วนการตลาด (Market Share)
1. จีน (China)46,59235.5%
2. ญี่ปุ่น (Japan)27,09820.7%
3. ไทย (Thailand)23,29712.5%
แบรนด์ยอดฮิตในตลาดยานยนต์ยอดขายเฉพาะเดือนมิถุนายน 2026 (คัน)
Toyota (ญี่ปุ่น)19,124
BYD (จีน)18,881
Tesla (อเมริกา/ผลิตจีน)แบรนด์ในกลุ่มผู้นำด้าน EV
GWM / Chery (จีน)ติดอันดับ Top 10 ของตลาดออสเตรเลีย

(อ้างอิงจากข้อมูล VFACTS สรุปยอดขายประจำเดือนมิถุนายน 2026)

อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้คนออสเตรเลียเปิดใจรับ รถจีน?

ผู้บริโภคต้องการความคุ้มค่า ในขณะที่มีห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ด้านเทคโนโลยี EV ที่แข็งแกร่ง และสามารถทำราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าแบรนด์ยุโรปและญี่ปุ่นอย่างมาก

การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่มาจากการวางกลยุทธ์ที่แม่นยำและการทำความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง ปัจจัยหลักคือ “ราคาและความคุ้มค่า” ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้บริโภคชาวออสซี่ต่างมองหารถยนต์ที่มีฟังก์ชันครบครัน ออปชันความปลอดภัยจัดเต็ม แต่ราคาไม่แพงจนเกินเอื้อม ซึ่งสามารถตีโจทย์ข้อนี้ได้แตกกระจุย ด้วยความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่และสายพานการประกอบที่ครบวงจรในประเทศจีน

นอกจากนี้ AADA ยังคาดการณ์ว่าจำนวนแบรนด์รถยนต์ที่ต้องขับเคี่ยวกันในออสเตรเลียจะเพิ่มขึ้นจาก 67 แบรนด์ในปัจจุบัน เป็น 75 แบรนด์ภายในปี 2031 โดยแบรนด์ใหม่ที่เตรียมจะเข้าสู่ตลาดเกือบทั้งหมดล้วนเป็นทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น แบรนด์ Xpeng และ Zeekr ที่เพิ่งประกาศแผนเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่หลายรุ่นในออสเตรเลียภายในเวลาไม่ถึง 6 เดือนข้างหน้า สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ออสเตรเลียได้กลายเป็นสนามทดสอบและสมรภูมิสำคัญสำหรับการขยายอิทธิพลของค่ายรถจากแผ่นดินใหญ่ไปเสียแล้ว

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ และอยากตรวจสอบความคุ้มค่า สามารถเข้าไปเช็ก ราคาและสเปครถยนต์ ในปัจจุบันได้ จะพบว่ารถ EV ชั้นนำจากประเทศจีนมีตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งเรื่องของระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ ดีไซน์ล้ำอนาคต และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ดึงดูดใจมากกว่าอย่างปฏิเสธไม่ได้

บทสรุปของรายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า หากค่ายรถยนต์ดั้งเดิมที่เคยเป็นเจ้าตลาดยังคงเชื่องช้าในการปรับตัวสู่ยุคเทคโนโลยีไร้มลพิษ พวกเขาอาจต้องยอมจำนนและสูญเสียเค้กชิ้นโตในตลาดยานยนต์ออสเตรเลียให้กับ รถจีน ไปอย่างถาวรในไม่ช้านี้

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Q: ทำไม รถจีน ถึงได้รับความนิยมในตลาดยานยนต์ออสเตรเลีย?

A: ปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งผู้ผลิตจากจีนมีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี แบตเตอรี่ และต้นทุน ทำให้สามารถทำราคาที่ดึงดูดใจผู้บริโภคชาวออสเตรเลียได้มากกว่า

Q: ค่าย รถจีน ใดที่ทำยอดขายได้โดดเด่นในออสเตรเลียเวลานี้?

A: แบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดคือ BYD ซึ่งยอดขายรวมจี้ติดเบอร์หนึ่งอย่าง Toyota อย่างมาก นอกจากนี้ยังมีค่ายอื่นๆ อย่าง GWM, Chery และ MG ที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยมเช่นกัน

Q: คาดการณ์ว่า รถจีน จะครองส่วนแบ่งตลาดออสเตรเลียเท่าไหร่ในอนาคต?

A: สมาคมผู้ค้ารถยนต์ออสเตรเลีย (AADA) พยากรณ์ว่ารถยนต์จากจีนจะครองส่วนแบ่งตลาดรถใหม่สูงถึง 58% หรือประมาณ 900,000 คันต่อปี ภายในปี 2035

Peak SuperBikeMag

[email protected]