Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกลางกำลังจะดุเดือดขึ้นอีกครั้ง เมื่อค่าย MG เตรียมส่งรถรุ่นใหม่เข้าชิงส่วนแบ่งการตลาด โดยล่าสุดผู้บริหารได้เปิดเผยข้อมูลพารามิเตอร์ด้านราคาและสเปคของ MG 07 ออกมาแล้ว ซึ่งรถรุ่นนี้เป็นพรีเมียมฟาสต์แบ็ก (Fastback) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบกึ่งโซลิดสเตต (Liquid-solid-state battery) และฟีเจอร์ภายในห้องโดยสารที่จัดเต็มเกินราคา นอกจากนี้ ตัวรถยังมีกำหนดเปิดจองล่วงหน้าอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 กรกฎาคม 2026

แบตเตอรี่ล้ำสมัยและระยะทางขับขี่สุดไกล

[แนะนำตำแหน่งใส่รูปที่ 1: ภาพภายนอกของ MG 07 โชว์ดีไซน์ฟาสต์แบ็กที่ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว]

MG 07 ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า SAIC Nebula โดยมีตัวเลือกขุมพลังไฟฟ้าที่โดดเด่นดังนี้:

  • รุ่นเริ่มต้น: ใช้ชุดแบตเตอรี่เทคโนโลยี Liquid-solid-state ซึ่งสามารถขับขี่ได้ระยะทาง 610 กิโลเมตร นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา โดยทั้งหมดนี้เปิดราคามาต่ำกว่า 150,000 หยวน หรือประมาณ 22,100 ดอลลาร์สหรัฐ

  • รุ่นท็อป: มีการเปลี่ยนโครงสร้างเซลล์แบตเตอรี่ไปใช้ระบบไฟแรงดันสูง 800V และรองรับการชาร์จไวระดับ 5C สิ่งนี้ช่วยให้ตัวรถสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสูงสุดถึง 840 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว

มิติตัวถังและการจัดการพื้นที่อย่างชาญฉลาด

ในส่วนของขนาดตัวถังนั้น MG 07 มีความยาว 4,886 มิลลิเมตร และความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร รวมถึงความสูง 1,485 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ระยะฐานล้อยังยาวถึง 2,825 มิลลิเมตรอีกด้วย

ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม รถรุ่นนี้จึงมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาด 168 ลิตร ซึ่งกว้างพอที่จะใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 2 ใบเลยทีเดียว ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุมาตรฐานที่ 697 ลิตร และสามารถขยายความจุได้มากถึง 1,563 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่สองลง

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ไฮไลต์เด็ดที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นกระโปรงท้ายคือ พื้นที่เก็บของย่อยขนาด 109 ลิตร ซึ่งได้ติดตั้งตู้เย็นแบบคอมเพรสเซอร์คู่ขนาด 30 ลิตรเอาไว้ โดยตู้เย็นนี้สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -18°C ถึง 15°C รวมทั้งสามารถทำความเย็นลดลงเหลือ 0°C ได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที ยิ่งไปกว่านั้น มันยังรักษาความเย็นต่อเนื่องได้นานถึง 24 ชั่วโมงแม้ดับเครื่องยนต์ไปแล้ว

ห้องโดยสารระดับพรีเมียมและระบบขับขี่อัจฉริยะ

[แนะนำตำแหน่งใส่รูปที่ 2: ภาพห้องโดยสารภายใน โชว์เบาะนั่งที่หรูหราและหน้าจอระบบอินโฟเทนเมนต์]

ห้องโดยสารของ MG 07 ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้:

  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า: เป็นเบาะนั่งแบบ Zero-gravity ที่สามารถปรับเอนได้ถึง 130 องศา นอกจากนี้ ยังมาพร้อมที่รองขาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง รวมถึงระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ และระบบนวดเต็มรูปแบบ

  • โต๊ะเครื่องแป้งแบบดึงออก: บริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าได้มีการเปลี่ยนช่องเก็บของหน้ารถ (Glove box) ให้กลายเป็นโต๊ะเครื่องแป้งแบบดึงออกได้ ซึ่งมาพร้อมกระจกแต่งหน้าขนาดใหญ่พิเศษ

  • ระบบอินโฟเทนเมนต์: ระบบทำงานอย่างลื่นไหลด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295P และใช้ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของ Oppo ได้อย่างแนบเนียน

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ในด้านระบบช่วยเหลือการขับขี่เป็นรถจากแบรนด์อิสระรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มการขับขี่อัจฉริยะ Momenta R7 ซึ่งทำงานประสานกับระบบคอมพิวเตอร์ Xheart X7 ของทางค่าย ดังนั้น ระบบนี้จึงรองรับฟังก์ชันล้ำหน้ามากมาย เช่น ระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง (NOA) ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะในเมือง และระบบช่วยจอดรถแบบจดจำเส้นทางในอาคารจอดรถที่ซับซ้อน

ทางเลือกขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

นอกจากรุ่นไฟฟ้าล้วนแล้ว ทางค่ายยังมีตัวเลือกแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) สำหรับ MG 07 อีกด้วย โดยรุ่นนี้จะใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรแบบไม่มีระบบอัดอากาศ (Naturally aspirated) ซึ่งทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ผลลัพธ์คือ รถสามารถมอบอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.5 วินาที และสามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 185 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTC

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

MG 07 เผยสเปกพรีเมียมฟาสต์แบ็กสุดหรู พร้อมแบตเตอรี่ล้ำยุคในราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้!

ลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกลางกำลังจะดุเดือดขึ้นอีกครั้ง เมื่อค่าย MG เตรียมส่งรถรุ่นใหม่เข้าชิงส่วนแบ่งการตลาด โดยล่าสุดผู้บริหารได้เปิดเผยข้อมูลพารามิเตอร์ด้านราคาและสเปคของ MG 07 ออกมาแล้ว ซึ่งรถรุ่นนี้เป็นพรีเมียมฟาสต์แบ็ก (Fastback) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบกึ่งโซลิดสเตต (Liquid-solid-state battery) และฟีเจอร์ภายในห้องโดยสารที่จัดเต็มเกินราคา นอกจากนี้ ตัวรถยังมีกำหนดเปิดจองล่วงหน้าอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 กรกฎาคม 2026

แบตเตอรี่ล้ำสมัยและระยะทางขับขี่สุดไกล

[แนะนำตำแหน่งใส่รูปที่ 1: ภาพภายนอกของ MG 07 โชว์ดีไซน์ฟาสต์แบ็กที่ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว]

MG 07 ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า SAIC Nebula โดยมีตัวเลือกขุมพลังไฟฟ้าที่โดดเด่นดังนี้:

  • รุ่นเริ่มต้น: ใช้ชุดแบตเตอรี่เทคโนโลยี Liquid-solid-state ซึ่งสามารถขับขี่ได้ระยะทาง 610 กิโลเมตร นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา โดยทั้งหมดนี้เปิดราคามาต่ำกว่า 150,000 หยวน หรือประมาณ 22,100 ดอลลาร์สหรัฐ

  • รุ่นท็อป: มีการเปลี่ยนโครงสร้างเซลล์แบตเตอรี่ไปใช้ระบบไฟแรงดันสูง 800V และรองรับการชาร์จไวระดับ 5C สิ่งนี้ช่วยให้ตัวรถสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสูงสุดถึง 840 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว

มิติตัวถังและการจัดการพื้นที่อย่างชาญฉลาด

ในส่วนของขนาดตัวถังนั้น MG 07 มีความยาว 4,886 มิลลิเมตร และความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร รวมถึงความสูง 1,485 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ระยะฐานล้อยังยาวถึง 2,825 มิลลิเมตรอีกด้วย

ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม รถรุ่นนี้จึงมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาด 168 ลิตร ซึ่งกว้างพอที่จะใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 2 ใบเลยทีเดียว ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุมาตรฐานที่ 697 ลิตร และสามารถขยายความจุได้มากถึง 1,563 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่สองลง

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ไฮไลต์เด็ดที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นกระโปรงท้ายคือ พื้นที่เก็บของย่อยขนาด 109 ลิตร ซึ่งได้ติดตั้งตู้เย็นแบบคอมเพรสเซอร์คู่ขนาด 30 ลิตรเอาไว้ โดยตู้เย็นนี้สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -18°C ถึง 15°C รวมทั้งสามารถทำความเย็นลดลงเหลือ 0°C ได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที ยิ่งไปกว่านั้น มันยังรักษาความเย็นต่อเนื่องได้นานถึง 24 ชั่วโมงแม้ดับเครื่องยนต์ไปแล้ว

ห้องโดยสารระดับพรีเมียมและระบบขับขี่อัจฉริยะ

[แนะนำตำแหน่งใส่รูปที่ 2: ภาพห้องโดยสารภายใน โชว์เบาะนั่งที่หรูหราและหน้าจอระบบอินโฟเทนเมนต์]

ห้องโดยสารของ MG 07 ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้:

  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า: เป็นเบาะนั่งแบบ Zero-gravity ที่สามารถปรับเอนได้ถึง 130 องศา นอกจากนี้ ยังมาพร้อมที่รองขาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง รวมถึงระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ และระบบนวดเต็มรูปแบบ

  • โต๊ะเครื่องแป้งแบบดึงออก: บริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าได้มีการเปลี่ยนช่องเก็บของหน้ารถ (Glove box) ให้กลายเป็นโต๊ะเครื่องแป้งแบบดึงออกได้ ซึ่งมาพร้อมกระจกแต่งหน้าขนาดใหญ่พิเศษ

  • ระบบอินโฟเทนเมนต์: ระบบทำงานอย่างลื่นไหลด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295P และใช้ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของ Oppo ได้อย่างแนบเนียน

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ในด้านระบบช่วยเหลือการขับขี่เป็นรถจากแบรนด์อิสระรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มการขับขี่อัจฉริยะ Momenta R7 ซึ่งทำงานประสานกับระบบคอมพิวเตอร์ Xheart X7 ของทางค่าย ดังนั้น ระบบนี้จึงรองรับฟังก์ชันล้ำหน้ามากมาย เช่น ระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง (NOA) ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะในเมือง และระบบช่วยจอดรถแบบจดจำเส้นทางในอาคารจอดรถที่ซับซ้อน

ทางเลือกขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

นอกจากรุ่นไฟฟ้าล้วนแล้ว ทางค่ายยังมีตัวเลือกแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) สำหรับ MG 07 อีกด้วย โดยรุ่นนี้จะใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรแบบไม่มีระบบอัดอากาศ (Naturally aspirated) ซึ่งทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ผลลัพธ์คือ รถสามารถมอบอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.5 วินาที และสามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 185 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTC

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

ขอขอบคุณภาพจาก : carnewschina

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Peak SuperBikeMag

[email protected]