
นอกจากระยะวิ่งที่ไกลแล้ว Mercedes GLC Electric คันนี้ยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็วสูงสุด 330 กิโลวัตต์ (kW) ขอบคุณเทคโนโลยี 800 โวลต์ ที่ทำให้การชาร์จไฟเพียง 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ถึง 260 กิโลเมตร และสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 22 นาทีเท่านั้น ซึ่งความเร็วระดับนี้ถือว่าอยู่ในระดับต้นๆ ของตลาดรถไฟฟ้าพรีเมียมในปัจจุบัน ท้าชนกับทั้ง Audi Q6 e-tron และ BMW iX3 รุ่นใหม่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ความเคลื่อนไหวล่าสุดในสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลกต้องลุกเป็นไฟ เมื่อค่ายดาวสามแฉกตัดสินใจเปิดตัว Mercedes-Benz GLC EV เวอร์ชันฐานล้อยาว (Long Wheelbase) อย่างเป็นทางการในงานปักกิ่ง ออโต้โชว์ 2026 ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานรถ SUV ไฟฟ้าไปอีกขั้นด้วยการนำเทคโนโลยีจากรถเรือธงอย่าง S-Class มาบรรจุลงในรถรุ่นนี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเน้นการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความโอ่อ่าและความนุ่มนวลสูงสุดในการเดินทาง
การมาถึงของ GLC EV รุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำรุ่นสันดาปมาดัดแปลง แต่เป็นการใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าใหม่ล่าสุดที่รองรับสถาปัตยกรรม 800 โวลต์ ซึ่งส่งผลให้การจัดการพลังงานและความเร็วในการชาร์จก้าวกระโดดขึ้นอย่างมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้นการที่มันเป็นรุ่นฐานล้อยาวที่ขยายออกไปอีก 84 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน ทำให้พื้นที่วางขาของผู้โดยสารตอนหลังกว้างขวางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนแทบจะกลายเป็น “Baby EQS” ในคราบรถ SUV เลยทีเดียว
หัวใจสำคัญของ GLC EV รุ่นใหม่นี้คือระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเจเนอเรชันล่าสุด โดยในรุ่นท็อปอย่าง GLC 400 4MATIC จะมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 489 แรงม้า (HP) และแรงบิดมหาศาลที่ทำให้การเร่งแซงเป็นไปอย่างง่ายดาย สิ่งที่น่าสนใจคือระยะทางการวิ่งที่เคลมไว้สูงสุดถึง 700 – 713 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงพอจะลบความกังวลเรื่องการเดินทางไกลของผู้บริโภคไปได้สนิท


นอกจากระยะวิ่งที่ไกลแล้ว Mercedes GLC Electric คันนี้ยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็วสูงสุด 330 กิโลวัตต์ (kW) ขอบคุณเทคโนโลยี 800 โวลต์ ที่ทำให้การชาร์จไฟเพียง 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ถึง 260 กิโลเมตร และสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 22 นาทีเท่านั้น ซึ่งความเร็วระดับนี้ถือว่าอยู่ในระดับต้นๆ ของตลาดรถไฟฟ้าพรีเมียมในปัจจุบัน ท้าชนกับทั้ง Audi Q6 e-tron และ BMW iX3 รุ่นใหม่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
จุดขายที่ทำให้ Mercedes-Benz GLC EV โดดเด่นเหนือกว่าใครในเซกเมนต์คือการติดตั้งช่วงล่างถุงลม AIRMATIC ที่ได้รับการถ่ายทอดซอฟต์แวร์และการปรับจูนมาจาก S-Class รุ่นปัจจุบัน ระบบนี้จะทำงานร่วมกับระบบควบคุมอัจฉริยะที่คอยปรับความหนืดและความสูง-ต่ำของตัวรถตามสภาพถนนและความเร็วแบบเรียลไทม์ มอบคุณภาพการขับขี่ที่นุ่มนวลประดุจลอยอยู่บนพรม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แฟนพันธุ์แท้เมอร์เซเดสเบนซ์ถวิลหา
เพื่อให้การควบคุมรถที่มีฐานล้อยาวขึ้นทำได้อย่างคล่องตัว รถ SUV ไฟฟ้าฐานล้อยาว รุ่นนี้จึงมาพร้อมระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Axle Steering) ที่สามารถเลี้ยวได้สูงสุด 4.5 องศา ช่วยลดวงเลี้ยวให้แคบลงอย่างชัดเจนขณะจอดรถหรือขับขี่ในที่แคบ และเพิ่มเสถียรภาพขณะเปลี่ยนเลนด้วยความเร็วสูง ภายในห้องโดยสารยังจัดเต็มด้วยหน้าจอ MBUX Hyperscreen ขนาดใหญ่ 39.1 นิ้ว ที่พาดผ่านจากฝั่งคนขับไปยังผู้โดยสารตอนหน้า สร้างบรรยากาศห้องนักบินแห่งอนาคตที่เชื่อมต่อทุกการสื่อสารไว้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

| รายละเอียด (Specification) | ข้อมูลทางเทคนิค |
| ขุมพลังมอเตอร์ | มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Dual Motor) 4MATIC |
| พละกำลังสูงสุด | 489 แรงม้า (PS) |
| แรงบิดสูงสุด | ประมาณ 650 นิวตันเมตร |
| ความจุแบตเตอรี่ | 94 kWh (Net) |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด | 713 กม. (WLTP) / ประมาณ 700 กม.+ (CLTC) |
| สถาปัตยกรรมไฟฟ้า | 800 โวลต์ (800V Architecture) |
| การชาร์จสูงสุด (DC) | 330 kW |
| ความเร็วสูงสุด | 210 กม./ชม. |
| ระบบช่วงล่าง | AIRMATIC Air Suspension พร้อมเลี้ยวล้อหลัง 4.5° |
| ฐานล้อ (Wheelbase) | ยาวกว่ารุ่นสันดาป 84 มม. |
จากการคาดการณ์ราคาจำหน่ายในยุโรปที่เปิดตัวออกมาเริ่มต้นราว 71,281 ยูโร (ประมาณ 2.8 ล้านบาท) หากขยับเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยด้วยภาษีและค่าการตลาดของเมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทย คาดว่า ราคาเมอร์เซเดสเบนซ์ GLC EV น่าจะวางตำแหน่งไว้เหนือกว่ารุ่นสันดาปเล็กน้อย โดยคาดการณ์ราคาอยู่ในช่วง 3,890,000 – 4,490,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่ต้องไปฟัดกับ Audi Q6 e-tron และ BMW iX3 (Neue Klasse) ที่เตรียมเปิดตัวตามมาในปีเดียวกัน
ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่เริ่มเปิดใจรับรถไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียมมากขึ้น การที่เมอร์เซเดสเบนซ์ส่งรุ่นฐานล้อยาวเข้ามาถือเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ที่ซื้อรถระดับนี้มักจะใช้เป็นรถครอบครัวที่มีผู้โดยสารตอนหลังเป็นประจำ การได้พื้นที่วางขามากขึ้นและช่วงล่างถุงลมระดับ S-Class ในราคาที่ถูกกว่า S-Class เกือบครึ่ง คือจุดแข็งที่อาจทำให้ลูกค้าที่เคยมองหา GLE หรือแม้แต่ S-Class เปลี่ยนใจมาจบที่ GLC EV คันนี้ได้ไม่ยาก ซึ่งสถานการณ์นี้จะทำให้คู่แข่งอย่าง BMW ต้องทำงานหนักขึ้นในการชูจุดขายด้านความสปอร์ตเข้าสู้




บทสรุปของ Mercedes-Benz GLC EV รุ่นฐานล้อยาวคือนิยามใหม่ของความหรูหราที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าได้อย่างไร้รอยต่อ มันไม่ใช่แค่รถที่ประหยัดน้ำมันหรือรักษ์โลก แต่มันคือรถที่มอบคุณภาพชีวิตในการเดินทางที่เหนือชั้นกว่ารถน้ำมันในระดับราคาเดียวกัน ทั้งในเรื่องความเงียบ ความนุ่มนวลจากช่วงล่าง AIRMATIC และความล้ำสมัยจาก Hyperscreen สำหรับใครที่กำลังมองหา SUV ไฟฟ้าที่จบครบทุกด้าน นี่คือรถที่คุณต้องรออย่างแท้จริง
หากคุณต้องการอัปเดตข้อมูลข่าวสารวงการรถยนต์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ที่เจาะลึกแบบนี้ อย่าลืมติดตามพวกเราต่อได้ที่เพจ SuperBike X SuperDrive เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกนวัตกรรมเปลี่ยนโลกก่อนใคร
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรถ TeslaTesla Roadster รถบินได้ เปิดจองไทยเริ่ม 178,000 บาท
ข่าวด่วนปรับแผนครั้งใหญ่! Mercedes เลิกผลิต 3รุ่น EQE Sedan AMG S63 เเละ Maybach EQS
ข่าวรถยนต์รถ EV จมน้ำ VS รถสันดาป ใครมีสถิติจมน้ำมากกว่า?
ข่าวรถ iCAURเปิดตัว iCAUR V27 REEV รถ EV ทรงกล่อง 9.99 แสน
รถยนต์ไฟฟ้า (EV)ไขข้อข้องใจหน้าฝน! รถ EV ลุยน้ำท่วม ได้จริงหรือ เสี่ยงไฟดูด-แบตพังแค่ไหน?
ข่าวรถ BMWเทียบหมัดต่อหมัด Mercedes-Benz GLC vs BMW iX3 เอสยูวีไฟฟ้าหรูคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
ข่าวรถ Mercedes-Benzสเปกคันจริง Mercedes-Benz GLC EV รถไฟฟ้าประกอบไทย 421 แรงม้า
ข่าวรถ Mercedes-BenzMercedes-Benz เตือนอาจต้องปิดโรงงาน 2 แห่งในเยอรมนี หากลดต้นทุนแรงงานไม่ได้