รถกระบะ BMW M4 (M4 Maloo) คันเดียวในโลกจาก DinMann ประกาศขายแล้ว พร้อมเทียบราคาไทย
หากพูดถึงรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง BMW M4 Competition xDrive ภาพจำของทุกคนคือรถคูเป้ดีไซน์โฉบเฉี่ยวที่พร้อมพุ่งทะยานทำเวลาในสนามแข่ง แต่ความคิดนั้นต้องเปลี่ยนไป เมื่อสำนักแต่งผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนไฟเบอร์อย่าง DinMann ได้ตัดสินใจทำโปรเจกต์ที่บ้าคลั่งที่สุด ด้วยการนำรถสปอร์ตราคาแพงมาหั่นครึ่งหลังทิ้ง และสร้างมันขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของ รถกระบะ BMW M4 หรือที่รู้จักกันในแวดวงนักเล่นรถว่า “M4 Maloo”
โปรเจกต์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การโชว์ภาพเรนเดอร์กราฟิก แต่เป็นรถดัดแปลงที่สร้างขึ้นมาใช้งานได้จริง วิ่งโชว์ตัวในงาน SEMA Show มาแล้ว และล่าสุด รถคันนี้ได้ถูกประกาศขายอย่างเป็นทางการบนโลกออนไลน์ สร้างความฮือฮาให้กับวงการ ข่าวรถยนต์ ทั่วโลก

ต้นกำเนิดไอเดียสุดขั้ว M4 Maloo สไตล์ รถกระบะ
วัฒนธรรมการทำรถสปอร์ตให้กลายเป็น รถกระบะ หรือที่ชาวออสเตรเลียเรียกว่า “Ute” (Utility Vehicle) มีมาอย่างยาวนาน โดยมีตัวแทนระดับตำนานอย่าง Holden Maloo เป็นภาพจำที่ชัดเจนที่สุด สำนัก DinMann จึงนำแรงบันดาลใจนี้มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยของค่ายใบพัดสีฟ้า จนเกิดเป็น รถกระบะ BMW M4 คันแรกและคันเดียวในโลก
ตัวรถพื้นฐานคือ 2022 BMW M4 Competition xDrive ซึ่งมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออันทรงพลัง ทาง DinMann ได้ทำการตัดโครงสร้างหลังคาตั้งแต่เสา B-Pillar ไปจนถึงด้านท้าย และสร้างกระบะท้ายขึ้นมาใหม่ด้วยการออกแบบแผงกั้นห้องโดยสาร โครงสร้างตัวถังด้านหลัง และพื้นปูกระบะที่ใช้วัสดุโลหะผสมผสานกับคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้เส้นสายของรถยังคงความสปอร์ตดุดัน แต่แฝงไปด้วยความอเนกประสงค์แบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

ขุมพลัง S58 อัปเกรดเทอร์โบ ทะลุขีดจำกัดความแรง
แม้ภายนอกจะเป็น รถกระบะ แต่เครื่องยนต์บล็อก S58 ขนาด 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ไม่ได้ถูกปล่อยไว้เดิมๆ ทาง DinMann ได้ทำการอัปเกรดขุมพลังใหม่เพื่อเรียกพละกำลังให้สมกับความบ้าคลั่งของตัวรถ โดยมีรายการของแต่งระดับไฮเอนด์ที่สายซิ่งต้องอิจฉา
-
ท่อไอดีคาร์บอน Wagner Tuning (Carbon Fiber Intake Manifold): นี่คือแรร์ไอเทมชิ้นสำคัญและถือเป็นความภูมิใจของรถคันนี้ ท่อไอดีคาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นแรกที่ถูกผลิตและนำมาติดตั้งจริงในรถยนต์ และที่สำคัญคือในปัจจุบันมันเป็นชิ้นส่วนที่ถูกประกาศเลิกผลิต (Discontinued) ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ M4 Ute คันนี้เป็นเพียงรถคันเดียวในโลกที่ได้รับการยืนยันว่ามีท่อไอดีรุ่นนี้ติดตั้งอยู่และวิ่งใช้งานได้จริง
-
เทอร์โบอัปเกรด Pure Turbos รุ่น Pure 800: เพื่อทลายขีดจำกัดของระบบอัดอากาศ ทางสำนักได้ยกเทอร์โบเดิมออกและแทนที่ด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ประสิทธิภาพสูงจากแบรนด์ Pure Turbos รุ่น Pure 800 ซึ่งออกแบบมาให้สามารถปั่นอากาศปริมาณมหาศาลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
-
การปรับจูนซอฟต์แวร์ Bootmod3 DME Unlock & Custom E85 Tune: พาร์ทฮาร์ดแวร์ที่ยอดเยี่ยมต้องมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ที่สมบูรณ์แบบ กล่องควบคุมเครื่องยนต์ (ECU/DME) ถูกนำไปปลดล็อกรหัสความปลอดภัย และทำการปรับจูนเขียนแมปปิ้งใหม่ด้วยแพลตฟอร์ม Bootmod3 โดยตั้งค่าให้สามารถรองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง E85 (Custom E85 Tune) ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
-
ระบบไอเสีย GTHaus Full Exhaust System: เปลี่ยนระบบระบายไอเสียใหม่ทั้งเส้นด้วยผลิตภัณฑ์จาก GTHaus ซึ่งช่วยลดแรงดันย้อนกลับ (Backpressure) และมอบสุ้มเสียงที่เกรี้ยวกราด ดุดัน ลั่นถนนในทุกครั้งที่กระแทกคันเร่ง
จากการอัปเกรดเทอร์โบเป็น Pure 800 ผสานกับการจูนกล่อง Bootmod3 ให้รองรับน้ำมัน E85 อย่างเต็มระบบ ทำให้คาดการณ์ได้ว่าพละกำลังสูงสุดของรถคันนี้จะพุ่งทะยานทะลุระดับ 800 ถึง 900 แรงม้า (Horsepower) ได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดจากสเปกเดิมโรงงานที่ให้มาเพียง 503 แรงม้าไปอย่างมหาศาล และด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ยิ่งทำให้การถ่ายทอดแรงม้าเกือบพันตัวลงสู่พื้นถนนทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ปัญหาอาการล้อหมุนฟรีทิ้ง
![]() |
![]() |
![]() |
สวรรค์ของคนรักคาร์บอนไฟเบอร์ (DinMann In-House)
เนื่องจาก DinMann เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ BMW M4 คันนี้จึงเปรียบเสมือนแคตตาล็อกเคลื่อนที่ ที่จัดเต็มพาร์ทคาร์บอนรอบคัน ทั้งภายนอก ภายใน และห้องเครื่อง โดยทุกชิ้นถูกออกแบบและผลิตขึ้นเองแบบ In-House ทั้งหมด
-
ชิ้นส่วนภายนอก (Exterior/Aero): เสริมความดุดันด้วยลิ้นหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ สเกิร์ตข้าง ดิฟฟิวเซอร์หลังออกแบบพิเศษสำหรับรุ่นกระบะ กระจังหน้า และบังโคลนหน้า
-
ชิ้นส่วนภายใน (Interior): เปลี่ยนบรรยากาศห้องโดยสารด้วยพวงมาลัยคาร์บอนคัสตอม แผงคอพวงมาลัย ชุดตกแต่งคอนโซลภายใน แผงปิดเบาะหลังที่ถูกดัดแปลงใหม่ให้เข้ารูป และสเต็ปข้างบันไดประตู
-
ห้องเครื่อง (Engine Bay): เปิดฝากระโปรงมาจะพบกับศิลปะจากคาร์บอนไฟเบอร์ ทั้งฝาครอบเครื่องยนต์ ฝาครอบรางน้ำฝน (Cowl Cover) ฝาครอบไฟหน้า ฝาครอบกล่อง DME และชุดฝาปิดของเหลวคาร์บอนเต็มระบบ
ส่วนล้ออัลลอย ยังคงเลือกใช้งานล้อ BMW OEM รหัส 863M ซึ่งเข้ากับมิติของตัวรถและรองรับระบบขับเคลื่อน xDrive ได้อย่างลงตัว
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
วิเคราะห์ราคา 145,000 ดอลลาร์ และเทียบอัตราเงินบาทไทย
หลังจากตระเวนโชว์ตัวในงานอีเวนต์ระดับโลกและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ล่าสุด รถกระบะ BMW M4 คันนี้ ได้ถูกประกาศขายอย่างเป็นทางการผ่านช่องทาง Instagram @dinmanncf โดยตั้งราคาเสนอขายไว้ที่ 145,000 ดอลลาร์สหรัฐ (OBO – Or Best Offer) ตัวรถมีเลขไมล์การใช้งานอยู่ที่ 7,500 ไมล์ (ประมาณ 12,000 กิโลเมตร)
หากนำราคาดังกล่าวมาเทียบเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยในปัจจุบัน จะตกอยู่ที่ประมาณ 5,360,000 บาท (คำนวณที่เรตประมาณ 37 บาทต่อดอลลาร์)
เมื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่า หากซื้อ BMW M4 Competition ป้ายแดงในสหรัฐอเมริกา ราคาเริ่มต้นจะอยู่ราวๆ 80,000 – 90,000 ดอลลาร์ เมื่อนำมาบวกกับค่าของแต่งเครื่องยนต์ระดับไฮเอนด์ ค่าชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผลิตขึ้นพิเศษทั้งคัน และที่สำคัญคือ “ค่าแรงและวิศวกรรมในการหั่นตัวถังดัดแปลงเป็นรถกระบะ” มูลค่า 145,000 ดอลลาร์ ถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับรถยนต์ที่เป็นสเปกคันเดียวในโลก
หากนำเข้ามาในประเทศไทยราคาจะเท่าไหร่? สำหรับผู้ที่สนใจในประเทศไทย ต้องทำความเข้าใจเรื่องโครงสร้างภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป (CBU) หากมีการนำเข้ารถยนต์ที่มีการดัดแปลงและมีสมรรถนะสูงระดับนี้เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มูลค่ารวมเมื่อบวกภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย และ VAT ราคาเบ็ดเสร็จของ กระบะ M4 Maloo คันนี้อาจพุ่งทะยานไปแตะระดับ 14,000,000 บาท ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสูงกว่าราคาจำหน่ายของ BMW M4 Competition รุ่นปกติที่ขายในไทย (ประมาณ 8.5 ล้านบาท) ไปไกลมาก
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครบนท้องถนน สามารถติดต่อเพื่อเจรจาต่อรองราคาและสอบถามรายละเอียดการซื้อขายได้โดยตรงที่ช่องทาง Instagram @dinmanncf
หากไม่อยากพลาดทุกการทดสอบสุดโหด รีวิวเจาะลึก และการอัปเดตข้อมูลยานยนต์ใหม่ๆ อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ระดับพรีเมียมที่ต้องอัปเดตก่อนใคร สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com










