SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Honda Forza350 สีใหม่ คาดเปิดไทย SP Edition

Honda Forza350 ที่ในประเทศมาเลเซียใช้ในรหัสรุ่น NSS250 เปิดตัวสีใหม่อย่างเป็นทางการ มาในโทนสีดำสลับแดง เพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถมากขึ้น

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
สเปค Suzuki V-strom 800 DE เท่ แรง ดุดัน

สเปค Suzuki V-strom 800 DE เท่ แรง ดุดัน Suzuki V-Strom 800 DE ทัวริ่งแอดเวนเจอร์ไซส์กลางพิกัด 800 ซีซี ที่ปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ทั้งดีไซน์ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบ ที่ตอบสนองผู้ขับขี่ ให้สามารถลุยได้ทั้าฝุ่นและทางเรียบ ราคาแนะนำ 479,000  บาท ​ การ์ดแฮนด์ติดมาให้จากโรงงาน ไฟหน้า 2 ระดับ ชิลด์หน้าปรับได้ 3 ระดับ หน้าจอสี TFT 5 นิ้ว คันเร่งไฟฟ้า ช่องเสียบ USB เครื่องยนต์ Parallel Twin อกล่างและการ์ดหม้อน้ำติดมาจากโรงงาน ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 260 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว และล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin และล้อซี่ลวดขนาด 21 นิ้ว แร็คท้ายขนาดใหญ่ ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ ล้ำสมัย สเปค Suzuki V-strom 800 DE ราคา และข้อมูล เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 776 ซีซี แรงม้า (เคลม) 84.3 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 84.0 x  70.0 มม. อัตราส่วนการอัด 12.8 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่น ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 90/90 ล้อซี่ลวด 21 นิ้ว แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/70 ล้อซี่ลวด 17 นิ้ว แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa ระยะยุบ 220มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโมโนโช้ค พร้อมรีโมท ระยะยุบ 220 มม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 260 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 975 x 2,345 x 1,310 มม. ระยะฐานล้อ 1,570 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 220 มม. ความสูงเบาะ 855 มม. น้ำหนักรถ 230 กก. ความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ช่องเสียบ USB  ระบบแทร็คชั่นคอนโทรล Riding Mode  ระบบ Cornering ABS แบบเปิดปิดได้ ระบบช่วยสตาร์ทรถ

Giorno+-2023-สเปก-ราคา

Honda Giorno+ 2023 สกู๊ตเตอร์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกคันใหม่ล่าสุดของค่ายปีกนก โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ eSP+ และดีไซน์แบบอิตาเลียนสไตล์ รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 61,900  บาท รุ่น ABS ราคาแนะนำที่ 66,900 บาท รุ่น Bianco Pearl Edition ราคาแนะนำที่ 72,900 บาท รุ่น Ruby Russo Edition ราคาแนะนำที่ 75,900 บาท และ รุ่น Glamorous Nero Edition ราคาแนะนำที่ 78,900 บาท หน้าจอ LCD ดิจิทัล แสดงผลข้อมูลครบถ้วน สวิตช์คอนโทรลที่ใช้งานร่วมกับสมาร์ทคีย์ ใช้งานง่ายสะดวก ทั้งเปิดบน เปิดฝาถัง ล็อครถ ช่องเติมน้ำมันด้านหน้า สะดวกไม่ต้องเปิดเบาะ U-Box ขนาดใหญ่ถึง 30 ลิตร ช่องเก็บของด้านหน้าผมช่องจ่ายไฟ USB Honda Giorno+ 2023 สเปก ราคา และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ eSP+ สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 124.77 ซีซี แรงม้า (เคลม) 10.73 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 53.5 X 55.5 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11.5:1 ระบบเกียร์ CVT ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์อัตโนมัติ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 100/90-12 59J แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 110/90-12 64J แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง ยูนิตสวิง เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. เบรกหลัง ดรัมเบรก ยาว X กว้าง X สูง 1,902 X 681 X 1,144 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,312 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 155 ม.ม. ความสูงเบาะ 780 ม.ม. น้ำหนักรถ 118 ก.ก. 120 ก.ก. (ABS) ความจุถังน้ำมัน 5.4 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95, E20 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS เฉพาะรุ่น ระบบไฟ LED เต็มระบบ ระบบสมาร์ทคีย์ ช่องจ่ายไฟแบบ USB Type A เรือนไมล์ดิจิทัล LCD   รุ่นสแตนดาร์ด   รุ่น ABS   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WR155 R กับทริป 2 วัน ลุย 2 ผาที่โคราช

WR155 R กับทริป 2 วัน ลุย 2 ผาที่โคราช ไทยยามาฮ่า จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พาสื่อมวลชนร่วมสัมผัสประสบการณ์ทางฝุ่น ใน WR155 Your Challenge ฝ่าลุยเส้นทางเอ็นดูโร่ที่ยอดผา UFO และผายายเที่ยง อ.สี่คิ้ว จ.นครราชสีมา กับโมเดลสายลุยยอดฮิตอย่าง  WR155R พร้อมเรียนรู้ทักษะการขับขี่พื้นฐานสำหรับมือใหม่ ซึ่งในครั้งนี้ Superbike Thailand ก็ได้รับโอกาสดี ๆ มาร่วมกิจกรรมสุดพิเศษไปพร้อมกับการเรียนรู้ และขับขี่เจ้า WR155R กับเส้นทางสุดแสนหฤโหด แล้วจะเป็นอย่างไร สนุกแค่ไหน ไปดูกัน สำหรับทริปสุดพิเศษครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบขับขี่แนวผจญภัย หรือไบค์เกอร์มือใหม่ที่สนใจขับขี่รถแนวเอ็นดูโร่ ได้เปิดประสบการณ์เรียนรู้การขับขี่รถวิบากที่ถูกต้อง ทั้งท่าขับขี่ในเส้นทางสมบุกสมบัน ทั้งการคอนโทรลตัวรถ การเลี้ยวในโค้ง การเบรก การรักษาบาลานซ์ตัวรถในระหว่างขับขี่ ซึ่งผู้ขับขี่มือใหม่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ รวมไปถึงแสดงศักยภาพเจ้า WR155R ในเส้นทางสายลุยแบบเต็มพิกัด  โดยเจ้าโมเดล WR155R เป็นรถที่ออกแบบมาให้สามารถลุยได้ ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่เป็นพื้นฐานเดียวกันกับ MT-15 กับสูบเดียว 4 วาล์ว ขนาด 155 ซีซี มาพร้อมระบบวาล์วแปรผันหรือ VVA ที่ปรับจูนใหม่ให้ทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิม ตอบสนองอัตราเร่งดีเยี่ยม พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ นอกจากนี้ ยังประหยัดน้ำมันด้วยระบบจ่ายแบบหัวฉีด เคลมการใช้งานที่ 100 กม./ 3 ลิตร หรือเฉลี่ยระยะทาง 33 กม.ต่อ 1 ลิตร พร้อมด้วยถังน้ำมันขนาด 8.1 ลิตร และเสริมด้วยระบบขับเคลื่อนแบบเกียร์ 6 สปีด  และที่สำคัญสำหรับทริปนี้ที่ขาดไม่ได้เลย คือช่วงล่างที่สำคัญของเจ้าดับเบิลยูอาร์ 155 อาร์ กับระบบซับแรงกระแทก ด้วยโช้คหน้าจาก KYB ขนาด 41 มม. และโช้คเดี่ยวด้านหลัง ทำงานร่วมกับกระเดื่องซับแรง แถมปรับพรีโหลดได้ถึง 5 ระดับ พร้อมระบบเบรกกับดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหน้าขาด 240 มม. และด้านหลังดิสก์เบรกขนาด 230 มม. และล้อซี่ลวดหน้า-หลังขนาด 17 นิ้ว เสริมด้วยยางหนามที่ติดมาจากโรงงานให้อีกด้วย สำหรับภารกิจในวันแรก เป็นการขับขี่ทางลุยเพื่อพิชิตยอดผา UFO ซึ่งผู้ที่เคยผ่านเส้นทางนี้ก็คงคุ้นเคยกันดีว่า ทางนั้นสุดแสนหฤโหด เต็มไปด้วยทางลูกรังตลอดเส้นทาง แต่นั้นก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเจ้าดับเบิลยูอาร์ 155 อาร์ รุ่นนี้อย่างแน่นอน ซึ่งจากเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ต่อด้วยการสอนทริค เทคนิคเกี่ยวกับการขับขี่ทางฝุ่น โดยอาจารย์เขมรัฐ สุธรรมวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านการขับขี่รถแนวเอ็นดูโร่คนหนึ่งในวงการที่จะมาร่วมให้คำแนะนำประสบการณ์การขับขี่ ก่อนที่จะไปลุยความมันส์ในกิจกรรมครั้งนี้ โดยหลังจากบรีฟเส้นทางขับขี่กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ทำการจัดแบ่งกลุ่มขับขี่ เป็นกลุ่มละ 2 คน ควบเจ้า WR155R ฝ่าดงหิน วิ่งทางทราย ทลายพิชิตผา UFO ซึ่งในการขับขี่ระหว่างทางขอบอกเลยว่า ไม่ว่าเส้นทางจะชันขนาดไหน เจ้าดับเบิลยูอาร์ 155อาร์ รุ่นนี้เอาอยู่ ด้วยสมรรถนะที่เชื่อได้เลยว่าไม่เป็นรองใคร ตอบโจทย์สำหรับสายบิดในทุกย่านความเร็วอย่างแน่นอน ต่อด้วยระบบช่วงล่างของตัวรถนั้น ให้ฟีลลิ่งถึงความหนุ่มหนึบ พร้อมลุย แถมยังคงความเท่ในสไตล์เอ็นดูโร่ด้วย ล้อซี่ลวดและยางหนามที่ติดมาจากโรงงานให้อีกด้วย รวมถึงมิติตัวรถมีขนาดไม่กว้างจนเกินไป แถมหนักตัวรถที่เคลมมาให้เพียง 134 กก. ซึ่งถือว่าค่อนข้างเบาและดูเพรียว จึงทำให้การคอนโทรลตัวรถ เข็นรถหรือยกรถก็สามารถทำได้ง่าย แถมไม่หนัก จึงทำให้ WR155R เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เหมาะสมสำหรับสายลุยในคลาสเบื้องต้น เอาหล่ะไปดูบรรยากาศการขับขี่กันได้กว่าว่าจะสนุกแค่ไหน แต่ยังไม่หมดแค่นั้นนะ ความเร้าใจยังมีต่อ!! กับภารกิจวันที่สอง ที่ต้องนำเจ้า WR155R สุดเท่คันนี้ ฝ่าลุยพิชิตยอดเขายายเที่ยง ซึ่งเส้นทางนั้นสมบุกสมบันไม่แพ้กับผา UFO เลยไม่แต่น้อย แถมในระหว่างทาง เกิดขับขี่เสียหลัก ล้มลงไปแต่ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สนุกของนักผจญภัยเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เดี๋ยวรอชมได้เลย สรุป จบกิจกรรมไปแล้วกับ ทริป แอนด์ ทริค กิจกรรมเสริมทักษะการขับขี่รถเอ็นดูโร่ พร้อมกับการนำเจ้า ดับเบิลยูอาร์ 155 อาร์ สายลุยสุดเท่ มาลุยสมรรถนะทางฝุ่น พิชิตทั้งเขา UFO และเขายายเที่ยงเป็นที่เรียบร้อย ก็บอกเลยนะครับ ทั้งรูปลักษณ์และลวดลายตัวรถที่ดูหล่อ เท่แบบสายลุย สมรรถนะเครื่องยนต์พิกัด 155 ซีซี วาล์วแปรผัน VVA ตอบสนองการบิดเร่งได้อย่างสนุกแถมประหยัดน้ำมันจุดนี้การันตีโดยทริปวันแรกวิ่งไปถึง 74 กม.

สเปค Lambretta G350 สกู๊ตเตอร์เรโทรคลาสสิก จากอิตาลี

สเปค Lambretta G350 สกู๊ตเตอร์เรโทรคลาสสิก จากอิตาลี Lambretta G350 สกู๊ตเตอร์เรโทร สุดคลาสสิกจากประเทศอิตาลี มาพร้อมดีไซน์สุดพิเศษเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับพิกัดเครื่องยนต์ขนาด 300 ซีซี และฟังก์ชันที่ตอบสนองการขับขี่ในเมือง ให้ฟีลลิ่งสนุกไปกับทุกไลฟ์สไตล์ ราคาแนะนำ 215,000 บาท  ​ หน้าจอสี TFT ระบบไฟ Full LED รอบคัน ช่องเสียบ USB กุญแจ พร้อมรีโมท เบาะชิ้นเดียว 2 ระดับ ดีไซน์ใหม่ ชุดกันสะเทือนแบบ Double Arm-Link แผ่นรองที่พักเท้า ประทับโลโก้ ช่องเก็บของใต้เบาะ สเปค Lambretta G350 ราคา สกู๊ตเตอร์เรโทร คลาสสิก จากแดนอิตาลี เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 330.1 ซีซี แรงม้า (เคลม) 25.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 24.5 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโต้ ระบบจุดระเบิด Electronic Injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัทช์ แบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 120/70 ล้อ 12 นิ้ว แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70 ล้อ 12 นิ้ว แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า Double Arm-Link ปรับพรีโหลดได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก ขนาด 240 ม.ม (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรก ขนาด 240 ม.ม (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 770 x 1,956 x 1,129 มม. ระยะฐานล้อ 1,400 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 183 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 9.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT  ระบบไฟ Full LED รอบคัน ระบบเบรก ABS ช่องเสียบ USB 2 จุด สีสันที่มีจำหน่าย สี FRESCO RED (สีแดง/เบาะแดง) สี LUSTRO WHITE (สีขาว/เบาะส้ม) สี SCURO BLACK (สีดำ/เบาะส้ม) [car_installment_calculator] อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค Fazzio Hybrid 2023 สกู๊ตเตอร์ของคนเจ็นใหม่ ในราคาสุดชิค

สเปค Fazzio Hybrid 2023 สกู๊ตเตอร์ของคนเจ็นใหม่ ในราคาสุดชิค Yamaha Fazzio Hybrid 2023 สกู๊ตเตอร์สายไอคอนิก ดีไซน์เทรนดี้ มาพร้อมลูกเล่นครบครัน แต่งได้หลายแนว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง รุ่น Smart Key ราคาแนะนำ 55,500 บาท รุ่น Standard ราคาแนะนำ 53,800 บาท  ​ กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น Smart Key) หน้าจอดิจิทัล LCD ไฟหน้าทรงแคปซูล LED กล่องใต้เบาะขนาด 17.8 ลิตร ช่องเสียบ USB Type A ที่แขวนของอเนกประสงค์ สเปค Fazzio Hybrid 2023 ราคา สกู๊ตเตอร์สายชิค มาพร้อม 6 สีใหม่ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 125 ซีซี แรงม้า (เคลม) 8.31 แรงม้าที่ 6,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 10.6 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 52.4 x 57.9 มม. อัตราส่วนการอัด 11.0 : 1 ระบบเกียร์ ออโต้ ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัทช์ แบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/70-12 47L แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 110/70-12 47L แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง ยูนิตสวิง เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 1,820 X 685 X 1,125 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,280 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 135 ม.ม. ความสูงเบาะ 750 ม.ม. น้ำหนักรถ 95 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 5.1 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบไฟ LED  ระบบไฮบริด ระบบสมาร์ทคีย์ (เฉพาะรุ่น) ระบบกระจายแรงเบรก ระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Start Stop System สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Smart Key ราคาแนะนำ 55,500 บาท​ สีเทา-แดง (Lava Gray) สีน้ำตาล-เหลือง (Sugar Brown) สีดำ-ฟ้า (Iced Black) รุ่น Stardard ราคาแนะนำ 53,800 บาท สีเทา (Gummy Gray) สีชมพู (Milky Pink) สีฟ้า (Candy Blue) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fazzio Hybrid 2023 สกู๊ตเตอร์วัย Fazz..ฟาดทุกสไตล์

Fazzio Hybrid 2023 สกู๊ตเตอร์วัย Fazz..ฟาดทุกสไตล์ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติก ด้วย “NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID” วัย FAZZ…ฟาดทุกสไตล์ NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ออโตเมติกแฟชั่นดีไซน์เทรนดี้ ฟาดทุกสี พร้อมลูกเล่นครบรอบคัน แต่งได้หลายแนว ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ขับขี่ง่าย คล่องตัวสุดๆ Fazzio Hybrid 2023 มาพร้อมประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด 125 ซีซี และมั่นใจในการรับประกันถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร นี่แหล่ะ คู่หูสุดเฟี้ยวของคนรุ่นใหม่! ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริดใหม่ ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างสนุกด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 125 ซีซี ผสานระบบส่งกำลังแบบไฮบริด ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ช่วยลดมลภาวะ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยส่งกำลังขณะออกตัวและให้ความมั่นใจด้วยระบบเบรก UBS กระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ช่วยลดระยะเบรกให้สั้นลง ให้ความปลอดภัยยิ่งขึ้น ไฟหน้าด๊ไซน์แคปซูล ไฟท้ายทรงเก๋ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ ยังคงมาพร้อมการดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ทันสมัย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วย DESIGN NEW STYLE ไฟหน้า-ไฟท้าย ดีไซน์แคปซูล รูปทรงเก๋ ทันสมัย สว่างชัดเจน ทุกมุมมอง ที่สอดรับกับ LCD DIGITAL METER มิเตอร์แบบดิจิทัล ดีไซน์แคปซูล บอกครบทุกฟังก์ชัน ความเร็ว นาฬิกา อัตราการประหยัดน้ำมัน หน้าจอดิจิทัล  LCD ดีไซน์แคปซูล Smart key System (เฉพาะรุ่น Smart key Ver.) ช่องเสียบ USB Type A กล่องใต้เบาะขนาด 17.8 ลิตร ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ ครบครันด้วยฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางด้วย SMART KEY SYSTEM ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ…ทั้งสะดวก และสมาร์ท เปิด-ปิด สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ ปลดล็อกคอ ปลดล็อกเบาะได้ง่าย พร้อมสัญญาณ ANSWER BACK (เฉพาะรุ่น Smart key Ver.), MOBILE CHARGING SOCKET ช่องต่อไฟชาร์จแบตเตอรี่มือถือ สะดวกทุกที่ พร้อมฝาปิดและช่องใส่ของด้านหน้า, F-BOX 17.8 L กล่องเก็บของใต้เบาะใหญ่ เก็บของได้สบาย, DOUBLE HOOK CARABINER ฮุคสำหรับแขวนของ 2 จุด เพิ่มความสะดวก พร้อมพื้นที่วางเท้าด้านหน้ากว้างพิเศษ, ACCESSORIES PORT พอร์ตติดตั้งอุปกรณ์เสริม เท่ได้สไตล์ตัวเอง ตกแต่งกราฟิกเพิ่มเติม หรือเสริมตะแกรงข้างเพื่อการใช้งาน ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์อีกด้วย รุ่น Smart Key สีเทา-แดง (Lava Gray) รุ่น Smart Key สีน้ำตาล-เหลือง (Sugar Brown) รุ่น Smart Key สีดำ-ฟ้า (Iced Black) สำหรับ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ มีให้วัย FAZZ เลือกตามการใช้งานด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ รุ่น Smart key Ver. ที่มาพร้อมกัน 3 สี คือ สีเทา–แดง (Lava Gray), สีน้ำตาล–เหลือง (Sugar Brown) และสีดำ–ฟ้า (Iced Black) โดยจำหน่ายในราคาแนะนำ 55,000 บาท รุ่น Standard สีเทา (Gummy

CT125 2023 รีวิว 7 จุดเด่น ทางเลือกของคนเมืองกรุง

CT125 2023 รีวิว 7 จุดเด่น ทางเลือกของคนเมืองกรุง พบปะผู้ชมและแฟน ๆ ซูเปอร์ไบค์กันอีกเช่นเคย ในครั้งนี้ พวกเรา SuperBike Thailand ก็ได้มีโอกาสนำโมเดลเทรลไบค์สายลุยจากค่ายปีกนกอย่าง CT125 2023 สลัดคราบจากรถลุยป่า เอามาขี่ใช้งานในเมือง โดยเส้นทางการทดสอบขับขี่ในครั้งนี้ ขับขี่ผ่านถนนเส้นศรีนครินทร์ – พระราม9 – ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ โดยเน้นเส้นทางการใช้งานในเมืองเป็นหลัก และอุปสรรคในครั้งนี้ นอกจากการจราจรที่ค่อนข้างแน่นพอสมควรแล้ว ยังมีฝนโปรยปรายตกลงมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่มีส่งผลต่อการทอสอบขับขี่ในครั้งนี้ซักเท่าไหร่ เพราะรถมันสายลุยอยู่แล้วใช่ไหมหล่ะ (ฮ่าๆ) เอาหล่ะ หลังจากที่ได้ขับขี่ไปแล้วก็ได้พบกับ 7 จุดเด่น ที่น่าสนใจ เดี๋ยวไปดูกันว่า เจ้าโมเดลรุ่นนี้จะมีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง ดีไซน์เอกลักษณ์ ตามฉบับ CT125 ไฟหน้าทรงกลม ท่ออลูยกสูงตามสไตล์สายลุย แฮนด์บาร์ยกสูง คอนโทรลง่าย แร็คท้ายพร้อมกล่องติดมาจากโรงงาน 1.ดีไซน์โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ด้วยตัวรถออกแบบมามีความเป็นโมเดิร์นคลาสสิก ดูหล่อ เท่ มีสไตล์ แถมสามารถคอลแลปส์กับสไตล์แฟชันได้อย่างลงตัว โดยรูปลักษณ์ที่ดูโดดเด่นของเจ้าโมเดลรุ่นนี้ เราอาจสังเกตได้ง่าย ๆ จากไฟหน้าทรงกลม แฮนด์ยกสูง แฟริ่ง ท่อไอเสียและแร็คท้ายที่ติดมาให้จากโรงงาน แถมมีอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น เรือนไมล์ดิจิทัลทรงกลม ตัวเบาะชิ้นเดียวสีดำขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังติดแครชบาร์กันล้ม และกล่องใส่ของขนาดใหญ่บริเวณแร็คท้าย ไว้ใส่สัมภาระอุปกรณ์ต่าง ๆ ขี่ไปทำงานหรือใช้ขี่ออกทริปในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อีกด้วย และแน่นอนว่าตัวรถมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว ยังสามารถทำต่อได้ ด้วยอุปกรณ์เสริมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น H2C หรืองานคัสตอมจากสำนักแต่งต่าง ๆ ก็สามารถทำออกมาได้ทุกแนว หน้าจอ LCD ทรงกลม แครชบาร์กันชน 2.แข็งแกร่ง ทนทาน ด้วยวัสดุตัวรถ ทั้งแชสซี แฟริ่ง ตัวถังที่แข็งแรง และแครชบาร์กันล้มที่ติดมาให้ เพื่อลุยทางสมบุกสมบันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งถ้ามองรวม ๆ จากภายนอกอาจจะดูเหมือนเป็นรถโครงเหล็กทั้งคันเลยก็ว่าได้ จึงถือว่าเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งข้อสำหรับโมเดลคันนี้ในด้านของความแข็งแรง และทนทานต่อการใช้งานอีกด้วย   ขี่สบาย คล่องตัว 3.คล่องตัว ทุกเส้นทาง ด้วยมิติตัวรถ ที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก แถมมีน้ำหนักเพียง 118 กก.เท่านั้น และตัวแฮนด์ออกแบบยกสูงทำให้คอนโทรลตัวรถได้ง่าย แถมยังนั่งขับขี่สบาย จึงทำให้โมเดลรุ่นนี้เป็นรถที่มีความคล่องตัว ตอบโจทย์การขับขี่ใช้งานในเมือง ในช่วงรถติดหรือขี่ในซอยแคบ ๆ ทำได้แน่นอน อีกทั้งคนที่ส่วนสูงช่วง 160 ซม. หรือสาว ๆ ไซส์มินิ ที่อยากจะลองขับขี่เทรลไบค์สุดเท่คันนี้ บอกเลยว่าหายห่วง ขี่ง่าย นั่งสบายอย่างแน่นอน  เครื่องยนต์ 4 จังหวะ พร้อมหัวฉีด PGM-Fi การันตีประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125 ซีซี ถังน้ำมันขนาด 5.4 ลิตร 4.ประหยัดน้ำมันขั้นสุด กับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ มาพร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-Fi และเทคโนโลยี Piston Oil Jet หรือระบบหัวฉีดน้ำมันเครื่องใต้ลูกสูบ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 5.4 ลิตร เคลมการใช้งานถึง 360 กม.เลยทีเดียว แถมสามารถเติม E20 ได้อีกด้วย ดังนั้นเจ้า CT125 จึงเป็นโมเดลอีกหนึ่งรุ่นที่ประหยัดน้ำมันและทนทานต่อการใช้งาน 5.ขี่ง่าย ไม่ต้องกำคลัตช์ ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คน ที่ยังไม่เคยลองขับขี่รุ่นนี้ เข้าใจผิดว่ามีคลัตช์ เพราะฉะนั้น ลืมความคิดแบบนั้นไปได้เลยครับ โดยโมเดลรุ่นนี้ใช้ระบบเกียร์วน 4 สปีด ซึ่งใช้งานเหมือนกันกับเจ้า Honda Wave นั่นเอง บอกเลยว่าใช้งานง่าย มือใหม่ก็สามารถใช้งานได้ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองอีกด้วย พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ปั๊มเบรกหลัง ดิสก์เบรกหน้า พร้อมระบบเบรก ABS ล้อซี่ลวด และยางแบบ Dual Purpose โช้คหลังสปริงคู่ 6.พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ด้วยระบบช่วงล่างเต็มระบบ ซึ่งถือว่าเป็นพ้อยท์เด่นหลัก ๆ ของโมเดลรุ่นนี้อีกหนึ่งจุด กับระบบกันสะเทือนด้วยโช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คสปริงคู่ด้านหลังทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ที่ให้ระยะยุบค่อนข้างมากเลยทีเดียว มาพร้อมระบบเบรกกับดิสก์เบรกหน้า-หลัง

2023 Super Meteor 650 ครูเซอร์ไบค์ไซส์กลางสุดเท่ ราคาเริ่ม 2.69 แสน

2023 Super Meteor 650 ครูเซอร์ไบค์ไซส์กลางสุดเท่ ราคาเริ่ม 2.69 แสน หลังจากเปิดตัวออกมาและเป็นกระแสมาได้ซักพักหนึ่งแล้ว สำหรับ 2023 Super Meteor 650 ครูเซอร์ไบค์ไซส์กลางสุดคลาสสิก โดยล่าสุดทางค่ายมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานสัญชาติอินเดียอย่าง รอยัล เอ็นฟิลด์ เล็งเห็นถึงศักยภาพตลาดรถ 2 ล้อในประเทศไทยที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่ริรอช้า จัดโมเดลสุดเท่ เสิร์ฟลัดฟ้า ข้ามทะเลเข้ามาเปิดขายและจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย  เชื่อว่าหลายคนคงอยากทราบราคากันแล้วใช่ไหมหล่ะครับ แต่แอดมินขอรบกวนเวลาซักครู่ พาย้อนดูรายละเอียดของเจ้า Super Meteor 650 เรียกน้ำย่อยกันซักนิด สำหรับรูปลักษณ์ตัวรถถูกออกแบบมาให้โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ด้วยไฟทรงกลม ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ เสื้อสูบและท่ออลูมิเนียม ที่ให้กลิ่นอายแห่งความย้อนยุคเหมือนครูเซอร์ไบค์ในยุคก่อน ๆ แต่ยังเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีพร้อมตอบสนองประสบการณ์การขับขี่ของเหล่าไบค์เกอร์อีกด้วย  โดยรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับความพิเศษ ด้วยกระบวนการผลิตและออกแบบตัวรถใหม่ทั้งหมด ทั้งการหล่อและกดขึ้นรูป รวมถึงแชสซีของตัวรถมีการยึดหัวกระบอกสูบใหม่ เฟรมและสวิงอาร์มถูกออกแบบใหม่ ให้อยู่จุดศูนย์ถ่วงต่ำเพื่อตอบสนองการขับขี่ที่มั่นคงและคล่องตัว  ยังรวมไปถึง ตำแหน่งเบาะนั่งที่มีช่วงสะโพกที่กว้างและเอวที่แคบ มีระยะการวางเท้ายื่นไปข้างหน้าได้อย่างเต็มที่ ตำแหน่งแฮนด์บาร์ยกสูงเล็กน้อยและกว้างขึ้น ถังน้ำมันขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มระยะในการขับขี่ทางไกล ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ ทำจะช่วยให้ท่านั่งการขับขี่ดูสมูทและมีสไตล์ของความเป็นคลาสสิกไบค์เกอร์อีกด้วย ในด้านขุมพลังเป็นแบบ 2 สูบ ขนาด 648 ซีซี ให้พละกำลัง 46.4 แรงม้าที่ 7,250 รอบและให้แรงบิดสูงสุด 52.3 นิวตันเมตรที่ 5,650 รอบ พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด ทั้งยังให้ระบบสตาร์ทมือซึ่งอำนวยความสะดวกไม่ต้องสตาร์ทเท้าให้เมื่อยแถมอายคนข้าง ๆ อีกด้วยครับ  สำหรับช่วงล่างที่ระบบกันสะเทือนกับโช้คแบบหัวกลับ มีระยะยุบ 120 มม. และโช้คหลังสปริงคู่ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ มีระยะยุบ 101 มม. ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบจาก BYBRE  และดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหลังขนาด 320 มม. คาลิเปอร์สูบเดียว จาก BYBRE เช่นเดียวกันพร้อมระบบ ABS แบบ Dual Channel มาพร้อมล้อแม็กและยางหน้าขนาด 110/30-19 และล้อหลังขนาด 150/80-16 มาต่อที่เทคโนโลยีที่เข้ามาอำนวยความสะดวกในการขับขี่ของรุ่นนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย หน้าจอเรือนไมล์อนาล็อก ดิจิทัล แจ้งระบบต่างๆ เช่น รอบเครื่องยนต์ ไฟบอกเกียร์ มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง นาฬิกา และมาตรวัดระยะทาง ก้านคลัตช์และเบรกแบบปรับได้ พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธกับ Turn By Turn (TBT) ช่องเสียบ USB อยู่บริเวณใต้แผงคอด้านซ้ายและระบบไฟส่องสว่างจะเป็น LED รอบคัน Super Meteor 650 รุ่น Astral ราคา 269,000 บาท Super Meteor 650 รุ่น Interstellar ราคา 274,000 บาท Super Meteor 650 รุ่น Celestial ราคา 284,000 บาท สำหรับราคาของเจ้า Super Meteor 650 เริ่มต้นที่ 269,000 บาท สำหรับรุ่น Astral ราคา 274,000 บาท สำหรับรุ่น Interstellar และ ราคา 284,000 บาท สำหรับรุ่นท็อปอย่าง Celestial ที่มาพร้อมกับชิลด์หน้าและพนักพิงด้านหลังสำหรับคนซ้อน อีกทั้งโมเดลรุ่นนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมทั้ง เครื่องแต่งกาย เสื้อยืด หมวกกันน็อก กระเป๋าและอื่น ๆ ให้เลือกตกแต่งอีกมากมาย สำหรับผู้สนใจสามารถเลือกชมหรือจับจองเจ้า Super Meteor 650 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

LAMBRETTA V200 GP 2023 เฉดสีใหม่ สปอร์ตเต็มขั้น

LAMBRETTA V200 GP 2023 เฉดสีใหม่ สปอร์ตเต็มขั้น LAMBRETTA (แลมเบรตต้า) สกู๊ตเตอร์พรีเมียมระดับตำนานกว่า 76 ปีจากอิตาลี เปิดตัว รุ่น LAMBRETTA V200 GP 2023 มาพร้อมคอนเซปต์ “ New Shade of GP ” กับเฉดสีใหม่ ใน DNA ตำนานสนามแข่ง GP ด้วย 2 เฉดสีกับสีเขียว Green GP สื่อถึงความท้าทายและความสำเร็จในการแข่งขัน และสีเทา Gray GP สปอร์ตคลาสสิกที่นิยมใช้ในการแข่งขันเช่นเดียวกัน โคมไฟหน้าหกเหลี่ยมทรงโมเดิร์น รูปหยดหมึก Ink Splat จากผลงานของ Nuccio Bertone นักออกแบบชื่อดังชาวอิตาเลียน สัญลักษณ์รูปธนู(ก้างปลา) ด้านข้าง ดีไซน์สี Black Chrome จมูกหมู ดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะของแลมเบรตต้า เบาะหนังสีดำ ตัดเย็บตะเข็บสีแดง ไฟท้ายดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะ ในรูปลักษณ์การดีไซน์ได้มีการหยิบยก DNA ของรถตำนานตลอดกาลอย่าง LAMBRETTA GP/DL มาใส่ทั้ง บังโคลนหน้าแบบ Fix Fender และรูปหยดหมึก Ink Splat จากผลงานของนักออกแบบชื่อดังอย่าง Nuccio Bertone ที่ได้ถ่ายทอดมาสู่เรือนร่างของโฉมใหม่คันนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังเสริมจุดเด่นให้กับรุ่นนี้ ด้วย Side Panel Arrow Flashes หรือสัญลักษณ์รูปธนู ดีไซน์สี Black Chrome ที่ข้างตัวถังทั้ง 2 ข้าง โคมไฟหน้าหกเหลี่ยมทรงโมเดิร์น ไฟท้ายโดยซ่อนโลโก้ LAMBRETTA ไว้ภายใน ตัวเบาะหนังสีดำตัดด้วยด้ายสีแดงและแผ่นกันความร้อนท่อไอเสียแบบใหม่ เพิ่มระดับความเท่ เร้าใจ ให้ฟีลลิ่งใหม่ ในอารมณ์สปอร์ตจาก DNA ตำนานในสนามแข่ง GP ซึ่งบอกได้เลยว่า เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สายสกู๊ตเตอร์คลาสสิกไม่ควรพลาดที่จะมีไว้ครอบครองอย่างแน่นอน  โดยเจ้า V200 GP โฉมใหม่ล่าสุดยังมาพร้อมเครื่องยนต์แบบหัวฉีด EFI สูบเดียวขนาด 168.9 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ อีกทั้งยังผ่านการรับรองมาตรฐานไอเสีย Euro4 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้เกียร์ออโตเมติก CVT ขับเคลื่อนด้วยสายพานและถังน้ำมันขนาด 6.5 ลิตร  โช้คเทเลสโคปิก ดิสก์เบรก ล้อและยาง 110/70-12 ระบบเบรก CBS โช้คสปริงคู่ ดิสก์เบรก ล้อและยาง 120/70-12 ระบบเบรก CBS พร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแบบ เทเลสโคปิก และระบบกันสะเทือนหลังแบบสปริงคู่ เสริมด้วยระบบเบรก กับดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อม Combi Brake System ช่วยกระจายแรงเบรก ล้อขนาด 12 นิ้ว และยาง 110/70 และ 120/70 ตามลำดับ  นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน ทั้งระบบส่องสว่างแบบ Full LED รอบคัน กับดีไซน์เอกลักษณ์ไฟหน้าหกเหลี่ยม พร้อมความโดดเด่นเฉพาะตัวที่ฝังโลโก้ LAMBRETTA เอาไว้ภายในโคมไฟหน้าและไฟท้ายได้อย่างลงตัว เรือนไมล์แบบ Semi LCD Meter ผสมผสานดีไซน์ที่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิก และเพิ่มความสนุกด้วยสีสันของหน้าจอเรือนไมล์ สามารถเลือกปรับสีสันหน้าจอได้เอง ถึง 7 เฉดสี  มาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะขนาดใหญ่ สะดวกสบายทุกการเดินทาง โดยทั้งหมดที่ว่ามานี้ กับรุ่น V200 GP (2023) คอลเลคชั่นล่าสุด เปิดตัวมาในราคาแนะนำขายที่ 109,000 บาท    อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

BMW R 18 Roctane สเปค ราคา ครูเซอร์ลูกผสมสุดเท่

BMW R 18 Roctane สเปค ราคา ครูเซอร์ลูกผสมสุดเท่ BMW R 18 Roctane ครูเซอร์ลูกผสมจากค่ายใบพัดสีฟ้า มาพร้อมขุมพลัง Boxer 2 สูบ ขนาด 1,800 ซีซี ให้อารณ์การขับขี่ที่นิ่มนวล แต่ดุดัน ด้วยเสียงเครื่องและท่อไอเสียปรับสูตรพิเศษเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ รวมถึงฟีเจอร์ช่วยเหลือความปลอดภัย และ อำนวยความสะดวกให้แก่การขับขี่ไว้อย่างครบถ้วน ราคาแนะนำ 1,375,000 บาท ​ เรือนไมล์อนาล็อก ดิจิทัล ระบบไฟ LED เครื่องยนต์ บ็อกเซอร์ 2 สูบ 1800 ซีซี เบาะสีดำ ตัดเย็บตะเข็บและประทับโลโก้สวยงาม ท่อโครเมียม ปรับสูตรพิเศษ กระเป๋าเคสด้านข้าง สำหรับขนสัมภาระใช้เดินทางไกล สเปค BMW R18 Roctane  ราคา และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ บ็อกเซอร์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ปริมาตรกระบอกสูบ 1,802 ซีซี แรงม้า (เคลม) 91 แรงม้าที่ 4,750 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 158 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 107.1 x 100 มม. อัตราส่วนการอัด 9.6 : 1 ระบบเกียร์ ชุดเกียร์ 6 สปีด แบบ claw-shift ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัทช์เดี่ยวแบบแห้ง ระบบส่งกำลังสุดท้าย เพลา ยางหน้า 120/70 ล้อ 21 นิ้ว ยางหลัง 180/55  ล้อ 18 นิ้ว ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง สตรัทสปริง ปรับแข็งอ่อนได้ ทำงานคู่กับสวิงอาร์มคู่แบบเหล็ก เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 300 มม.คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 300 มม. คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 982 x 2,615 x 1,294 มม. ระยะฐานล้อ 1,720 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 720 มม. น้ำหนักรถ 374 กก. (รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 16 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ ออกเทน 95 ขึ้นไป เทคโนโลยี ระบบไฟ LED  เรือนไมล์อนาล็อก ดิจิทัล ระบบเบรก ABS   ระบบครูซคอนโทรล โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Rock, Roll, Rain) กุญแจคีย์เลส ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSC (Hill Start Control) ระบบ Heated Grips ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC (Automatic Stability Control) ระบบเกียร์ถอยหลัง    สีสันที่มีจำหน่าย สีเทา  Mineral grey metallic matt

TIGER 900 ARAGÓN EDITIONS ตัวเต็งสายลุย เปิดตัวแล้ว

TIGER 900 ARAGÓN EDITIONS ตัวเต็งสายลุย เปิดตัวแล้ว เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะจากการแข่งขันระดับโลกอย่าง Baja Aragón ล่าสุด ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดตัว TIGER 900 ARAGÓN EDITIONS กับโมเดล 2 รุ่นพิเศษอย่าง Tiger 900 Rally Aragón และ Tiger 900 GT Aragón ทัวริ่งแอดเวนเจอร์อิดิชันใหม่ในตระกูล Tiger ที่จะเปิดจำหน่ายเฉพาะปี 2023 นี้เท่านั้น ซึ่งทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับการตกแต่งที่ไม่เหมือนใคร เดี๋ยวไปดูแต่ละโมเดลว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง  สำหรับ Tiger 900 Rally Aragón มาพร้อมการตกแต่งด้วย 3 สีหลักที่ประกอบไปด้วย สี Matt Phantom Black สี Matt Graphite และสี Crystal White ตัดด้วยสี Racing Yellow ที่โดดเด่นและสะท้อนให้เห็นถึงสไตล์ตัวรถไทรอัมพ์รุ่น Tiger ผสมผสานกับเอกลักษณ์ของ Aragón Edition ได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับการออกแบบเบาะนั่งใหม่ด้วยคู่สีที่ไม่ซ้ำใคร ในขณะที่รุ่น Tiger 900 GT Aragón มาพร้อมรายละเอียดในสไตล์ของรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์รุ่น Tiger ที่ผสมผสานกับเอกลักษณ์ความเป็น Aragón Edition อย่างดี นอกจากการออกแบบเบาะนั่งสองสีใหม่แล้ว ยังมาพร้อมกับการตกแต่งด้วย 3 สีที่ประกอบด้วย สี Diablo Red สี Matt Phantom Black และสี Crystal White เพื่อสะท้อนความรู้สึกที่โดดเด่นและสง่างาม โดยขุมพลังทั้งสองรุ่น จะเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง ขนาด 888 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว มาพร้อมกับนวัตกรรมเพลาข้อเหวี่ยงแบบ T-Plane เคลมกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 94 แรงม้าที่ 8,750 รอบนาที และแรงบิด 87 นิวตันเมตรที่ 7,250 รอบต่อนาที พร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multipoint sequential และระบบเกียร์ 6 สปีด รวมถึงแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐาน EURO 5 ถึงจะเป็นโมเดลตระกูลเดียวกัน แต่ยังคงแแบ่งความแตกต่างด้วยระบบช่วงล่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเจ้าแรลลี่รุ่นนี้จะได้โช้คอัพจากแบรนด์ Showa ที่ปรับแต่ง เพื่อตอบสนองสมรรถนะสายลุยทางออฟโรดโดยเฉพาะ โดยโช้คหน้าเป็นแบบหัวกลับขนาด 45 มม. มีระยะยุบที่ 240 มม. ส่วนโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยว มีระยะยุบที่ 230 มม. สามารถเซ็ทพรีโหลดได้ทั้งหน้าและหลัง มาพร้อมล้อซี่ลวดด้านหน้าขนาด 21 นิ้ว ยาง 90/90 และด้านหลังขนาด 17 นิ้ว ยาง 150/70  สำหรับเจ้า GT จะได้โช้คจากแบรนด์ Marzocchi โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 45 มม. ระยะยุบ 180 มม. ปรับรีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ด้านโช้คหลังเป็นโช้คไฟฟ้า สามารถปรับพรีโหลดและคอมเพรสชันได้ โดยมีระยะยุบที่ 170 มม. ส่วนล้อที่ติดมาในรุ่นนี้จะเป็นล้ออัลลอย ซึ่งด้านหน้าจะมีขนาด 19 นิ้ว ยาง 100/90 และล้อหลังขนาด 17 นิ้ว ยาง 150/70  ด้านระบบเบรกของทั้งสองรุ่นนี้ จะใช้ดิสก์เบรกคู่หน้าแบบลอยตัวขนาด 320 มม. พร้อมคาลิปเปอร์โมโนบล็อก 4 ลูกสูบ จาก Brembo Stylema ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 255 มม. ใช้คาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยวจาก Brembo เช่นเดียวกัน  รวมไปถึง อุปกรณ์แครชบาร์ที่ทางค่ายติดมาให้ทั้ง 2 รุ่น ขณะที่เจ้าแรลลี่จะมีส่วนเพิ่มเติมขึ้นมา ในบริเวณรอบถังน้ำมันให้ดูทรงพลังมากยิ่งขึ้น พร้อมที่จะเป็นเสือดุร้ายในสนามแข่งขัน

Honda Lead สีดำ 2024 เรียบหรู สุดเท่ 

Honda Lead สีดำ 2024 เรียบหรู สุดเท่  ดีเกินคาด ! กับกระแสจิ้งหรีดในบ้านเรา เรียกได้ว่าจะแวะผ่านทางไหน ก็เจอแต่คนขี่ Lead เต็มไปหมด อันนี้ผมพูดจริง ๆ นะ ไม่เชื่อลองสังเกตุดู และด้วยกระแสที่ตอบรับดีเกินคาดขนาดนี้ ล่าสุด ไทยฮอนด้า ประกาศเปิดตัว Lead125 สีดำ สีใหม่ล่าสุด มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Be More in minimal เป็นได้มากกว่า ในสไตล์ที่ใช่” ให้ความเท่ โดดเด่น มีพลัง ผสานความมินิมอลและความทันสมัยกับเทคโนโลยีสุดล้ำ และฟังก์ชันการใช้งานรอบคันที่รองรับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างลงตัว  โดยโมเดลใหม่ล่าสุดนี้ มาพร้อมคาแรคเตอร์ที่เรียบง่ายแต่ดูเท่ ด้วยดีไซน์ด้านหน้าเป็นเส้นสายโครเมียม ทำให้รถดูโดดเด่นกับรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร ขับความเป็นตัวตนให้ดูมีสไตล์ได้ไม่หลุดโทน  นอกจากตัวดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ในส่วนของสมรรถนะการขับขี่ LEAD125 ยังมาพร้อมเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 125 ซีซี เคลมอัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 52.6 กม./ลิตร จากการทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 รับรองโดยสถาบันยานยนต์ พร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า ที่มาพร้อมระบบ Combi Brake ช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง  และยังคงความล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีฟังก์ชันการใช้งานที่ให้ความสะดวกสบายรอบคัน ด้วยกุญแจรีโมตอัจฉริยะที่สตาร์ตรถโดยไม่ต้องใช้กุญแจ ช่องเสียบสายชาร์จ และช่องเก็บของใต้เบาะที่ใหญ่ที่สุดในรถตระกูลออโตเมติกคลาส 125 ซีซี ของเมืองไทย ที่สามารถใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้ถึง 2 ใบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จบ ครบ ในคันเดียว  นอกจากสีดำแล้ว Honda LEAD125 ยังมีสีอื่นให้เลือกอีกหลายสีรวม 4 เฉดสี ได้แก่ สีขาว, สีแดง, สีน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ   รับชมสเปคได้ คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก