
Ducati Monster 2026 สปอร์ตเน็กเก็ดในรุ่นเจ็นที่ 5 พร้อมกับการปรับใหม่หมดจด แต่ยังคงทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ กับเครื่องยนต์ New V2 เบายิ่งขึ้น
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Ducati Monster 2026 สปอร์ตเน็กเก็ดในรุ่นเจ็นที่ 5 พร้อมกับการปรับใหม่หมดจด แต่ยังคงทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ กับเครื่องยนต์ New V2 เบายิ่งขึ้น

CFLite 250NK ขับง่าย เน้นคล่องตัว CFLite 250NK หนึ่งในโมเดลใหม่จากค่าย CFLite ที่อยู่ภายใต้การดูแลของแบรนด์ CFMoto แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่าแบรนด์ลูกนี้จะเตรียมจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะส่งโมเดลประเภทของ ‘เน็กเก็ตไบค์’ เข้ามาทำตลาดชิมลางในประเทศไทยก่อน โดดเด่นด้วยขนาดของตัวรถ และเครื่องยนต์ที่ไม่ได้มีความใหญ่มากมาย ถ้านำไปใช้ขับขี่ในเมืองก็น่าจะมีความคล่องตัวอยู่ไม่น้อย เครื่องยนต์พิกัด 249 ซีซีพร้อมเกียร์แมนนวล หน้าจอดิจิตอล LCD สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวรถ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249 ซีซี พละกำลังสูงสุด (แรงม้า) 25.5 แรงม้าที่ 9,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 21 นิวตันเมตรที่ 8,750 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 72 x 61.2 มม. อัตราส่วนการอัด 11.3 :1 ระบบเกียร์ แมนนวล 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ECU ระบบจ่ายเชื้อเพลิง คาบูเรเตอร์ EFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ขนาดล้อ และยางหน้า 110/70-R17 ขนาดล้อ และยางหลัง 140/60-R17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิก ไม่สามารถปรับค่าอะไรได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว ไม่สามารถปรับค่าอะไรได้ ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว กว้าง x ยาว x สูง 780 x 1,990 x 1,070 มม. ระยะฐานล้อ 1,360 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความจุถังน้ำมัน 12.5 ลิตร ความสูงเบาะ 795 มม. น้ำหนักรถ 151 กิโลกรัม เทคโนโลยี – ไฟหน้าแบบ LED สีสันที่วางจำหน่าย Zephyr Blue (สีฟ้า) Bordeaux Red (สีแดง) ในเรื่องของสเปคที่ให้มาพร้อมกับตัวรถ เมื่อดูทั้งหมดแล้วอาจจะดูไม่ค่อยน่าตื่นตาตื่นใจสมกับความเป็นรถจากค่ายจีน ที่มักจะขึ้นชื่อในเรื่องของให้ออปชัน และไม่กั๊กสเปค แต่คติของทาง CF Lite นั้น กำเนิดขึ้นมาเพื่อมุ่งเน้นไปที่ความประหยัด ทำให้ในเรื่องของออปชันต่าง ๆ ก็อาจจะถูกลดทอนลงไป ในเรื่องของการเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นก็อาจจะต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการ โดยราคาวางจำหน่ายหากอิงจากต่างประเทศอยู่ที่ 2,099.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยราว 97,000 บาท ถ้าสนใจอยากลองก็คงต้องรอก่อนมาตอนไหนเดี๋ยว SuperBike Thailand จะรีบอัปเดตให้ทราบเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Zontes 703F แอดแวนเจอร์ค่ายรถขนขิง เคาะประตูตลาดไทยแล้ว 2025 Zontes 703F รถจักรยานยนต์ประเภทแอดเวนเจอร์จากค่าย Zontes แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่ในปัจจุบันนี้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และสร้างยอดการขายที่ส่งผลให้ทางค่ายเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย ซึ่งโมเดลที่ได้วางจำหน่ายของทางค่ายก่อนหน้านี้อย่างรถจักรยานยนต์แนวสกูตเตอร์พรีเมียม 350D, 350E หรือแม้แต่สกูตเตอร์แอดเวนเจอร์อย่าง 368G ก็เข้ามาตีตลาด สร้างแรงกระเพื่อมในประเทศไทยได้ไม่น้อย หลังจากที่กระแสการตอบรับในประเทศไทยของทั้งสามโมเดลที่ Zontes ได้ทำตลาดไปก่อนหน้านี้จึงส่งผลให้ทางค่ายมีแผนที่จะนำรถจักรยานยนต์อีกหนึ่งรุ่นเข้ามาเสริมทัพไลน์อัพของทางค่ายด้วยรถประเภทแอดเวนเจอร์ ซึ่งที่มาของเรื่องนี้ก็มาจากสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘Zontes 350 Club Thailand’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอสั้น ๆ ที่รายละเอียดของวิดีโอเป็นรถจักรยานยนต์แนวแอดเวนเจอร์ที่มีองค์ประกอบต่าง ๆ คล้ายคลึงกับเจ้า 703F ซึ่งถนนที่รถคันนี้วิ่งเป็นช่วงถนนบางน้ำเปรี้ยว (ฉะเชิงเทรา) – บ้านสร้าง (ช่วงปราจีนบุรี) เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง สายลุยคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์แบบสามสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาดเครื่องยนต์ 699 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 97 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 76 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที เกียร์ 6 สปีดพร้อมควิกชิฟเตอร์ ข้อเหวี่ยงแบบ 120 องศา พร้อมระบบบาลานซ์เซอร์ ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างนุ่มนวล และลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด พ่วงมาด้วยถังน้ำมันขนาด 22 ลิตร ระบบกันสะเทือนด้านล่างจากแบรนด์ Marzocchi แบบปรับตั้งค่าได้อย่างเต็มระบบทั้งด้านหน้า และด้านหลัง โดยด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับ (Up-Side Down) ด้านหลังโช้คอัพเดี่ยวมาพร้อมกับกระปุกซับแทงค์ ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์จากแบรนด์ J.Juan แบบสี่ลูกสูบพร้อมจานขนาด 310 มม. ติดตั้งอยู่คู่กับล้อหน้าแบบซี่ลวดขนาด 90/90-19 ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว มาพร้อมคาลิเปอร์จากแบรนด์ J.Juan เช่นเดียวกับด้านหน้าพร้อมจานขนาด 265 มม. ติดตั้งอยู่บนล้อหลังแบบซี่ลวดขนาด 150/70-17 รถค่ายจีนเทคโนโลยีมาแบบไม่กั๊ก สำหรับรถจักรยานยนต์จากประเทศจีนอย่างค่ายซอนเทสก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของการที่ขายรถแบบ ‘ไม่กั๊กสเปค’ โดยเจ้าแอดเวนเจอร์คันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคันที่ให้สเปคมาแบบจัดเต็ม เริ่มด้วยหน้าจอสีแบบ TFT ขนาด 6.75 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน อีกทั้งหน้าจอของรถคันนี้ยังมี Refresh Rate ที่สูงถึง 1080p เรียกได้ว่าจอชัด คม ไหลลื่นอย่างแน่นอน เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบตรวจจับจุดอับสายตา ซึ่งจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณภาพบนกระจกมองหลังเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ไม่เพียงแค่ระบบตรวจจับจุดอับสายตาแต่ยังพร้อมด้วยกล้องบันทึกภาพขณะขับขี่ทั้งด้านหน้า และด้านหลังความคมชัดระดับ 1080P, เลนส์มุมกว้าง 140° และรูรับแสง F1.8 ช่วยให้สามารถจับภาพรายละเอียดสำคัญได้ในหลากหลายสภาพการขับขี่ เสริมความสะดวกสบายไปอีกขั้นกับระบบชิลด์หน้าแบบปรับไฟฟ้า ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ตลอดเส้นทาง (ส่วนตัวผู้เขียนว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้าท่า เพราะลำพังจะให้มาเอามือคอยปรับน่าจะไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร) และอุปกรณ์พื้นต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับตัวรถคันนี้ก็ได้อกล่างสำหรับป้องกันเครื่องยนต์ ไฟส่องสว่างด้านล่าง และแคชบาร์สำหรับกันล้ม ในเรื่องของราคาวางจำหน่ายทางประเทศจีนได้เปิดราคาวางจำหน่ายของเจ้า 703F อยู่ที่ 45,000 หยวนหรือมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 213,000 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) ซึ่งความเป็นไปได้ของโมเดลนี้ที่จะนำวางจำหน่ายในประเทศไทยก็มีความเป็นไปได้สูง ซึ่งก็มีการคาดการณ์ราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยอยู่ราว ๆ 250,000 บาท ตีเป็นตัวเลขกลม ๆ หากเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ชนใครบ้าง ? แน่นอนว่าการมาถึงของเจ้า Zontes 703F คันนี้รถจักรยานยนต์ประเภทแอดเวนเจอร์ไบค์อาจจะว้าวุ่นอยู่ไม่น้อย หากเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคาคาดการณ์ราคาดังกล่าว แน่นอนว่าจะต้องเจอคู่ปรับที่จอดรออยู่แล้ว เริ่มกันที่ตัวแทนจากค่ายยักษ์เขียวอย่าง Kawasaki Versys 650 แอดเวนเจอร์ไบค์สองสูบเรียง ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 259,000 บาท หรือจะเป็นตัวแทนจากค่ายส้อมเสียง แบรนด์ยามาฮ่าที่พร้อมส่งเจ้า Yamaha Tenere 700 เข้ามาแย่งสัดส่วนตลาดของแอดเวนเจอร์ไบค์ ซึ่งมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 479,000 บาท แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยสำหรับสายลุยพิกัด 700 ซีซีของทางซอนเทส แต่การได้เห็นมาวิ่งบนถนนของประเทศไทยก็เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนไม่น้อยว่าอาจจะมีการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะมาเปิดตัวในประเทศไทยช่วงไตรมาส 4 ของปี 2025 นี้ และราคาวางจำหน่ายจะเปิดตัวเท่าไหร่นั้น ติดตาม SuperBike Thailand ไว้ได้เลย หากมีราคาไทยออกมาเมื่อไหร่จะมาแจ้งให้ทราบอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Nightster 2023 ราคา สเปค ครูเซอร์สุดจิ๊กโก๋ จากค่ายอินทรี Nightster 2023 สปอร์ตครูเซอร์ สายจิ๊กโก๋จากค่ายอินทรีย์ มากับเครื่องยนต์ Revolution Max 975 V-Twin ขนาด 975 ซีซี พร้อมที่จะพาออกไปลุยในสไตล์เท่ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ราคาแนะนำ สี Redline Red 662,000 บาท สี Vivid Black 658,000 บาท ระบบไฟ LED รอบคัน เรือนไมล์อนาล็อก และจอดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS โช้คหลังคู่สปริงแบบเปลือย ปรับพรีโหลดได้ Nightster 2023 ราคา ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ Revolution(R) Max 975T แบบ V Twin ระบายความร้อนด้วยของเหลว ปริมาตรกระบอกสูบ 975 ซีซี แรงม้า (เคลม) 90 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 95 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 97.0 x 66.0 มม. อัตราส่วนการอัด 12.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ระบบช่องฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์แบบต่อเนื่อง (ESPFI) ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/90 ขนาด 19 นิ้ว ยางหลัง 150/80 ขนาด 16 นิ้ว ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิกที่มีวาล์วแบบ Dual Bending ของ SHOWA™ ขนาด 41 มม. ทริปเปิลแคลมป์ ชุดตะเกียบอะลูมิเนียม ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) จานเบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง จานเบรกแบบตัน พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบลอยแบบเดี่ยว กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,545 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 110 มม. ความสูงเบาะ 705 มม. น้ำหนักรถ 221 กก. ความจุถังน้ำมัน 11.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมการยึดเกาะ TCS ระบบ DRAG-TORQUE SLIP CONTROL (DSCS) สีสันที่มีจำหน่าย สี Redline Red สี Vivid Black อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa GTS 300 HPE ราคา สเปค ออโตเมติกคลาสสิกแบบผู้ดี Vespa GTS 300 HPE รถออโตเมติกสไตล์คลาสสิกผู้ดี ที่มาพร้อมกับความโดดเด่นกว่าเดิมทั้งตัวตน สไตล์และคาแรคเตอร์เอกลักษณ์เฉพาะตัว กับขุมพลังใหม่ล่าสุดจากทางพิอาจิโอ ตอบโจทย์การเดินทางที่สะดวกสบาย เสริมอำนวยความสะดวกอีกขั้นด้วยระบบ Keyless System ราคาแะนำ 222,900 บาท ระบบไฟ LED กุญแจ Keyless เรือนไมล์อนาล็อก พร้อมจอดิจิทัล ระบบเบรก ABS Vespa GTS 300 HPE ราคา ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบหมุนวน ปริมาตรกระบอกสูบ 278.3 ซีซี แรงม้า (เคลม) 23.7 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 26 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว HPE 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 120/70 แบบไม่ใช้ยางใน ล้อแม็ก 12 นิ้ว ยางหลัง 130/70 แบบไม่ใช้ยางใน ล้อแม็ก 12 นิ้ว ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแขนเดี่ยว ทำงานสองทิศทาง ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพคู่ ปรับได้ 4 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. ABS กว้าง X ยาว X สูง 795 x 1,980 x NA มม. ระยะฐานล้อ 1,380 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 800 มม. น้ำหนักรถ 163 กก. ความจุถังน้ำมัน 8.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS กุญแจ Keyless ระบบไฟ LED เรือนไมล์อนาล็อก พร้อมจอดิจิทัล สีสันที่มีจำหน่าย สีเขียวมิ้นท์ Green Relax สีเบจ Beige Sabbia อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 450 SMR แต่ง สไตล์เท่ ๆ By TK RACING อีกหนึ่งโมเดลสายสไลค์ในรุ่น SuperMoto พิกัดค่ายสีส้ม อย่าง KTM 450 SMR คันนี้ ที่เติมแต่งมาแบบจัดหนัก จัดเต็มกันเลยทีเดียว ซึ่งจัดทำสี เติมของแต่งได้คุมโทนและลงตัว สมชื่อตามสไตล์กุนซือสายแข่งมาดเท่อย่าง “คุณตึก TK RACING” และเราได้ทราบข่าวจากคุณตึกอีกว่า โมเดลรุ่นนี้จะไปโผล่ชื่อในรายการแข่งขัน SuperBike Trackday ในรุ่น SuperMoto ณ สนามแข่งพีระเซอร์กิต ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย แต่ก่อนที่จะไปโชว์ความโหดแบบสุดโต่งในสนามแข่งนั้น เราขอพามาเจาะรายละเอียดคันนี้กันว่ามีของแต่งอะไรกันบ้างครับ แต่งทรงเท่ ตามสไตล์ซูเปอร์โมโต สำหรับ KTM 450 SMR แต่ง คันนี้เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก กับตัวรถรูปทรงโมตาร์ด ที่มาพร้อมกับสีประจำค่ายพร้อมลวดลายประดับตกแต่งรอบคัน และ #13 หมายเลขคู่ใจที่พร้อมจะคว้าโพเดียมในสนามแข่งขัน ต่อกันที่ส่วนแผงคอแต่งบน-ล่าง ยึดด้วยน็อตไทเทเนียมสีม่วงสวยงาม นวมแฮนด์หน้ารถติดตั้งจากโรงงาน ฝั่งประกับฝั่งซ้าย จะพบกับปั๊มคลัตช์ Brembo กระปุกน้ำมันคลัตช์ Kite พร้อมครอบคาร์บอนจาก CMT ก้านคลัตช์ ARC แฮนด์ Ariete และการ์ดแฮนด์ RTech นวมแฮนด์หน้ารถ KTM สุดเท่ แผงคอแต่ง #13 ลัคกี้นัมเบอร์ By TK RACING ปั๊มบน Brembo 17 RCS ก้านสั้น Brembo กระปุกน้ำมัน Discacciati การ์ดแฮนด์ RTech มือคลัตช์ ARC กระปุกแต่ง Kite ครอบคาร์บอน CMT แฮนด์ Ariete ส่วนประกับฝั่งขวา เริ่มจากปั๊มเบรก Brembo 17 RCS พร้อมก้านสั้นสีดำสุดเท่จากอิตาลี และแรร์ไอเทมหายากอย่างกระปุกน้ำมันเบรกจาก Discacciati ปั๊มบนและก้านสั้น Brembo ยางหุ้มประกับคันเร่ง Domino พร้อมการ์ดแฮนด์จาก RTech อีกด้วย ถังน้ำมันครอบพาร์ทคาร์บอน CMT สายระบายไอน้ำมันพร้อมจุกอุด Kite ครอบเฟรมคาร์บอนสีส้ม เพาเวอร์พาร์ทกันแคร้ง ฝาถังน้ำมันเครื่อง Kite เลื่อนมาต่อคอนโทรลกลางกับถังน้ำมันครอบพาร์ทคาร์บอน CMT และสายระบายไอน้ำมันกับจุกอุด Kite เบาะแต่งทำสีใหม่ให้เข้ากับสไตล์ตัวรถ เสริมครอบเฟรมคาร์บอนสีส้ม ดูสดสว่าง เพาเวอร์พาร์ทกันแคร้ง ฝาน้ำมันเครื่อง Kite พร้อมท่อ HGS เต็มระบบ โช้คหน้า WP โช้คหลังเดี่ยวจาก WP เช่นเดียวกัน สำหรับช่วงล่าง กับโช้คหน้าคู่ใหญ่และโช้คเดี่ยวด้านหลังจาก WP ติดตั้งให้มาจากโรงงาน ปั๊มเบรกล้อหน้า Brembo M-150 สายเบรก Allegri จานเบรกโฟลทติ้ง KTM เพาเวอร์พาร์ท ส่วนด้านหลังจะเป็นปั๊ม Brembo โลโก้ขาวและจานจาก เคทีเอ็ม เพาเวอร์พาร์ทเช่นเดียวกัน ส่วนล้อซี่ลวดรุ่นนี้ยังคงเป็นรุ่นเดิมจาก Alpina แต่เพียงเพิ่มเติมเทสีส้ม เช่นเดียวกับดุมล้อหน้า-หลังชุปสีอโนไดซ์ ให้ดูมีส่วนผสมที่ลงตัวกับตัวรถ เสริมด้วยยางหน้าขนาด 125/75 และยางหลังขนาด 165/55 เก็บตกเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยคันเกียร์ Revolver shift ตัวประคองโซ่ T.M. Designwork คันเบรกหลัง Trigger และการ์ดบังโซ่ TM Designworks ล้อซี่ลวด Alpina 125/75 ล้อหลัง 165/55 ทำสีส้มสวย สด ปั๊มเบรก Brembo โลโก้ขาว ปั๊ม Brembo M-50 โลโก้แดง ตัวประคองโซ่ T.M. Designwork ล้อสวยสไตล์ SuperMoto ส่วนเสริมเติมแต่งเยอะจริง ๆ สำหรับคันนี้ สายสไลค์ที่ชื่นชอบการแต่งรถไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน และครั้งนี้

Ducati Monster 2024 ที่มาพร้อมกับสีใหม่ล่าสุด ล่าสุดทางค่ายอสูรตัวร้ายอย่าง Ducati ก็ได้เอาใจเหล่า ๆ สาวกสายสปอร์ตกันแบบต่อเนื่อง เปิดตัวโมเดล Ducati Monster 2024 เน็กเก็ดไบค์สายสปอร์ตที่มากับชุดสีใหม่ (สีขาว Iceberg) ลายเดิม เพิ่มเติมคือความเรียบแต่ซ่อนเขี้ยวแห่งความสปอร์ตเท่ ๆ ไว้ในตัวอีกด้วย สำหรับสีใหม่ที่ถูกเปิดตัวออกมายังแบ่งเป็นอีก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Standard (Monster) และรุ่น Monster+ ที่มาพร้อมกับเบาะสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ประจำค่าย เสริมกิมมิกเล็ก ๆ ด้วยล้ออัลลอยสีดำรุ่นเดิม แฝงความสปอร์ตด้วยลายสีแดงที่สลักชื่อ Monster แบบเท่ ๆ ไม่ซ้ำใคร อีกทั้งยังเพิ่มความเป็นรถเน็กเก็ดไบค์สายสนามแข่งมากยิ่งขึ้นในกับรุ่น Monster + ด้วยชิลด์ขนาดเล็กด้านหน้า พร้อมกับครอบเบาะท้ายติดรถมาให้อีกด้วย ส่วนที่เหลือยังคงเป็นสเปคเดิมตามรุ่น มีให้ใช้กันได้ทั้งในสนามแข่ง และขับขี่บนท้องถนนกันแบบเหลือ ๆ ครับ มาพูดถึงสเปกโมเดลรุ่นนี้กันหน่อย กับขุมพลังเครื่องยนต์ Testastretta 11° 2 สูบวี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมกระบอกสูบขนาด 937 ซีซี ให้พละกำลังแรงม้าที่ 111 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตร มาพร้อมกับควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานไอเสีย Euro5 มาต่อที่ระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม. และโช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ สามารถปรับพรีโหลดได้ ซึ่งช่วยในเรื่องของการซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมกับระบบเบรก กับดิสก์เบรกคู่หน้าขนาด 320 มม. ปั๊มเบรกโมโนบล็อกจาก Brembo M4.32 ขนาด 4 ลูกสูบ และดิส์กเบรกเดี่ยวด้านหลังขนาด 245 มม. พร้อมปั๊มเบรก 2 ลูกสูบ จาก Brembo เช่นเดียวกัน เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และรัดด้วยยางคุณภาพพร้อมใช้งานอย่าง Pirelli Diablo Rosso III ขนาด 120/70 และ 180/55 เสริมการคอนโทรลตัวรถให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ด้วยระบบความปลอดภัย ทั้งระบบเบรกแบบ Cornering ABS แทร็คชั่นคอนโทรลกันล้อหลังสะบัด และระบบป้องกันล้อลอยตัว ยังรวมไปถึงระบบที่ช่วยในการออกตัวอย่าง โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Sport, Touring, Urban) ให้สามารถใช้ได้ตามใจชอบ พร้อมกันนี้ยังอำนวยความสะดวกในการขับขี่ ด้วยระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว แสดงผลฟังก์ชันครบครันและ ช่องเสียบ USB ให้ได้ใช้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลอสูรสีขาวแห่งค่ายแดง ส่วนตัวมองว่าสีนี้ดูเรียบเนียน สะอาดตาขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งลายความสปอร์ต ดุดัน ที่พร้อมจะดวลความเร็วบนแทร็กในสนามแข่งและขี่เท่ ๆ บนท้องถนน สำหรับโมเดลสีใหม่รุ่นนี้ เปิดในราคาเดิมที่ 449,000 บาท หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ตัวแทนจำหน่าย คูคาติ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลออนไลน์ได้ที่ https://www.ducati.com/th/th/home ไว้โอกาสหน้าถ้ามีรถรุ่นไหนอัปเดตใหม่ ๆ จาก Ducati เราจะมาอัปเดตให้รับชมกันในโอกาสต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R แต่ง จัดเต็ม By TK Racing สวัสดีครับ พบปะแฟน ๆ SuperBike กันอีกเช่นเคย ผม “ตึก”TK RACING ครับ ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัว แล้วมีร้านแต่งรถ TK Racing อีกด้วยครับ มีบิ๊กไบค์รุ่นไหนที่พี่ตึกขับกันมาแล้วบ้าง ที่ขับมาแล้วมีเยอะเลยครับ ทั้งสายแข่ง และใช้ขับขี่บนท้องถนนอย่าง KTM Supermoto, Kawasaki DTracker, Yamaha YZF-R1, BMW R1250GS Trophy, Ducati Panigale V4 เป็นต้น สำหรับโมเดลรุ่นนี้ มีของแต่งอะไรบ้างครับ หน้าจอ L2M พร้อมกล่อง GPS ประกับสวิตช์ Jet Prime ปั๊มเบรก Brembo ท่อ Termignoni SBK ฟูลไทเทเนียม สำหรับของแต่งถ้าอธิบายตอนนี้ก็ยาวเลยนะ ขอบอกแบบคร่าว ๆ ละกัน ไว้เจาะรายละเอียดทีหลัง สำหรับทริปเปิ้ล R คันนี้ ชิ้นหลัก ๆ ก็จะมีจอ L2M ล้อ Marchesini ทำสีใหม่ ปั๊มเบรก Brembo โช้คอัพ Ohlins พาร์ทคาร์บอน ประกับสวิตช์ Jet Prime ท่อ Termignoni SBK ฟูลไทเทเนียม และยางสลิก Pirelli Diablo SuperBike SC1 ครับ ส่วนลวดลายแฟริ่งสนาม ได้จัดแต่งเองในลวดลายรถแข่งพร้อมกับ #13 ลัคกี้นัมเบอร์ประจำตัว สำหรับของแต่งที่ชื่นชอบที่สุด เอาจริง ๆ ก็ชอบทุกส่วนเลยครับ ด้วยส่วนตัวเป็นคนชอบแต่งรถเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าชิ้นส่วนไหนสามารถปรับแต่งได้ ผมก็พยายามปรับเปลี่ยนให้ได้รูปแบบของตัวเองครับ ถ้าอยากให้พิเศษจริง ๆ ก็คงเป็นล้อ Marchesini จากเดิมรุ่นนี้ไม่มีสีแดง เราก็เลยซื้อแล้วเอามาทำสีใหม่ ให้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ TK Racing แล้วก็จานเบรค TK รุ่นลิมิเต็ดฝั่งซ้ายสีแดงและฝั่งขวาสีน้ำเงินครับ ถ้ารวมมูลค่าของแต่งที่ทำไปในรุ่นนี้ ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ แล้วในอนาคตมีแพลนแต่งอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้ารวมมูลค่าของแต่งรถทั้งหมดคันนี้อยู่ประมาณ 5 – 6 แสนบาทได้ครับ ส่วนเรื่องแพลน การตกแต่งเพิ่มเติมในอนาคตก็อาจจะมีเพิ่มนะ แต่ตอนนี้ขอลองไปขับขี่ก่อนแล้วกัน ถ้าขี่ไปเดี๋ยวก็คงรู้ว่าควรแต่งอะไรเพิ่ม (ฮา ๆ) สรุปก็คือมีอาจจะแต่งเพิ่ม แต่ก็ไม่มากแล้ว สำหรับเครื่องยนต์ได้ทำการจูน รีแม๊ป อย่างเดียว นอกนั้นไม่ได้ทำอะไรเพิ่ม โดยเบื้องต้นขอลองไปขี่ในสนามแข่งก่อนครับ สำหรับคนที่จะแต่ง บิ๊กไบค์ตามสไตล์พี่ตึก พอมีอะไรแนะนำเพิ่มเติมหรือไม่ ก็..อยากให้แต่งรถตามสไตล์ที่เราชอบแล้วกัน จะแต่งอะไรก็แต่ง ถ้าไม่เดือนร้อนเงินในกระเป๋าเนอะ ผมคิดว่าเราแต่งอะไรเราก็ชอบหมดแหละ ถ้าให้แนะนำ ก็อาจเป็นเรื่องของเฉดสี ลวดลายตัวรถ ว่าทำสีไหนที่มันคุมโทน มองดูแล้วลงตัว แบบนั้นดีกว่า ก็ถามกันเข้ามาได้ ยินดีแนะนำครับ สำหรับช่องทางการติดต่อ สามารถติดตามได้ทางเพจเฟสบุ๊ค หรือ อินสตาแกรมได้ที่ TKracing Sbk หากมีอะไรก็ทักเข้ามาสอบถามได้ครับ ในอนาคตจะได้เห็นคันใหม่ของพี่ตึกหรือเปล่าครับ ในอนาคตจะมีรถคันใหม่ต่อไปหรือไม่ ก็คงตามสถานการณ์ครับ ปรับเปลี่ยนและอัปเดตไปเรื่อย ๆ จริง ๆ แล้ว ก็อยากให้โฟกัสในรุ่นนี้กันก่อน พึ่งทำมาแบบสด ๆ ใหม่ ๆ และเปิดตัวที่นี่เป็นที่แรกอีกด้วย สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเจ้า CBR1000RR-R แต่ง สปอร์ตตัวแข่ง ตัวแรงรุ่นนี้ ในเพจ SuperBikeThailand แล้วก็ฝากกิจกรรม SuperBike Trackday ในวันที่ 10-11 มิถุนายน 2566 นี้ ส่วนตัวก็จะไปร่วมแข่งด้วย ยังไงก็ติดตามและขอให้มาร่วมงานกันเยอะ ๆ สุดท้ายนี้ก็อยากฝากเรื่องความปลอดภัยเนอะ ขับขี่หน้าร้อนก็กินน้ำเยอะจอดพักบ่อย ๆ แล้วเดี๋ยวเจอกันครับผม รายการของแต่ง CBR1000RR-R แฟริ่งสนาม ออกแบบโดย TK RACING ชิลด์หน้า WRS โช้คหน้าหัวกลับ และโช้คไฟฟ้าพร้อมซับแทงค์ Ohlins ปั๊มเบรก Brembo แบบเรเดียลเม้าท์

2023 CBR250RR SP สปอร์ตเรซซิ่ง โฉมใหม่ล่าสุด ไทยฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถสปอร์ตอีกครั้ง เปิดตัว 2023 CBR250RR SP ใหม่ รถสปอร์ตตระกูล RR (Racing Replica) ที่มาพร้อมลวดลาย Tri-Color แบบใหม่ของ ฮอนด้า เรซซิ่ง และล้อสีทอง ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถแข่งระดับโลกสู่ท้องถนน อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อประสบการณ์ในการขับขี่แบบเรซซิ่งสปอร์ตขนานแท้ พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ ฮอนด้า วิง เซ็นเตอร์ และ ฮอนด้า บิ๊กวิง ตั้งแต่ 24 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป สำหรับโมเดล New CBR250RR SP ใหม่ มาพร้อมคอนเซปต์ “เร่งทะยานสู่โลกความแรง – The Rush To The Race” ซึ่งถ่ายทอด DNA จาก CBR Fireblade ซูเปอร์ไบค์ระดับเรือธงของฮอนด้า ด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวแบบ Tri-Color ลายใหม่ที่ตัดกับตัวรถสีแดงอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยกราฟิก RR ที่สะท้อนความเป็นเรซซิ่งสปอร์ตตัวจริง และยังมาพร้อมกับระบบไฟ LED รอบคัน พร้อมไฟสูงดีไซน์ใหม่ เพิ่มความมั่นใจให้ทุกการขับขี่ ติดตั้งโช้คอัพคู่หน้าแบบหัวกลับแบรนด์ Showa ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม ให้การขับขี่นุ่มนวล ยึดเกาะถนนได้ดีทุกการเข้าโค้ง และล้ออัลลอยอะลูมิเนียมสีทองใหม่ น้ำหนักเบา อีกทั้ง ยังแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ขนาด 250 ซีซี 4 วาล์ว ที่ได้รับการปรับจูนใหม่ให้ทรงพลังมากขึ้น พร้อมเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง RC213V ตั้งแต่ระบบส่งกำลังเทคโนโลยีระดับท็อปคลาสด้วยควิกชิฟเตอร์ ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเปลี่ยนเกียร์ แอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ลดอาการท้ายสะบัด ไปจนถึงระบบคันเร่งไฟฟ้า ทำงานประสานกับเซ็นเซอร์ APS ตรวจจัดแรงบิดคันเร่ง และนอกจากนี้ยังรองรับทุกการเดินทางด้วยโหมดการขับขี่ปรับได้ 3 รูปแบบ (Comfort , Sport และ Sport+) โดยรุ่นนี้วางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 269,000 บาท พร้อมให้สัมผัสดีเอ็นเอความเร้าใจได้แล้วที่ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th, www.hondabigbike.com เฟซบุ๊ค : fb.com/hondamotorcyclethailand เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : fb.com/hondabigbike #NewHondaCBR250RRSP #CBR250RRSP#HondaCBR250RRSP #WhatStopsYou #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค KLX300R ตัวแข่งสายลุยรุ่นพี่ จากแก๊งค์เขียว Kawasaki KLX300R รถแข่งระดับพี่ใหญ่สายลุยจากตระกูล KLX กับขุมพลัง 292 ซีซี มาพร้อมกับแชสซีที่แข็งแรง ทนทาน ออกแบบสำหรับการควบคุมที่เบาและคล่องตัว ตอบสนองผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบรถแข่งขันสายลุย ราคาแะนำ 240,500 บาท เครื่องยนต์สูบเดียว 292 ซีซีจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดให้การตอบสนองรวดเร็ว ระบบกันสะเทือน พร้อมรองรับซับแรงกระแทกในเส้นทางฝุ่น แฮนด์บาร์ปรับระดับได้ตามฉบับรถในตระกูล KLX แชสซีพื้นฐานรถแข่งเอนดูโร่ สำหรับการขับขี่ผจญภัยเอ็นดูโร่ สเปค KLX300R รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 292 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 78.0 x 61.2 มม. อัตราส่วนการอัด 11.1 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Digital ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Fuel injection ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 80/100-21 ล้อซี่ลวด ยางหลัง 100/100-18 ล้อซี่ลวด ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Uni Track ปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวโฟลทติ้ง ขนาด 270 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม.พร้อมคาลิเปอร์ ลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,120 x 825 x 1,250 มม. ระยะฐานล้อ 1,435 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 305 มม. ความสูงเบาะ 925 มม. น้ำหนักรถ 128 กก. ความจุถังน้ำมัน 7.9 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี NA สีสันที่มีจำหน่าย LIME Green (2020) LIME Green (2021) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati SuperSport 950S ม้าสีหมอก พันธุ์สปอร์ต จากอิตาลี เผยโฉมกันเป็นที่เรียบร้อย กับโมเดลลวดลายสีใหม่ สายพันธุ์สปอร์ต ในรุ่น Ducati SuperSport 950S มาพร้อมลายกราฟิกใหม่ เร้าใจยิ่งขึ้น และออปชั่นต่าง ๆ ในตัวรถอีกมากมาย เชื่อได้เลยว่า เหล่าแฟน ๆ สายรถสปอร์ตจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่ให้ความสปอร์ตเต็มขั้น โดยเริ่มจากตัวแฟริ่ง ออกแบบรูปทรงให้มีความปราดเปรียว และสอดรับหลักอากาศพลศาสตร์ ให้คาแรคเตอร์ที่แข็งแกร่ง ดุดัน แบบเดียวกันกับเจ้า Ducati Panigale V4 พร้อมไฟหน้าและไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ บิ้วอินท์เข้าไปในตัวแฟริ่งดูเฉียบคมมากยิ่งขึ้น พร้อมแรมแอร์ด้านข้างที่พร้อมรับอากาศสู่การเผาไหม้ในเครื่องยนต์อีกด้วย บวกกับแฟริ่งด้านข้างจะมีช่องระบายอากาศแบบคู่ ผสมกับลายกราฟิกแนวตรงเฉียงลงไปด้านหน้า ได้อย่างสวยงาม อีกทั้ง ยังมีชิลด์หน้าออกแบบมาให้มีขนาดกระทัดรัด สามารถบังลมและใช้งานได้อย่างดีเสริมด้วยหน้าจอสี TFT 4.3 นิ้วพร้อมถังน้ำมันขนาด 16 ลิตร เบาะนั่งเดี่ยวผู้ขับขี่แบบเดี่ยว เพิ่มความสะดวกสบายในการนั่ง รวมไปถึงท่อไอเสียแบบปลายท่อคู่ ให้ความเท่ไปอีกขั้น ในด้านของขุมพลังสำหรับโมเดลนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ L-Twin 2 สูบ 937 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 110 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ พร้อมควิกชิฟเตอร์ 2 ทางกับระบบเกียร์ 6 สปีด และระบบแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ อีกทั้งเครื่องยนต์ยังได้รับการรับรอง Euro 5 ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย สำหรับระบบช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือน กับโช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม. ส่วนโช้คหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มแขนเดี่ยว โดยจะเป็นโช้คอัพจาก Ohlins ทั้งคู่ พร้อมระบบเบรกกับเบรกหน้าดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. เป็นจานเบรกโฟลทติ้ง พร้อมคาลิเปอร์ Brembo แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ และเบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางหน้า-หลังขนาด 120/70 และ 180/55 จากแบรนด์คุณภาพอย่าง Pirelli Diablo Rosso III โดยน้ำหนักตัวรถรวมอยู่ที่ 210 กก. ในเรื่องของเทคโนโลยี เริ่มจากระบบ IMU 6 แกน ระบบ Cornering ABS ช่วยเบรกทั้งทางตรงและทางโค้งระบบแทร็คชั่นคอนโทรล ระบบกันล้อหน้าลอย โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Sport, Touring, Urban) ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ระบบควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง และแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วย Ducati Multimedia System ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธได้ สามารถรับสายโทรศัพท์ ดูข้อความ และเล่นเพลงโดยใช้ปุ่มควบคุมตรงแฮนด์ได้เลยอีกด้วย ทั้งความ สปอร์ต สวยงามและดุดัน เหมาะกับเป็นม้าสีหมอกตัวแรงของค่ายนี้จริง ๆ อย่างไรก็ดี เราก็ยังไม่ทราบว่าโมเดลจะเข้ามาไทยเมื่อไหร่ คงต้องอดใจรอกันไปก่อน ไว้คราวหน้าถ้ามีอัปเดตอะไรเพิ่มเติม เดี๋ยวแอดมินจะรีบมาแจ้งให้ทราบนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX Legend250 Twin lll อัปเกรดใหม่ ดีไซน์เต็ม 10 ถ้าเป็นงานศิลปะ ผมเชื่อเลยว่าโมเดลนี้ต้องได้คะแนนไปเต็ม ๆ อย่างแน่นอน กับ GPX Legend250 Twin lll เน็กเก็ดไบค์สไตล์เรโทรรุ่นเรือธงประจำค่ายอย่าง GPX ที่เปิดตัวมาให้แฟน ๆ ได้จับจองกันเป็นที่เรียบร้อย กับตัวรถที่อัปเกรดใหม่ในหลายจุด แล้วมาดูกันว่า จะมีอะไรบ้างที่อัปเกรดมาเพิ่ม แล้วทำไมถึงต้องให้คะแนนเต็มกับรถพิกัด สเปคนี้ สไตล์ที่โดดเด่น ยกระดับตำนานความคลาสสิกไปอีกขั้น ด้วยสไตล์ตัวรถที่โดดเด่น สู่เส้นทางของตำนานที่พร้อมตะลุยไปทุกเส้นทาง มาพร้อมกับการดีไซน์เอกลักษณ์ด้วยไฟทรงกลมรอบคัน เรือนไมล์ทรงกลมพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์และถังน้ำมันทรงหยดน้ำสไตล์เรโทร บวกกับเครื่องยนต์และเสื้อลมพร้อมแผงออยคูลเลอร์ ที่เพิ่มความคลาสสิกไปอีกขั้น นอกจากเฉดสีที่มาใหม่แล้ว สิ่งที่อัปเกรดเพิ่มเติมขึ้นมาจากรุ่นก่อน ที่โดดเด่นเลยก็คือ ล้อซี่ลวดที่ให้มานั่นเอง พร้อมกับกระบอกโช้คอัพหน้า คาลิเปอร์เบรก หน้า-หลัง สีทอง บังโคลนหน้า-หลังอลูมิเนียมสีเงิน และโช้คอัพหลังพร้อมซับแทงค์สีใหม่ โดยภาพรวมลูกเล่นในรุ่น Twin III จะมีสีสันเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน พร้อมกันนี้ ด้านหน้าตัวรถติดตุ๊กตาแฮนด์ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น ด้วยโลโก้สัญลักษณ์ตัว L รวมไปถึง ท่อไอเสียคลาสสิกทรงเมกาโฟน เสริมความเท่ด้วยปลายท่อรีเวทเป็นสี Anodize Silver อีกด้วย เครื่องยนต์ 2 สูบ พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi สำหรับพละกำลังเครื่องยนต์ในโมเดลนี้ จะเป็น 2 สูบขนาด 243 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ บวกกับออยคูลเลอร์ พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด และโซ่คุณภาพจาก RK พร้อมเคลมแรงบิดมาให้สูงสุดถึง 15 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที และความจุถังน้ำมันที่ให้มาขนาด 14.5 ลิตร ที่ให้การขับขี่ที่สนุกอย่างแน่นอน ช่วงล่างโดดเด่น นุ่มนวล เหนือระดับ ถือว่าโดดเด่นเลยในรุ่นนี้ กับระบบช่วงล่างที่ทางโรงงานจัดมาให้ เริ่มด้วยโช้คอัพหน้าหัวกลับ โช้คคู่ด้านหลัง พร้อมซับแทงค์ แบรนด์คุณภาพระดับสากลจาก YSS G-Series สามารถปรับระยะพรีโหลดได้ โดยปรับแบบเกลียวหรือที่เรียกว่า ระบบ Threaded Spring Preload รองรับการใช้งานของผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สำหรับระบบเบรก ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 276 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว ส่วนล้อจะเป็นล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว หน้า-หลัง และยางขนาด 110/90 และ 130/90 ตามลำดับ ซึ่งดูรวม ๆ แล้ว ให้มาเยอะเลยในพิกัดนี้ ซับแรงกระแทกและการเบรกได้อย่างดีเยี่ยม รถดีไซน์ย้อนยุค แต่เทคโนโลยีล้ำสมัย ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ตัวรถจะเป็นทรงแนวคลาสสิก แต่เทคโนโลยีใหม่ก็ยังล้ำสมัยอีกด้วย ทั้งระบบส่องสว่าง Full LED รอบคัน เรือนไมล์ทรงกลมดิจิทัล LCD ที่ออกแบบมาให้มีสีสันที่คมชัด แสดงผลข้อมูลครบครันทั้งมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ มาตรวัดความเร็ว นาฬิกา มาตรวัดระยะทาง มาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟบอกตำแหน่งเกียร์ เป็นต้น สำหรับคะแนนรวมทั้งรูปลักษณ์ดีไซน์ การอัปเกรดวัสดุและสีสันที่เพิ่มมาใหม่ เครื่องยนต์ 2 สูบ 234 ซีซี ถังน้ำมันขนาด 14.5 ลิตรที่รองรับการขับขี่ในระยะทางไกล ระบบช่วงล่างทั้งโช้คอัพจากแบรนด์คุณภาพระดับโลกจาก YSS ดิสก์เบรกคู่หน้า คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ และที่สำคัญเลย ล้อซี่ลวด ซึ่งสวยมาก ๆ บอกเลยครับว่าเอาไปเต็ม 10 พร้อมกับราคาที่ 88,500 บาท ซึ่งมองว่าคุ้มมาก ๆ สำหรับสเปค พิกัดนี้ และสีที่จำหน่ายประกอบไปด้วย 3 สี ได้แก่ สีขาว (White Everest) สีเขียว (Green Forest) สีดำ (Black Night) หากเพื่อน ๆ ท่านใดสนใจก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ ตัวแทนจำหน่าย GPX กว่า 300 สาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ

Demon GR200R Dacorsa2 ปีศาจสายสปอร์ต สีสันใหม่ อีกหนึ่งโมเดลจากทางค่าย GPX Thailand ที่อยากจะนำมาอวดโฉมกันอีกรุ่น กับโมเดลสปอร์ตพันธุ์ปีศาจ 200 ซีซี อย่าง Demon GR200R Dacorsa2 ที่มาพร้อมกับ 3 เฉดสีในคอลเลคชันใหม่ และการดีไซน์รูปลักษณ์ที่สปอร์ต โดดเด่นสะดุดตา เดี๋ยวไปดูว่ามีอะไรบ้าง สำหรับโมเดลรุ่นนี้มีการออกแบบที่บอกเลยว่าจัดจ้าน ตั้งแต่โครงสร้างตัวรถแบบเฟรมถัก แฟริ่งทรงสปอร์ตถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยลดแรงต้านอากาศให้การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ชิลด์หน้าสีสโมคออกแบบมาได้อย่างลงตัว ไฟหน้า LED ดีไซน์มีความเฉียบคม บิวอิ้นท์รวมกับแฟริ่ง ส่วนตัวถังน้ำมันออกแบบมาได้สวยงาม ปาดเว้านิดหน่อยให้สามารถนั่งหนีบเข่าและขับขี่ในท่าหมอบ ตามสไตล์รถสปอร์ตได้อย่างกระชับอีกด้วย มาต่อที่ขุมพลังเครื่องยนต์รุ่นนี้ จะเป็นสูบเดียว 199 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi (จากแบรนด์ Delphi อเมริกา) กับระบบเกียร์แบบ 6 สปีด ให้กำลังแรงบิดสูงถึง 17.5 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ให้พละกำลังเร็วที่ตอบโจทย์สาวกสายสปอร์ต พร้อมที่จะเติมเต็มความมันส์กับความเร็วที่เร้าใจบนนท้องถนนได้อย่างแน่นอน สำหรับช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือน โช้คหน้าหัวกลับสีทอง และโช้คหลังเดี่ยว แบรนด์คุณภาพจาก YSS ทำงานร่วมกับกระเดื่องซับแรง สามารถปรับพรีโหลดได้ถึง 7 ระดับ และระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก ด้านหน้าขนาด 276 มม. ดิสก์เบรกหลัง 220 มม. พร้อมล้อหน้า-หลังขนาด 100/80-17 และ 140/70/17 แบบไม่ใช้ยางใน ด้านเทคโนโลยี จะพบกับระบบส่องสว่าง LED รอบคัน และหน้าจอดิจิทัล LCD พร้อมมาตรวัด บอกข้อมูลอย่างครบครัน พร้อมด้วยฟังก์ชัน เซ็ทติ้งแบบ Soft touch Technology ที่เพียงแค่แตะหรือสัมผัส เบา ๆ ที่ข้อความ ADJ (Adjust) และ MODE ด้านล่างของหน้าจอก็สามารถตั้งนาฬิกา หรือเซ็ททริปการเดินทางได้ ทั้งหมดนี้บอกเลยว่าถูกใจสาวกสายสปอร์ตอย่างแน่นอน ทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่างและการดีไซน์ สำหรับสีที่จัดจำหน่ายมีทั้งหมดด้วยกัน 3 สีได้แก่ สีเทา (RACING GREY) สีดำ (DAYTONA BLACK) และสีน้ำเงิน (DA CORSA BLUE) โดยเปิดราคาที่ 89,500 บาท พร้อมรับประกันเครื่องยนต์ถึง 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร สามารถชมตัวจริงหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค CBR250RR SP 2025 สปอร์ตเรซซิ่ง จากค่ายปีกนก CBR 250RR SP 2025 รถสปอร์ตพิกัด 250 ซีซี มาพร้อมการดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโมเดลรถแข่งระดับโลก พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 วาล์ว พร้อมเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง RC213V ให้ประสบการณ์ขับขี่สนุก ตอบสนองแรงบิดได้อย่างมั่นใจ ราคาแนะนำ 249,000 บาท เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 250 ซีซี พรร้อมเทคโนโลยีใหม่ถอดจากรถแข่ง RC213V โครงสร้างเฟรมถัก ออกแบบด้วยเทคโนโลยี CAE ระบบแอสซิสสลิปเปอร์คลัตช์ ควิกชิฟเตอร์ โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Comfort, Sport, Sport+) ระบบคันเร่งไฟฟ้า หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล Full LCD สวิงอาร์มอลูมิเนียม น้ำหนักเบา แข็งแรง โช้คอัพหลังขนาดใหญ่แบบโปรลิงค์ ปรับได้ 5 ระดับ โช้คหัวกลับจาก Showa พร้อมล้ออัลลอยอลูมิเนียม ท่อไอเสียแบบคู่ ระบบเบรก ABS สเปค CBR250RR SP 2025 รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249 ซีซี แรงม้า (เคลม) 41 แรงม้าที่ 13,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 25 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 62.0 x 41.4 อัตราส่วนการอัด 12.1 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fully Digital Transistorised ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ปรับได้ 5 ระดับ พร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว (ABS) พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว (ABS) พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 724 x 2,060 x 1,098 มม. ระยะฐานล้อ 1,398 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 145 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 168 กก. ความจุถังน้ำมัน 14.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 เทคโนโลยี ระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Comfort, Sport, Sport+) หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS ควิกชิฟเตอร์ ระบบแอสซิสแอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น CBR250RR SP 2022-2023 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX DRONE 2023 กับ 5 สีใหม่ล่าสุด อีกหนึ่งโมเดลที่เปิดตัวออกมาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้รถโมเดลค่ายหลักกันเลย กับ GPX DRONE 2023 สกู๊ตเตอร์พรีเมียม ดีไซน์สปอร์ต จากค่าย GPX กับ 5 สีสันพิเศษในคอลเลคชันใหม่ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ FREEDOM TO DESIGN ที่จะมาเพิ่มสีสัน ดีกรีความมันส์ เร้าใจ มากยิ่งขึ้นแถมยังได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์อัน โดดเด่น ดุดัน จนทำให้ GPX DRONE 150 กลายมาเป็นโมเดลเรือธงของค่ายกันเลยทีเดียว อีกทั้งในโมเดลนี้ยังมีความพิเศษ โดยถูกพัฒนาร่วมกับ SYM แบรนด์รถที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีความเชี่ยวชาญในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ มาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี การันตีด้วยเครือข่ายจัดจำหน่ายกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เครื่องยนต์พิกัด 150 ซีซี 4 จังหวะ 4 วาล์ว มั่นใจเทคโนโลยีเครื่องยนต์จาก SYM ระบบไฟ Full LED รอบคัน ดีไซน์สปอร์ต ล้ำสมัย เบาะชิ้นเดียวดีไซน์ 2 ระดับ พื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะ นอกจากนี้ยังมาพร้อมขุมพลังที่พัฒนาจาก SYM ในพิกัด 150 ซีซี เทคโนโลยีหัวฉีด 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มั่นใจด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์จาก SYM เพิ่มสมรรถนะการทำงานได้อย่างเข้มข้น รวมถึงฟังก์ชันต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งระบบส่องสว่างแบบ Full LED ที่มีไฟหน้าถึง 10 ดวง ส่องสว่าง คมชัด ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมติดตั้งไฟฉุกเฉิน ส่วนทางด้านไฟท้ายออกแบบมาฉียบคมแฝงความ สปอร์ตด้วยโคมไฟสีสโมค เพิ่มความพรีเมียม และโดดเด่นไม่เหมือนใคร ต่อกันที่เรือนไมล์แบบดิจิทัล LCD ที่สามารถปรับตั้งค่านาฬิกา หรือ เซ็ททริปการเดินทางได้ และเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการเดินทางกับเบาะนั่งขนาดกว้าง สัมผัสหนานุ่มในดีไซน์สปอร์ต มาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะ ที่สามารถเก็บหมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ ทางด้านพื้นที่วางเท้าสำหรับผู้ขับขี่นั้น ออกแบบมาให้สามารถปรับการวางเท้า ได้หลายองศา เพิ่มความสบายของท่านั่งได้มากยิ่งขึ้น ดิสก์เบรกหน้า 260 มม. ดิสก์เบรกหลัง 220 มม. พร้อมระบบ CBS โช้คหลังสปริงคู่ ปรับพรีโหลดได้ 3 ระดับ ช่องเสียบ USB ขนาด 2 แอมป์ สมาร์ทคีย์เลส ระบบช่วงล่างเบรกมั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้าขนาด 260 มม. และ ดิสก์เบรกหลังขนาด 220 มม. ที่มาพร้อมกับระบบ CBS ช่วยในการกระจายแรงเบรก โช้คหลังสปริงคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ 3 ระดับ นอกจากนี้ ยังมีช่องเสียบ USB ขนาด 2 แอมป์มาให้ สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย ล่าสุด กับโฉมใหม่ของ New DRONE 150 (2023) กับ 5 สีสันสุดพิเศษ ได้แก่ สี DEEP WINE (ดำ-เทา) , HYPER SILVER (เทา-ดำ), MASTER GREEN (เขียว-เทา) , ENERGETIC RED (แดง-เทา) และ LIGHTNING BLUE (น้ำเงิน-ดำ) และมีให้เลือกด้วยกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Standard (ระบบกุญแจปกติ) สีน้ำเงินดำ Lightning Blue เปิดราคาที่ 77,500 บาท รุ่น Keyless (ระบบกุญแจรีโมท พร้อมติดตั้งสัญญาณกันขโมย) สีเขียวเทา Master Green และ สีแดงเทา Energertic