SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
2025 Aprilia Tuono 457 เน็กเก็ตคลาสกลาง จิตวิญญาณเรซซิ่ง

2025 Aprilia Tuono 457 เน็กเก็ตคลาสกลาง จิตวิญญาณเรซซิ่ง 2025 Aprilia Tuono 457 เน็กเก็ตคลาสกลางจากค่ายเทพสามตา ‘Aprilia’ ที่พร้อมเปิดให้แฟน ๆ ได้พรีออเดอร์อย่างเป็นทางการแล้ว โดยการออกแบบเน้นดีไซน์คงเส้นสายเน้นไปที่ความเป็นสปอร์ต จับคู่กับสมรรถนะที่พร้อมสร้างความเร้าใจให้ผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง เครื่องยนต์ และช่วงล่าง ขับเคลื่อนด้วยเคลื่อนยนต์แบบสองสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 457 ซีซี พละกำลังสูงสุดที่ 47.6 แรงม้าที่ 9,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 43.5 นิวตันเมตรที่ 6,700 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ 6 สปีด อีกทั้งตัวรถคันนี้ยังโดดเด่นด้วย คลัตซ์ที่มีน้ำหนักเบา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งรถคันนี้ยังรองรับระบบ Quickshifter แต่เป็นระบบที่ผู้ขับขี่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม   ในส่วนของระบบช่วงล่าง Tuono คันนี้ด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับขนาดแกน 41 มม.ระยะยุบตัวอยู่ที่ 120 มม. สามารถปรับค่าพรีโหลดได้ ในส่วนของด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยวมีระยะยุบตัวอยู่ที่ 130 มม. สามารถปรับค่าพรีโหลดได้ รองรับสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย ระบบเบรกด้านหน้ามาพร้อมกับคาลิเปอร์สี่ลูกสูบแบบเรเดียลเมาท์จาก BYBRE พร้อมจานเบรกขนาด 320 มม.ติดตั้งอยู่บนล้อพร้อมยางขนาด 110/70-R17 และด้านหลังมาพร้อมกับคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยวจาก BYBRE เช่นเดียวกันกับด้านหน้า มาพร้อมจานเบรกขนาด 220 มม. ติดตั้งอยู่บนล้อยางขนาด 150/60-R17 ซึ่งทั้งด้านหน้า และด้านหลังยังมาพร้อมกับระบบเบรก ABS แบบ Dual-Channel จากแบรนด์ Bosch ที่สามารถเลือกเปิด-ปิดได้ เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับตัวรถ นอกเหนือจากระบบเบรก ABS ที่มาพร้อมกับตัวรถคันนี้ อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจคือหน้าจอเรือนไมล์แบบสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ภาพคมชัด และมี UI ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย บอกข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเกียร์ มาตรวัดน้ำมัน อุณหภูมิความร้อนของตัวรถ อีกทั้งหน้าจอนี้ยังควบคุมโหมดการขับขี่ที่มากับตัวรถซึ่งมีทั้งหมด 3 โหมดได้แก่ Eco, Sport และ Rain ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ และระบบควบคุมการยึดเกาะให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ สีสันที่วางจำหน่าย Piranha Red Puma Grey   ซึ่งถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากเป็นเจ้าของ ก็สามารถพรีออเดอร์ล่วงหน้าได้แล้ว โดยเจ้า Tuono 457 เปิดให้จองล่วงหน้าอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Aprilia (คลิ๊กที่นี่) มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 6,599 ยูโร หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 241,400 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ขี่ก่อน หล่อก่อน บอกเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Kawasaki Eliminator สเปค ราคาและข้อมูล

Kawasaki Eliminator สเปค ราคาและข้อมูล      Kawasaki Eliminator รถครูเซอร์รุ่นใหม่ขนาด 400 ซีซี ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันกับ Ninja 400 และเฟรมโครงตาข่ายที่มีน้ำหนักเบา พร้อมกับการออกแบบให้ความโมเดิร์นและคอมแพค ดูดีอย่างลงตัว ราคาแนะนำ 224,900 บาท  สเปค, สเป็ก ​ หน้าจอดิจิทัล LCD เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกับ Ninja 400   เบาะ 2 ชิ้น ระบบไฟ LED      สเปค Kawasaki Eliminator ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 399 ซีซี แรงม้า (เคลม) 48 แรงม้าที่ 10,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 37 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 70.0 x 51.8 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Digital ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Fuel injection ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 130/70-18M/C 63H ยางหลัง 150/80-16M/C 71H ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 310 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม. กว้าง X ยาว X สูง 785 x 2,250 x 1,100 มม. ระยะฐานล้อ 1,520 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความสูงเบาะ 735 มม. น้ำหนักรถ 176 กก. ความจุถังน้ำมัน 13 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ E10, E20 เทคโนโลยี หน้าจอดิจิทัล LCD ระบบไฟ LED รอบคัน   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Kawasaki Eliminator   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค Ducati Monster SP ข้อมูลและราคา

สเปค Ducati Monster SP ข้อมูลและราคา      Ducati Monster SP สปอร์ตไบค์โมเดลจากสนามแข่งรถระดับโลก กับรุ่น Monster SP ที่ถูกพัฒนาโดยเน้นประสิทธิภาพของช่วงล่าง ให้กำลังแรงม้าที่ 111 แรงม้า 9,250 มาพร้อมชุดแต่งที่ตอบโจทย์ไบค์เกอร์โดยเฉพาะ  ราคาแนะนำ 619,000 บาท  สเปค, สเป็ก ​ หน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว โช้ค Ohlins หน้า-หลัง กันสะบัด ลายกราฟิกที่ฝาครอบที่นั่งผู้โดยสาร ระบบเบรก ABS  ระบบไฟ LED    สเปค Ducati Monster SP ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ V ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 937 ซีซี แรงม้า (เคลม) 111 แรงม้าที่ 9,250 รอบ แรงบิด (เคลม) 93 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 94 x 67.5 มม. อัตราส่วนการอัด 13.3 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง อิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 ล้ออัลลอย ยางหลัง 180/55-ZR17 ล้ออัลลอย ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Ohlins NIX30 ขนาด 43 มม. ปรับระดับได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Ohlins ปรับระดับได้ พร้อมสวิงอาร์มคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ Brembo stylema 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 245 มม.คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,472 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 112 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 166 กก. (ไม่รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว  โหมดการขับขี่ 3 แบบ Sport/Road/Wet ระบบช่วยเหลือการขับขี่  ระบบเบรก ABS แทร็กชั่นคอนโทรล  ควิกชิฟเตอร์ ระบบควบคุมแรงบิด ป้องกันการยกล้อ ระบบไฟ LED รอบคัน   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Monster SP   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไทรอัมพ์ เปิดตัว รถใหม่ตัวแรง 2023

ไทรอัมพ์ เปิดตัว สปอร์ตเน็กเก็ดไบค์ ที่สุดแห่งปี 2023  ค่ายรถ 2 ล้อสัญชาติอังกฤษอย่าง ไทรอัมพ์ เปิดตัว 2 โมเดลใหม่ล่าสุดในกลุ่มโรดสเตอร์ ซึ่งได้แก่รุ่น Street Triple 765 RS และ Street Triple 765 Moto2™ Edition สปอร์ตเน็กเก็ดรุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2023 ที่ทรงพลังความเป็นที่สุดในทุกด้าน  ในรูปลักษณ์โมเดลใหม่ทั้ง 2 รุ่น ที่มีความดุดันและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมี พร้อมลาย 765 ที่ได้มาจากการแข่งขันและกราฟิกแบบสปอร์ต รูปทรงท่อคาร์บอนเก็บเสียงแบบใหม่ ตอกย้ำเสียงเครื่องยนต์สามสูบที่เป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ รวมไปถึง ถังน้ำมันขนาด 15 ลิตร ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด มีแผงด้านข้างที่จัดวางสวยงามเข้ากับแผ่นครอบหม้อน้ำที่คมชัดยิ่งขึ้น เสริมด้วยการตกแต่งไฟหน้าแบบใหม่รวมกับแรมแอร์เข้าไว้ด้วย นอกจากนี้รุ่น RS ยังมีแผ่นครอบเครื่องด้านล่างท้องเครื่องที่มาพร้อมสีใหม่ มีที่ครอบเบาะนั่งสีเดียวกับตัวรถ รวมถึงเบาะนั่งคนซ้อนท้ายแบบเปลี่ยนได้นั่นเอง พิเศษสำหรับรุ่น Moto™ Edition โดดเด่นด้วยถังน้ำมันคาร์บอนที่มีน้ำหนักเบารวมไปถึง บังโคลนหน้า แผงด้านข้าง แผงครอบไฟหน้า และแผ่นครอบเครื่องด้านล่าง สำหรับรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน โดยแต่ละคันจะมีหมายเลขสลักไว้บนแผงคอตัวรถพร้อมกันนี้ทั้ง 2 รุ่นยังมีอุปกรณ์เสริมของแท้จากไทรอัมพ์มากกว่า 50 รายการ ให้สามารถปรับแต่งรถให้เข้ากับสไตล์ของผู้ขับขี่ได้อีกด้วย  มาดูเครื่องยนต์ ทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นแบบ 3 สูบ ขนาด 765 ซีซี เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ได้รับการอัปเกรดจากโปรแกรมพัฒนาเครื่องยนต์การแข่งขัน Moto 2 ให้เครื่องยนต์มีลักษณะเฉพาะมากกว่าที่เคย โดยมอบพละกำลังสูงสุดที่ 130 แรงม้าที่ 12,000 รอบ และแรงบิดสูงสุด 80 นิวตันเมตรที่ 9,500 รอบ  ในขณะที่ลูกสูบ ก้านสูบ และพินลูกสูบใหม่ถูกจับคู่กับห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ใหม่ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มจำกัดขีดจำกัดแรงดันกระบอกสูบ สุดท้ายพละกำลังที่มากขึ้นด้วยวาล์ว และเพลาลูกเบี้ยวใหม่ที่มาช่วยเพิ่มการยกวาล์ว เพิ่มประสิทธิภาพการดูดระบบเผาไหม้ของท่อไอเสีย ส่งมอบเสียงอันเร้าใจและโดดเด่น รวมอัตราส่วนกระปุกเกียร์ใหม่ เพื่อประสิทธิภาพการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น  นอกจากนี้โมเดลใหม่ทั้ง 2 รุ่น ยังได้ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ตามหลักการยศาสตร์แบบใหม่ มีรูปทรงที่ปรับปรุงใหม่พร้อมมุมลาดเอียงที่ชันขึ้น และส่วนหลังที่ยกขึ้นเพื่อการเลี้ยวที่ว่องไวมากยิ่งขึ้น ด้านโครงรถน้ำหนักเบา และสวิงอาร์มที่มีรูปทรงเหมือนปีกนก ช่วยสร้างความมั่นใจในการขับขี่ โดยรุ่น RS มาพร้อมแฮนด์บาร์รุ่นใหม่ที่กว้างขึ้น 12 มม. ความสูงต่ำกว่า 80 มม.มีขยับไปข้างหน้า 50 มม.และความสูงเบาะนั่ง 239 มม. ซึ่งทั้ง 2 รุ่น สามารถลดเบาะนั่งได้อีก 10 มม. โดยปรับแต่งให้เข้ากับระบบกันสะเทือนหลัง ตลอดจนยังมีอุปกรณ์เสริมเบาะนั่งต่ำแบบใหม่  ในขณะที่ความปลอดภัยอัดแน่นมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมคาลิเปอร์คู่หน้าแบบเรเดียลโมโนบล็อก 4 สูบ ของ Brembo Stylema พร้อมจานเบรกคู่ขนาด 310 มม. รวมถึงเบรก Brembo MCS ที่เข้าคู่พร้อมคันโยกที่ปรับได้ ในขณะที่คาลิเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยวของ Brembo ยังช่วยควบคุมที่ด้านหลัง เพื่อความเสถียรในการเบรกที่ดีขึ้น และลดระยะการหยุดที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่วนระบบกันสะเทือนคุณภาพสูงในรุ่น RS มาพร้อมโช้คลูกสูบคู่แบบหัวกลับจาก Showa ขนาด 41 มม.และโช้คหลังพร้อมกระปุกเก็บน้ำมันจาก Ohlins   ส่วนรุ่น Moto2™ Edition นำเสนอความสามารถพร้อมสำหรับสนามแข่งด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับของ Ohlins ขนาด 43 มม. และโช้คหลังพร้อมกระปุกเก็บน้ำมันจาก Ohlins ที่มีพร้อมระยะยุบตัวทั้งล้อหน้าและล้อหลังในทั้ง 2 รุ่น คือ 115 มม.และมีระยะยุบตัวของล้อหลัง 131.2 มม. ตลอดจนยางประสิทธิภาพสูงระดับสนามแข่งอย่าง Pirelli Diablo Supercosa SP V3 ในทั้ง 2 รุ่นที่ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับใช้งานบนท้องถนนทั่วไป ซึ่งมอบระดับการยึดเกาะเหมือนอยู่บนสนามแข่ง รวมถึงการทรงตัวในความเร็วสูง  สำหรับรุ่น Street Triple 765 RS เปิดราคาจำหน่ายที่ 499,000 บาท มีจำหน่ายทั้งหมด 3 สีได้แก่ สี Silver Ice (พร้อมกราฟิกสี Baja Orange

Suzuki Avenis 125 2023 สเปค ราคา

Suzuki Avenis 125 2023 สเปค ราคาและข้อมูล      Suzuki Avenis 125 2023 รถสกู๊ตเตอร์ตัวใหม่ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์รถออโตเมติกทรงสปอร์ต ปราดเปรียว และฟีเจอร์โดดเด่นรอบคัน ในสมรรถนะรถพิกัด 125 ซีซี ราคาแนะนำ 64,000 บาท  สเปค, สเป็ก ​ ไฟ LED รอบคัน เรือนไมล์ ดิจิทัล LCD ช่องเสียบ USB ฝั่งซ้าย ถังน้ำมันฝั่งท้าย   Suzuki Avenis 125 สเปคตัวใหม่ ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 124 ซีซี แรงม้า (เคลม) 8.7 แรงม้าที่ 6,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 10 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 52.5 x 57.4 ม.ม. อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้าและสตาร์ทเท้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 90/90-12 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 90/100-10 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 710 X 1,895 X 1,175 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,265 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 160 ม.ม. ความสูงเบาะ 780 ม.ม. น้ำหนักรถ 106 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 5.2 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี เรือนไมล์ LCD ช่องเสียบ USB ระบบไฟ LED รอบคัน   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Suzuki Avenis 125   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati เขย่า Motor Show ลุยเปิดรถใหม่

Ducati เขย่า Motor Show 2023 พร้อมเปิดโมเดลใหม่ ราคาสุดคุ้ม ไม่ควรพลาด กับค่ายรถบิ๊กไบค์ระดับโลกจากประเทศอิตาลี ที่ใคร ๆ ต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน กับค่ายรถ Ducati เขย่า Motor Show 2023 ด้วยการเปิด 3 โมเดลใหม่ล่าสุด ซึ่งนำทัพโดยโมเดลชูโรงอย่าง Ducati Diavel V4 บิ๊กไบค์สายสปอร์ตครูเซอร์ ที่จัดเต็มด้านเทคโนโลยี และจุดเด่นที่สุดกับเครื่องยนต์ตัวใหม่อย่าง V4 Granturismo ต่อมาเป็นรุ่น Monster SP ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA และเทคโนโลยีจากสนามแข่ง มาพร้อมการเพิ่มเติมประสิทธิภาพในการขับขี่ขั้นสูง ทางด้านฝั่ง เอ็นดูโร แอดเวนเจอร์ ก็ไม่ควรพลาดกับ ดูคาติ Desert X Black รุ่นที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ ที่มีการปรับโฉมและปรับเครื่องใหม่ล่าสุด และสีใหม่ที่ดุดันมากกว่าเดิม รวมไปถึงไรดิ้งเกียร์ อุปกรณ์ตกแต่งในบูธอีกมากมาย รับรองได้เลยว่าถูกใจเหล่าไบค์เกอร์อย่างแน่นอน Ducati Diavel V4  Ducati เปิด 3 โมเดลใหม่ โดยเริ่มจากรุ่นแรกกับ Ducati Diavel V4 สปอร์ตครูเซอร์ที่มีความหรูหรา พร้อมเครื่องยนต์ตัวใหม่ ขณะที่ดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ดุดัน แข็งแกร่ง เริ่มจากไฟหน้า เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ รูปทรงตัว C แบบคู่ พร้อมไฟท้ายแบบ LED โดดเด่นไม่เหมือนใคร มาพร้อมกับความพิเศษคือ เมื่อมีการเบรกฉุกเฉินเกิดขึ้น ไฟท้ายจะกระพริบเตือนคันหลังทันที ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ถึงระบบความปลอดภัยที่มีเพิ่มขึ้น  ไฟเลี้ยวแบบไดนามิกที่ติดตั้งอยู่ที่แฮนด์บาร์บริเวณด้านหน้าปั๊มเบรกและปั๊มคลัตซ์ พิเศษด้วยยางหลังขนาดใหญ่ดีกรีสนามแข่งด้วย Pirelli Rosso lll ขนาด 240/45 ที่เผยให้เห็นล้อ 5 ก้านอย่างชัดเจน รวมถึงจุดเด่นของท่อไอเสีย 4 ท่อเล็กในปลายท่อใหญ่ใบเดียวกัน ทำให้มีเสียงดุดันและแสดงถึงเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V4 ได้เป็นอย่างดี  สำหรับเครื่องยนต์ Ducati Diavel V4 ถูกพัฒนาขึ้นมาจากเครื่องยนต์ 2 สูบ เป็นเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ที่ใช้ชื่อว่า V4 Granturismo ซึ่งเป็นเครื่องเดียวกับ Mulstistrada V4 โดยได้รับการปรับจูนให้กับเข้ากับสไตล์ของรถมากขึ้น เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1,158 ซีซี ให้กำลัง 168 แรงม้าและแรงบิด สูงสุดที่ 126 นิวตันเมตรนั่นเอง ขณะที่ช่วงล่างได้ปรับปรุงเพิ่มมาใหม่ โช้คหน้าหัวกลับขนาด 50 มม. มีระยะยุบ 120 มม. และโช้คหลังใหม่ มีระยะยุบ 145 มม. ระบบเบรกจาก Brembo มีคาลิปเปอร์เบรกหน้าเป็น Brembo Stylema และดิสก์เบรกคู่ ขนาด 330 มม. แบบเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์สปอร์ต  ในด้านเทคโนโลยีก็ไม่น้อยหน้า ประเดิมด้วยหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว มากับฟังก์ชันพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานต่าง ๆ ได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบครูซคอนโทรล เพื่อขับขี่ได้สบายเวลาเดินทางไกล ระบบช่วยออกตัว ระบบควิกชิฟเตอร์ ครบครันเลยทีเดียว  มาพร้อมระบบการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Sport, Touring, Urban และ Wet ที่เป็นโหมดใหม่ ระบบแทร็กชั่นคอนโทรล ระบบเบรก ABS แบบใช้งานในทางโค้งได้ และระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ โดยโมเดลนี้มีให้เลือกด้วยกันถึง 2 สี ได้แก่ สีแดง Ducati Red และสีดำ Thrilling Black ในราคาคุ้มค่า เปิดตัวที่ 1,299,000 บาท  Monster SP อีกหนึ่งโมเดลที่ถูกถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งรถระดับโลก กับรุ่น Monster SP ที่ถูกพัฒนาโดยเน้นประสิทธิภาพของช่วงล่าง การลดน้ำหนักตัวรถถึง 1.7 กก. และการควบคุมเป็นหลัก โดยตัวรถจะยังคงใช้พื้นฐานเครื่องยนต์จาก

Kawasaki จัดเต็ม ! ลุยเปิดโมเดลใหม่ ในงาน Motor Show 2023

Kawasaki จัดเต็ม เปิดตัวโมเดลใหม่ เอาใจสาวกบิ๊กไบค์ ในงาน Motor Show 2023  มาดูรถฝั่งค่ายยักษ์เขียวในงาน Motor Show 2023 ซึ่งจัดเต็มแบบไม่เป็นรองใคร รุกเปิดโมเดลใหม่ล่าสุด ประเดิมโดย Ninja ZX-4R รถซูเปอร์สปอร์ตทรงพลัง ในคลาส 400 ซีซี ที่มากับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง, Eliminator รถฟรีสไตล์ครูเซอร์ใหม่ขนาด 400 ซีซี และ Versys 650 รถทัวริ่งโฉมใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่อย่าง Versys 1000 พร้อมจัดแสดงสุดยอดยนตรกรรมอีกมากมาย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 นี้ Ninja ZX-4R  Kawasaki จัดเต็ม นำทัพรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น เข้าร่วมประชันโฉมภายในงานมอเตอร์โชว์ 2023 ซึ่งมีดาวเด่นเป็นสุดยอดรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ต ทรงดุดันอย่าง Ninja ZX-4R ด้วยตำแหน่งทางการตลาดที่วางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับในโมเดลนี้ คือเวอร์ชันรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตขนาด 400 ซีซี ที่ให้ความเร้าใจที่ยากจะหาคู่เปรียบเทียบได้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง เป็นกุญแจสำคัญของความสนุกสนานในการขับขี่ ที่ได้ส่งผ่านประสิทธิภาพที่บดบัง รถรุ่นอื่นในคลาส 400 ซีซี ด้วยพละกำลังเครื่องยนต์ 75 แรงม้า และมีรอบเครื่องยนต์ที่สูงกว่า 15,000 รอบต่อนาที ทำลายทุกขีดจำกัด ส่วนควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ECU ใช้พื้นฐานเดียวกับ Z H2 รุ่นเรือธงของคาวาซากิ ทั้งเกรี้ยวกราดและดุดัน โดยมี ETV (Electronics Throttle Valves) ที่มีขนาดใหญ่ถึง ø34 mm ที่ทำให้ตอบสนองการบิดคันเร่งอย่างดีเยี่ยม และทำให้ง่ายต่อการทำงานในส่วนของระบบต่าง ๆ ภายในรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ เช่น KTRC, การเลือกโหมดการขับขี่ และการใช้งานควิกชิพเตอร์ (ในรุ่น SE) กับเสียงอันเร้าใจของเครื่องยนต์ Ninja ZX-4R มาจากท่อไอเสียที่ได้แรงบันดาลใจจาก Ninja ZX-6R เพื่อให้ได้กำลังสูงสุดและเสียงเร้าใจ โดยที่ไม่ผิดกฎหมาย    ด้านแรมแอร์ที่อยู่ตรงกลางเป็นฟีเจอร์ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของโมเดล Ninja ZX โดยช่องทางเดินอากาศของ Ninja ZX-4R ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับ Ninja H2 ซึ่ง Know-how นี้จะเพิ่มอัตราการไหลของอากาศและเพิ่มความดันอากาศทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นทุกความเร็วรอบ ทั้งยังออกแบบมาให้ป้องกันน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ในการขับขี่ในขณะฝนตกด้วย ระบบกันสะเทือน High-Grade Suspension SFF-BP (Separate Function Fork – Big Piston) Horizontal Back-link Rear Suspension ระบบรองรับน้ำหนักด้านหน้าถูกติดตั้งมาเป็นระบบ SFF-BP ของ SHOWA ทำให้ Ninja ZX-4R สามารถขับขี่ได้ทั้งในสนามแข่งและรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ในส่วนของโช้คอัพหลัง เป็นแบบ Horizontal Back-Link ที่ออกแบบมาจาก Ninja ZX-10R (ในรุ่น SE สามารถปรับ Preload ที่โช้คอัพหน้าได้) เรือนไมล์ TFT Colour Instrumentation with Circuit Mode หน้าจอ TFT ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ผ่านระบบ Smartphone Connectivity โดยหน้าจอ TFT มี Built in Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของผู้ใช้รถโดยเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น “RIDEOLOGY” ซึ่งมีฟังก์ชั่นแสดงข้อมูลรถ และตั้งค่าการขับขี่ต่าง ๆ ผ่านโทรศัพท์ได้เลย ทำให้ Ninja ZX-4R สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น รองรับสมรรถนะสไตล์สปอร์ตที่มีพิษสงรอบตัวยิ่งกว่ารุ่นใด ๆ ในคลาส 400

BMW S1000RR สเปค 2023 และราคาใหม่

BMW S1000RR สเปค โมเดลใหม่ 2023 จากค่ายเรือธง     BMW S1000RR 2023 สปอร์ตไบค์ตระกูล S1000 ในพิกัด 1000 ซีซี จากค่ายใบพัดสีฟ้า พร้อมรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะกดทุกสายตา กับสมรรถนะที่เหลือล้น ในเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ให้ความแรงถึง 210 แรงม้า และเทคโนโลยีเต็มขั้น ให้ความมันส์ทุกการขับขี่บนสนามแข่งและท้องถนน  ราคาแนะนำ สีแดง Racing Red ราคา 999,000 บาท สีดำ Black Storm Metallic ราคา 984,000 บาท  สเปค, สเป็ก ​​   หน้าจอสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว เกียร์โยง CNC ระบบเบรก ABS ปุ่มคอนโทรลโหมดการขับขี่     โช้คเดี่ยวไฟฟ้า วิงก์เล็ต   BMW S1000RR สเปค 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี แรงม้า (เคลม) 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 11,100 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 49.7 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 13.3 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Electronic injection ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อมระบบคลัตช์ anti-hopping ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 แบบไม่ใข้ยางใน ยางหลัง 190/55-ZR17 แบบไม่ใข้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ขนาด 45 มม. พร้อมระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมโช้คเดี่ยว และระบบ Dynamic Damping Control (DDC) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 ม.ม. คาลิเปอร์ แบบเรเดียลเมาท์ 4 พอต (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 1 พอต (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 848 x 2,073 x 1,204 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,458 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 824 ม.ม. น้ำหนักรถ 193.5 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 16.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ น้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วออกเทน 95-98 เทคโนโลยี ระบบเบรก C-ABS  ไดนามิก แทรคชั่นคอนโทรล ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSC)  โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Rain, Road, Dynamic, Race)

ไทยฮอนด้า เผยนโยบายปี 66 พร้อมเปิดตัวโมเดลใหม่ เพียบ

ไทยฮอนด้า แถลงนโยบายประจำปี 2023 พร้อมเปิดตัวโมเดลใหม่ เพียบ ไทยฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย แถลงนโยบายประจำปี 2023 เดินหน้า 3 กลยุทธ์มุ่งสร้าง Lifetime Experience ให้ลูกค้าอย่างยั่งยืนด้วยการเปิดเกมรุกสร้างเซกเมนท์ใหม่ ด้วยการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ สแครมเบลอร์พี่ใหญ่และน้องเล็กอย่าง Honda CL500 และ Honda CL300 ที่จะมาสร้างเทรนด์ใหม่ของการขับขี่ พร้อมกับเตรียมส่งมอบประสบการณ์ความสนุกจากการคอลแลบกับค่ายภาพยนตร์ระดับโลก ประเดิมไตรมาสแรกด้วย New Honda Scoopy Minion Limited Edition และ All New Honda ADV160 Limited Edition Inspired by Marvel Collection ลายกัปตันอเมริกา และไอรอนแมน มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ด้วยแรงสนับสนุนของคนไทย รถจักรยานยนต์ฮอนด้าสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดฯ ได้เป็นปีที่ 35 ติดต่อกัน ฮอนด้าขอขอบคุณทุกความไว้วางใจและพร้อมจะรักษาความมุ่งมั่นในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนไทยตลอดไป สำหรับปี 2023 ถือเป็นปีแห่งความท้าทาย ไทยฮอนด้าได้คาดการณ์ตัวเลขของตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปีนี้ไว้ที่ 1.75 ล้านคัน ในขณะที่ไทยฮอนด้าตั้งเป้าไว้ที่ 1.38 ล้านคัน โดยวาง 3 กลยุทธ์หลักเพื่อไปสู่เป้าหมาย” “กลยุทธ์แรก คือ การสร้างความพึงพอใจด้วยผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง ในปีนี้เราเริ่มต้นด้วยการเปิดเซกเมนท์ใหม่ ด้วยโมเดลใหม่ล่าสุดกับ Honda CL500 และ Honda CL300 สำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบแอคทีฟ ชอบสิ่งที่สามารถสะท้อนตัวตนได้อย่างชัดเจน โดยรถในกลุ่ม CL Series มาพร้อมคอนเซปต์ The Reflection of You ตัวรถตอบโจทย์ทั้งรูปลักษณ์ ลักษณะการขับขี่ และสมรรถนะ โดยฮอนด้าพร้อมสร้าง Riding Community เพื่อรองรับผู้ขับขี่ที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบ Scrambler นอกจากนี้ เรายังพร้อมสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ไทยด้วยการทำ Brand Collaboration กับแบรนด์ระดับโลก โดยในปีนี้เราจับมือกับ Walt Disney และ Universal Studios สองค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของโลก ในการสร้างสรรค์โมเดลรุ่นพิเศษ เริ่มตั้งแต่ต้นปีนี้ด้วย Scoopy Minion Limited Edition และ All New ADV160 Limited Edition Inspired by Marvel Collection ลายกัปตันอเมริกาและไอรอนแมน และหลังจากนี้เราจะส่งมอบอีกหลายประสบการณ์ให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง” “กลยุทธ์ที่สอง คือ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดผ่านนโยบาย 6S เพื่อยกระดับการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย โดย 6S ที่ประกอบด้วย Sales, Service, Spare Parts, Safety Riding, Second Hand และ Society ของไทยฮอนด้าในปัจจุบันนั้นครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้แล้ว และเราจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งผ่านการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม โดยได้เตรียมแผนสนับสนุนเครือข่ายร้าน Honda Wing Center ที่มีอยู่ทั่วประเทศด้วยทรัพยากรที่แข็งแกร่งทั้งด้านซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบุคลากร” “กลยุทธ์ที่สาม คือ การสร้างความยั่งยืนของแบรนด์ เรามุ่งไปที่การส่งมอบประสบการณ์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนไทย โดยโฟกัสไปที่ระบบการจัดการฐานข้อมูล เช่นเดียวกับการทำ Digital Experience Marketing ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้าง Marketing Experience และ Brand Engagement ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ แต่ละกลยุทธ์จะเป็นเบื้องหลังสำคัญในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งของแบรนด์รถจักรยานยนต์ฮอนด้าในปีนี้ และจะสร้างคุณค่าให้กับวงการรถจักรยานยนต์ไทย รวมถึงผู้ใช้ชาวไทยทุกคนด้วย”   สำหรับรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวล่าสุด New Honda CL500 และ New Honda CL300 เป็นรถ Scrambler ที่มาพร้อมคอนเซปต์ A Reflection of You ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนแอคทีฟ ที่รักการท่องเที่ยว ชื่นชอบการผจญภัย สะท้อนตัวตนความเป็นแสครมเบลอร์โดย สีส้ม (Candy Energy Orange) สีเทา (Pearl Grey)

Honda Lead125 2024 สเปค 4 วาล์ว แรงได้ใจ

  Honda Lead125 2024 เป็นสกู๊ตเตอร์เมืองที่ทันสมัย และใช้งานได้จริง ออกแบบมาสำหรับการเดินทางในเมือง มาพร้อมเครื่องยนต์ eSP+ 125cc 4 วาล์ว ให้เทคโนโลยีที่รองรับการใช้งานอย่างครบครัน ดีไซน์เรียบหรูทันสมัยพร้อมไฟ LED และฟีเจอร์อัจฉริยะ เช่น U-box ขนาด 37 ลิตร สำหรับเก็บของ, ระบบ Honda SMART Key สำหรับการสตาร์ทแบบไม่ใช้กุญแจและป้องกันการโจรกรรม, รวมถึงถังน้ำมันด้านหน้า พร้อมช่องชาร์จ USB Type-C ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ บิดแรง เร้าใจแน่นอน โดยเปิดตัวในประเทศไทยที่ ราคาแนะนำที่ 61,500 บาท ข้อดีและจุดเด่นของ Honda Lead125 ปี 2024  ช่องเสียบ USB Type A พร้อมช่องเก็บของคอนโทรลหน้า เรือนไมล์ LCD สไตล์ Modern Ring แบบ LED และไฟท้ายดีไซน์มินิมอลแบบ LED ดีไซน์สวยทรงตัว V เครื่องยนต์ eSP+ 125cc 4 วาล์ว ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน ช่องเก็บของใต้เบาะ ขนาดใหญ่ความจุ 37 ลิตร พร้อมไฟ LED สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้ 2 ใบ ถังน้ำมันด้านหน้า กุญแจรีโมทอัจฉริยะที่รองรับการสตาร์ทเครื่องยนต์แบบไม่ใช้กุญแจ และมาพร้อมฟังก์ชันป้องกันการโจรกรรม สเปค Honda Lead125 ปี 2024 เครื่องยนต์ eSP+ สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 124.8 ซีซี แรงม้า (เคลม) 10.73 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 53.5 X 55.5 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11.5:1 ระบบเกียร์ อัตโนมัติ ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 90/90-12 44J แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 100/90-10 56J แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง ยูนิตสวิง เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 1,844 X 680 X 1,130 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,273 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 120 ม.ม. ความสูงเบาะ 760 ม.ม. น้ำหนักรถ 113 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 6.0 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบไฟ LED ระบบสมาร์ทคีย์ ระบบคอมบายเบรก ระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System Honda Lead125 ปี 2024 มีสีอะไรบ้าง ? สีที่มีจำหน่ายสำหรับรุ่น Honda Lead125 มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว สีน้ำเงิน และสีแดง   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW S1000XR 2023 สปอร์ตทัวริ่ง ตัวแรง จากค่ายใบพัดสีฟ้า

BMW S1000XR 2023 สปอร์ตทัวริ่ง ตัวแรง จากค่ายใบพัดสีฟ้า นอกจากการเปิดตัวโมเดล BMW M1000R 2023 ในประเทศไทยไปเมื่อไม่นาน วันนี้ทาง SuperฺBike Thailand จะมาแนะนำรถสปอร์ตทัวร์ริ่งตัวใหม่ในตระกูล S1000 จากค่ายใบพัดสีฟ้ากันอีกรุ่น กับเจ้า BMW S1000XR 2023 สปอร์ตทัวริ่งไซส์ใหญ่ในพิกัด 1000 ซีซี ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการขับขี่ในเมืองและออกทริปต่างจังหวัด ดีไซน์โฉบเฉี่ยว  เริ่มจากการออกแบบแฟริ่งให้มีมิติความเป็นรถสปอร์ต ชิลด์หน้าออกแบบทรงสูงในสไตล์ทัวริ่งแอดเวนเจอร์ พร้อมไฟ LED บิ้วอินเข้าไปในแฟริ่งด้านหน้า โดดเด่นด้วยแรมแอร์ขนาดใหญ่บริเวณคอนโทรลหน้า มาพร้อมกราฟิกลวดลาย S1000 XR และโลโก้ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ประทับตราด้านข้างเพิ่มความหรูหรา เสริมการทำสีดำในส่วนเครื่องยนต์และช่วงล่าง ให้ฟีลลิ่งความสมาร์ทและดุดันในการขับขี่ที่ใคร ๆ ก็ต้องมอง  นอกจากนี้ ตัวรถยังมีความพิเศษด้วยช่องเก็บบัตรบริเวณฝาถังน้ำมัน และช่องเก็บสัมภาระใต้เบาะขนาด 1.8 ลิตร พร้อมชุดแต่งคาร์บอน M Performance แร็กท้ายน้ำหนักเบาและกล่องท้ายมอเตอร์ไซค์ สำหรับรุ่นอัพเกรดอีกด้วย ขุมพลังเหลือล้ำ มาดูในส่วนของขุมพลังกันบ้าง กับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 165 แรงม้าที่ 11,000 รอบ และแรงบิด 114 นิวตันเมตร ที่ 9,250 รอบ มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนด้วยโซ่ และเกียร์ 6 สปีด และรับประกันความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์ผู้ขับขี่สายทัวริ่งได้อย่างแน่นอน เสริมความปลอดภัยด้วยการใช้เฟรมแบบ อลูมิเนียมคอมโพสิต พร้อมด้วยระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าหัวกลับ ขนาด 45 มม. มาพร้อมกระบอกโช้คสีทอง ส่วนโช้คหลัง เป็นโช้คอัพปรับระดับไฟฟ้า สามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ส่วนระบบเบรก ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ 4 พอต เบรกหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 265 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 2 พอต มาพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อ จะเป็นล้อฟอร์จอลูมิเนียมขนาด 17 นิ้ว หน้า-หลัง ดีไซน์มาอย่างสวยงาม ขนาดของยางหน้า-หลังขนาด 120/70 และ 190/55 แบบไม่ใช้ยางใน  เทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร แค่นั้นยังไม่พอ กับระบบเทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร เริ่มด้วยหน้าจอสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อแอพพลิเคชัน BMW Motorrad Connectivity เข้ากับสมาร์ทโฟน ตัวรถและหมวกกันน็อกผ่านระบบบลูทูธได้สามารถ ดูเส้นทาง GPS, ฟังเพลงและสนทนาทางโทรศัพท์ได้ นอกจากนี้ยังระบบไฟ LED รอบคัน โหมดการขับขี่ Riding Mode พร้อมระบบอื่น ๆ ได้แก่ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSC Pro), ระบบควบคุมแรงฉุดเครื่องยนต์ (MSR), ระบบเบรก  ABS รวมไปถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DTC) ดูโดยรวมแล้ว ถือว่าทาง บีเอ็มดับเบิ้ลยู โมโตราด ออกแบบตัวรถได้มาอย่างดี ตอบโจทย์สำหรับสายสปอร์ตทัวริ่ง ซิ่งถูกใจอย่างแน่นอน ในรถตระกูล S1000 ถึงรูปลักษณ์จะดูเป็นรถทรงทัวริ่ง แต่สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกตั้งแต่ออกสตาร์ทเลยทีเดียว  Racing red 2 Triple Black Light white/M Motorsport โดยมีจำหน่ายออกมาทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Light white/M Motorsport, Triple Black และ Racing red 2 สำหรับราคา จะอัปเดตอีกทีในภายหลัง อย่างไรก็ขอฝากติดตามข่าวสารรถจักรยานยนต์จากทาง SuperBike Thailand ในครั้งต่อไป หากมีข่าวสารอะไรใหม่ ๆ จะมาแชร์ให้อ่านกันครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2 ประเทศอาร์เจนติน่า “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมควง Honda CRF450R เปิดตัวได้ยอดเยี่ยมจากTeam HRC จาก Honda คว้าชัย MXGP 2023 เรซ 2 ที่อาร์เจนตินา “รูเบน เฟอร์นานเดซ” เปิดตัวกับ Team HRC ได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันรถจักรยานยนต์วิบากชิงแชมป์โลก รายการเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิล์ด แชมเปี้ยนชิพ สนามแรกที่อาร์เจนตินา ด้วยการคว้าชัยชนะได้ทันที ด้วยสุดยอดตัวแข่งอย่าง CRF450R แม้ว่าก่อนเริ่มต้นฤดูกาล ฮอนด้าต้องพบกับความท้าทายอย่างมากเมื่อ “ทิม ไกจ์เซอร์” ยอดนักบิดมือหนึ่งของทีมได้รับบาดเจ็บ เหลือเพียง “รูเบน เฟอร์นานเดซ” ที่พึ่งเข้ามาสู่ทีมเป็นปีแรกเท่านั้น การแข่งขันสนามเปิดฤดูกาล MXGP 2023 ดวลทางฝุ่นกันที่ประเทศอาร์เจนตินา ในรายการ MXGP of Patagonia – Argentina ความมุ่งมั่นของฮอนด้าและสมรรถนะตัวแข่ง  CRF450R ได้พิสูจน์ศักยภาพอีกครั้ง ซึ่งฤดูกาลนี้มีคะแนนสะสมให้เก็บในรอบการคัดเลือก เพื่อหาอันดับการออกสตาร์ท  “รูเบน เฟอร์นานเดซ” สามารถคว้าอันดับ 4 คะแนนสะสม 7 แต้มมาครอง การแข่งขันเรซแรก “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมด้วย Honda CRF450R หมายเลข 70 โชว์ศักยภาพอันน่าทึ่งทันที ด้วยการรั้งกลุ่มนำพร้อมมีลุ้นอันดับโพเดียม อย่างไรก็ตามความผิดพลาดเล็กน้อยในช่วงปลายเกมส์ นักบิดดาวรุ่งชาวสเปนของ HRC จบอันดับ 5 เมื่อจบการแข่งขัน การแข่งขันเรซที่สอง ”รูเบน เฟอร์นานเดซ” เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม ขึ้นนำพร้อมปิดเกมส์คู่แข่ง ก่อนที่จะคว้าชัยชนะ ไปครองได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งผลการแข่งขันรวมทั้ง 2 เรซ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” จาก Team HRC เป็นนักแข่งที่ทำผลงานรวมได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยรวมแต้มสะสมและจากการจับเวลารอบคัดเลือก มีคะแนนทั้งสิ้น 48 คะแนน รั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก  สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน MXGP 2023 สนาม 2 จะมีขึ้นในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ที่ ริโอลา ซาร์โด ประเทศอิตาลี แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #MXGP #HRC #RaceToTheDream #Honda อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

สเปค BMW M1000R 2023 ราคาและรายละเอียด

สเปค BMW M1000R 2023 สปอร์ตโรดสเตอร์พิกัดเรือธง     BMW M1000R 2023 รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตโรดสเตอร์พิกัดเรือธง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี  ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ให้พละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Competition ยกระดับสมรรถนะตัวรถให้สูงยิ่งขึ้น ราคา 1,599,000 บาท   สเปค, สเป็ก ​   วิงก์เล็ต โช้คหน้าหัวกลับและคาลิเปอร์เบรก M กุญแจคีย์เลส หน้าจอ TFT โช้คหลังเดี่ยวพร้อมระบบ DDC ไฟ LED   สเปค BMW M1000R 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี แรงม้า (เคลม) 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 11,100 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 49.7 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 13.3 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อมระบบคลัตช์ anti-hopping ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 (ล้อแม็กคาร์บอน) แบบไม่ใข้ยางใน ยางหลัง 200/55-ZR17 (ล้อแม็กคาร์บอน) แบบไม่ใข้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ขนาด 45 มม. พร้อมระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมโช้คเดี่ยว และระบบ Dynamic Damping Control (DDC) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก M (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก M (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 996 x 2,085 x 1,176 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,455 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 830 ม.ม. น้ำหนักรถ 199 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 16.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ น้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วออกเทน 95-98 เทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ โหมดการขับขี่ Pro Riding Modes กุญแจคีย์เลส ระบบครูซคอนโทรล ระบบไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง ระบบตรวจสอบความดันลมยาง ระบบอุ่นมือ หน้าจอ TFT   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น M1000R 2023     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก