SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ราคาและสเปคมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Vespa 946 Snake เวสป้าปีงู ลิมิเต็ด 888 คัน

Vespa 946 Snake เวสป้าปีงู ลิมิเต็ด 888 คัน สำหรับสาวกเวสปิสตี้การจะมีเวสป้าสักคันติดบ้านก็ไม่น่าเป็นเรื่องแปลกอะไร แต่จะให้ไปซื้อโมเดลที่วางขายตามปกติในท้องตลาดก็ดูจะซ้ำกับชาวบ้านไปเสียหมด จะดีกว่าไหมถ้าเลือกซื้อทั้งทีต้องเป็นตัวลิมิเต็ด Vespa 946 Snake ‘Icy’ โมเดลใหม่จากทาง Vespa แบรนด์รถจักรยานยนต์ชื่อดังจากประเทศอิตาลี ที่ได้ผลิตคอลเลคชันต้อนรับปีนักษัตรใหม่ หลังจากในปีที่ผ่านมาได้ทำการเปิดตัวคอลเลคชั่น ‘Dragon’ เพื่อต้อนรับปีมังกร และในปี 2025 ก็ได้เปิดตัวคอลเลคชั่น Snake เพื่อต้อนรับปีงู โดยมีการวางจำหน่ายด้วยจำนวนจำกัดเพียง 888 คันทั่วโลก โดยในโมเดลนี้มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาดเครื่องยนต์ 155 ซีซี โดยการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจาก บรรยายกาศทิวทัศน์ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง เน้นความเรียบง่ายแต่ก็ยังสามารถดึงดูดสายตาได้ โดดเด่นด้วยสีฟ้าเงางามในเฉดเย็นที่สื่อถึงความบริสุทธิ์และความแข็งแกร่งของทิวทัศน์หิมะ แรงบันดาลใจเพิ่มเติม จากงู ที่เป็นปีนักษัตรของปี 2025 ถูกถักทอเข้าไปในทิวทัศน์ที่เยือกเย็น (สีของตัวรถ) โดยผ่านที่จับแฮนด์บาร์ และเบาะนั่ง ซึ่งออกแบบให้สะท้อนถึงลักษณะสัมผัสที่นุ่มนวลของผิวหนังของสัตว์เลื้อยคลาน เพลทงูเคลือบโครเมียมที่ปรากฏบนฝาปิดถังน้ำมัน และแผ่นกันโคลน ช่วยเติมเต็มการออกแบบที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง ความสง่างาม และความเป็นเอกลักษณ์ของตัวรถในโมเดลนี้  โมเดลในปีนักษัตร ‘กระต่าย’ โมเดลในปีนักษัตร ‘มังกร’   โดยเวสป้าปีนักษัตรรุ่นลิมิเต็ดนี้ จะมีวางจำหน่ายเพียงจำนวน 888 คันทั่วโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในคอลเลคชันของ Lunar Collection ซีรีส์โมเดลลิมิเต็ดปฏิทินจันทรคติตามปีนักษัตรต่าง ๆ หลังจากปีมังกรในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้เป็นการก้าวเข้าสู่ปี 2025 ที่เป็นปีงูซึ่งเป็นสัตว์อันทรงพลัง และลึกลับที่จะกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ก้าวผ่านขีดจำกัด ใช้ชีวิตด้วยความกล้าหาญ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศอิตาลี ก่อนที่จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยราคาวางจำหน่ายจะอยู่ที่ราว ๆ 15,000 ถึง 20,000 ยูโร (หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 600,000 ถึง 800,000 บาท) เวสปิสตี้ติดแกลม คันนี้น่าเล่นอนาคตมูลค่าเพิ่มแน่นอน (มั้ง) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Dunk มินิไบค์ สไตล์แดนอาทิตย์อุทัย

Honda Dunk มินิไบค์ สไตล์แดนอาทิตย์อุทัย Honda Dunk เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะมีรถยนต์ไซส์เล็กอย่าง Kei-Car (รถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 660 ซีซี พละกำลังไม่เกิน 64 แรงม้า) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากแล้ว มอไซค์ไซส์เล็กซีซีน้อยก็เป็นที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน เพราะมินิมอลไบค์ที่มีขนาดเล็ก ไซส์กระทัดรัด เน้นขับขี่ง่าย และความคล่องตัว เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่นในเมืองหรือพื้นที่คับแคบ ตามซอย หรือชุมชนอัดต่าง ๆ เครื่องยนต์ และช่วงล่าง น้องเล็กคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 49 ซีซี สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลัง 4.5 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 4 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที และที่สำคัญในโมเดลนี้มาพร้อมกับระบบ Idling Stop System ถูกออกแบบมาเพื่อหยุดการทำงานขณะรถหยุดนิ่ง ในส่วนของระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะเป็นโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ในส่วนของระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ด้านหลังเป็นดรัมเบรก แม้จะเป็นรถไซส์เล็กแต่ก็อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมาย บริเวณด้านหน้าของตัวรถทางด้านซ้ายเป็นช่องเก็บของพร้อมฝาปิด โดยภายในจะมีช่องจ่ายไฟแบบ USB Type-A ทางฝั่งขวาจะเป็นช่องใส่ของแบบไม่มีฝาปิดสามารถใส่เครื่องดื่มขนาด 500 มิลลิลิตรลงไปได้ (ทางค่ายเขาว่ามาแบบนี้) และมาพร้อมตะขอเกี่ยวของตรงกลาง ใต้เบาะจะเป็นช่องเก็บของขนาด 23 ลิตร ฟีเจอร์ต่าง ๆ ของตัวรถ ช่องจ่ายไฟแบบ USB Type-A ช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 23 ลิตร ตะขอเกี่ยวของบริเวณด้านหน้า  Idling Stop System เรือนไมล์แบบอนาล็อก เครื่องยนต์เทคโนโลยี eSP   สีสันที่วางจำหน่าย Matte Jeans Blue Metallic Pearl Deep Mud Gray Matte Ballistic Black Metallic   ในโมเดลนี้จะมีวางจำหน่ายแค่เพียงประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 229,900 เยน ตีเป็นเงินไทยประมาณ 50,330 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่มั่นใจได้เลยว่าถ้าเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย ช่างไทยจัดให้ จัดทรงซิ่ง โมดิฟายสไตล์รถป๊อป (Honda DIO ZX) อย่างแน่นอน แง๊น ๆๆ แง๊นนนนน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CFMoto 750SR สปอร์ตสี่สูบเรียงจากแดนกังฟู

CFMoto 750SR สปอร์ตสี่สูบเรียงจากแดนกังฟู CFMoto 750SR รหัสโมเดลใหม่ล่าสุดของสปอร์ตไบค์คลาสกลาง จากค่าย CF Moto แบรนด์รถจักรยานยนต์ชื่อดังจาก สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีรายงานล่าสุดออกมาว่าตอนนี้ทางค่ายได้ผ่านขั้นตอนของการยื่นจดทะเบียนเป็นที่เรียบร้อย คาดเปิดตัวได้เร็วสุดกลางปีนี้ การออกแบบดีไซน์ โมเดล 750SR โมเดล 675SS   การออกแบบดีไซน์รอบคันของว่าที่เรือธงคันใหม่ของค่ายลำนี้ ดูผิวเผินอาจจะมีความคล้ายคลึงกับญาติพี่น้องร่วมชายคาอย่างโมเดล CFMoto 675SS ที่พึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้า แต่ก็มีการปรับปรุงในส่วนของเส้นสายรอบคันให้มีความดุดันมากยิ่งขึ้น ซึ่งในจุดที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจะเป็นในส่วนของวิงก์เล็ตหน้าที่มีขนาดใหญ่กว่า สเปคเครื่องยนต์เบื้องต้น ในด้านของรายละเอียดเครื่องยนต์ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ออกมาเยอะมากมาย โดยจะมีรายละเอียดที่สำคัญบางจุดเท่านั้น ได้แก่ เครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียง ขนาด 749 ซีซี พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 110 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ประมาณ 143 ไมล์/ชม. หรือ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และน้ำหนักรวมของสปอร์ตไบค์คันนี้อยู่ที่ 213 กิโลกรัม ซึ่งมีน้ำหนักใกล้เคียงกับ Kawasaki Z900, Suzuki V-Strom 650 หรือบิ๊กสกู๊ตเตอร์จากค่ายส้อมเสียงอย่าง Yamaha TMAX 530 เรียกได้ว่าถ้าขี่โมเดลแบรนด์เจ้าตลาดได้ ก็ขี่ 750 จาก CFMoto ได้แบบสบาย ๆ ซึ่งเครื่องยนต์นี้มีขนาดกระบอกสูบอยู่ที่ 72 มม. และเครื่องยนต์ของสามสูบของโมเดล 675SS ก็ใช้กระบอกสูบขนาด 72 มม.เช่นกัน จึงอาจจะมีความเป็นไปได้ว่าองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ลูกสูบ วาล์ว และการออกแบบห้องเผาไหม้อาจเป็นการสืบทอด และพัฒนามาจากรุ่น 675SS ช่วงล่าง และระบบเบรก ในส่วนของระบบกันสะเทือนอาจะมีความคล้ายคลึงกับโมเดล 675SS ที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับจาก KYB และด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยวจาก KYB เช่นเดียวกันทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ในเรื่องของระบบเบรก ด้านหน้าติดตั้งคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียล เมาท์จากทาง Brembo มาพร้อมล้อหน้าขนาด 120/70-17 และ 180/55-17 สำหรับล้อหลัง ระบบเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาพร้อมระบบความปลอดภัย ABS เทคโนโลยีรถแข่งที่มาพร้อมกับตัวรถ รถจากค่ายจีนขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของการมอบเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่มาแบบจัดเต็ม อีกทั้งค่ายจีนแบรนด์นี้ยังเป็นค่ายที่ส่งรถเข้าไปร่วมทำการแข่งขันในรายการ Moto2 และ Moto3 ด้วยเหตุนี้การถ่ายโอนเทคโนโลยีจากรถแข่งสู่รถถนนทั่วไปก็อาจเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้ ซึ่งในรุ่นว่าที่เรือธงลำนี้ก็อาจอัดเทคโนโลยีมาแบบไม่น้อยหน้า แต่ในช่วงพัฒนานี้จะมีการเปิดเผยออกมาเพียงบางอย่างเท่านั้น อาทิ ระบบไฟแบบ Full LED หน้าจอสีแบบ TFT ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Traction Control) และระบบป้องกันล้อหลังยก (Rear-Wheel Lift Control) ที่เป็นอีกเทคโนโลยีในรถระดับรถ 1000 ซีซี ซึ่งถ้ามีเทคโนโลยีระบบป้องกันล้อหลังยกก็อาจจะมีเทคโนโลยีในส่วนของ IMU 6 แกนที่จะร่วมประมวลผลเพื่อควบคุมการทำงานของ Anti Wheelie (ระบบป้องกันล้อหน้ายก) ร่วมด้วย ย้ำว่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น  ในส่วนของการวางจำหน่ายคาดการณ์ว่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้เร็วสุดในช่วงกลางปี 2025 ในส่วนของประเทศจีน และประเทศทางฝั่งยุโรป ซึ่งโมเดลใหม่นี้เป็นการเสริมทัพรุ่นน้องอย่างโมเดล 450SR และ 675SR-R ที่วางจำหน่ายไปแล้วก่อนหน้านี้ หรือโมเดลสี่สูบเรียงที่จะเปิดตัวใหม่นี้ อาจเป็นการกรุยทางเพื่อต้อนรับเครื่องยนต์ V4 ก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 CFMoto 675SS พลังแรงจากแดนมังกร

2025 CFMoto 675SS พลังแรงจากแดนมังกร 2025 CFMoto 675SS สปอร์ตคลาสกลางจากค่าย CFMoto เปิดตัว และวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศทางโซนยุโรป มาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์สามสูบเรียง พร้อมการออกแบบดีไซน์ที่เน้นไปที่ความสปอร์ต เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจในตลอดการเดินทาง จุดเด่นที่น่าสนใจ ไฟหน้าดีไซน์สปอร์ต คาลิเปอร์เบรกจาก J.Juan หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ไฟท้ายเพิ่มความเป็นสปอร์ต 2025 CFMoto 675SS สเปค และรายละเอียด เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สามสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 675 ซีซี แรงม้า (เคลม) 95 แรงม้าที่ 11,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 69.9 นิวตันเมตรที่ 8,250 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 72 มม.x 55.2 มม. อัตราส่วนการอัด N/A ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Slipper Clutch ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ความจุถังน้ำมัน 15.1 ลิตร ยางหน้า 120/70-R17 ยางหลัง 180/55-R17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบ USD จาก KYB สามารถปรับค่าพรีโหลด, คอมเพลสชัน และรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 130 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว จาก KYB สามารถปรับค่าพรีโหลด และรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 130 มม. ระบบเบรกหน้า ดิกส์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์จาก J.Juan แบบสี่ลูกสูบ พร้อมจานเบรกขนาด 300 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์จาก J.Juan แบบลูกสูบเดี่ยว พร้อมจานเบรกขนาด 240 มม. กว้าง x ยาว x สูง 728 x 2,020 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,399 มม. ระยะห่างจากพื้น 144.78 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 194.5 กิโลกรัม เทคโนโลยี ระบบ ABS แบบ Dual-Channel  ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน CFMoto RideSync Connectivity Quick Shifter แบบทางเดียว (Upper)   สีสันที่วางจำหน่าย Nebula Black Nebula White   ในส่วนของการวางจำหน่ายในโมเดลนี้จะวางจำหน่ายในประเทศจีน และประเทศทางฝั่งยุโรป ด้วยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 7,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 276,400 บาท สายสปอร์ตไบค์ไซส์กลางในไทยหากสนใจตัวนี้อาจจะทำได้แค่ดูผ่านมือถือไปก่อน เพราะข่าวคราวเงียบสงัด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Yamaha NMAX Turbo มีอะไรที่ “เพิ่ม” จากตัวเก่า

2025 Yamaha NMAX Turbo มีอะไรที่ “เพิ่ม” จากตัวเก่า 2025 Yamaha NMAX Turbo เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศอินโดนีเซีย โดยการเปิดตัวของโมเดลน้องเล็กในตระกูล Max-Series นี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่หลายจุดที่แทบจะเรียกว่าเป็น All New เลยก็ว่าได้ ซึ่งจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างนั้นมาเริ่มดูไปพร้อม ๆ กัน ดีไซน์รอบคันปรับเปลี่ยนแค่นิดหน่อย NMAX Turbo 2025 Yamaha NMAX 2024   เริ่มต้นกันด้วยดีไซน์รอบคันของน้องเล็กสุดในตระกูล Max-Series โดยดีไซน์ที่ว่านี้คือดีไซน์ของ ‘ตัวถัง’ รอบคันที่มีขนาดของตัวรถ และมิติรถที่เรียกว่าเท่าเดิมเลยก็แทบจะว่าได้ แต่ยังคงเอกลักษณ์ และสไตล์ของความเป็น NMAX ด้วยเส้นสายรอบคันที่ทำให้รถคันนี้ดูมีความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ไฟหน้า และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ การออกแบบดีไซน์ในส่วนไฟหน้าของ NMAX ในโมเดลใหม่นี้ เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะทางค่ายได้ทำการทุบหน้าเก่า แล้วจัดการดีไซน์ใหม่ให้ออกมาอย่างหล่ออย่างไร้ที่ติ เฉียบคม ดุดัน เพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถมากขึ้น ไม่เพียงแค่ไฟหน้าที่ได้รับการออกแบบดีไซน์ใหม่ แต่ในส่วนของไฟท้ายก็มีการออกแบบดีไซน์ใหม่เช่นเดียวกัน ที่เหมือนจะเป็นการแยกไฟเลี้ยว และไฟท้ายออกจากกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งในโมเดลที่วางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นไฟท้ายแบบก้อนเดียว โช้คอัพหลังมาพร้อมซับแทงค์ เรื่องนี่น่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อยสำหรับสาวก แม้ว่าระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะให้ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นเทเลสโคปิกไว้อย่างเหนียวแน่น และด้านหลังก็ยังคงเป็นสปริงคู่ที่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม แต่เหมือนว่าจะมีแสงสะท้อนจากพระอาทิตย์สะท้อนระยิบระยับเหมือนมีกระปุกอะไรบางอย่างติดมาด้วย ใช่แล้วครับเพราะในที่สุดทางค่ายก็ให้ความเมตตาแล้วทำการมอบซับแทงค์จากโรงงานมาให้เป็นที่เรียบร้อย ระบบส่งกำลังอัพเกรดใหม่ ในส่วนของเครื่องยนต์ยังเป็นเครื่องยนต์เดิมที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Blue Core สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 155 ซีซี พละกำลัง 15.15 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 14.2 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที  แม้จะมีคำว่า ‘TURBO’ ต่อท้าย แต่เทอร์โบที่ว่านี้ไม่ได้เป็นระบบเทอร์โบชาร์จแบบรถยนต์ เพราะสิ่งที่น่าสนใจคือโมเดลใหม่นี้มาพร้อมเทคโนโลยีเกียร์ที่มีชื่อว่า YECVT หรือ Yamaha Electric CVT ที่เข้ามาแทนที่เกียร์ CVT เดิม พร้อมมอบประสิทธิภาพการขับขี่ที่เร็ว แรง เสมือนรถติดเทอร์โบ และที่สำคัญยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ให้ผู้ขับขี่ได้เลือกใช้ง่ายสองโหมด ได้แก่ T-Mode สำหรับการขับขี่ในเมือง และ S-Mode หรือโหมดสปอร์ตที่จะสามารถรีดประสิทธิภาพเครื่องยนต์ให้มีความเร้าใจมากยิ่งขึ้น (รอบมาไวขึ้นนั่นแหละ) หน้าจอกลางดีไซน์ใหม่ เพื่อให้ได้อารมณ์ของความเป็น ‘ออลนิว’ ที่แท้จริงทางค่ายได้ทำการกระชากจอเดิมออก แล้วจัดการใส่จอใหม่ที่มีดีไซน์สวยงามมากยิ่งขึ้น หลายท่านอาจคุ้นตากับจอนี้ เพราะจอนี้เป็นจอที่ปรับดีไซน์มาจากพี่ชายกลางของบ้าน Max-Series อย่าง ‘X-MAX’ รองรับระบบนำทาง Garmin Street Cross เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ตลอดการเดินทาง และในเรื่องของการวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นก็ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถาม ว่าทางไทย ยามาฮ่ามอเตอร์ จะนำโมเดลนี้มาทำตลาดหรือไม่ กดติดตาม SuperBike Thailand ไว้เลย หากมีข่าวสารเพิ่มเติมอย่างไร จะมาอัพเดทให้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 BMW R12 S หวนคืนอดีต พร้อมสไตล์โมเดิร์น เรโทร

2025 BMW R12 S หวนคืนอดีต พร้อมสไตล์โมเดิร์น เรโทร 2025 BMW R12 S โมลเดลล่าสุดที่ทาง BMW Motorrad ขยายไลน์ Heritage ซึ่งผลิตมาเพื่อเป็นการยกย่อง R90 S รุ่นตำนาน ในปี 1973 ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะ พละกำลัง 67 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสปอร์ตของ BMW Motorrad อย่างแท้จริง ประวัติความสำเร็จของ BMW R90 S ก่อนจะมาเป็น R12 S ก็มีในรุ่นโมเดลของ R90 S ที่ได้สร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์อันโดดเด่นจากความสำเร็จในสนามแข่งอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ในปี 1976 Hans-Otto Butenuth และ Helmut Dahne สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันรายการ Production TT  และในปีเดียวกัน Steve McLaughlin ยังคว้าชัยชนะในรายการ 200 Miles of Daytona อันทรงเกียรติ และเพื่อนร่วมทีมของเขา Reg Pridmore ได้กลายเป็นแชมป์ AMA Superbike คนแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ R 90 S ยังคงเป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ BMW ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการอย่างมาก ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เครื่องยนต์เดียวกับ R Nine T พื้นฐานเครื่องยนต์ R12 S นั้นใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกับรุ่น R NineT เครื่องยนต์ Boxer ขนาดเครื่องยนต์ 1,170 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุดที่ 109 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 115 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบเกียร์แบบ 6 สปีด ช่วงล่างเพียงพอต่อการใช้งาน ในของส่วนระบบช่วงล่างจะใช้พื้นฐานเดียวกันกับ R 12 ติดตั้งโช้ค USD ขนาด 45 มิลลิเมตร ที่ด้านหน้า สามารถปรับระดับได้ ระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบ Paralever และปรับพรีโหลดได้  ระบบเบรก ด้านหน้าให้ดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์โมโนบล็อกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลัง ให้ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 265 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ เป็นมาตรฐานเเบบเดียวกัน การออกแบบดีไซน์ เนื่องจากเป็นโมเดลที่เน้นไปที่การหวนคืนอดีตซึ่งเน้นองค์ประกอบการออกแบบที่โดดเด่นของ R12 S ได้แก่ แฟริ่งติดแฮนด์บาร์พร้อมกระจกบังลมสีเข้ม เบาะนั่งที่เย็บตัดขอบอย่างประณีต  และสีตัวถัง Lavaorange Metallic ซึ่งเป็นการรำลึกถึงสี Daytona Orange อันเลื่องชื่อของ R 90 S ในปี 1975 การออกแบบนี้ยังเพิ่มความพิเศษด้วยรายละเอียด เช่น ตัวอักษร ‘S’ สีแดงบนแผงด้านข้าง เส้นคู่สีแดง และพื้นผิวอะลูมิเนียมขัดเงาเคลือบใสที่ถังน้ำมันและส่วนท้ายเบาะ เพิ่มความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว R12 S โดดเด่นในฐานะรถสปอร์ตเรโทรด้วยคุณสมบัติมาตรฐานที่ครบครัน เช่น ล้อ Option 719 Classic II แบบซี่ลวด พร้อมขอบล้ออะลูมิเนียมอโนไดซ์สีธรรมชาติเงางาม ไฟหน้า Headlight Pro เทคโนโลยีล้ำสมัย ถึงแม้ตัวรถคันนี้จะถูกออกแบบดีไซน์ให้มีสไตล์โมเดิร์น-เรโทร และหน้าจอเรือนไมล์ก็คงความเป็นอนาล็อคเอาไว้ แต่เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับรถคันนี้จัดมาให้แบบไม่ธรรมดาไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Control), ระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์ (Shift Assistant Pro), มือจับอุ่น (Heated Grips) และระบบควบคุมความเร็ว (Cruise Control)  นอกจากนี้

CRF50F 2025

CRF50F 2025 ออฟโรดอนุบาล CRF50F 2025 เปิดประตูสู่ความสนุกและความตื่นเต้นที่ไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับนักขับขี่รุ่นเยาว์ ใช้งานง่าย สตาร์ทง่าย และสนุกสนานตลอดเวลา CRF50F ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะมินิไบค์ ดีไซน์วัยมันส์ CRF50F มาพร้อมกับสีสันใหม่อันโดดเด่นในสไตล์ตระกูล CRF และกราฟิกใหม่สุดเท่ เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Honda ในการแข่งขันออฟโรด มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศที่เชื่อถือได้ และระบบจุดระเบิดแบบ Capacitor Discharge Ignition (CDI) ที่ไม่ต้องการการบำรุงรักษา แฮนด์บาร์สไตล์โมโตครอสมาพร้อมกับตัวป้องกันแฮนด์บาร์แบบมีเบาะรองจับ, กริปโฟมนุ่ม และก้านเบรกขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ควบคุมรถได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ที่พักเท้าแบบพับได้พร้อมพื้นผิวหยักยังช่วยให้การวางเท้ามั่นคง แม้ในสภาพพื้นโคลน เครื่องยนต์เล็กกะทัดรัด เครื่องยนต์ 49cc SOHC 4 จังหวะแรงม้าสูงสุดที่ 3.1 แรงม้า ระบบเกียร์ 3 สปีด พร้อมคลัตช์อัตโนมัติ และ สามารถควบคุมตัวปรับลิมิตเตอร์คันเร่ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการขับขี่ของเด็ก ๆ มอบพละกำลังที่นุ่มนวล นอกจากนี้ยังมีสวิตช์สตาร์ทที่ใช้กุญแจเพื่อป้องกันการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย ช่วงล่างแบบน่ารักๆ โช้คแบบเทเลสโคปิกกลับด้าน และโช้คหลังเดี่ยว แข็งแรงแน่นอนและลุคที่ดูทรงพลัง ด้วยน้ำหนักรวมเพียง 50 กิโลกรัม ทำให้เด็ก ๆ สามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย และ ล้อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว แบบ 28 ซี่ พร้อมดุมล้ออะลูมิเนียมหล่อให้การขับขี่ที่นุ่มนวล และเบาะนั่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันมีความกว้างเพียง 110 มม. และความสูงจากพื้นเพียง 548 มม. ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักขับขี่รุ่นเยาว์ ไม่ว่าจะยืนหรือนั่งขับขี่   มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีขาว   สีแดง ตอนนี้ไทยเรายังไม่ได้มีขายอย่างเป็นทางการ แต่ราคาเปิดมาที่ $1,700 หรือ ประมาณ 62,000 บาทไทย ถ้าเข้าไทยเมื่อไหร่เราจะมาอัพเดทให้ฟังอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Aprilia RS 125 แสนห้าพี่ว่าไง

2025 Aprilia RS 125 แสนห้าพี่ว่าไง 2025 Aprilia RS 125 เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายแล้วในประเทศโซนยุโรป โดยตัวรถในโมเดลนี้ได้รับ DNA มาจากรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง RS660 จะแตกต่างแค่ในส่วนของรายละเอียดบางจุดเท่านั้น และเทคโนโลยีที่จัดมาให้บอกเลยว่าคุ้มค่าตัวในทุกบาทที่จ่ายไปอย่างแน่นอน  ถอดแบบมาจากรุ่นพี่ การออกแบบดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรุ่นล่าสุดอย่าง RS660 และ Tuono660 ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ทันสมัย ดุดัน และเป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบสามดวงและโครงอลูมิเนียมที่สะท้อนถึงโลกแห่งการแข่งขันอย่างชัดเจน การออกแบบของมันสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ต ทั้งในด้านรูปลักษณ์ และองค์ประกอบทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้งหมดนี้พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ พร้อมให้ร่างการหลั่งอะดรีนาลีนได้เสมอ เร้าใจด้วยเครื่องยนต์เทคโนโลยีตัวท็อป มาพร้อมเครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 124.2 ซีซี 4 วาล์ว พละกำลังสูงสุดที่ 14.7 แรงม้าที่ 10,000 รอบ/นาที แรงบิดที่ 11.2 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ/นาที มาพร้อมเกียร์ 6 สปีดและยังมาพร้อมกับโครงอลูมิเนียมที่มีนำหนักเบา และแข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังมีไอเสียมีการปรับปรุงเพื่อให้ผ่านมาตรฐาน Euro 5+ ช่วงล่างแน่น โช้คอัพหน้าจัดให้มาแบบ Upside down ขนาดแกนอยู่ที่ 300 มม. และ โช้คหลังเดี่ยวขนาด 220 มม. ระบบเบรกด้านหน้าพร้อมคาลิเปอร์แบบเรเดียล 4 ลูกสูบ ขนาด 300 มม.และ คาลิเปอร์หลังแบบลูกสูบเดี่ยว ขนาด 220 มม.มาพร้อมล้อขนาด 100/80-17 และ 140/70-17 ไซส์แบบนี้บอกเลยเข้าโค้งได้สบาย ๆ   แม้รุ่นเล็ก แต่เทคโนโลยีแน่น ระบบไฟ LED และ หน้าจอแบบดิจิทัล แสดงผลข้อมูลตัวรถครบครันไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเชื้อเพลิง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ระยะทาง และอื่น ๆ (แต่ว่าไม่มีบอกเกียร์หรอ) และยังสามารถเชื่อมต่อกับ Aprilia MIA แอปพลิเคชันที่ลิงก์สมาร์ทโฟน เพื่อเช็คค่าต่าง ๆ ผ่านสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบเบรก ABS แบบ Dual-Channel ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง พร้อม Traction Control และในรุ่น Aprilia RS 125 GP REPLICA ยังรองรับการติดตั้ง Quick Shift อีกด้วย สีสันที่วางจำหน่าย มีทั้งหมด 5 สีได้แก่ Space White Aprilia Black GP Replica Kingsnake White Cyanka Yellow และถ้าเข้ามาวางจำหน่ายที่ประเทศไทยบ้านเรา คาดการณ์ราคาอาจจะอยู่ราว ๆ 150,000 บาท สาวกเทพสามตายังไงก็อดใจรอนิดนึงนะ หากมีข้อมูลอัพเดทเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นนี้ ทาง SuperBike Thailand จะมาอัพเดทให้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Ducati Panigale V4 Tricolore ลิมิเต็ด 1,000 คัน

2025 Ducati Panigale V4 Tricolore ลิมิเต็ด 1,000 คัน 2025 Ducati Panigale V4 Tricolore ซูเปอร์ไบค์รุ่นเรือธงจากค่าย ดูคาติ ที่ได้จัดทำตัวพิเศษของรุ่น Panigale ซึ่งเพิ่มความเป็นลิมิเต็ดด้วยการผลิตขึ้นมาแค่เพียง 1,000 คันเท่านั้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ 750 F1 พร้อมตกแต่งลวดลายเฉดสี Tricolore ที่เป็นสีประจำธงชาติของอิตาลี ที่เป็นประเทศบ้านเกิดของเรือธงลำนี้ รายละเอียดที่น่าสนใจต่าง ๆ สัญลักษณ์หมายเลข 1 ที่ด้านหน้าของตัวรถ ถังน้ำมันสีสันลวดลายใหม่ เพลทรันนัมเบอร์ ล้อคาร์บอนน้ำหนักเบา   ในเรื่องของเครื่องยนต์ก็เรียกได้ว่ายกเทคโนโลยีจาก Panigale V4 และ V4S แทบจะทุกประการ เครื่องยนต์ขนาด 1,103 ซีซี วาล์วเดสโมโดรมิกเอกลักษณ์ของค่าย ที่ผ่านมาตรฐาน Euro5+ ระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังอยู่ที่ 216 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 120.9 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบต่อนาที ระบบเบรกของรุ่นพิเศษ Tricolore นี้มาพร้อมกับระบบเบรก Brembo Front Brake Pro ที่ใช้คาลิเปอร์เบรกหน้า Brembo Hypure รุ่นล่าสุดพร้อมระบบ ABS มาพร้อมกับจานเบรก Brembo T-Drive ขนาด 338.5 มม. มาพร้อมครีบระบายความร้อน พร้อมทั้งรักษาอุณหภูมิการทำงานให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อให้ประสิทธิภาพการเบรกคงที่ ลดปัญหาการยืดยาวของก้านเบรก เส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่ขึ้นยังช่วยเพิ่มแรงบิดของการเบรก ทำให้การชะลอความเร็วทำได้มากขึ้นแม้ใช้แรงเท่าเดิม ส่งผลให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงขึ้น   มาพร้อมล้อคาร์บอนไฟเบอร์ 5 ก้านรุ่นใหม่ของทางค่าย ที่มีน้ำหนักเบาลงเมื่อเทียบน้ำหนักของล้อเวอร์ชั่นธรรมดาอยู่ที่ประมาณ 1 กิโลกรัม และสามารถลดโมเมนต์ความเฉื่อยได้ถึง 12% ที่ล้อหน้า และ 19% ที่ล้อหลัง ทำให้รถมีความคล่องตัวขณะขับขี่สูงขึ้น เข้าโค้งได้ง่ายขึ้น ทำให้การตอบสนองในการควบคุมรถทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งในโมเดลพิเศษนี้จะวางขายในประเทศสหรัฐอเมริกา และในส่วนของราคาวางจำหน่าย มีราคาอยู่ที่ 58,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือตีเป็นมูลค่าเงินไทยยังไม่รวมภาษีอยู่ที่ประมาณ 1.9 ล้านบาท โดยตัวรถจะพร้อมส่งมอบในช่วงเดือนเมษายน 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก