
งบ 1 ล้านบาท MotorShow 2026 มีรุ่นอะไรบ้าง? พบกับการเปรียบเทียบสเปก ราคา และส่วนลดรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่น PHEV และ EV
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

งบ 1 ล้านบาท MotorShow 2026 มีรุ่นอะไรบ้าง? พบกับการเปรียบเทียบสเปก ราคา และส่วนลดรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่น PHEV และ EV

Mazda 6eท้าชนตลาด EV! ซีดานไฟฟ้า 100% สเปกแรงท้าชนยุโรป มาพร้อมดีไซน์ Kodo ใหม่ล่าสุด ระยะทางวิ่งไกลกว่า 600 กม. และเทคโนโลยีอัจฉริยะ

Toyota Yaris Z URBANO รุ่นพิเศษใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่น แต่งหล่อด้วยสีดำ Gloss Black พร้อมสีพิเศษ Mustard เช็กราคาและสเปกทั้งหมดได้ที่นี่

Mazda Carol 2026 รุ่นปรับโฉมใหม่ในญี่ปุ่น รถยนต์จิ๋วสไตล์ Kei-car ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริดสุดประหยัดและระบบความปลอดภัยจัดเต็ม เช็กสเปกและราคาได้ที่นี่

ข่าวล่าสุดจีนทดสอบบิน Modular eVTOL สำเร็จ ณ เมืองฉงชิ่ง โชว์ศักยภาพแยกส่วนบินและขับบนถนนได้ วิ่งไกล 300 กม. เตรียมพลิกโฉมการเดินทางในเมืองปี 2026

ยลโฉมลวดลายรถแข่ง Cadillac F1 Team ครั้งแรก เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่กลางงาน Super Bowl LIX เตรียมลุยศึก Formula 1 ฤดูกาล 2026

รายละเอียด Geely Boyue EREV รุ่นล่าสุดปี 2026 SUV ขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทาง วิ่งไกลสุด 1,525 กม. และโหมดไฟฟ้าล้วน 375 กม. พร้อมระบบ Flyme Auto

อัปเดตล่าสุด Volvo เรียกคืน EX30 2569 จำนวน 40,323 คันทั่วโลก สาเหตุแบตเตอรี่ร้อนจัดเสี่ยงไฟไหม้ พร้อมคำแนะนำการชาร์จและการจอดรถเพื่อความปลอดภัย

Chery KP31 กระบะดีเซล Plug-in Hybrid คันแรกของโลก เปิดตัวที่ออสเตรเลีย แรงบิด 680 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมันขึ้น 10% เตรียมขายจริงปลายปี 2026

Verge Mika Häkkinen Edition รถไฟฟ้าสุดแรงโดยอดีตแชมป์ F1 ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายนปี 2019 หลาย ๆ คนน่าจะได้เห็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Verge TS โดยบริษัทผู้ผลิตสัญชาติฟินแลนด์ ที่มีสมรรถนะสูงมากทีเดียว และต่อมาก็มีรุ่น Ultra ออกมาซึ่งมีสมรรถนะสูงเทียบกับกับรถซูเปอร์ไบค์ที่ใช้น้ำมันเลยทีเดียว ซึ่งก็คาดว่าจะส่งมอบให้ลูกค้าได้ภายในปีนี้ แต่เท่านั้นยังไม่พอทางค่ายยังได้เตรียมส่ง Verge Mika Häkkinen Signature Edition ที่เป็นผลงานร่วมกันกับอดีตแชมป์โลก F1 สองสมัยที่จะผลิตขึ้นจำหน่ายแบบจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น โดยเจ้าโมเดลพิเศษนี้จะมีพื้นฐานมาจากรุ่น TS Pro ที่เดิมก็มีดีไซน์ที่ปราดเปรียว ล้ำสมัย สื่อถึงเทคโนโลยี นวัตกรรมและความเป็นรถไฟฟ้าที่โดดเด่น และมีการดีไซน์ปรับปรุงเพิ่มเติมในแบบที่อดีตแชมป์โลก F1 มาดีไซน์เพิ่มเติมให้มีความพิเศษและลงตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งโมเดลนี้จะมีจุดเด่นคือระบบกันสะเทือนทั้งหมดทำสีดำทั้งหมด มีเพลตลายเซ็นพร้อมรันซีเรียลนัมเบอร์จาก 001 – 100 ไม่ซ้ำกัน ตัวรถมาในชุดสีเทาเข้มและสีเงิน มีชิ้นส่วนที่โชว์เนื้องานคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มความดุดัน ตัวรถเคลือบเซรามิกมาให้เลย เบาะหนังเกรดไฮเอนด์สองเนื้อ และพิเศษสุดซองหนังสุดพรีเมี่ยมสำหรับใส่คีย์การ์ดสำหรับใช้งานแทนกุญแจรถปกติ ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบฮับเลสที่อยู่ในตัวล้อหลังเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้ตัวรถมีพื้นที่สำหรับเก็บแบตเตอรี่มากขึ้น รวมถึงมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ อีกทั้งยังทำให้ไม่ต้องใช้ชิ้นส่วนเคลื่อนไหวจำพวกโซ่ เฟืองหรือสายพานอีกด้วย ทำให้รถดูคลีนและเท่ยิ่งขึ้นไปอีก โดยเจ้ามอเตอร์ดังกล่าวมีขนาด 102 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่า 136.8 แรงม้า และยังให้กำลังแรงบิดสูงถึง 1000 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นจุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้า และรถไฟฟ้าส่วนมาก ทางค่ายเคลมมาว่ามีความเร็วสูงสุดถึง 200 กม./ชม. ทำความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ใน 3.5 วินาที ตัวแบตเตอรี่สามารถชาร์จจาก 0 – 80% หรือชาร์จแบบฟาส์ตชาร์จได้ในเวลาเพียง 35 นาที โดยแบตเตอรี่ดังกล่าวให้ระยะพิสัยการใช้งานอยู่ที่ 350 กม.เลยทีเดียว สำหรับช่วงล่างนั้นด้านหน้าจะมีโช้คหัวกลับ และด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ระบบเบรกที่ใช้หยุดรถสุดแรงคันนี้จะเป็นดิสก์เบรกคู่จาก Galfer ขนาด 320 ม.ม.คู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo M4.32 ซึ่งมี 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรก Galfer เฉพาะรอบนอกขนาด 380 ม.ม.ทำงานร่วมกับคาลิเปอร์เบรกของทาง Verge เอง ส่วนยางจะเป็น Pirelli Diablo Rosso III เรียกว่าเป็นรถไฟฟ้าที่ดีไซน์ล้ำ นวัตกรรมสุดทันสมัย ตลอดไปจนถึงความแรงที่น่าจะตอบโจทย์ผู้ชอบความเร็วกันอย่างแน่นอน แต่ราคานั้นสตาร์ทที่ 80,000 ยูโร หรือราว ๆ 3 ล้านบาทแบบยังไม่รวมภาษี งานนี้ใครเงินเหลือก็ซื้อมาอวดสาวกันได้นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

HONDA EM1 e: โมเป็ดไฟฟ้าคันน้อยบุกยุโรปแล้ว HONDA EM1 e: อีวีไบค์หรือโมเป็ดไฟฟ้า คันแรกสำหรับนักบิดอายุน้อยชาวยุโรปเปิดตัวแล้วพร้อมชูจุดเด่นด้วยระบบสลับแบตเตอรี่ที่มีชื่อว่า ฮอนด้าโมบายพาวเวอร์แพ็ค อี: ซึ่งให้ความสะดวกสบาย ขับขี่สนุกแถมยังไร้มลพิษอีกด้วย สำหรับโมเดลนี้ถือเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสองล้อคันแรกของ Honda เลยที่จะมาจำหน่ายในลูกค้าในยุโปรดหลังจากที่ได้เคยประกาศไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วตามแผนการของทางค่ายว่าจะเปิดตัวโมเดลสองล้อไฟฟ้าอย่างน้อย 10 โมเดลขึ้นไปภายในปี 2025 ถือได้ว่าเป็นก้าวแรกสู่การเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ที่ตั้งไว้เป็นช่วงทศวรรษ 2040 โดย EM ย่อมาจาก Electric Moped หรือโมเป็ดไฟฟ้า ซึ่งมีเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ใช้อายุน้อย เป็นรถที่ขี่ง่าย ขี่สนุก ไร้มลพิษ เหมาะกับการใช้งานในตัวเมือง ตัวรถเล็กกะทัดรัด มีที่วางเท้าแบบราบและเส้นสายที่สมู้ท ทำให้มันโดดเด่นแตกต่างในแบบของฮอนด้า มีหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล LCD ช่องเก็บของขนาด 3 ลิตรใต้เบาะ ช่องจ่ายไฟแบบ USB ตัวมอเตอร์ขับเคลื่อนเป็นแบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบฝังในล้อ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนของทางฮอนด้าที่ชื่อว่า Honda Mobile Power Pack e: มีแรงดันไฟ 40 โวลต์ มีน้ำหนักประมาณ 10 ก.ก. ซึ่งสามารถถอดออกนำไปชาร์จไฟที่บ้านเองได้สะดวก โดยให้ระยะการใช้งานได้ 41.3 กม. และมีท็อปสปีดสูงสุดที่ทำได้ที่ 45 กม./ชม. ทั้งยังเคลมมาอีกว่ามีกำลังมากพอที่จะให้ผู้ขับขี่น้ำหนัก 75 กก.สามารถขับขึ้นเนินความชัน 10% ได้ ซึ่งเจ้าตัวแบตเตอรี่ที่ว่านี้จะมาในรูปแบบของเช่า หรือทำจ่ายแบบรายเดือนขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ ทำให้ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะเสื่อม หรือต้องมาคอยมาหาที่ทิ้งแบตเตอรี่ เพราะทางฮอนด้าจะจัดการส่วนนี้ให้เอง อย่างไรก็ดีตัวแบตฯ เคลมมาว่าใช้ชาร์จซ้ำได้ถึง 2,500 ครั้ง ใช้เวลาชาร์จจาก 25% – 75% ในเวลา 2 ชม. 40 นาทีด้วยที่ชาร์จขนาด 270 วัตต์พร้อมระบบระบายความร้อนในตัว ซึ่งใช้ไฟบ้านโดยตรงได้เลย ในส่วนของแชสซีทางค่ายมีการเลือกใช้เฟรมโลหะแบบอันเดอร์โบน มีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก โช้คหลังคู่ ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกที่ด้านหน้า และด้านหลังจะเป็นแบบดรัมเบรกพร้อมระบบเบรกแบบ CBS ซึ่งเป็นลูกเล่นตามแบบของโมเป็ดดั้งเดิม ปิดท้ายด้วยล้อและยาง 90/90-12 นิ้ว และ 100/90-10 นิ้ว หน้าหลังตามลำดับ สุดท้ายโมเดล 2023 นี้จะจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีขาวมุกเพิร์ลซันบีม Pearl Sunbeam White, สีเงินเมทัลลิกดิจิทัลซิลเวอร์ Digital Silver Metallic และสีดำเมทัลลิกแมทบัลลิสติก ทั้งนี้ตัวรถมีความสูงเบาะเพียง 740 ม.ม. และน้ำหนักเบาเพียง 95 กก.รวมแบตเตอรี่แล้ว ซึ่งถือว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ก็ขี่ได้ง่ายอย่างแน่นอน ซึ่งก็ถือว่าเป็นโมเดลที่น่าใช้พอสมควร อย่างไรก็ดีคาดว่าการมาจำหน่ายในประเทศไทยอาจจะเป็นไปได้ยาก และอาจจะไม่ได้รับความนิยมอันเนื่องมาจากเรื่องของการที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ งานนี้ชาวไทยอาจจะต้องรอลุ้นโมเดลอื่น ๆ ในอนาคตของทางค่ายปีกนกกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Cake Bukk เอ็นดูโร่ไฟฟ้าสุดแรงที่ให้คุณเลือกสเปกเองได้ Cake Bukk คือมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ไฟฟ้าสัญชาติสวีเดน ไม่ใช่ชื่อขนมเค้กแต่อย่างใด ซึ่งแต่เดิมโมเดลนี้เป็นรถโปรโตไทป์ และตอนนี้ได้กลายเป็นรถโปรดักชันพร้อมให้ลูกค้าได้คัสตอมสเปกรถได้เองโดยตรงกับทางแบรนด์ได้เลย ถือว่าเป็นแนวคิดที่น่าจะถูกใจหลาย ๆ คนเลยทีเดียวครับ โดยสิ่งแรกที่คุณต้องรู้คือโมเดลนี้มีจำหน่ายด้วยกัน 2 เวอร์ชันหลัก ๆ อิงจากใบขับขี่ โดยเวอร์ชัน Super Light จะมีกำลัง 13 กิโลวัตต์หรือประมาณ 17.4 แรงม้า ก็จะเหมาะกับใบขับขี่ A1 ของทางยุโรป แต่ถ้าเป็นใบขับขี่ A2 ล่ะก็จะมีเวอร์ชัน Power Light ที่รถจะมีกำลัง 16 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 21.4 แรงม้า แต่ถ้าบ้านเราล่ะก็ไม่มีปัญหา ตัวรถเวอร์ชันซูเปอร์ไลท์จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจาก Jante ซึ่งเคลมมาว่ามีแรงบิดสูงถึง 366 นิวตันเมตรที่ล้อหลัง และสามารถทำความเร็วจาก 0 – 45 กม./ชม.ภายในเวลาเพียง 2.57 วินาที ส่วนท็อปสปีดอยู่ที่ 80 กม./ชม. ส่วนเวอร์ชันเพาเวอร์ไลท์จะมีแรงบิดสูงถึง 456 นิวตันเมตร และสามารถทำความเร็วจาก 0 – 45 กม./ชม.ภายในเวลาเพียง 2.15 วินาที และมีท็อปสปีดที่ 90 กม./ชม. ซึ่งค่าต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะแตกต่างไปจากการทดสอบจริงบนท้องถนนอยู่บ้าง หัวใจสำคัญของรถไฟฟ้าทั้งหลายย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของแบตเตอรี ตัวรถมีแบตเตอรี่ขนาด 40 แอมป์ชั่วโมงให้กำลังไฟ 2.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งสามารถชาร์จกับตัวรถเลย หรือจะถอดเปลี่ยนแบบฮ็อตสว็อปก็ทำได้เช่นกัน ตัวแบตเตอรีจะปิดตัวเองทันทีเมื่อถอดออกจากรถด้วยระบบความปลอดภัย และยังกันน้ำกันฝุ่นได้มาตรฐาน IP67 อีกด้วย ดังนั้นเอาไปลุยไปผจญภัยได้สบาย ๆ หายห่วง แต่ไปแช่น้ำในทะเลสาปเลยก็ไม่แนะนำ ขณะในเรื่องของการชาร์จสามารถเสียบปลั๊กไฟบ้านชาร์จได้เลย โดยสามารถชาร์จได้เต็มจาก 0 – 100% ได้ภายในเวลาประมาณ 2 ชม. 45 นาที และชาร์ตจาก 0 – 80% ได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 55 นาที โดยระยะการใช้งานอยู่ที่ 3 ชั่วโมงในแบบของการขับขี่แบบเทรลหรือเอ็นดูโร หรือประมาณ 85 กม. อย่างไรก็ดีปัจจัยต่าง ๆ ตามสภาพแวดล้อมก็จะทำให้ระยะทางตรงนี้เปลี่ยนไปได้ อย่างไรก็ดีสิ่งที่เจ้า Cake Bukk เจ๋งไม่เหมือนใครคือสามารถเลือกสเปกรถได้เองเลย ไม่ว่าจะทำให้รถเป็นรถแบบขี่ถนนได้ด้วยการติดตั้งไฟส่องสว่างต่าง ๆ และกระจก หรือจะไม่ใส่ไฟเพื่อเข้าป่าล้วน ๆ ก็ไม่ผิด โดยเฉพาะในส่วนของช่วงล่างสามารถเลือกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโช้ค Ohlins หรือ WP XACT Pro ก็ได้ หรือจะผสมกันหน้ายี่ห้อนึงหลังยี่ห้อนึงก็ได้ แต่โช้คเดิมจะเป็น หน้าเป็น Formula Tech แบบหัวกลับ ขณะที่ด้านหลังเป็น RacingBros Shicane HLR ส่วนระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกหน้าเดี่ยว 240 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังเป็น 220 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก ต่อกันที่ล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมฟอร์จ ขนาด 19 และ 18 นิ้วด้านหลังตามลำดับ นอกจากนี้ตัวรถยังมีเทคโนโลยีแบบสมัยใหม่ เช่น โหมดการขับขี่ที่สามารถปรับแต่งได้ผ่านแอพลิเคชันของทางแบรนด์ (ออปชันเสริม) ช่วยให้ปรับพละกำลัง ความไวเบรก แทร็คชันคอนโทรลเองได้ เป็นต้น สุดท้ายในเรื่องของราคาจะเริ่มต้นที่ 10,270 ยูโรหรือราว ๆ 381,000 บาท โดยรถจะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนกรกฎาคมปีนี้เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Leonart Rigger รถไฟฟ้าสไตล์นีโอเรโทรสุดเท่จากสเปน Leonart Rigger คือรถไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์สเปนแบรนด์นี้ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ตลาดโดยมีคู่แข่งจากหลายค่ายรออยู่ก่อนแล้ว สำหรับใครที่ไม่รู้จักก็ต้องบอกเลยว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์เล็ก ๆ สัญชาติสเปนที่ก่อนหน้านี้ก็ผลิตมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว และโมเดลนี้ก็เป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกและคันล่าสุดของทางค่าย ซึ่งเปิดตัวมาในสไตล์นีโอเรโทรพร้อมภาพลักษณ์ที่ดูลุย ๆ ด้วยล้ออัลลอย 5 ก้านขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้วตามลำดับหน้าหลังรัดด้วยยางแบบกึ่งทางดำทางฝุ่น ตัวรถมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถรีดกำลังได้มากถึง 4.5 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่า 6.11 แรงม้า ซึ่งเพียงพอต่อการทำท็อปสปีดที่ 102 กม./ชม. โดยอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ 4.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยเคลมระยะทางการใช้งานมาที่ 150 กม.ที่ความเร็ว 50 กม./ชม. หรือจะไปเร็วกว่านี้ก็ได้แต่ต้องแลกมากับระยะการใช้งานที่น้อยลงลดหลั่นไปตามลำดับ โดยใช้เวลาการชาร์จนาน 6 ชั่วโมง ส่วนช่วงล่างนั้นก็ถือว่าให้มาเหลือเฟือ โดยด้านหน้าจะมีโชคแบบหัวกลับร่วมกับระบบเบรกดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์มเดี่ยวและดิสก์เบรกเดี่ยว ซึ่งถือว่าเหลือเฟือกับรถพิกัดนี้ สำหรับการจำหน่ายตัวรถเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าหรือพรีออเดอร์ซึ่งจะลดราคาให้ก่อน 500 ยูโร จากราคาเต็ม 5,999 ยูโรหรือราว ๆ 225,000 บาท ซึ่งก็ถือว่าราคาค่อนข้างแรงเลยทีเดียวสำหรับผู้ใช้งานบ้านเรา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Sondors Metabeast เอ็นดูโร่ไฟฟ้าจากเมืองลุงแซมเผยภาพเรนเดอร์แล้ว Sondors Metabeast เปิดให้พรีออเดอร์แล้วแม้จะยังมีแค่เพียงภาพเรนเดอร์ก็ตาม สำหรับใครที่ยังรู้จักค่ายนี้นั้น ก็บอกให้สั้น ๆ ว่านี่คือค่ายรถจักรยานไฟฟ้าสัญชาติอเมริกาที่หันมาเปิดไลน์ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอีกด้วย โดยโมเดลแรกก็จะเป็นในสไตล์ของออฟโร้ดหรือดูอัลสปอร์ต หรือที่บ้านเรานิยมเรียกกันว่าสไตล์เอ็นดูโร่นั่นเอง โดยเจ้าเมต้าบีสต์คันนี้ให้กำลัง 6 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับแรงม้าประมาณ 8 แรงม้า พร้อมแรงบิดที่ 40 นิวตันเมตร โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ราว ๆ 80 กม./ชม. ระยะการทำการได้ที่ราว ๆ 70 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งและวิ่งที่ความเร็วเฉลี่ย 40 กม./ชม. โดยอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 30 แอมป์ชั่วโมง 72 โวลต์ โดยมีน้ำหนักตัวรถที่เบาเพียง 55.8 กก.เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรุ่นอัปเกรดโดยการเพิ่มรหัส X ต่อท้ายซึ่งจะให้กำลังมากกว่า โดยมีกำลังขนาด 18 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 24 แรงม้ากับแรงบิดสูงถึง 60 นิวตันเมตร โดยเคลมความเร็วสูงสุดมาที่ 120 กม./ชม. และสามารถใช้งานได้ที่ 125 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งและวิ่งที่ความเร็วเฉลี่ย 50 กม. โดยอาศัยพลังงานจากแบตฯ ขนาด 55 แอมป์ชั่วโมง 96 โวลต์ ซึ่งใหญ่กว่าและนั่นทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 90.7 กก. โดยรูปลักษณ์ภายนอกแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ทั้งนี้ทางค่ายประเมินว่าทั้งสองโมเดลจะพร้อมส่งมอบได้ช่วงเดือนตุลาคม 2023 นี้ แต่ก็อาจจะไม่ตรงตามนั้นก็ได้ อย่างไรก็ตามทั้งสองโมเดลนี้จะจำหน่ายในอเมริกาและประเทศใกล้เคียง ส่วนประเทศอื่น ๆ คงต้องรอไปก่อนนะครับ สุดท้ายนี้การขายแบบพรีออเดอร์ไว้ก่อนนี้ทางค่ายเคยทำสำเร็จมาแล้ว และตอนนี้ก็กำลังเปิดให้พรีออเดอร์ทั้งสองโมเดลนี้ในเว็บไซต์ โดยราคาอยู่ที่ 4,500 เหรียญหรือราว ๆ 155,000 บาท และรุ่น X จะอยู่ที่ 8,000 เหรียญหรือราว ๆ 275,000 บาท ทั้งนี้ราคายังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ส่วนผู้ที่สนใจในบ้านเราอาจจะต้องนำเข้ามาเองซึ่งราคาก็คงจะเอาเรื่องเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รถไฟฟ้า BMW ในร่างของ G310R มีสิทธิบัตรออกมาแล้ว สำหรับค่ายใบพัดสีฟ้านั้นถือว่าเป็นค่ายรถที่ยืนอยู่แถวหน้าของวงการสองล้อไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเจ้าที่บุกเบิกเรื่องนี้มาก่อนใครนานหลายปี จะเห็นได้จากเจ้า C-Evolution รถไฟฟ้า BMW คันแรก ซึ่งก็เปิดตัวมานานนับสิบปีแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้เห็นว่าทางค่ายจะทำรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจริง ๆ นอกเหนือไปจากสกู๊ตเตอร์สักทีนึง แต่ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะได้เห็นคันจริงแล้วก็ได้ครับ ตอนนี้มีภาพพิมพ์เขียวสำหรับใช้จดสิทธิบัตรที่เผยให้เห็นภาพลักษณะของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วของทางค่ายผสมเข้ากับระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าที่นำมาจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลล่าสุดของทางค่ายซึ่งก็คือเจ้า CE-04 นั่นเอง โดยนำมอเตอร์ไฟฟ้าย้ายมาใส่ในแพ็กเกจใหม่อย่าง G310R โดยมีการวางเพลาขับของมอเตอร์ในแนวยาวตามตัวรถแทนที่จะวางแนวขวางตามปกติ ซึ่งทำให้สามารถวางมอเตอร์ขนาดใหญ่ได้โดยที่ตัวรถยังคงมีมิติที่แคบพอที่จะทำให้คนขับนั่งคร่อมขี่รถได้ แบตเตอรี่เองก็สามารถวางในตำแหน่งที่อิสระมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นเครื่องยนต์ อย่างไรก็ดีในภาพไม่มีการระบุส่วนของเฟรม แต่เนื่องจากโมเดล G310R นั้นวางเครื่องแตกต่างจากค่ายอื่น ๆ ดังนั้นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันใหม่นี้น่าจะใช้เฟรมและช่วงล่างเดิมของ G310R ไม่ได้ ชิ้นส่วนสำคัญอย่าง ตัวแพ็คแบตเตอรี่ มอเตอร์ และชุดไฟที่เชื่อมต่อทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งยังดูเหมือนว่าจะยกมาจาก CE-04 มาเลย แต่มีการสับเปลี่ยนตำแหน่งให้ลงตัวกับรถใหม่ ซึ่งเดิมแบตจะติดตั้งในแนวขนานไปกับพื้น ขณะที่มอเตอร์ก็จะวางแนวขวางกับตัวรถอยู่ด้านหลัง และชุดควบคุมจะซ้อนกันอยู่ภายใต้เบาะนั่งคนขับซึ่งมันเหมาะกับสกู๊ตเตอร์ แต่ไม่เหมาะกับมอเตอร์ไซค์ปกติ ดังนั้นจึงต้องมีการปรับตำแหน่งและองศาของการติดตั้งชิ้นส่วนเหล่านี้ เนื่องจากฐานล้อของรถนั้นสั้นกว่ามากและตัวจุดศูนย์ถ่วงของรถที่สูงกว่า อย่างที่เห็นในภาพพิมพ์เขียวตัวแบตเตอรี่และมอเตอร์นั้นนำมาจาก CE-04 ดังนั้นสมรรถนะก็น่าจะไม่ต่างกันกับตัว CE-04 ซึ่งก็คือ 42 แรงม้าและแรงบิด 62.36 นิวตันเมตร ซึ่งในเวอร์ชันสกู๊ตเตอร์จะถูกระบบล็อกความเร็วไว้ที่ 120 กม./ชม.เท่านั้น แต่สำหรับมอเตอร์ไซค์น่าจะไม่ถูกจำกัด ส่วนระยะการใช้งานน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 1280 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จุดแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือตำแหน่งของการวางมอเตอร์จากแนวขวางมาเป็นวางตามแนวยาว และขับเคลื่อนผ่านชุดเกียร์ใหม่เพื่อถ่ายทอดกำลังไปสู่เฟืองหน้า และเลือกใช้ระบบขับสายพานส่งกำลังไปยังล้อหลัง เพื่อลดการดูแลรักษาและเสียงเมื่อเทียบกับแบบขับโซ่ ตัวเลย์เอาท์ใหม่นี้ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่เก็บของที่กว้างขวางอีกด้วย เนื่องจากบริเวณที่เป็นถังน้ำมันเดิมนั้นสามารถใช้เป็นที่เก็บของได้ และใหญ่พอที่จะใส่หมวกกันน็อกได้ ถ้าภาพวาดดังกล่าวใช้สัดส่วนตรงตามจริง นอกจากนี้ยังสามารถใช้ชิ้นส่วนเดียวกันนี้ทำออกมาได้หลากหลายโมเดลแบบเดียวกับรถในตระกูล G อีกด้วย ซึ่งในภาพร่างจะเห็นได้ว่าล้อหน้ามีขนาดใหญ่แบบ GS ที่เป็นแอดเวนเจอร์ ขณะที่ไฟหน้านำมาจากรหัส R ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์ นอกจากนี้รหัส RR ก็ยังเป็นไปได้ เพราะแฟริ่งที่มาช่วยเรื่องแอโรไดนามิกก็น่าจะช่วยให้รีดระยะทางการใช้งานได้มากขึ้นอีกด้วย งานนี้สาวกก็คงได้แต่เฝ้ารอล่ะครับว่าโมเดลไฟฟ้าคันใหม่จากค่ายใบพัดสีฟ้าค่ายนี้จะทำออกมาได้ดี ได้น่าสนใจมากน้อยแค่ไหนก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก