ในการทดสอบช่วงปรีซีซั่นของศึก MotoGP ฤดูกาลล่าสุดที่คอความเร็วทั่วโลกเฝ้าจับตามอง Francesco “Pecco” Bagnaia ยอดนักบิดชาวอิตาเลียนจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายแต่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น หลังจบโปรแกรมการทดสอบรถแข่งรุ่นใหม่ (Desmosedici รุ่นปี 2026) คำพูดของแชมป์โลกรายนี้ไม่เพียงแต่สร้างความใจชื้นให้แฟนคลับค่ายสีแดง แต่ยังเปรียบเสมือนการส่งสัญญาณเตือนไปยังพิทเลนของคู่แข่งว่า “จักรกลสีแดง” พร้อมแล้วที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่คืนอีกครั้ง
ความรู้สึกแรก “ความสนุก” ที่มาพร้อมความเร็ว
Bagnaia เปิดเผยความรู้สึกแรกหลังจากที่เขาได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันในการปรับตัวเข้ากับรถแข่งเวอร์ชั่นล่าสุด โดยคำนิยามสั้นๆ ที่เขามอบให้กับสื่อมวลชนคือคำว่า “สนุก” ซึ่งในมาตรฐานของนักบิดระดับโลก คำว่าสนุกไม่ได้หมายถึงความเพลิดเพลินทั่วไป แต่หมายถึงการที่เขาสามารถสื่อสารกับตัวรถได้อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
“ผมรู้สึกสนุกกับมันจริงๆ” Bagnaia กล่าวด้วยรอยยิ้ม “หัวใจสำคัญของปรีซีซั่นคือการหาฟีลลิ่งที่ถูกต้อง และสำหรับรถคันนี้ ผมรู้สึกดีตั้งแต่ออกไปวิ่งไม่กี่รอบแรก มันสำคัญมากที่คุณจะมีความรู้สึกเชิงบวกตั้งแต่วันเริ่มต้น เพราะมันจะส่งผลต่อการตัดสินใจพัฒนาส่วนประกอบอื่นๆ ต่อไป”
มั่นใจในศักยภาพ รถที่พร้อมสู้ทุกสนาม
นอกเหนือจากความพึงพอใจในแง่ของฟีลลิ่งการขับขี่ เปกโก้ยังแสดงความมั่นใจในเชิงเทคนิคว่ารถแข่ง Ducati ปี 2026 นี้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาก โดยเขาระบุว่า “ค่อนข้างมั่นใจ” (Quite sure) ว่ามันจะมีศักยภาพในการแข่งขัน (Competitive) ที่สูงพอจะเบียดลุ้นแชมป์ได้ในทุกสนาม
จากการรวบรวมข้อมูลหลังการทดสอบ พบว่า Ducati รุ่นใหม่มีการปรับปรุงในส่วนของแชสซี (Chassis) ให้มีความยืดหยุ่นและการตอบสนองที่ดีขึ้นในจังหวะพลิกรถเข้าโค้ง รวมถึงพละกำลังของเครื่องยนต์ที่ต่อเนื่องและนุ่มนวลขึ้นในจังหวะการจ่ายคันเร่ง ซึ่งเป็นจุดที่ Bagnaia ให้ความสำคัญอย่างมากเพื่อรักษาเสถียรภาพของรถในระยะยาวระหว่างการแข่งขัน
การเปรียบเทียบกับรุ่นก่อน ก้าวที่เหนือกว่าเดิม
แชมป์โลกจากตูรินยอมรับว่า การพัฒนารถใหม่มักมาพร้อมกับความท้าทายและการปรับเปลี่ยนบางอย่างที่นักบิดต้องทำความคุ้นเคย แต่สำหรับเวอร์ชั่น 2026 นี้ เขามองว่าเป็นการยกระดับที่ถูกทิศทาง “เราไม่ได้แค่ต้องการรักษามาตรฐานเดิมที่เราเคยทำได้ แต่เป้าหมายคือการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม”
Bagnaia อธิบายเพิ่มเติมว่า รถรุ่นใหม่ช่วยให้เขาเบรกได้ลึกขึ้นและนิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งส่งผลดีต่อการรักษาความเร็วในโค้ง (Corner Speed) และยังช่วยลดภาระของยางหลังในจังหวะสไลด์ออกจากโค้ง ซึ่งจะกลายเป็นข้อได้เปรียบมหาศาลในช่วงท้ายของการแข่งขันที่ยางเริ่มหมดสภาพ
บทวิเคราะห์ ศึกศักดิ์ศรีและการป้องกันแชมป์
ความมั่นใจของ Bagnaia ในครั้งนี้มาในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะฤดูกาลนี้เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงในหน้าประวัติศาสตร์ MotoGP ทั้งการย้ายทีมของนักบิดตัวท็อปและการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของค่ายคู่แข่งอย่าง Aprilia และ KTM การที่ Bagnaia รู้สึกว่ารถใหม่ “มาถูกทาง” จะช่วยลดแรงกดดันภายในทีมได้มหาศาล และทำให้เขาโฟกัสไปที่การปรับแต่งรายละเอียดปลีกย่อย (Fine-tuning) แทนที่จะต้องเสียเวลาไปกับการแก้ปัญหาพื้นฐานของโครงสร้างตัวรถ
ภายใต้การบริหารงานของ Gigi Dall’Igna พ่อมดแห่ง Ducati Corse ดูเหมือนว่าวิศวกรค่ายสีแดงจะยังคงรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีเอาไว้ได้ และเมื่อบวกกับสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งและความมั่นใจของ Bagnaia ก็ทำให้ Ducati ยังคงเป็นเต็งหนึ่งในการคว้าชัยชนะนัดเปิดสนามและรักษาตำแหน่งแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตเอาไว้ได้อีกปี
บทสรุป
การทดสอบครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ยาวไกล แต่ “ความสนุก” และ “ความมั่นใจ” ที่ Francesco Bagnaia แสดงออกมา คือหลักฐานสำคัญว่าเขามีอาวุธที่ร้ายกาจอยู่ในมือแล้ว แฟนๆ MotoGP เตรียมตัวรับชมความตื่นเต้นได้เลย เพราะ “เปกโก้” เวอร์ชั่นปี 2026 ดูเหมือนจะพร้อมล่าแชมป์ด้วยความกระหายที่มากกว่าเดิม




