BYD Atto 1 รถไฟฟ้าจิ๋ว วิ่งไกล 380 กม. ลุ้นขายไทย
BYD ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการส่ง BYD Atto 1 (หรือ BYD Seagull ในจีน) บุกตลาดอินโดนีเซียเป็นที่แรกในอาเซียน โดยรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มต้น (Entry-level) ที่เข้าถึงง่ายที่สุด แต่ยังคงไว้ซึ่งเทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
สมรรถนะและความคล่องตัวที่ตอบโจทย์คนเมือง
BYD Atto 1 ถูกออกแบบมาให้มีความคล่องตัวสูงด้วยมิติตัวถังขนาดกะทัดรัด ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4.9 วินาที ซึ่งถือว่าตอบสนองได้อย่างรวดเร็วสำหรับการใช้งานในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวในการเร่งแซง
เทคโนโลยี Blade Battery และระยะทางการขับขี่
ความโดดเด่นของ Atto 1 คือการเลือกใช้เทคโนโลยี Blade Battery ที่มีความปลอดภัยสูงสุดในอุตสาหกรรม โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อยตามระยะทางการขับขี่:
-
รุ่น Dynamic (Standard Range): แบตเตอรี่ขนาด 30.08 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 300 กม. (NEDC)
-
รุ่น Premium (Extended Range): แบตเตอรี่ขนาด 38.88 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 380 กม. (NEDC)
นอกจากนี้ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว DC Fast Charge ที่ช่วยให้การเดินทางต่อเนื่องทำได้ง่ายขึ้น และยังมีฟีเจอร์ Vehicle to Load (V2L) ที่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 2.2 kW เหมาะสำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือใช้งานยามฉุกเฉิน
ภายในห้องโดยสารและความปลอดภัยที่ไม่ลดสเปก
แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ภายในของ BYD Atto 1 ยังคงหรูหราด้วยหน้าจอระบบสัมผัสอัจฉริยะที่สามารถหมุนปรับแนวตั้ง-แนวนอนได้ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto เต็มรูปแบบ ในด้านความปลอดภัย มีการติดตั้งถุงลมนิรภัยสูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง (ในรุ่น Premium) พร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) และฟังก์ชัน Auto Brake Hold เป็นมาตรฐาน
ราคาจำหน่าย BYD Atto 1 ในประเทศอินโดนีเซีย (อ้างอิงปี 2569)
จากการเปิดตัวล่าสุดในประเทศอินโดนีเซีย BYD Atto 1 มีการเคาะราคาจำหน่ายออกมาได้อย่างน่าสนใจ (คำนวณเป็นเงินไทยโดยประมาณ) ดังนี้:
| รุ่นย่อย | ราคา (รูเปียห์) | ราคาประมาณการ (บาท) |
| Atto 1 Dynamic | 195,000,000 IDR | ประมาณ 369,000 บาท |
| Atto 1 Premium | 235,000,000 IDR | ประมาณ 435,000 บาท |
> หมายเหตุ: ราคาในประเทศไทยอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV 3.5) และโครงสร้างภาษีนำเข้า
สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย คาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเห็นการเปิดตัวในช่วงปลายปี 2568 หรือต้นปี 2569 ซึ่งหากเปิดราคาเริ่มต้นได้ในระดับ 4 แสนบาทต้นๆ จะถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในเซกเมนต์รถยนต์ขนาดเล็กทันที





