กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าช่วงต้นปี 2569 เมื่อยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง BYD ต้องเผชิญกับมาตรการเรียกคืนรถยนต์ (Recall) ในตลาดที่มีความเข้มงวดสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างประเทศญี่ปุ่น โดยสาเหตุหลักมาจากการตรวจพบข้อบกพร่องในระบบส่องสว่างด้านหลังของรถยนต์รุ่นเรือธงอย่าง Atto 3 ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน
การประกาศเรียกคืนครั้งนี้ครอบคลุมรถยนต์ Atto 3 ที่นำเข้าไปจำหน่ายในญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2565 ถึง 7 กันยายน 2566 ซึ่งถือเป็นล็อตแรกๆ ที่เริ่มทำตลาดในแดนปลาดิบ โดยทาง BYD Japan ได้ยื่นเรื่องต่อกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น (MLIT) อย่างเป็นทางการเพื่อดำเนินการแก้ไขให้แก่ผู้บริโภคโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
สรุปประเด็นหลักต้นเหตุ “ตัวดูดความชื้น” ทำพิษแผงวงจรไฟท้าย
ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากซอฟต์แวร์รวน แต่เป็นปัญหาที่ “ฮาร์ดแวร์” ภายในชุดโคมไฟท้าย (Rear Combination Lamps) โดยพบว่าสารดูดความชื้น (Desiccant) ที่ติดตั้งอยู่ภายในเพื่อป้องกันฝ้าในโคมไฟ ไม่ได้รับการยึดติดที่แน่นหนาพอเนื่องจากคำแนะนำในกระบวนการผลิตที่ไม่รัดกุม เมื่อเวลาผ่านไปและความชื้นเล็ดลอดเข้าไป สารดูดความชื้นจะดูดซับน้ำจนพองตัวขึ้น และเข้าไปกดทับหรือสัมผัสกับแผงวงจรไฟฟ้า (PCB) จนเกิดความเสียหาย
อาการบ่งชี้และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่
จากรายงานพบว่า เมื่อแผงวงจรภายในโคมไฟถูกกดทับหรือเกิดการลัดวงจรจากความชื้น จะส่งผลให้นักขับและผู้ร่วมทางสังเกตเห็นสัญญาณผิดปกติดังนี้:
-
ไฟเลี้ยวกะพริบเร็วผิดปกติ: ระบบรถตรวจพบความต้านทานที่เปลี่ยนไปเนื่องจากวงจรชำรุด
-
ไฟทำงานไม่สม่ำเสมอ: ไฟเลี้ยวหรือไฟเบรกอาจติดๆ ดับๆ ในขณะใช้งาน
-
ระบบไฟล้มเหลวโดยสิ้นเชิง: ในกรณีร้ายแรง ไฟสัญญาณด้านหลังทั้งหมดอาจดับลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการถูกชนท้ายหรืออุบัติเหตุขณะเปลี่ยนเลนอย่างมาก
ทาง BYD Japan ยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากกรณีนี้ แต่เพื่อเป็นการป้องกันตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง จึงตัดสินใจเรียกคืนเพื่อเปลี่ยนชุดโคมไฟท้ายใหม่ทั้งหมด (Complete Replacement) ให้กับรถที่อยู่ในข่ายสงสัย
มุมมองภาพรวมตลาดความเชื่อมั่นของแบรนด์จีนในต่างแดน
พฤติกรรมผู้บริโภคในญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อเรื่อง “ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ท้องถิ่น” และความคาดหวังในคุณภาพสินค้าที่ไร้ที่ติ การที่ BYD กล้าประกาศ Recall ทันทีที่พบปัญหา ถือเป็นการเดินเกมที่เน้นความโปร่งใสเพื่อรักษาภาพลักษณ์ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้อาจทำให้คู่แข่งและกลุ่มผู้บริโภคที่ยังลังเลต่อรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนนำไปเป็นข้อถกเถียงเรื่องคุณภาพการประกอบ (Build Quality) เมื่อเทียบกับเจ้าตลาดเดิม
ในฝั่งของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย ข้อมูลการเรียกคืนนี้ถูกนำมาเปรียบเทียบอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าไลน์การผลิตอาจจะมาจากคนละแห่ง (ญี่ปุ่นนำเข้าจากจีน แต่ไทยเริ่มมีฐานผลิตในประเทศ) แต่ผู้บริโภคเริ่มมีความตื่นตัวและเรียกร้องให้ตัวแทนจำหน่ายในประเทศออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าล็อตที่จำหน่ายในไทยมีการใช้ชิ้นส่วนและกระบวนการผลิตชุดโคมไฟแบบเดียวกันหรือไม่
คำถามที่คนมักสงสัยเกี่ยวกับกรณี Recall ครั้งนี้
-
ถาม: รถ Atto 3 ในประเทศไทยได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่?
-
ตอบ: ปัจจุบันยังไม่มีประกาศเรียกคืนจากผู้จำหน่ายในไทย (Rever Automotive) อย่างเป็นทางการ เนื่องจากล็อตการผลิตและซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนอาจมีความแตกต่างกันตามภูมิภาค
-
-
ถาม: หากไฟเลี้ยวทำงานผิดปกติ เจ้าของรถต้องเสียค่าใช้จ่ายเองไหม?
-
ตอบ: หากเป็นการเรียกคืนตามประกาศ (Recall) หรืออยู่ในระยะประกันคุณภาพ ผู้บริโภคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นในการเปลี่ยนอะไหล่
-
เสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ใช้รถ EV
“ตอนแรกนึกว่าไฟเลี้ยวขาดเฉยๆ แต่พอมันกะพริบรัวๆ แล้วดับไปเองก็เริ่มกังวล พอเห็นข่าวที่ญี่ปุ่นแจ้งว่าเป็นเพราะความชื้นเข้าไปดันแผงวงจรก็เริ่มเข้าใจเลยว่าทำไม” — ความเห็นจากผู้ใช้ Atto 3 ในบอร์ดสนทนาต่างประเทศสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหานี้เริ่มมีคนเจอหน้างานจริงก่อนที่คำประกาศ Recall จะออกมาเสียอีก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าการเปลี่ยนอะไหล่ใหม่คือทางออกที่ถูกต้องที่สุด
สรุป
กรณี BYD Atto 3 เรียกคืนญี่ปุ่น ครั้งนี้ คือบทเรียนสำคัญของค่ายรถยนต์น้องใหม่ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองในเรื่อง QC และการบริการหลังการขายในระดับสากล แม้จำนวนรถจะไม่มาก (1,097 คัน) แต่การแก้ไขที่รวดเร็วคือหัวใจของการรักษาฐานลูกค้าในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในปี 2569 นี้
ติดตามความคืบหน้าว่าปัญหาไฟเลี้ยวหลังนี้จะขยายวงกว้างมาถึงตลาดประเทศไทยหรือไม่ และอัปเดตข่าวสารการเรียกคืนรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นได้ที่เว็บไซต์ SuperDrivemag แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ที่คุณวางใจได้
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand


