อุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยส่วนใหญ่มักเกิดจากความประมาทและการขาดวินัยจราจร ล่าสุดมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านทาง Facebook Reel (มกราคม 2569) ที่แสดงให้เห็นนาทีระทึกขวัญขณะที่รถจักรยานยนต์คันหนึ่งต้องประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรงจากการที่ รถเก๋งปาดหน้า ออกจากเลนซ้ายอย่างกะทันหัน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาการขับขี่ที่ไร้ความรับผิดชอบซึ่งยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
นาทีระทึก เมื่อความมักง่ายนำมาซึ่งความสูญเสีย
จากเนื้อหาในวิดีโอจะเห็นได้ว่า รถเก๋งคันต้นเหตุพยายามจะเปลี่ยนเส้นทางจากเลนซ้ายสุดข้ามมายังเลนขวาในลักษณะที่เกือบจะตั้งฉากกับถนน โดยไม่มีการให้สัญญาณไฟที่ชัดเจนเพียงพอ หรืออาจจะให้สัญญาณไฟในระยะที่กระชั้นชิดเกินไป ทำให้รถจักรยานยนต์ที่กำลังขับขี่มาตามทางหลักในเลนกลางไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ได้ล่วงหน้า เมื่อรถเก๋งเบี่ยงออกมาปิดเส้นทางจราจรทั้งหมด มอเตอร์ไซค์เบรกไม่ทัน จึงพุ่งเข้าชนเข้าที่กลางลำของรถเก๋งอย่างแรงจนผู้ขับขี่กระเด็นออกจากตัวรถ
ข้อกฎหมายจราจรปี 2569 ใครเป็นฝ่ายผิดในกรณีนี้?
หากพิจารณาตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปี 2569) การเปลี่ยนเลนหรือการเลี้ยวรถจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ดังนี้:
-
การเปลี่ยนเลน: ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณไฟเลี้ยวก่อนเปลี่ยนเลนไม่น้อยกว่า 30-60 เมตร และต้องมั่นใจว่าการเปลี่ยนเลนนั้นไม่เป็นการตัดหน้าหรือกีดขวางรถที่กำลังวิ่งมาตามทางปกติ
-
สิทธิในทางตรง: โดยทั่วไปรถที่วิ่งมาตามทางตรงจะมี “สิทธิในทาง” (Right of Way) มากกว่ารถที่กำลังเปลี่ยนทิศทางหรือออกจากซอย
-
ความผิดฐานขับรถโดยประมาท: กรณีที่รถเก๋งปาดหน้าออกออกมาโดยไม่ดูรถทางตรงจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ มักถูกวินิจฉัยว่าเป็นฝ่ายผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย
สิ่งที่ประชาชนมักตั้งคำถามเสมอคือ “ทำไมความผิดที่เห็นชัดเจนขนาดนี้ ยังคงเกิดขึ้นซ้ำซาก?” คำตอบอาจอยู่ที่บทลงโทษที่ยังไม่ทำให้ผู้ขับขี่เกรงกลัว หรือกระบวนการสอบใบขับขี่ที่ยังไม่เน้นย้ำเรื่อง “จิตสำนึกในการใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น” มากพอ
แนวทางการป้องกันอุบัติเหตุสำหรับชาวสองล้อ
ในฐานะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางบนท้องถนน การป้องกันตนเองจากอุบัติเหตุในลักษณะนี้สามารถทำได้ดังนี้:
-
การขับขี่เชิงป้องกัน (Defensive Riding): สังเกตพฤติกรรมรถยนต์ข้างหน้าเสมอ หากเห็นรถยนต์ชะลอตัวผิดปกติในเลนซ้าย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเขาอาจจะเลี้ยวหรือปาดออกมา
-
หลีกเลี่ยงจุดบอด: พยายามอย่าขับขี่ขนานไปกับบริเวณด้านข้างหรือมุมอับของรถยนต์ เพราะคนขับรถยนต์อาจมองไม่เห็นคุณผ่านกระจกมองข้าง
-
การใช้ความเร็วที่เหมาะสม: การขับขี่ด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดจะช่วยเพิ่มระยะเบรกและลดความรุนแรงหากเกิดการปะทะ
สรุปและอุทาหรณ์จากเหตุการณ์
เหตุการณ์ รถเก๋งปาดหน้า มอเตอร์ไซค์ ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจอย่างดีว่า ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีจากการตัดสินใจที่ประมาทของคนคนเดียว สามารถทำลายชีวิตและครอบครัวของคนอื่นได้ หากผู้ขับขี่รถเก๋งใจเย็นลงอีกนิดและตรวจสอบกระจกมองข้างให้ถี่ถ้วน อุบัติเหตุครั้งนี้คงไม่เกิดขึ้น บทสรุปที่ประชาชนต้องการเห็นไม่ใช่เพียงแค่ใครผิดใครถูก แต่คือการที่หน่วยงานรัฐบังคับใช้กฎหมายจราจรปี 2569 อย่างเคร่งครัดเพื่อลดจำนวนคลิปอุบัติเหตุสยองขวัญเช่นนี้ให้หมดไปจากสังคมไทย



