ในชั่วโมงนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าการรุกคืบของอุตสาหกรรมยานยนต์จากแดนมังกรนั้นทรงพลังเพียงใด ไม่ใช่แค่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ในโลกของความเร็วสองล้ออย่างการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก พลังของค่ายรถจีนใน MotoGP เริ่มแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่ไม่ได้มาเพียงเพื่อเป็นไม้ประดับ ล่าสุด CFMoto แบรนด์ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่จากจีนได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญในการต่อสัญญากับพาร์ทเนอร์หลักอย่าง Aspar Team ออกไปอีก 5 ปีเต็ม
การบรรลุข้อตกลงครั้งนี้เปรียบเสมือนการประกาศสงครามเทคโนโลยีและความเร็วในระยะยาว เนื่องจากสัญญาฉบับใหม่นี้จะครอบคลุมไปจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2031 ซึ่งหมายความว่า CFMoto จะยังคงเป็นชื่อที่โดดเด่นในพาร์ดด็อกของ Moto2 และ Moto3 ต่อไปอีกอย่างน้อยครึ่งทศวรรษ ท่ามกลางการจับตามองของแฟนความเร็วทั่วโลกถึงก้าวต่อไปของแบรนด์นี้
ความสำเร็จที่พิสูจน์ได้จากการร่วมมือระหว่าง CFMoto Aspar MotoGP
จุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของ CFMoto กับ Aspar Team เริ่มต้นขึ้นในปี 2024 เมื่อทีมแข่งสัญชาติสเปนที่กุมบังเหียนโดย Jorge Martinez ‘Aspar’ ตัดสินใจจับมือกับแบรนด์จีนเพื่อลงชิงชัยในระดับ World Grand Prix โดยใช้รถแข่งพื้นฐานจาก KTM ในรุ่น Moto3 และการสนับสนุนในรุ่น Moto2 ซึ่งเพียงปีแรกของการจับมือกัน พวกเขาก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลก Moto3 มาครองได้สำเร็จจากการโชว์ฟอร์มเหนือระดับของ David Alonso
หากมองย้อนกลับไปในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา พาร์ทเนอร์ Aspar Team และ CFMoto สามารถกวาดชัยชนะมาได้ถึง 21 ครั้ง จากเหล่านักบิดฝีมือฉกาจอย่าง David Alonso, Dani Holgado และ Jake Dixon นอกจากนี้ในฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมา พวกเขายังสามารถคว้าตำแหน่ง Rookie of the Year มาครองได้ทั้งในรุ่น Moto2 และ Moto3 ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าทีมชุดนี้มีทั้งรถแข่งที่ทรงประสิทธิภาพและระบบการจัดการนักแข่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดทีมหนึ่งในพาร์ดด็อก
แผนการระยะยาวและการปั้นนักบิดสายเลือดมังกร
ในการเซ็นสัญญาครั้งใหม่นี้ Su Zhen ตัวแทนจาก CFMoto ได้ระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและ Aspar Team นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้สนับสนุนกับทีมแข่ง แต่กลายเป็นครอบครัวที่พร้อมจะเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เป้าหมายสำคัญนอกจากการคว้าชัยชนะในสนามแข่งคือ การพัฒนาโครงการฝึกอบรมนักบิดเยาวชนชาวจีนเพื่อให้มีโอกาสก้าวขึ้นสู่ระดับโลก และการนำเทคโนโลยีที่ได้จากการแข่งขันมาพัฒนาต่อยอดสู่รถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ๆ ที่จำหน่ายให้กับคนทั่วไป
การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็ว แต่เป็นเรื่องของภาพลักษณ์แบรนด์และการพิสูจน์สมรรถนะ ซึ่ง CFMoto ทำสำเร็จในการเปลี่ยนภาพจำจากค่ายรถราคาประหยัดมาสู่ค่ายรถสมรรถนะสูงที่สามารถเอาชนะค่ายรถระดับตำนานจากยุโรปและญี่ปุ่นได้ในรุ่นเล็กและรุ่นกลาง
อนาคตสู่รุ่นใหญ่ MotoGP และการท้าทายกฎระเบียบใหม่
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในการขยายสัญญาครั้งนี้คือคำให้สัมภาษณ์ของ Jorge Martinez ที่เปิดเผยว่า CFMoto กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายอิทธิพลเข้าสู่รุ่นสูงสุดอย่าง MotoGP แม้ว่าจะมีการยืนยันว่าการขยับขึ้นรุ่นใหญ่นั้นจะยังไม่เกิดขึ้นในปี 2027 ซึ่งเป็นปีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านเทคนิคครั้งใหญ่ (850cc) แต่ดีลยาวถึงปี 2031 นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ CFMoto มีเวลาเหลือเฟือในการเตรียมความพร้อมทั้งด้านงบประมาณและเทคโนโลยีเครื่องยนต์
คำถามที่น่าสนใจและเป็นการตั้งคำถามแทนแฟนมอเตอร์ไซค์ทั่วโลกคือ ในวันที่ค่ายรถญี่ปุ่นเริ่มซบเซา และค่ายรถยุโรปครองเมือง การเข้ามาของยักษ์ใหญ่จากจีนจะทำให้สมดุลของอำนาจใน MotoGP เปลี่ยนไปอย่างไร? หาก CFMoto ตัดสินใจสร้างรถแข่ง MotoGP ของตัวเองขึ้นมาจริงๆ ในช่วงปลายสัญญาฉบับนี้ เราอาจได้เห็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้วงการมอเตอร์สปอร์ตต้องจารึกชื่อของแบรนด์จากจีนไว้ในฐานะ “ผู้ล่า” บัลลังก์แชมป์โลกอย่างเต็มตัว
สุดท้ายนี้ การอยู่ต่อของ CFMoto ในฐานะพาร์ทเนอร์ของ Aspar Team จนถึงปี 2031 ไม่ใช่เพียงแค่การตลาด แต่คือเดิมพันครั้งใหญ่ที่พิสูจน์ว่าแบรนด์จีนพร้อมแล้วที่จะสู้กับทั่วโลกด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับกรังด์ปรีซ์



