SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า จักรยายนต์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

ความปลอดภัยบนท้องถนนในประเทศจีนกำลังจะก้าวไปอีกขั้น เมื่อล่าสุดหน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้ประกาศมาตรฐานแห่งชาติฉบับใหม่ที่มุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety) โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ที่ใช้งานเพื่อการขนส่งและรถยนต์ส่วนบุคคลขนาดเล็ก การบังคับใช้ระบบ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ หรือ AEB (Automatic Emergency Braking) จะกลายเป็นมาตรฐานขั้นพื้นฐานที่รถยนต์ใหม่ทุกคันในหมวดที่กำหนดต้องมี หากไม่มีระบบนี้จะไม่สามารถวางจำหน่ายในตลาดจีนได้อีกต่อไป

ยกระดับจากมาตรฐานแนะนำสู่กฎหมายบังคับใช้จริง

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการประกาศใช้มาตรฐาน GB 39901—2025 ซึ่งจะเข้ามาแทนที่มาตรฐาน GB/T 39901-2021 (ที่ลงท้ายด้วย /T หมายถึงมาตรฐานแนะนำ) การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ทำให้ระบบ AEB กลายเป็นสิ่งจำเป็นตามกฎหมาย ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับผู้ผลิตอีกต่อไป โดยกฎระเบียบใหม่นี้ครอบคลุมรถยนต์ในกลุ่ม M1 (รถยนต์นั่งส่วนบุคคล) และที่สำคัญที่สุดคือกลุ่ม N1 หรือ รถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก ที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 3.5 ตัน เช่น รถกระบะ (Pickup Trucks) และรถตู้ส่งของ (Mini-trucks/Vans) ซึ่งก่อนหน้านี้ระบบความปลอดภัยดังกล่าวมักจะถูกติดตั้งเฉพาะในรุ่นพรีเมียมเท่านั้น

เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

ทำไมต้องเน้นที่รถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก N1?

สถิติอุบัติเหตุในจีนชี้ให้เห็นว่า รถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็กมักเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในเขตเมืองและรอยต่อระหว่างเมืองและชนบทเป็นจำนวนมาก เนื่องจากรถเหล่านี้ถูกใช้งานตลอดทั้งปีและมักวิ่งในเส้นทางที่มีความพลุกพล่าน การเพิ่มระบบ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เข้าไปจะช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ผู้ขับขี่เหนื่อยล้าหรืออยู่ในจุดอับสายตา โดยมาตรฐานใหม่ยังได้เพิ่มข้อกำหนดที่เข้มงวดในการตรวจจับกลุ่มผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง (Vulnerable Road Users) ได้แก่ คนเดินเท้า (Pedestrians), รถจักรยาน (Bicycles) และรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Scooters) ซึ่งเป็นยานพาหนะยอดนิยมในจีน

รายละเอียดทางเทคนิคและกำหนดการบังคับใช้

กฎหมายฉบับนี้กำหนดช่วงความเร็วในการทำงานของระบบไว้อย่างชัดเจน โดยรถในกลุ่ม M1 ระบบ AEB ต้องทำงานในช่วงความเร็ว 10-80 กม./ชม. ขณะที่รถเชิงพาณิชย์กลุ่ม N1 กำหนดช่วงความเร็วที่ 10-60 กม./ชม. นอกจากนี้ยังมีการกำหนดการทดสอบในสภาวะแสงน้อยหรือเวลากลางคืนเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างแม่นยำในทุกสถานการณ์

กำหนดการบังคับใช้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2028 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนและสายการผลิต โดยปัจจุบันอัตราการติดตั้ง AEB ในรถยนต์นั่งที่มีราคาเกิน 400,000 หยวน (ประมาณ 2 ล้านบาท) นั้นอยู่ที่ 100% แต่ในกลุ่มรถยนต์ราคาประหยัดที่ต่ำกว่า 80,000 หยวน (ประมาณ 4 แสนบาท) กลับมีอัตราการติดตั้งเพียง 2.7% เท่านั้น การบังคับใช้นี้จึงเปรียบเสมือนการบีบให้เทคโนโลยีความปลอดภัยกระจายไปสู่รถทุกระดับราคา

เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และประเทศไทย

สำหรับแบรนด์รถยนต์จีนที่กำลังเข้ามาบุกตลาดโลก รวมถึงประเทศไทย กฎหมายนี้จะส่งผลดีในแง่ของ “Economy of Scale” เพราะเมื่อต้องติดตั้ง AEB เป็นมาตรฐานในตลาดบ้านเกิดเป็นล้านคันต่อปี จะทำให้ต้นทุนของเซนเซอร์ กล้อง และเรดาร์ลดลงอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถกระบะจากจีนที่ส่งออกมาจำหน่ายในไทยหลังจากปี 2028 จะมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยที่ราคาอาจจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก

บทสรุปของ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลจีนไม่ได้เน้นเพียงแค่การเป็นผู้นำด้านพลังงานใหม่ (NEV) เท่านั้น แต่ยังต้องการเป็นผู้นำด้านมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนในระดับสากล เพื่อลดความสูญเสียและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของตนเองในระยะยาว

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ บังคับใช้แล้วในจีนกับรถเชิงพาณิชย์ เริ่มปี 2028

เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

ความปลอดภัยบนท้องถนนในประเทศจีนกำลังจะก้าวไปอีกขั้น เมื่อล่าสุดหน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้ประกาศมาตรฐานแห่งชาติฉบับใหม่ที่มุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety) โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ที่ใช้งานเพื่อการขนส่งและรถยนต์ส่วนบุคคลขนาดเล็ก การบังคับใช้ระบบ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ หรือ AEB (Automatic Emergency Braking) จะกลายเป็นมาตรฐานขั้นพื้นฐานที่รถยนต์ใหม่ทุกคันในหมวดที่กำหนดต้องมี หากไม่มีระบบนี้จะไม่สามารถวางจำหน่ายในตลาดจีนได้อีกต่อไป

ยกระดับจากมาตรฐานแนะนำสู่กฎหมายบังคับใช้จริง

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการประกาศใช้มาตรฐาน GB 39901—2025 ซึ่งจะเข้ามาแทนที่มาตรฐาน GB/T 39901-2021 (ที่ลงท้ายด้วย /T หมายถึงมาตรฐานแนะนำ) การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ทำให้ระบบ AEB กลายเป็นสิ่งจำเป็นตามกฎหมาย ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับผู้ผลิตอีกต่อไป โดยกฎระเบียบใหม่นี้ครอบคลุมรถยนต์ในกลุ่ม M1 (รถยนต์นั่งส่วนบุคคล) และที่สำคัญที่สุดคือกลุ่ม N1 หรือ รถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก ที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 3.5 ตัน เช่น รถกระบะ (Pickup Trucks) และรถตู้ส่งของ (Mini-trucks/Vans) ซึ่งก่อนหน้านี้ระบบความปลอดภัยดังกล่าวมักจะถูกติดตั้งเฉพาะในรุ่นพรีเมียมเท่านั้น

เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

ทำไมต้องเน้นที่รถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก N1?

สถิติอุบัติเหตุในจีนชี้ให้เห็นว่า รถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็กมักเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในเขตเมืองและรอยต่อระหว่างเมืองและชนบทเป็นจำนวนมาก เนื่องจากรถเหล่านี้ถูกใช้งานตลอดทั้งปีและมักวิ่งในเส้นทางที่มีความพลุกพล่าน การเพิ่มระบบ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เข้าไปจะช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ผู้ขับขี่เหนื่อยล้าหรืออยู่ในจุดอับสายตา โดยมาตรฐานใหม่ยังได้เพิ่มข้อกำหนดที่เข้มงวดในการตรวจจับกลุ่มผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง (Vulnerable Road Users) ได้แก่ คนเดินเท้า (Pedestrians), รถจักรยาน (Bicycles) และรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Scooters) ซึ่งเป็นยานพาหนะยอดนิยมในจีน

รายละเอียดทางเทคนิคและกำหนดการบังคับใช้

กฎหมายฉบับนี้กำหนดช่วงความเร็วในการทำงานของระบบไว้อย่างชัดเจน โดยรถในกลุ่ม M1 ระบบ AEB ต้องทำงานในช่วงความเร็ว 10-80 กม./ชม. ขณะที่รถเชิงพาณิชย์กลุ่ม N1 กำหนดช่วงความเร็วที่ 10-60 กม./ชม. นอกจากนี้ยังมีการกำหนดการทดสอบในสภาวะแสงน้อยหรือเวลากลางคืนเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างแม่นยำในทุกสถานการณ์

กำหนดการบังคับใช้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2028 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนและสายการผลิต โดยปัจจุบันอัตราการติดตั้ง AEB ในรถยนต์นั่งที่มีราคาเกิน 400,000 หยวน (ประมาณ 2 ล้านบาท) นั้นอยู่ที่ 100% แต่ในกลุ่มรถยนต์ราคาประหยัดที่ต่ำกว่า 80,000 หยวน (ประมาณ 4 แสนบาท) กลับมีอัตราการติดตั้งเพียง 2.7% เท่านั้น การบังคับใช้นี้จึงเปรียบเสมือนการบีบให้เทคโนโลยีความปลอดภัยกระจายไปสู่รถทุกระดับราคา

เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และประเทศไทย

สำหรับแบรนด์รถยนต์จีนที่กำลังเข้ามาบุกตลาดโลก รวมถึงประเทศไทย กฎหมายนี้จะส่งผลดีในแง่ของ “Economy of Scale” เพราะเมื่อต้องติดตั้ง AEB เป็นมาตรฐานในตลาดบ้านเกิดเป็นล้านคันต่อปี จะทำให้ต้นทุนของเซนเซอร์ กล้อง และเรดาร์ลดลงอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถกระบะจากจีนที่ส่งออกมาจำหน่ายในไทยหลังจากปี 2028 จะมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยที่ราคาอาจจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก

บทสรุปของ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลจีนไม่ได้เน้นเพียงแค่การเป็นผู้นำด้านพลังงานใหม่ (NEV) เท่านั้น แต่ยังต้องการเป็นผู้นำด้านมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนในระดับสากล เพื่อลดความสูญเสียและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของตนเองในระยะยาว

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า