บอส Ducati รับเจอโจทย์หิน หลัง Aprilia โชว์ฟอร์มเหนือชั้น ลั่นความแรงไม่ได้วัดแค่สนามเดียว
หลังจบศึกสายฟ้าฟาด Thai MotoGP 2026 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสนามเปิดฤดูกาลที่สร้างความประหลาดใจไปทั่วโลก เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Ducati ต้องพ่ายแพ้อย่างราบคาบให้กับคู่แข่งร่วมสัญชาติอย่าง Aprilia ล่าสุด Davide Tardozzi ผู้จัดการทีม Ducati Lenovo ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยความดุเดือดเกี่ยวกับสถานการณ์ของทีม
“Slap in the Face” เมื่อ Aprilia ยึดหัวหาดเหนือค่ายแดง
Davide Tardozzi ใช้คำที่รุนแรงอย่าง “Slap in the face” หรือการถูกตบหน้า เพื่ออธิบายความรู้สึกหลังจากเห็นรถ Aprilia ถึง 4 คัน (นำโดย Marco Bezzecchi ที่ย้ายไปค่ายโนอาเล่) พาเหรดกันกวาดอันดับต้นๆ ของตาราง ในขณะที่รถ Ducati GP26 ที่ใครๆ ก็เก็งว่าจะไร้เทียมทาน กลับต้องดิ้นรนอย่างหนักกับสภาพอากาศและความชื้นที่เปลี่ยนไปจากตอนทดสอบ
เขายอมรับว่าประสิทธิภาพของรถ Ducati ทุกคันดรอปลงอย่างเห็นได้ชัดในสนามนี้ “เราต้องทำงานหนักขึ้น หยุดซ่อนเทคโนโลยี และต้องงัดทุกอย่างที่มีออกมาใช้” บอสใหญ่ค่ายแดงกล่าวด้วยความตึงเครียด
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด Marc Marquez และวิกฤตความเร็วของ Bagnaia
นอกจากการเสียตำแหน่งแชมป์แล้ว Ducati ยังเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อ Marc Marquez ต้องออกจากการแข่งขันในรอบที่ 21 เนื่องจากล้อหลังกระแทกขอบทาง (Kerb) จนทำให้แม็กแตกและลมยางรั่ว ซึ่ง Tardozzi ระบุว่ามันคือคราวซวยที่แท้จริง เพราะนักแข่งคนอื่นก็เหยียบจุดเดียวกันแต่ไม่มีปัญหา
ในขณะที่แชมป์โลกเก่าอย่าง Pecco Bagnaia ก็ยอมรับว่ารถปี 2026 ของเขายังไม่สามารถรีดความเร็วออกมาสู้กับ Aprilia ได้ในสนามที่ความร้อนสูงแบบประเทศไทย จนทำให้มีข่าวลือหนาหูว่าเขาสนใจจะย้ายไปซบ Aprilia ในปีหน้าตามรอยเพื่อนร่วมทีม
บทสรุป: สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพ Ducati
อย่างไรก็ตาม Davide Tardozzi ย้ำชัดว่าลำดับความแรง (Pecking Order) ของปี 2026 ยังไม่สามารถตัดสินได้เพียงแค่สนามเดียว เขาเชื่อว่าสนามอย่าง ออสติน (Austin), กาตาร์ (Qatar) และ เฆเรซ (Jerez) จะเป็นตัวพิสูจน์ที่แท้จริงว่าใครคือเบอร์หนึ่งของโลกในยุคส่งท้ายเครื่องยนต์ 1000cc นี้




