SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอป 2569

พอกันทีกับการผ่อนผันที่ลากยาวมาหลายปี เมื่อกรมการขนส่งทางบกประกาศจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอป 2569 ซึ่งกำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคลที่นำมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน (Ridesharing) จะต้องจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างทางเลือกใหม่ หรือที่เราเรียกติดปากว่า “ป้ายเหลืองแบบใหม่” ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

คำสั่งนี้ไม่ใช่แค่การขู่เพื่อความเป็นระเบียบ แต่เป็นมาตรการบังคับที่พ่วงมาด้วยบทลงโทษทั้งทางกฎหมายจราจรและระบบการทำงานของตัวแอปพลิเคชันเอง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ขับขี่นับแสนรายทั่วประเทศที่ยังคงใช้รถ “ป้ายดำ” วิ่งงานอยู่ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความยุ่งยากในขั้นตอนและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ในมุมของภาครัฐ นี่คือการจัดระเบียบเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่รอคอยมานาน

สรุปเงื่อนไขสำคัญ ทำไมต้องจบภายใน 28 กุมภาพันธ์นี้?

กรมการขนส่งทางบกได้ให้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่านสำหรับรถยนต์ที่ขึ้นทะเบียนในระบบแอปพลิเคชันมาอย่างต่อเนื่อง และวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 คือ “เส้นตายสุดท้าย” ที่จะอนุญาตให้รถป้ายดำวิ่งรับงานได้อย่างถูกกฎหมาย หากพ้นกำหนดนี้ รถที่ไม่มีสัญลักษณ์ป้ายเหลืองหรือไม่ได้จดทะเบียนในระบบรถรับจ้างอิเล็กทรอนิกส์ จะถือว่าเป็นรถผิดกฎหมายทันที และจะถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าถึงระบบแอปพลิเคชัน Grab, Bolt และแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาต

ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมก่อนสายเกินไป

สำหรับคนขับที่ยังไม่ได้ดำเนินการ คุณเหลือเวลาเพียงไม่กี่วันในการเตรียมตัว สิ่งที่ต้องมีคือใบขับขี่สาธารณะที่ยังไม่หมดอายุ, รถยนต์ต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน 9 ปีนับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก, และต้องมีประกันภัยรถยนต์ประเภท “รถรับจ้างสาธารณะ” ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนยังติดขัดเนื่องจากเบี้ยประกันที่สูงกว่ารถส่วนบุคคลทั่วไป

ขั้นตอนคร่าวๆ คือต้องได้รับหนังสือรับรองจากผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน (เช่น Grab หรือ Bolt) เพื่อไปยื่นขอเปลี่ยนประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบก จากนั้นต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถ และติดตั้งสัญลักษณ์ตามที่กฎหมายกำหนด หากใครยังไม่เริ่มดำเนินการในสัปดาห์นี้ โอกาสที่จะเสร็จทันกำหนดการนั้นถือว่าริบหรี่มาก

บทลงโทษและมาตรการ “เชือดไก่ให้ลิงดู”

หลังจากวันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกเตรียมประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อตั้งจุดตรวจคัดกรองรถรับจ้างผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ และที่สำคัญที่สุดคือ “โทษทางระบบ” โดยแอปพลิเคชันจะทำการระงับสัญญาณ (Ban) คนขับที่ไม่ปรับปรุงข้อมูลป้ายเหลืองในระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทผู้ให้บริการถูกเพิกถอนใบอนุญาตจากภาครัฐไปด้วย

มุมมองภาพรวมตลาด การคัดกรองคนขับครั้งใหญ่หรือการทำลายอาชีพเสริม?

การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในปี 2569 นี้ ถูกมองว่าเป็นดาบสองคม ในแง่หนึ่งคือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบตัวตนคนขับและรถได้แม่นยำขึ้น รวมถึงมีประกันภัยคุ้มครองที่ถูกต้อง แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลับเป็นการสร้างกำแพงสูงให้กับ “กลุ่มอาชีพเสริม” ที่อาจจะไม่คุ้มทุนหากต้องจ่ายค่าประกันภัยสาธารณะและค่าธรรมเนียมต่างๆ จนอาจทำให้จำนวนรถในระบบลดน้อยลง และส่งผลให้ค่าโดยสารพุ่งสูงขึ้นเนื่องจาก Demand และ Supply ไม่สมดุล

คำถามที่คนมักสงสัยเกี่ยวกับการจดทะเบียนป้ายเหลือง 2569

  • ถาม: รถยังติดไฟแนนซ์อยู่ สามารถเปลี่ยนเป็นป้ายเหลืองได้ไหม?

    • ตอบ: ทำได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทไฟแนนซ์ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ และบางไฟแนนซ์อาจไม่อนุญาตหากยอดค้างชำระยังเหลือมากเกินไป

  • ถาม: ถ้าทำไม่ทันวันที่ 28 ก.พ. 69 จะเกิดอะไรขึ้น?

    • ตอบ: ระบบแอปพลิเคชันจะระงับการจ่ายงานให้คุณทันที และหากนำรถออกมาวิ่งรับงานเองแล้วถูกจับ จะมีโทษปรับและอาจถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่

  • ถาม: รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องทำป้ายเหลืองด้วยหรือไม่?

    • ตอบ: ต้องทำเช่นกัน หากนำมาวิ่งรับจ้างผ่านแอปฯ โดยกฎเกณฑ์มาตรฐานเหมือนกับรถยนต์สันดาปทุกประการ

เสียงสะท้อนจากคนขับ “ต้นทุนพุ่ง แต่ค่ารอบเท่าเดิม”

จากการลงพื้นที่สอบถามกลุ่มคนขับ Bolt และ Grab หลายรายให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า การจดทะเบียนให้ถูกกฎหมายนั้นเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” เช่น เบี้ยประกันที่แพงขึ้นเท่าตัว และภาษีรถยนต์รายปีที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าส่วนต่างหรือค่ารอบที่ได้รับจากแอปพลิเคชันยังคงผันผวนและถูกหักค่าธรรมเนียมสูง “รัฐบังคับเราให้เข้าระบบ แต่รัฐไม่เคยบังคับแอปฯ ให้จ่ายค่ารอบที่เป็นธรรม” คือเสียงสะท้อนที่เจ็บปวดจากคนหาเช้ากินค่ำบนท้องถนน

สรุป

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีป้ายทะเบียน แต่คือการจัดระเบียบครั้งใหญ่ที่จะคัดกรองผู้เล่นในตลาด Ridesharing ของเมืองไทย ใครที่พร้อมและทำตามกฎก็จะสามารถประกอบอาชีพได้อย่างสง่าผ่าเผย ส่วนใครที่ยังเพิกเฉยก็คงต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะถูกดีดออกจากระบบและเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายที่รุนแรงขึ้น

หากคุณต้องการทราบเทคนิคการเตรียมรถตรวจสภาพให้ผ่านฉลุยในรอบเดียว หรืออัปเดตราคาประกันรถสาธารณะที่ถูกที่สุด สามารถติดตามต่อได้ที่ Superdrivemag เว็บไซต์ที่ยืนหยัดเคียงข้างคนใช้รถและคนขับรถรับจ้างทั่วประเทศ

ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์  รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand 

Big SuperBike

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

28 กุมภาพันธ์นี้ คนขับรถรับจ้างผ่านแอป ต้องจดทะเบียนรถรับจ้าง 2569

จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอป 2569

พอกันทีกับการผ่อนผันที่ลากยาวมาหลายปี เมื่อกรมการขนส่งทางบกประกาศจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอป 2569 ซึ่งกำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคลที่นำมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน (Ridesharing) จะต้องจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างทางเลือกใหม่ หรือที่เราเรียกติดปากว่า “ป้ายเหลืองแบบใหม่” ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

คำสั่งนี้ไม่ใช่แค่การขู่เพื่อความเป็นระเบียบ แต่เป็นมาตรการบังคับที่พ่วงมาด้วยบทลงโทษทั้งทางกฎหมายจราจรและระบบการทำงานของตัวแอปพลิเคชันเอง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ขับขี่นับแสนรายทั่วประเทศที่ยังคงใช้รถ “ป้ายดำ” วิ่งงานอยู่ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความยุ่งยากในขั้นตอนและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ในมุมของภาครัฐ นี่คือการจัดระเบียบเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่รอคอยมานาน

สรุปเงื่อนไขสำคัญ ทำไมต้องจบภายใน 28 กุมภาพันธ์นี้?

กรมการขนส่งทางบกได้ให้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่านสำหรับรถยนต์ที่ขึ้นทะเบียนในระบบแอปพลิเคชันมาอย่างต่อเนื่อง และวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 คือ “เส้นตายสุดท้าย” ที่จะอนุญาตให้รถป้ายดำวิ่งรับงานได้อย่างถูกกฎหมาย หากพ้นกำหนดนี้ รถที่ไม่มีสัญลักษณ์ป้ายเหลืองหรือไม่ได้จดทะเบียนในระบบรถรับจ้างอิเล็กทรอนิกส์ จะถือว่าเป็นรถผิดกฎหมายทันที และจะถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าถึงระบบแอปพลิเคชัน Grab, Bolt และแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาต

ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมก่อนสายเกินไป

สำหรับคนขับที่ยังไม่ได้ดำเนินการ คุณเหลือเวลาเพียงไม่กี่วันในการเตรียมตัว สิ่งที่ต้องมีคือใบขับขี่สาธารณะที่ยังไม่หมดอายุ, รถยนต์ต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน 9 ปีนับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก, และต้องมีประกันภัยรถยนต์ประเภท “รถรับจ้างสาธารณะ” ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนยังติดขัดเนื่องจากเบี้ยประกันที่สูงกว่ารถส่วนบุคคลทั่วไป

ขั้นตอนคร่าวๆ คือต้องได้รับหนังสือรับรองจากผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน (เช่น Grab หรือ Bolt) เพื่อไปยื่นขอเปลี่ยนประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบก จากนั้นต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถ และติดตั้งสัญลักษณ์ตามที่กฎหมายกำหนด หากใครยังไม่เริ่มดำเนินการในสัปดาห์นี้ โอกาสที่จะเสร็จทันกำหนดการนั้นถือว่าริบหรี่มาก

บทลงโทษและมาตรการ “เชือดไก่ให้ลิงดู”

หลังจากวันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกเตรียมประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อตั้งจุดตรวจคัดกรองรถรับจ้างผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ และที่สำคัญที่สุดคือ “โทษทางระบบ” โดยแอปพลิเคชันจะทำการระงับสัญญาณ (Ban) คนขับที่ไม่ปรับปรุงข้อมูลป้ายเหลืองในระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทผู้ให้บริการถูกเพิกถอนใบอนุญาตจากภาครัฐไปด้วย

มุมมองภาพรวมตลาด การคัดกรองคนขับครั้งใหญ่หรือการทำลายอาชีพเสริม?

การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในปี 2569 นี้ ถูกมองว่าเป็นดาบสองคม ในแง่หนึ่งคือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบตัวตนคนขับและรถได้แม่นยำขึ้น รวมถึงมีประกันภัยคุ้มครองที่ถูกต้อง แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลับเป็นการสร้างกำแพงสูงให้กับ “กลุ่มอาชีพเสริม” ที่อาจจะไม่คุ้มทุนหากต้องจ่ายค่าประกันภัยสาธารณะและค่าธรรมเนียมต่างๆ จนอาจทำให้จำนวนรถในระบบลดน้อยลง และส่งผลให้ค่าโดยสารพุ่งสูงขึ้นเนื่องจาก Demand และ Supply ไม่สมดุล

คำถามที่คนมักสงสัยเกี่ยวกับการจดทะเบียนป้ายเหลือง 2569

  • ถาม: รถยังติดไฟแนนซ์อยู่ สามารถเปลี่ยนเป็นป้ายเหลืองได้ไหม?

    • ตอบ: ทำได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทไฟแนนซ์ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ และบางไฟแนนซ์อาจไม่อนุญาตหากยอดค้างชำระยังเหลือมากเกินไป

  • ถาม: ถ้าทำไม่ทันวันที่ 28 ก.พ. 69 จะเกิดอะไรขึ้น?

    • ตอบ: ระบบแอปพลิเคชันจะระงับการจ่ายงานให้คุณทันที และหากนำรถออกมาวิ่งรับงานเองแล้วถูกจับ จะมีโทษปรับและอาจถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่

  • ถาม: รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องทำป้ายเหลืองด้วยหรือไม่?

    • ตอบ: ต้องทำเช่นกัน หากนำมาวิ่งรับจ้างผ่านแอปฯ โดยกฎเกณฑ์มาตรฐานเหมือนกับรถยนต์สันดาปทุกประการ

เสียงสะท้อนจากคนขับ “ต้นทุนพุ่ง แต่ค่ารอบเท่าเดิม”

จากการลงพื้นที่สอบถามกลุ่มคนขับ Bolt และ Grab หลายรายให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า การจดทะเบียนให้ถูกกฎหมายนั้นเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” เช่น เบี้ยประกันที่แพงขึ้นเท่าตัว และภาษีรถยนต์รายปีที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าส่วนต่างหรือค่ารอบที่ได้รับจากแอปพลิเคชันยังคงผันผวนและถูกหักค่าธรรมเนียมสูง “รัฐบังคับเราให้เข้าระบบ แต่รัฐไม่เคยบังคับแอปฯ ให้จ่ายค่ารอบที่เป็นธรรม” คือเสียงสะท้อนที่เจ็บปวดจากคนหาเช้ากินค่ำบนท้องถนน

สรุป

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีป้ายทะเบียน แต่คือการจัดระเบียบครั้งใหญ่ที่จะคัดกรองผู้เล่นในตลาด Ridesharing ของเมืองไทย ใครที่พร้อมและทำตามกฎก็จะสามารถประกอบอาชีพได้อย่างสง่าผ่าเผย ส่วนใครที่ยังเพิกเฉยก็คงต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะถูกดีดออกจากระบบและเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายที่รุนแรงขึ้น

หากคุณต้องการทราบเทคนิคการเตรียมรถตรวจสภาพให้ผ่านฉลุยในรอบเดียว หรืออัปเดตราคาประกันรถสาธารณะที่ถูกที่สุด สามารถติดตามต่อได้ที่ Superdrivemag เว็บไซต์ที่ยืนหยัดเคียงข้างคนใช้รถและคนขับรถรับจ้างทั่วประเทศ

ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์  รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand 

Big SuperBike

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า