เบาลงเกือบ 10 กิโลฯ เครื่องเล็กลง ลุยได้สุดกว่าเดิม
เครื่องยนต์ใหม่ V2 890cc หัวใจหลักของการปฏิวัติ
การเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาที่สุดของ Ducati DesertX V2 คือการสลัดทิ้งเครื่องยนต์ Testastretta 11° เดิม แล้วแทนที่ด้วยขุมพลัง V2 ขนาด 890 ซีซี รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมระบบ IVT (Intake Variable Timing) แม้ตัวเลขแรงม้าจะขยับลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ประมาณ 110-115 แรงม้า แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ “แรงบิด” ในรอบต่ำที่ต่อเนื่องและนุ่มนวลกว่าเดิม ซึ่งสำคัญมากสำหรับการขับขี่ในเส้นทาง Off-Road
สงครามรีดน้ำหนัก: หายไปเกือบ 10 กิโลกรัม!
หนึ่งในคำถามที่นักบิดสายลุยตั้งคำถามกับรถแอดเวนเจอร์ขนาดใหญ่เสมอคือ “ทำไมมันหนักจัง?” Ducati ตอบโจทย์นี้ใน Ducati DesertX V2 ด้วยการลดน้ำหนักตัวรถ (Curb Weight) ลงถึง 9.4 กิโลกรัม ส่งผลให้ตัวรถมีความคล่องตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การควบคุมในทางแคบหรือการพลิกรถบนทางฝุ่นจะทำได้ง่ายขึ้น ทลายกำแพงความกลัวของมือใหม่ที่อยากลองรถคลาสใหญ่ได้เป็นอย่างดี
รบบช่วงล่างและการออกแบบที่เน้นสมรรถนะ
Ducati DesertX V2 ได้นำระบบ Progressive Rear Linkage มาใช้ร่วมกับช็อกอับ KYB เพื่อการตอบสนองที่แม่นยำขึ้นในทุกสภาพผิวถนน นอกจากนี้งานดีไซน์ยังมีการปรับช่องดักลมบริเวณด้านข้างแฟริ่งใหม่ เพื่อระบายความร้อนออกจากขาผู้ขับขี่ได้ดีขึ้น (แก้จุดอ่อนเดิม) และมีการปรับองศาชิลด์หน้าให้ลดแรงลมปะทะได้ดียิ่งขึ้นในการเดินทางไกล
เปรียบเทียบราคาและการวางจำหน่าย (ปี 2568-2569)
สำหรับรุ่นปัจจุบัน (937cc) ในไทยเปิดราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 679,000 บาท ไปจนถึง 889,000 บาทในรุ่น Rally ส่วน Ducati DesertX V2 คาดการณ์ว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยช่วงกลางปี 2569 โดยราคาอาจมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อยตามเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ แต่เมื่อแลกกับสมรรถนะและน้ำหนักที่เบาลง ถือเป็นการอัปเกรดที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการที่สุดของสาย Enduro



