ปิดดีลประวัติศาสตร์! Ford ซื้อโรงงาน Suzuki ระยอง ผนึกกำลังขยายฐานผลิตใหญ่ที่สุดในอาเซียน
วงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต้องจารึกวันที่ 22 มกราคม 2569 ไว้อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (Ford Motor Company) ได้บรรลุข้อตกลงและลงนามสัญญาเข้าซื้อกิจการโรงงานประกอบรถยนต์ของ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในจังหวัดระยอง อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อศักยภาพการผลิตของประเทศไทย

เบื้องหลังดีลยักษ์: ทำไม Ford ถึงกล้าทุ่ม?
การเข้าซื้อครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่วางหมากมาอย่างดี หากกางแผนที่ดูจะพบว่า โรงงานเดิมของ Suzuki นั้นตั้งอยู่ในทำเลทองที่เรียกว่า “Strategic Location” สำหรับฟอร์ดอย่างแท้จริง
-
ติดกันแค่รั้วกั้น: โรงงาน Suzuki ตั้งอยู่ติดกับโรงงาน Ford Thailand Manufacturing (FTM) ที่ฟอร์ดเป็นเจ้าของอยู่แล้ว 100% การเข้าซื้อครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการ “ทุบกำแพงบ้าน” เพื่อขยายพื้นที่ใช้สอยได้ทันที โดยไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในพื้นที่ห่างไกล
-
ความพร้อมของ Facility: โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานที่ทันสมัย เริ่มเดินสายพานผลิตเมื่อปี 2012 มีพื้นที่กว่า 412 ไร่ (66 เฮกตาร์) พร้อมอาคารปฏิบัติการกว่า 65,000 ตารางเมตร ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ช่วยให้ฟอร์ดประหยัดเวลาในการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรใหม่ได้มหาศาล
รายละเอียดการขยายอาณาจักร
นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าประเทศไทยคือ “บ้านหลังที่สอง” ของฟอร์ด และเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
-
เพิ่มขีดความสามารถ: การได้โรงงานเพิ่มจะช่วยลดความตึงตัวของสายพานการผลิตเดิมที่โรงงาน FTM และ AAT (AutoAlliance Thailand) ที่ผลิต Ford Ranger และ Everest จนเต็มกำลังการผลิตมาตลอด
-
ความยืดหยุ่น (Flexibility): พื้นที่ใหม่จะถูกปรับปรุงเพื่อรองรับการผลิตรถยนต์โมเดลใหม่ๆ ในอนาคต ซึ่งอาจรวมถึงการขยายไลน์ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถกระบะรุ่นใหม่ๆ เพื่อส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก
ปิดฉากการผลิต Suzuki ในไทยอย่างสมบูรณ์
ในขณะที่ฟอร์ดกำลังเติบโต อีกด้านหนึ่งนี่คือบทสรุปของการยุติบทบาทผู้ผลิตของ Suzuki ในประเทศไทย หลังจากที่ประกาศแผนยุติการผลิตไปเมื่อช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา โดยทางซูซูกิจะปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจไปสู่การนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป (CBU) จากฐานการผลิตในอินโดนีเซีย อินเดีย และญี่ปุ่น มาจำหน่ายแทน เพื่อความคล่องตัวและการแข่งขันด้านราคา
-
ลูกค้า Suzuki ไม่ต้องกังวล: แม้จะขายโรงงานไปแล้ว แต่ทาง Suzuki ยืนยันว่าศูนย์บริการและอะไหล่จะยังคงให้บริการตามปกติ โดยมีสต็อกอะไหล่รองรับยาวนานถึง 10 ปีตามมาตรฐานสากล
บทสรุป: ก้าวต่อไปของยานยนต์ไทย
การที่ Ford ตัดสินใจซื้อโรงงานต่อจาก Suzuki ทันที สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานและ Supply Chain ของไทยยังคงแข็งแกร่งและน่าดึงดูดใจสำหรับค่ายรถยนต์ระดับโลก แม้ว่าบางแบรนด์อาจจะต้องปรับตัวออกไป แต่ก็ยังมีแบรนด์ที่พร้อมจะเสียบแทนและขยายการลงทุนต่อทันที
ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า พื้นที่โรงงานใหม่กว่า 400 ไร่นี้ จะถูกฟอร์ดเนรมิตให้กลายเป็นฐานผลิตรถรุ่นอะไร? จะใช่ Ford Ranger Plug-in Hybrid หรือรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่หรือไม่? แต่ที่แน่ๆ ระยองจะยังคงเป็นเมืองหลวงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปอีกนาน

