
Guenther Steiner คือใคร และทำไมแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตถึงคิดถึงเขา?
Guenther Steiner คืออดีตทีมพริ้นซิเพิล (Team Principal) ผู้ก่อตั้งทีม Haas F1 ซึ่งโด่งดังเป็นพลุแตกจากฝีปากที่ตรงไปตรงมาและอารมณ์ขันอันเป็นเอกลักษณ์ในซีรีส์สารคดี Drive to Survive ของ Netflix
สำหรับผู้ที่ติดตาม ข่าวรถยนต์ และการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต คงไม่มีใครไม่รู้จักชายผู้สร้างสีสันให้กับแพดด็อก Formula 1 อย่าง Guenther อดีตนายใหญ่ของทีม Haas F1 ที่เพิ่งโบกมือลาทีมไปเมื่อเดือนมกราคม ปี 2024 ที่ผ่านมา เขาคือชายผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างทีมสัญชาติอเมริกันทีมนี้ตั้งแต่เริ่มต้นในปี 2014 โดยนำเสนอโมเดลการทำทีมแบบใหม่ที่พึ่งพาชิ้นส่วนจาก Ferrari และ Dallara จนทำให้ทีมสามารถแข่งขันได้ตั้งแต่ปีแรกๆ
นอกจากผลงานการทำทีมในงบประมาณที่จำกัดแล้ว สิ่งที่ทำให้ Guenther กลายเป็นไอคอนของวงการคือ บุคลิกโผงผาง พูดจาตรงไปตรงมา และมีวลีเด็ดติดตลก (รวมถึงคำสบถ) มากมายที่ถูกนำเสนอผ่านซีรีส์ Drive to Survive ซึ่งการหายหน้าไปจากกำแพงพิตวอลล์ของเขา ทำให้สีสันของการแข่งขันขาดหายไปพอสมควร จนหลายคนตั้งคำถามว่า ชายวัย 61 ปีคนนี้ จะมีโอกาสกลับมาลุยงานใน F1 อีกหรือไม่?

เงื่อนไขสำคัญที่ Guenther จะยอมกลับมาคุมทีม F1 คืออะไร?
เขาจะพิจารณากลับมาก็ต่อเมื่อข้อเสนอนั้นเป็น “โปรเจกต์” ที่ท้าทาย และให้สิทธิ์เขาในการวาดโครงสร้างทีมด้วยตัวเอง โดยเขาไม่สนใจการรับงานเพียงเพราะต้องการ “ชื่อตำแหน่ง” อันหรูหรา
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจาก Motorsport.com ระบุว่า Guenther ได้ไปออกรายการพอดแคสต์ที่ชื่อว่า Up To Speed ซึ่งดำเนินรายการโดย Jolie Sharpe และอดีตนักแข่ง F1 ชื่อดังอย่าง David Coulthard โดยในระหว่างการสัมภาษณ์ เขาได้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ตัวเขานั้น “เปิดกว้าง” สำหรับการคัมแบ็กสู่วงการรถสูตรหนึ่ง แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เขากำหนดเท่านั้น
“ผมจะกลับไปแน่นอน หากมีโปรเจกต์ที่ผมถูกใจ” Guenther กล่าวอย่างหนักแน่น “ถ้าแค่ให้ผมกลับไปทำงานรับเงินเดือนไปวันๆ ผมคงไม่เอา มีอีกตั้งหลายอย่างในชีวิตที่ผมอยากทำ ลองมองย้อนกลับไปในชีวิตผมสิ 10 หรือ 20 ปีที่ผ่านมา ผมทำงานในรูปแบบ ‘โปรเจกต์’ มาโดยตลอด ผมไม่เคยวิ่งเต้นหางานเพียงเพื่อจะได้มีงานทำ เพราะการทำแค่นั้น… ผมไม่อยากใช้คำว่ามันน่าเบื่อนะ แต่มันไม่มีความตื่นเต้นมากพอสำหรับผม”
เขาขยายความคำว่าโปรเจกต์ให้ทุกคนเข้าใจชัดเจนขึ้นว่า:
- ต้องมีความท้าทายสูง: งานนั้นต้องดึงศักยภาพและท้าทายขีดจำกัดของเขา
- ต้องมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ (Shape the project): เขาต้องสามารถกำหนดทิศทาง โครงสร้าง และปั้นทีมขึ้นมาด้วยวิสัยทัศน์ของตัวเองได้
- ไม่สนชื่อตำแหน่ง (Job Title): เขาไม่ได้ต้องการคำว่า Team Principal นำหน้าชื่อ หากงานนั้นไม่ได้ให้อำนาจเขาอย่างแท้จริง
“หลายคนอาจจะถามว่า แล้วคำว่าโปรเจกต์ของผมมันแปลว่าอะไร? มันแปลว่าคุณสามารถลงมือปั้นมันด้วยมือของคุณเอง ไม่ใช่แค่เดินเข้าไปรับตำแหน่งเก๋ๆ เพราะผมไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อชื่อตำแหน่งบนนามบัตร ผมไม่แคร์เลยด้วยซ้ำว่าตำแหน่งผมจะชื่ออะไร ผมแคร์แค่ว่าผมได้ทำในสิ่งที่ผมชอบหรือเปล่า”
Guenther ทำอะไรอยู่ หลังจากแยกทางกับทีม Haas?
ปัจจุบันเขารับบทบาทเป็นคอมเมนเตเตอร์ นักวิเคราะห์เกม F1 ให้กับสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง และล่าสุดได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเป็นเจ้าของร่วมและ CEO ของทีม Tech3 ในศึก MotoGP

หลังจากที่ Gene Haas เจ้าของทีม ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ Guenther ในช่วงต้นปี 2024 และดันวิศวกรชาวญี่ปุ่นอย่าง Ayao Komatsu ขึ้นมาแทน หลายคนคิดว่าเขาจะเกษียณตัวเองไปพักผ่อน แต่ชายคนนี้กลับมีไฟลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
| บทบาทหน้าที่ปัจจุบัน | รายละเอียดการทำงานของ Guenther Steiner |
| TV Pundit & Commentator | รับหน้าที่เป็นนักวิจารณ์และผู้เชี่ยวชาญในแพดด็อก F1 ให้กับสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของยุโรป |
| Podcast Guest | เดินสายออกรายการพอดแคสต์ชื่อดัง เช่น The Red Flags Podcast และ Up To Speed |
| CEO & Co-Owner in MotoGP | ประกาศก้าวข้ามวงการไปรับตำแหน่ง CEO และเข้าถือหุ้นทีม Red Bull KTM Tech3 ในศึก MotoGP (เริ่มต้นฤดูกาล 2026) |
ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ เขายังแอบหยอดมุกตลกสไตล์กวนๆ ใส่ David Coulthard ด้วยว่า สาเหตุที่เขาหันมารับจ๊อบเป็นนักวิจารณ์หน้าจอทีวี ก็เพราะ “ผมอยากจะเก่งให้ได้สักครึ่งหนึ่งของเดวิดยังไงล่ะ!” เรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ฟังได้อย่างมาก
ทีมไหนใน F1 ที่อาจจะตรงกับสเปกการทำทีมของ Guenther Steiner?
ทีมที่ต้องการสร้างรากฐานใหม่ทั้งหมด หรือทีมอิสระที่ได้รับการสนับสนุนจากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ คือพื้นที่ที่เหมาะกับประสบการณ์การเริ่มต้นจากศูนย์ของเขามากที่สุด
หากวิเคราะห์จากพอร์ตโฟลิโอการทำงานและการสร้างทีม Haas ขึ้นมาจากศูนย์ ทีมที่มีแนวโน้มว่าจะตอบโจทย์เงื่อนไขคำว่า “โปรเจกต์” ของเขา อาจเป็นทีมผู้ท้าชิงหน้าใหม่ที่ต้องการกระโดดเข้าร่วมในกติกาใหม่ปี 2026 ตัวอย่างเช่น:
- โปรเจกต์ทีมอิสระใหม่: หาก FIA อนุมัติการเพิ่มทีมที่ 12 ในอนาคต ประสบการณ์ของเขาจะเป็นที่ต้องการอย่างมาก
- ทีมระดับกลางที่ต้องการปรับโครงสร้างใหม่: หากมีเศรษฐีใหม่หรือกลุ่มทุนเข้ามาเทกโอเวอร์ทีมในปัจจุบัน พวกเขาอาจต้องการผู้นำที่กล้าได้กล้าเสียเข้าไป “ล้างไพ่” จัดโครงสร้างทีมใหม่ทั้งหมด
แม้ว่าการกลับมาของ Guenther อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แต่ตราบใดที่ชื่อของเขายังคงวนเวียนและได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน โอกาสที่เราจะได้เห็นเขายืนสั่งการอยู่ที่กำแพงพิตวอลล์ก็ยังมีอยู่เสมอ
บทสรุป
การตั้งเงื่อนไขของ Guenther สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของนักบริหารที่ไม่ได้หิวโหยเพียงแค่อำนาจและเงินทอง แต่กระหายในการสร้างสรรค์และลงมือทำ (Doer) การที่เขาพร้อมจะสลัดคราบอดีตทีมบอสไปลุยงานฝั่งมอเตอร์ไซค์ 2 ล้อ ชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นคนบ้างานระดับตัวพ่อ และหากวันหนึ่งมีกลุ่มทุน F1 เสนอ “หน้ากระดาษเปล่า” ให้เขาวาดโครงสร้างทีมด้วยตัวเอง เราคงได้เห็นเขากลับมาสร้างสีสันและทวงคืนพื้นที่ในแพดด็อกอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งแน่นอน
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
เขาต้องการเข้ามาทำ “โปรเจกต์” ที่สามารถลงมือปั้นและกำหนดทิศทางได้ด้วยตัวเอง โดยไม่สนใจเพียงแค่ชื่อตำแหน่งการทำงานเท่านั้น
ปัจจุบันเขาเป็นนักวิจารณ์รายการทีวี แขกรับเชิญพอดแคสต์ และล่าสุดได้ก้าวเข้าสู่วงการสองล้อในฐานะ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งทีม Red Bull KTM Tech3 ใน MotoGP
เขาถูกปลดจากตำแหน่งทีมพริ้นซิเพิลของ Haas F1 Team ในเดือนมกราคมปี 2024 โดยมี Ayao Komatsu ขึ้นมารับตำแหน่งแทน























