
กฎ F1 2026 ปรับใหม่เพื่อยกระดับสมรรถนะและความปลอดภัย เพิ่มพลัง Superclip เป็น 350kW และปรับการจัดการพลังงาน Hybrid ใหม่
หลังจากการใช้ กฎใหม่ F1 2026 มาเพียง 3 สนาม ได้เกิดข้อถกเถียงมากมายเกี่ยวกับ “สมดุลของพลังงาน” ที่ทำให้นักขับต้องพะวงกับการชาร์จไฟคืนแบตเตอรี่มากเกินไป ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ทาง FIA ได้บรรลุข้อตกลงกับทีมแข่งและผู้ผลิตเครื่องยนต์เพื่อดำเนินการ ปรับกฎ F1 2026 ในบางรายละเอียด เพื่อคืนความเร้าใจให้กับการแข่งขันและลดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ
ปัญหาใหญ่ที่สุดที่พบคือในช่วง Qualifying นักขับต้องใช้เวลาชาร์จไฟนานเกินไปและรถมีอาการ “อืด” ในบางช่วงของแทร็ก FIA จึงตัดสินใจปรับค่า ระบบจัดการพลังงาน ดังนี้:
เพิ่มพลัง Superclip: ปรับเพิ่มกำลังไฟฟ้าสูงสุดในช่วง Superclip จากเดิม 250kW เป็น 350kW ทั้งในรอบคัดเลือกและวันแข่งจริง เพื่อลดระยะเวลาที่นักขับต้องใช้ในการ Recharge พลังงาน
ลดการสะสมไฟเกินจำเป็น: ปรับลดปริมาณการชาร์จไฟสูงสุดต่อรอบจาก 8MJ เหลือ 7MJ เพื่อลดพฤติกรรมการขับแบบประหยัดไฟ (Harvesting) และส่งเสริมการขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ (Flat-out) ได้นานขึ้น
ภายใต้ กฎเครื่องยนต์ F1 2026 เดิม ความต่างของพละกำลังในจังหวะแซงอาจสูงเกินไปจนเกิดอันตราย FIA จึงได้ปรับเกณฑ์ใหม่:
จำกัดพลัง Boost: พลังงานเสริม (Boost) ในระหว่างเรซจะถูกจำกัดไว้ที่สูงสุดไม่เกิน +150kW เพื่อป้องกันไม่ให้รถคันหลังมีความเร็วพุ่งเข้าหาคันหน้าเร็วเกินไป (Excessive Closing Speed) แต่ยังคงรักษาโอกาสในการแซงไว้ได้
การจ่ายไฟ MGU-K: กำหนดให้จ่ายไฟเต็ม 350kW ในช่วงเร่งความเร็วหลัก (Corner Exit) แต่จะจำกัดไว้ที่ 250kW ในช่วงอื่นๆ ของแทร็กเพื่อให้เกิด ความปลอดภัยบนแทร็ก และความสม่ำเสมอของสมรรถนะ
จากการรวบรวมข้อมูล นวัตกรรมยานยนต์ ในสภาวะอากาศแปรปรวน ได้มีการปรับปรุงกฎเพิ่มเติมเพื่อ ความปลอดภัยในสนามแข่ง:
อุณหภูมิยาง: เพิ่มเพดานความร้อนของผ้าห่มยาง Intermediate ตามคำเรียกร้องของนักขับ เพื่อให้ยางมีกริป (Grip) ทันทีที่เริ่มวิ่ง
การควบคุม ERS: ในสภาวะทางลื่น ระบบจะจำกัดการปล่อยแรงบิด (Torque) จาก ERS เพื่อลดอาการล้อหมุนฟรีและเพิ่มการควบคุมรถ
ระบบไฟเตือน: ปรับปรุงไฟท้ายและไฟข้างให้แสดงผลชัดเจนขึ้น เพื่อแจ้งเตือนรถคันหลังเมื่อรถคันหน้าอยู่ในสภาวะสูญเสียพลังงานหรือความเร็วต่ำ
กฎใหม่ F1 2026 ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของ FIA และความร่วมมือของทุกทีมที่จะรักษามาตรฐานของ เทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ต ให้อยู่ในระดับสูงสุด แม้จะเป็นเพียงการปรับแต่งเล็กน้อย แต่ทว่ามันส่งผลมหาศาลต่อ “รสชาติ” ของเกมกีฬาและการประยุกต์ใช้ ขุมพลังรุ่นใหม่ ในอนาคต โดยทุกการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มใช้จริงในรายการ Miami GP เป็นต้นไป
หากคุณไม่อยากพลาดทุกความเคลื่อนไหวในโลกความเร็ว พร้อมบทวิเคราะห์ที่เจาะลึกทั้ง ข่าวรถยนต์, ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า, รีวิวรถยนต์, รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า, ข่าวมอเตอร์ไซค์ และ รีวิวมอไซค์ สามารถกดติดตามและร่วมพูดคุยกับเราต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive เราพร้อมเสิร์ฟคอนเทนต์คุณภาพให้คุณทุกวัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
F1Christian Horner เปิดใจ! เผชิญ Panic Attack จากแรงกดดัน F1 แม้พา Red Bull คว้าแชมป์โลก 14 สมัย
F1F1 V8 กลับปี 2030 ประธาน FIA ชี้เป้าคืนเสียงคำราม
F1Max Verstappen เตรียมดวล Valentino Rossi ศึก GT3
F1วิถีนักสู้! Valtteri Bottas ปั่นจักรยาน 350 กม. สู่ศึก F1 สิงคโปร์
F1Honda HRC เปลี่ยนประธาน Yasuda รับไม้ต่อ
F1บั๊ก FIA F1 มาเลเซีย เกิดอะไรขึ้น?
F1เฟร็ด วาสเซอร์ จ่อโดนลดบทบาท บอสใหญ่ Ferrari F1
F1คริสเตียน ฮอร์เนอร์ คัมแบ็ก F1 ลุยโปรเจกต์ BYD