หลังจากที่ครองใจผู้ใช้ชาวไทยมาอย่างยาวนาน อีซูซุได้ทำการขยับตัวครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 2.2 Ddi MAXFORCE (รหัส RZ4F-TC) เพื่อเข้ามาทำหน้าที่แทนเครื่องยนต์ 1.9 BluePower เดิม โดยมุ่งเน้นไปที่การยกระดับพละกำลังและการตอบสนองให้ทันใจยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งจุดเด่นเรื่องความประหยัดน้ำมันที่เป็นเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ ซึ่งการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องยนต์ แต่ยังมาพร้อมกับการอัปเกรดระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อรีดพละกำลังจากเครื่องยนต์บล็อกนี้โดยเฉพาะ
นอกจากสมรรถนะในสนามและบนถนนหลวงแล้ว อีซูซุยังเดินหน้าสร้างกิจกรรม ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE 2026 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปและเหล่านักขับได้เข้ามาสัมผัสความคล่องตัวของพวงมาลัยไฟฟ้า EPS และพลังของเครื่องยนต์ MAXFORCE อย่างใกล้ชิดผ่านสถานีทดสอบความเร็วทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย
พลังแห่งอนาคตที่แรงขึ้นแต่ปล่อยมลพิษน้อยลง
หัวใจสำคัญของเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE คือการเพิ่มขนาดความจุเป็น 2,164 ซีซี พร้อมอัปเกรดเทคโนโลยีหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูงถึง 250 MPa ทำให้ได้พละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์เดิมอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีการใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบ REV TRONIC ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ต่อเนื่องและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โดยมีค่า CO2 ต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกัน
ISUZU D-MAX 2.2 Challenge ตัวโหดสายซิ่งที่ผลิตเพียง 15 คัน
สิ่งที่สร้างความฮือฮาที่สุดในต้นปี 2569 คือการเปิดตัว ISUZU D-MAX 2.2 Challenge รถแข่งทางเรียบที่ดัดแปลงจากพื้นฐานรุ่น Spacecab 2.2 S ในราคา 1.49 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโชว์ศักยภาพของเครื่องยนต์ MAXFORCE ในรูปแบบการแข่งขัน:
-
ชุดแต่ง Aero Parts: จัดเต็มคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน ตั้งแต่ลิ้นหน้าไปจนถึงดิฟฟิวเซอร์หลัง
-
ช่วงล่างระดับโลก: ใช้โช้คอัพ Penske ปรับระดับได้ และระบบเบรก NEOTECH หน้า 6 พอต หลัง 4 พอต
-
สมรรถนะ: ปรับแต่งจนมีแรงม้าขยับไปได้ไกลกว่าเดิม (ในตัว Safety Car ทำได้ถึง 245 แรงม้า) แต่ยังคงรักษาความเสถียรของเครื่องยนต์ไว้ได้เยี่ยม
การปรับตัวสู่มาตรฐานใหม่ของกระบะไทย
พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2569 เริ่มมองหารถกระบะที่ไม่ได้มีดีแค่บรรทุก แต่ต้อง “ขับสนุก” และ “ประหยัดน้ำมัน” ไปพร้อมกัน การที่อีซูซุเลือกใช้เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร คือการตอบโจทย์ตลาดที่ต้องการกำลังสำรอง (Torque) มากขึ้นในการเร่งแซง แต่ยังต้องการตัวเลขประหยัดน้ำมันในระดับ 17-18 กม./ลิตร (ตาม ECO Sticker) ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้คู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกันต้องปรับตัวขยับสเปกตาม
นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมเดินสายทั่วประเทศอย่าง Gymkhana Challenge ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าถึงง่ายและเน้นความสนุกในการขับขี่ (Driving Pleasure) ซึ่งช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและคนทำงานที่ต้องการรถที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
คำถามที่คนมักสงสัย
-
ถาม: เครื่องยนต์ 2.2 MAXFORCE จะมาแทนเครื่อง 1.9 ทั้งหมดเลยใช่ไหม?
-
ตอบ: ใช่ครับ ในไลน์อัปปี 2025-2026 อีซูซุวางตำแหน่ง 2.2 MAXFORCE เข้ามาแทนที่ 1.9 BluePower เดิมทั้งหมด ทั้งในรุ่น D-Max และ MU-X
-
-
ถาม: เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดรุ่นนี้ดียังไง?
-
ตอบ: เป็นเกียร์ลูกใหม่รหัส LB500 ที่มีช่วงอัตราทดกว้างขึ้น ช่วยให้ออกตัวแรงขึ้นและในความเร็วสูงเครื่องยนต์จะใช้รอบต่ำกว่าเดิม ทำให้ประหยัดน้ำมันและเงียบขึ้นมาก
-
-
ถาม: กิจกรรม Gymkhana Challenge ใครเข้าร่วมได้บ้าง?
-
ตอบ: เปิดรับทั้งรุ่นทั่วไป (ประเภทเดี่ยว) และรุ่น Trusted Buddy (ประเภททีม) โดยจะมีการเดินสายไปตามหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่, ขอนแก่น, ชลบุรี และภูเก็ต จนถึงเดือนมีนาคม 2569
-
เสียงสะท้อนจากนักขับ
“แรงบิดในรอบต่ำดีขึ้นอย่างชัดเจน แค่กดคันเร่งเบาๆ รถก็พุ่งออกไปได้เร็วกว่าเครื่อง 1.9 เดิมมาก” เสียงสะท้อนจากกลุ่มทดสอบที่สนามอาสมหมาย ชลบุรี นอกจากนี้หลายคนยังชื่นชมพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ทำให้น้ำหนักการเลี้ยวเบาสบายในเมืองแต่หนึบแน่นในความเร็วสูง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใช้จริงรอคอยมานาน
สรุป
การเปิดตัว Isuzu 2.2 Ddi MAXFORCE และกิจกรรม Challenge ต่างๆ คือการประกาศศักดาความเป็นผู้นำตลาดกระบะของอีซูซุในยุค 2026 อย่างแท้จริง ด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลังขึ้นและเกียร์ลูกใหม่ที่ฉลาดขึ้น นี่คือรถที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งการใช้งานหนักและไลฟ์สไตล์สายซิ่งได้อย่างไร้ที่ติ
ติดตามผลการทดสอบเชิงลึกและอัปเดตตารางกิจกรรม Isuzu Gymkhana ทั่วประเทศได้ที่เว็บไซต์ SuperDrivemag เพื่อไม่ให้คุณพลาดทุกความเคลื่อนไหวของราชาแห่งรถกระบะ
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand







