
Ferrari Luce EV มอนเตเซโมโล่ อดีตประธานระดับตำนานจวกยับ รถไฟฟ้า 100% รุ่นแรก ชี้เสี่ยงทำลายชื่อเสียง ลั่นให้ถอดโลโก้ม้าลำพองออก
อุตสาหกรรมยานยนต์ระดับไฮเอนด์กำลังเผชิญหน้ากับดราม่าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ หลังจากค่ายม้าลำพองสร้างประวัติศาสตร์เปิดตัว Ferrari Luce EV ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) รุ่นแรกอย่างเป็นทางการ ณ กรุงโรม ทว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่พัฒนาร่วมกับ Sir Jony Ive อดีตหัวหน้าทีมดีไซน์ของ Apple กลับสร้างความแตกแยกทางความคิดในหมู่คนรักรถอย่างรุนแรง และล่าสุด กระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้พุ่งเข้าสู่จุดเดือดสูงสุด เมื่อ ลูก้า คอร์เดโร ดิ มอนเตเซโมโล่ (Luca Cordero di Montezemolo) อดีตประธานกรรมการและประธานบริหารระดับตำนานผู้ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในยุคหลัง เอนโซ่ เฟอร์รารี่ (ตั้งแต่ปี 1991 ถึง 2014) ได้ออกมาเปิดหน้าชำแหละผลงานชิ้นนี้อย่างโหดเหี้ยมผ่านสื่ออิตาลี โดยเตือนว่าโปรเจกต์นี้กำลังนำพาแบรนด์ไปสู่การ “ทำลายล้างตำนานอันล้ำค่า” อย่างไม่มีวันกลับ
รายงานข่าวเอ็กซ์คลูซีฟจากสำนักข่าว Motor1.com และสำนักข่าวอิตาลี askanews ระบุว่า ดิ มอนเตเซโมโล่ ในวัย 78 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ถูก เอนโซ่ เฟอร์รารี่ เลือกให้เข้ามาบริหารทีมแข่ง F1 ด้วยตัวเองในช่วงยุค 70s ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนนอกรอบงานประชุมสมาพันธ์อุตสาหกรรมอิตาลี (Confindustria) โดยเขาเปิดเผยความรู้สึกสะเทือนใจต่อการมาถึงของ รถสปอร์ตไฟฟ้าโมเดลล่าสุด คันนี้ว่า:
“ถ้าผมจะพูดในสิ่งที่ผมคิดจริงๆ ออกไป ผมคงกำลังทำลายภาพลักษณ์ของ Ferrari แต่สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้คือความเสี่ยงในการทำลายตำนาน (Myth) ที่สร้างมาอย่างยาวนาน และผมรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งจริงๆ ผมหวังว่าอย่างน้อยที่สุด พวกเขาจะยอมถอดตราสัญลักษณ์ ‘ม้าลำพอง’ (Prancing Horse) ออกไปจากรถคันนั้น” ดิ มอนเตเซโมโล่ กล่าวด้วยความขัดเคือง
ไม่เพียงเท่านั้น อดีตบิ๊กบอสสายเลือดอิตาลียังได้ทิ้งท้ายคำพูดสุดแสบสันที่กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ โดยการพุ่งเป้าไปที่งานออกแบบตัวถังแนวฟาสต์แบ็ก 4 ประตู ที่ฉีกจากเอกลักษณ์ความดุดันดั้งเดิมว่า “นี่คือรถยนต์รุ่นแรกในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน ที่แม้กระทั่งบริษัทรถยนต์ในประเทศจีน (ที่ขึ้นชื่อเรื่องการลอกเลียนแบบ) ก็ยังไม่คิดที่จะก๊อปปี้ดีไซน์ของรถคันนี้ไปใช้งาน”
ผลกระทบจากคำวิจารณ์ของบุคคลระดับไอคอนิกของแบรนด์ ผนวกกับกระแส “Design Hate” หรือความไม่พอใจในรูปลักษณ์ของเหล่านักสะสมกระเป๋าหนัก ส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมในเชิงเศรษฐศาสตร์ทันที โดยสำนักข่าวทางการเงินรายงานว่า หลังจากเปิดตัว Ferrari Luce ได้ไม่นาน ราคาหุ้นของ Ferrari (RACE) ในตลาดหลักทรัพย์มิลานและสหรัฐอเมริกาได้ร่วงดิ่งลงอย่างรุนแรงทันที
นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้ตลาดทุนตื่นตระหนกเกิดจากความกังวลในเรื่อง “ความสามารถในการทำกำไร” เนื่องจากตัวรถเปิดราคาแนะนำตัวเริ่มต้นสูงถึง 550,000 ยูโร (หรือประมาณ 640,000 ดอลลาร์สหรัฐ / คิดเป็นเงินบาทไทยแบบไม่รวมภาษีนำเข้าอยู่ที่ราวๆ 22-24 ล้านบาท) ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยรถยนต์ที่ Ferrari ขายได้ทั่วไปในไตรมาสแรกของปี 2569 (ซึ่งอยู่ที่ 527,000 ดอลลาร์) ท่ามกลางภาวะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ระดับโลกที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงและซบเซาอย่างหนัก ค่ายคู่แข่งอย่าง Porsche และ Lamborghini ต่างพากันชะลอแผน EV ออกไป แต่ Ferrari กลับเลือกที่จะเดินหน้าลุยสวนกระแสด้วยดีไซน์ที่ท้าทายศรัทธา
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ตารางวิเคราะห์โครงสร้างความขัดแย้ง: ยุคทองของ Montezemolo ปะทะ ศักราชใหม่ของ Luce EV
| มิติการเปรียบเทียบเชิงวิศวกรรม | แนวทางและนโยบายในยุคของ Luca di Montezemolo | สิ่งที่เกิดขึ้นในโปรเจกต์ Ferrari Luce EV | ผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์ |
| สถาปัตยกรรมขุมพลัง | เน้นเครื่องยนต์สันดาป V12 และ V8 ไร้เทอร์โบ (เน้นเสียงและอารมณ์ดิบ) | ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัวแยกอิสระ พลัง 1,050 แรงม้า | สูญเสียเสน่ห์ทางกลไกและเสียงคำรามที่เป็นอัตลักษณ์ |
| โครงสร้างตัวถังภายนอก | รถสปอร์ต 2 ประตู สัดส่วนเซ็กซี่ ตามหลักการดีไซน์อิตาลีโบราณ | ตัวถัง 4 ประตู 5 ที่นั่ง เปิดแบบ Suicide Doors สไตล์ฟาสต์แบ็ก | ถูกวิจารณ์ว่าเป็น ไฮเปอร์เอสยูวีไฟฟ้าสุดหรู ที่สูญเสียรูปทรงสปอร์ต |
| พาร์ทเนอร์การออกแบบ | ใช้บริการสำนักออกแบบยานยนต์คู่บุญอิตาลี (Pininfarina) | จับมือกับ LoveFrom สตูดิโอดีไซน์จากอดีตหัวหน้าทีม Apple | งานดีไซน์เปลี่ยนไปในแนวทางมินิมอล/แกดเจ็ตไอที |
| การตอบรับในตลาดทุน | สร้างเสถียรภาพจนบริษัทเข้าสู่ตลาดหุ้นได้อย่างมั่นคง | มูลค่าหุ้นดิ่งลงฉับพลันหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ | เกิดความลังเลในกลุ่มนักลงทุนระยะยาวต่อทิศทาง EV |
ในขณะที่อดีตผู้นำออกโรงโจมตีอย่างดุเดือด ฟลาวิโอ มันโซนี่ (Flavio Manzoni) หัวหน้าฝ่ายออกแบบคนปัจจุบันของ Ferrari และทีมงาน ได้ออกมาโต้ตอบคำวิจารณ์ดังกล่าวอย่างสุภาพผ่านสื่อมวลชน โดยระบุว่าการพัฒนา Ferrari Luce เป็นการเดินหน้าสู่อนาคตที่ถูกต้องและไม่ใช่ความผิดพลาด พร้อมเปรียบเทียบกรณีนี้กับรถรุ่น Purosangue (SUV รุ่นแรกของค่าย) ที่เคยโดนแฟนคลับรุ่นเก่ารุมต่อต้านอย่างหนักในช่วงแรก แต่ปัจจุบันกลับขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในโมเดลที่ทำยอดขายและสร้างกำไรสูงสุดให้แก่บริษัท
มันโซนี่ยังย้ำชัดว่า ดีเอ็นเอที่แท้จริงของมาราเนลโลคือการ “รักษาเปลวไฟแห่งนวัตกรรม ไม่ใช่การบูชาขี้เถ้าจากอดีต” การซื่อสัตย์ต่อแบรนด์คือการสร้างสิ่งใหม่ที่มีความยืดหยุ่นสูงภายใต้แพลตฟอร์มไฟฟ้า 880 โวลต์ ไม่ใช่การนำโครงสร้างรถยนต์ซูเปอร์คาร์น้ำมันแบบเดิมมาดัดแปลงยัดแบตเตอรี่แบบขี้เกียจ
คำวิจารณ์อย่างไม่ประนีประนอมของ ลูก้า ดิ มอนเตเซโมโล่ ต่อ Ferrari Luce EV เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวและแรงกดดันอันมหาศาลที่ค่ายรถยนต์ระดับตำนานต้องเผชิญในยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน แม้ว่าในทางวิศวกรรมความเร็ว รถคันนี้จะทรงพลังถึง 1,050 แรงม้า และเร่ง 0-100 ได้ใน 2.5 วินาที แต่ความท้าทายที่แท้จริงของม้าลำพองไฟฟ้าคันแรกนี้ ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขสมรรถนะในแทร็ก แต่คือการเอาชนะใจลูกค้ากลุ่มอนุรักษ์นิยมและกู้คืนความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ก่อนที่กำหนดการส่งมอบรถจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายปีนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรถ FerrariFerrari LUCE สเปก ซูเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าล้วนคันแรกของเฟอร์รารี่
F1Red Bull กางแผนลับ “Operation Keep Max”
F1BYD เอาจริง! เล็งลุยศึก Formula 1 ปี 2026
F1Red Bull 2026 หลังมีข่าวลือหนาหูว่าพัฒนาตามหลังคู่แข่งอย่าง Mercedes และ Ferrari
ข่าวรถ FerrariValentino Rossi ชน Ferrari Imola ศึก WEC 2025 ดราม่าสนั่น
F1BYD ยักษ์ EV สะเทือนกริด F1!
F1FIA ปรับกฎ F1 วัดอัตราส่วนกำลังอัด
F1Hamilton มั่นใจ Ferrari ไล่กวด Mercedes ทัน